พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะอยากไขข้อข้องใจเื่อาการผิดปกติของหัวใจ สือเจียงหย่วนไม่สนใจสักนิดว่าอาสี่จะชดเชยให้เขาเท่าไหร่
แต่เื่ที่อาสี่ส่งคนมาทำร้าย เขาไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ มิฉะนั้นก็เท่ากับถูกคนอื่นทำร้ายฟรีๆ
ในเมื่ออาสี่เอ่ยปากเสนอค่าชดเชยสามหมื่นหยวน และยอมสละสิทธิ์การทำเหมืองให้ สือเจียงหย่วนจึงยอมยุติเื่นี้
เพราะหากเขายังคงเรียกร้องค่าชดเชยต่อไป ก็เท่ากับเป็การลดทอนศักดิ์ศรีของตนเอง
เขาเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อจะระบายอารมณ์ ตอนนี้พี่สี่ก็ได้ขอโทษเขาแล้ว เห็นอีกฝ่ายมีท่าทางหวาดหวั่นแบบนั้น ต่อไปคงไม่กล้าคิดร้ายกับเขาอีก
ในใจของสือเจียงหย่วนยอมรับข้อเสนอนี้แล้ว แต่เขายังไม่รีบพยักหน้าตกลง เพราะตระหนักดีว่าการได้อะไรไปง่ายๆ ย่อมไม่เห็นค่า ดังนั้นเขาจึงแกล้งยืดเวลาในการตัดสินใจออกไป
อย่างที่สือเจียงหย่วนคาดการณ์เอาไว้ ทุกวินาทีที่เขายืดออกไปเพื่อไตร่ตรอง ก็เป็หนึ่งวินาทีที่เคี่ยวกรำอาสี่มากขึ้นเท่านั้น
ขณะที่อาสี่รู้สึกว่าจิตใจของเขาแทบจะแตกสลาย จู่ๆ สือเจียงหย่วนก็ตบโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง!’
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด พอสือเจียงหย่วนตบโต๊ะเสียงดังเช่นนี้ก็ทำให้ทุกคนหัวใจเต้นรัว คิดว่าสือเจียงหย่วนบันดาลโทสะขึ้นอีก
หัวหน้าจางเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็ตัดสินใจได้ว่าไม่ว่าสือเจียงหย่วนจะเสนอเงื่อนไขใดในการลงโทษอาสี่ เขาจะตอบตกลงทันที
ต่อให้ตอนนี้สือเจียงหย่วนสั่งให้เขาปิดเหมืองของอาสี่ทั้งหมดทันที เขาก็จะทำตาม
หัวหน้าจางไม่มีทางยอมสละอนาคตอันสดใสของตนเพื่ออาสี่แน่นอน
สือเจียงหย่วนเป็คนที่มีอิทธิพลต่อความคิดของเหล่าเหวิน การทำให้สือเจียงหย่วนไม่พอใจ ก็เท่ากับเป็การทำให้เหล่าเหวินไม่พอใจ และนั่นเท่ากับเป็การทำลายอนาคตของเขา
ส่วนอาสี่ที่ได้ยินเสียงตบโต๊ะของสือเจียงหย่วนก็รู้สึกเหมือนหัวใจแทบจะหลุดออกมาจากอก เขารู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังฟังคำตัดสินจากยมบาลอยู่ ขณะที่อาสี่แทบจะทนไม่ไหว จนอยากจะคุกเข่าลงเพื่อขอขมา แต่สือเจียงหย่วนกลับหัวเราะเสียงดัง ‘ฮ่าๆๆ’ แล้วเอ่ยว่า
“เอาสิ ฉันรับข้อเสนอนี้ แต่ว่าต่อไปนี้ นายต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง อย่าคิดแต่จะจู่โจมฆ่าฟัน นายรู้ไหมว่ามีดเล่มนั้นเกือบจะฆ่าฉันอยู่แล้ว”
สือเจียงหย่วนพูดพลางถอดเสื้อของตนออก เผยให้เห็นาแบนหลังของเขา หัวหน้าจางเห็นรอยแผลเป็ยาวเหยียดที่เกือบจะพาดผ่านแผ่นหลังของสือเจียงหย่วน ก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตระหนก
หัวหน้าจางจ้องมองอาสี่อย่างดุร้ายแล้วบอกว่า “อาสี่ ข้อเสนอของนายเมื่อกี้ฉันไม่ค่อยเห็นด้วย นายทำคนอื่นเป็ถึงขนาดนี้ นี่เรียกว่ามีความจริงใจงั้นเหรอ?”
อาสี่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าสือเจียงหย่วนจะยอมปล่อยเขาไป แต่รอยแผลเป็บนหลังของสือเจียงหย่วนกลับทำให้หัวหน้าจางโกรธขึ้นมาอีกครั้ง
อาสี่รีบเช็ดเหงื่อเย็นที่ไหลลงมาบนใบหน้า เขาพูดอย่างนอบน้อม “เื่นี้ลูกน้องของผมทำผิดไป ผมในฐานะพี่ใหญ่ก็ควรจะรับผิดชอบ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ เหมืองหยางเคิงของพี่สือผมจะจัดการขุดเจาะให้เอง ส่วนพี่สือแค่นั่งรอรับถ่านหินพร้อมใช้จากเหมืองก็พอ พี่สือ หัวหน้าจาง พวกคุณเห็นว่าเป็อย่างไรบ้างครับ?”
