หลงเหยียนคาดเดาเื่ของตงฟางเยียนหรานถูกไปครึ่งหนึ่ง นางชอบเย่ซีหราน ฉะนั้นถึงได้รักและปกป้องเย่ซีหนานเช่นนี้ เหมือนความรู้สึกที่เย่ซีหนานมีต่อหลี่เมิ่งเหยา ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ทำให้หลงเหยียนรู้สึกสับสนเล็กน้อย ยิ่งไม่กล้าสบตากับสตรีงที่งามล่มเมือง
กลัวว่าเพียงไม่กี่นาทีก็ถูกฝ่ายตรงข้ามสังหาร… เช่นนั้นหลงเหยียนคงตายตาไม่หลับ การปรากฏตัวของนาง คาดว่าแม้แต่มารดาก็คงหมดปัญญา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตงจวินผู้เป็ท่านตาที่ยังไม่ได้การยอมรับเลย
คนชั้นนอกตระกูลอู่ตี้ เมื่อเจอคนชั้นในจำต้องก้มศีรษะ แสดงท่าทีต่ำต้อย ต่อให้ทุกคนไม่ได้คุกเข่าลง หลงเหยียนก็เข้าใจดี ในใจพวกเขาทุกคนกลัวสตรีนางนี้มากเพียงใด อยากเข้าชั้นในตระกูลอู่ตี้ แค่คิดก็รู้แล้วว่าเป็เื่ยากขนาดไหน
สำหรับตระกูลที่ใหญ่โต หลงเหยียนเพิ่งรู้สึกอย่างจริงจังว่าตนเองต่ำต้อยมากจริงๆ…
หลงเหยียนในตอนนี้หน้าตาผุดผ่อง การฟื้นฟูที่มาจากวิชาคืนปราณทำให้ร่างกายของเขาสมบูรณ์แบบ รวมทั้งกายสายฟ้าที่มี ยิ่งทำให้เขาดูเป็ชายชาตรีที่น่าเกรงขาม
“เสี่ยวหนาน เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ คนชั้นนอกคุยกันแล้วไม่ใช่หรือ นี่เป็การเข้าฝึกของคนสำนักตงฟาง พวกเ้าแค่มาหาประสบการณ์พร้อมพวกเขา?”
เย่ซีหนานนึกถึงเมื่อครู่ที่อยากเรียกคะแนนให้พี่ชาย เอาใจหลี่เมิ่งเหยา ซึ่งเขาไม่มีทางพูดมันออกมาแน่
“พี่เยียนหราน ไม่มีอะไรหรอก แค่เกิดเื่คาดไม่ถึงเล็กน้อย พวกเรากับพี่หนานกงซวินแค่มาพร้อมพวกเขา เหอะๆ ไม่ได้เข้าร่วมหรอก ข้าก็แค่อยากเห็นมีดอัคคี อยากรู้ว่ามันมีรูปร่างอย่างไร ทนไม่ไหวอยากเปิดศพปีศาจอสูรด้วยตัวเองเท่านั้น”
ขณะที่เย่ซีหนานพูด สายตาเขาทอดมาทางหลงเหยียน ประกายความเยือกเย็น
เวลานี้เอง หลงเหยียนก้าวออกมา มองไปทางตงฟางเยียนหราน
“พี่เยียนหราน ข้ามีนามว่าหลงเหยียน คือศิษย์จากเรือนเหยากวางแห่งสำนักตงฟาง ข้าคิดว่าท่านคงเข้าใจผิดแล้ว เื่ไม่ได้เป็อย่างที่พี่หนานท่านนี้พูด ความจริงเขากำลังชิงมีดอัคคีกับข้าเพื่อมอบให้พี่เมิ่งเหยา แน่นอนว่าข้าต้องอยากชิงกับเขาอย่างยุติธรรม ทว่าเมื่อเขาพูดถึงความสัมพันธ์ของท่านกับเขา ข้าก็เลือกที่จะถอย”
เมื่อหลงเหยียนพูดประโยคนี้ออกมา ทำให้เย่ซีหนานที่เดิมทีไม่ได้เกลียดหลงเหยียนมาก กลับเบิกตาโพลงทันที
อย่าว่าแต่เขาเลย กระทั่งคนที่อยู่รอบๆ ทุกคนต่างก็มองหลงเหยียนด้วยสายตาคาดไม่ถึง
“อะไรนะ? เ้า เ้าหมอนี่ถึงกับกล้าท้าทายเย่ซีหนานเลยหรือ? ดูเหมือนมันไม่คิดรักชีวิตแล้วจริงๆ”
สีหน้าของตงฟางเยียนหรานเยือกเย็นขึ้นทันใด นางนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าหลงเหยียนจะพูดเช่นนี้ ยิ่งไม่เปิดโอกาสให้นางได้แก้ต่าง
“เื่เป็แบบนี้เองหรือ? เช่นนั้น เสี่ยวหนาน เมื่อได้มีดอัคคีแล้ว เ้าจะมอบให้สตรีนางนี้จริงหรือ? นี่ถือเป็การทำผิดต่อการเข้าฝึกของพวกเขาในครั้งนี้ คนทั้งสี่สำนักต้องคิดว่าเ้ามาเพราะมีเป้าหมาย ทั้งยังทำลายกฎระเบียบ แม้ข้าไม่สะดวกยุ่งเื่คนชั้นนอกของพวกเ้า ถึงอย่างไรเ้ากับพี่ชายเ้าก็คือคนที่ข้าให้ความสำคัญ”
จากนั้นตงฟางเยียนหรานก็มองไปทางหลงเหยียน เมื่อนางหันมามองหลงเหยียนผู้เป็ชายหนุ่มอายุน้อย นางกลับััได้ถึงรังสีโลหิตที่พลุ่งพล่าน
กลิ่นอายนั้นกลับทำให้นางที่มีสายเืเทพเต่าััถึงความกลัว
“ชายหนุ่มผู้นี้หรือ? เขามีอะไรพิเศษกันแน่?” เพียงไม่นานตงฟางเยียนหรานก็เข้าใจแล้ว เื่ที่เย่ซีหนานอยากชิงมีดอัคคีเล่มนั้นมอบให้หลี่เมิ่งเหยาคงเป็เื่จริง
จะว่าไปแล้ว พวกนางเป็ศัตรูทางหัวใจ!
ตงฟางเยียนหรานมองหลี่เมิ่งเหยาด้วยสายตาเยือกเย็น ก่อนหันไปทางหลงเหยียน
“เ้าชื่อหลงเหยียนหรือ? เช่นนั้น ในเมื่อเ้ากล้าชิงมีดอัคคีกับคนของข้า นับว่าใจกล้าไม่เบา ไม่ไว้หน้าข้าตงฟางเยียนหรานเลย”
ทุกคนรู้ดีว่าเวลานี้นางเริ่มโมโหแล้ว นางถอยหลังอย่างไม่เป็ธรรมชาติ สายตาที่เย็นะเืทำให้ทุกคนสั่นเทา
“เ้าไปเถอะ ข้าก็ไม่อยากลงมือฆ่าเ้า ไม่อยากทำให้มือข้าเปื้อน เ้าไปหาที่ที่ไม่มีคน จัดการตัวเองเสีย!”
“อะไรนะ? จัดการตัวเอง?” คล้ายหลงเหยียนฟังผิดไป นึกไม่ถึงว่านางจะโเี้ถึงเพียงนี้ เพิ่งมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง อยากให้ตนฆ่าตัวตายเองเลยหรือ?
หลงเหยียนรู้ว่านางแกร่ง ต่อให้จะสังหารตนก็คงไม่มีใครกล้าว่าอะไร เช่นนั้นแล้วเขาจะตายไปแบบนี้หรือ?
เห็นสีหน้าที่เืเย็นของนาง หลงเหยียนกดทับความโมโหในใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงถ่อมตน “พี่เยียนหราน ท่านจะเอาชีวิตข้าเช่นนี้ไม่ได้ ข้าหลงเหยียนไม่ได้ผิดโทษถึงกับต้องตายหรอก”
ตงฟางเยียนหรานนึกถึงเ้าสารเลวเย่ซีหราน เกิดความรู้สึกที่ดีกับหลี่เมิ่งเหยา ทั้งยังเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะแต่งกับหลี่เมิ่งเหยาให้ได้ ทำให้นางโมโหเหลือทน ปล่อยความเดือดดาลใส่ตัวหลงเหยียน
“ไสหัวไป หากเ้าไม่ลงมือเอง ข้าคงต้องลงมือแทน”
หลงเหยียนตกตะลึงทันที หากนางเป็คนลงมือ คาดว่าตนคงไม่มีโอกาสตั้งรับ ระดับชีพธรณีเริ่มแรก เขายังพอเอาชนะเทียนหลางได้ แต่ระดับชีพธรณีขั้นล่าง หลงเหยียนไม่สามารถต้านทานได้
เย่ซีหนานที่อยู่ด้านหลังแสดงสีหน้าจองหอง ทว่าจากนั้นเขาก็เห็นหนานกงซวินผู้เป็สหายและหลี่เมิ่งเหยาที่อยู่ข้างๆ แสดงสีหน้านิ่งเฉย ทั้งสองส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
หากวันนี้หลงเหยียนตาย เกรงว่าอีกหน่อยหลี่เมิ่งเหยาต้องไม่ให้อภัยแน่
ขณะที่ตงฟางเยียนหรานกำลังจะลงมือ เย่ซีหนานก็เดินขึ้นหน้าพร้อมพูดอย่างเคารพ “พี่เยียนหราน เราปล่อยเ้าหมอนี่ไปเถิด แม้เขาจะทำตัวน่าเกลียด ทว่าโทษคงไม่ถึงตาย เื่เมื่อครู่ เป็ข้าเองที่ทำเกินเหตุ”
“นั่นสิพี่เยียนหราน อย่างไรเสียหลงเหยียนก็เพิ่งมา ยังไม่ค่อยรู้กฎระเบียบเท่าไรนัก” หลี่เมิ่งเหยาก็ขอร้องแทนหลงเหยียน
หนานกงซวินเดินขึ้นมาด้านหน้าพร้อมเอ่ยช่วย “พี่เยียนหราน สหายหลงเหยียนเป็สหายของข้าด้วย ขอท่านปล่อยเขาสักครั้งเถิด”
ตงฟางเยียยหรานประหลาดใจเล็กน้อย มีคนมากมายขอร้องแทนหลงเหยียน อีกทั้งยังเป็ยอดอัจฉริยะจากสามสำนัก เดิมทีนางก็ไม่ได้อยากสังหารหลงเหยียนจริงๆ เพียงแค่อยากดูปฏิกิริยาหลงเหยียนก็เท่านั้น
“ในเมื่อพวกเ้าล้วนขอร้องแทนเขา ก็ช่างเถอะ เมื่อครู่ข้าเห็นเทียนหลางถูกเ้าหมอนี่ทำร้ายาเ็ ไม่รู้ว่าพวกเ้า ใครเป็คนลงมือ?”
หนานกงซวินปลื้มปีติทันที “สหายหลงเหยียนเอง”
หลงเหยียนตกตะลึง นึกในใจ ‘หา? ข้าเพิ่งหลุดจากอันตราย ชีวิตข้าต้องเสี่ยงอันตรายอีกครั้งแล้วหรือ พี่หนานกง ท่านจะทรยศข้าไม่ได้นะ’
ทว่าไม่นานเขาก็เห็นใบหน้าตงฟางเยียนหรานประกายรอยยิ้ม คล้ายไม่ได้โมโห
“อืม ถือว่าไม่เลว แม้กระทั่งเทียนหลางที่ผยองก็ยังถูกจัดการไปแล้ว เ้าแสดงออกได้ไม่เลวเลย”
สี่สำนักใหญ่แข่งขันกันดุเดือด หลงเหยียนลองคิดดูแล้วจึงเข้าใจ ดูเหมือนชั้นนอกสำนักคงมีแต่เ้าเทียนหลางที่เอานางไม่อยู่
หลงเหยียนมองตงฟางเยียนหราน สีหน้าที่แสดงออกมานั้นดูถ่อมตนมาก ทว่าภายในใจกลับจุดประกายด้วยเพลิงไฟ
‘แม่สาวน้อย วันนี้ตัวข้าจะยอมเ้าไปก่อน เ้าถึงกับอยากเอาชีวิตตัวข้าเลยหรือ ย่อมได้ คอยดูระยะยาวเถอะ รอข้าเติบโตเมื่อไร เ้าจะรู้เองว่าความรู้สึกที่ถูกกดอยู่ใต้ร่างกายข้ามันเป็อย่างไร’
เย่ซีหนานนึกในใจ ‘เ้าหลงเหยียนนี่กล้าบังอาจกับข้า ทว่าเมื่อเจอยอดฝีมือที่แกร่งกว่าเขา สุดท้ายก็ยอมอ่อนข้อ ดูเหมือนเ้าหมอนี่ไหลลื่นไม่เบา ข้าก็นึกว่าเขาเป็คนทื่อเสียอีก’
“อย่างไรเสีย ในเมื่อเ้ากล้ามีเื่กับข้า ทั้งยังกล้ายั่วยวนผู้หญิงของพี่ชายข้า ข้าจะปล่อยเ้าไปไม่ได้”
ตงฟางเยียนหรานประกายตาไปมองหลี่เมิ่งเหยา นางกัดฟันกรอดพร้อมพูดว่า “เห็นแก่หน้าเ้า ข้าจะปล่อยเ้าหมอนี่ไปสักครั้ง ทว่าความโกรธในใจข้ายังไม่จางหาย เกลียดเหลือเกิน! เ้าคิดว่าควรทำอย่างไรดี?”
--------------------