อาสี่สืบมาแล้วว่าสือเจียงหย่วนที่เป็คนต่างถิ่นที่ไม่เคยทำธุรกิจเหมืองมาก่อน เขาแค่เห็นว่าธุรกิจนี้ได้กำไรงามจึงเดินทางมาที่นี่
ดังนั้นอาสี่จึงเสนอตัวว่าจะขุดเหมืองให้สือเจียงหย่วนเอง แบบนี้เท่ากับเป็การช่วยสือเจียงหย่วนขุดเหมืองโดยไม่ได้อะไร แล้วให้สือเจียงหย่วนนั่งเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ไม่ต้องลงมือ สำหรับอาสี่นี่เรียกได้ว่าเสียฮูหยินแล้วยังเสียขุนศึก [1]
หัวหน้าจางรู้สึกว่าเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้สือเจียงหย่วนได้ผลประโยชน์แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสือเจียงหย่วน
เมื่อสือเจียงหย่วนเห็นว่าอาสี่ยอมถอยอีกก้าว ก็เข้าใจเจตนาในที่สุด เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางติดกระดุมเสื้อแล้วกล่าวว่า
“แต่พอขุดเหมืองเสร็จแล้ว คนของนายต้องถอนตัวออกไปจากเหมืองของฉันนะ ต่อจากนั้นฉันจะจัดการเื่ในเหมืองเอง”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ เหมืองของพี่สือ ผมเพียงแค่ช่วยพี่สือวางรากฐานเท่านั้น
“ถ่านหินที่ผลิตจากเมืองของพวกเราล้วนเป็แอนทราไซด์ [2] คุณภาพดีเยี่ยม แต่ถ้าไม่มีคนที่มีความชำนาญในพื้นที่เหมืองละก็ การขุดเหมืองก็ไม่ใช่เื่ง่าย ต่อไปหากพี่สือมีเื่อะไรก็บอกผมได้เลย ผมอาสี่ ยินดีช่วยเหลือเต็มที่”
พออาสี่ได้ยินน้ำเสียงของสือเจียงหย่วนที่ดูเหมือนจะยอมปล่อยเขาไป เขาก็พลันรู้สึกโล่งอก เขารีบหยิบเอานามบัตรของเขาออกมาแล้วยื่นให้สือเจียงหย่วนด้วยท่าทางนอบน้อม เขาไม่อาจเรียกตัวเองว่าพี่ใหญ่ต่อหน้าสือเจียงหย่วนได้อีก แถมยังแสดงท่าทางราวกับเป็ลูกสมุนที่ยินดีรับใช้สือเจียงหย่วนอีกด้วย
สือเจียงหย่วนเก็บนามบัตรของอาสี่ลงในกระเป๋าเสื้อ เมื่ออาสี่กับหัวหน้าจางเห็นว่าสีหน้าของสือเจียงหย่วนเริ่มผ่อนคลายลง พวกเขาก็รู้สึกโล่งใจเช่นกัน
คนหนึ่งดีใจที่อนาคตของตนยังคงอยู่ ส่วนอีกคนดีใจที่ยังรักษาสัมปทานเหมืองของตนเองเอาไว้ได้
เมื่ออาสี่เห็นว่าเื่บาดหมางทั้งหมดได้รับการคลี่คลายแล้ว เขาก็มีชีวิตชีวาขึ้นมา แล้วรีบบอกว่า “เรียกพนักงานมาเก็บอาหารพวกนี้ไป แล้วก็จัดโต๊ะใหม่ เดี๋ยวเรามาชนแก้วกับพี่สือกับหัวหน้าจางกันให้หนำใจไปเลย”
พอมีเงินแล้วอะไรๆ ก็ง่ายขึ้นมาทันที ในพริบตาก็มีคนมาเก็บอาหารราคาแพงที่เพิ่งจะกินไปได้ไม่กี่คำออกไป จากนั้นก็ยกอาหารจานใหม่มาเสิร์ฟ ส่วนเหล้าเหมาไถก็ถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ แสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยของเถ้าแก่เหมือง
วันนี้สือเจียงหย่วนเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อจะมาเอาเื่อาสี่ อาสี่ยอมแพ้และรับผิดแบบนี้เท่ากับเป็การแก้ปมในใจของเขาไปแล้ว ต่อไปนี้เขาคงไม่ต้องกังวลเื่นี้จนหัวใจเต้นผิดปกติอีก
เมื่อจัดการเื่เหมืองเรียบร้อยแล้ว สือเจียงหย่วนก็รู้สึกสงบใจทันที หัวใจของเขาก็ไม่รู้สึกเ็ปหรือผิดปกติอะไร
ในโลกของธุรกิจมักจะเป็แบบนี้ ศัตรูเมื่อสักครู่ก็กลายเป็มิตรได้ในพริบตา สือเจียงหย่วนรู้ว่าในเมื่อมีหัวหน้าจางอยู่ที่นี่ อาสี่คงไม่กล้าเล่นสกปรกอีก
การที่อาสี่บอกว่าจะช่วยเขาขุดเหมืองนั้นถือว่าเป็เื่ดี ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องขุดเหมือนมือใหม่ในวงการ ถึงแม้ว่าตอนแรกเขาจะได้สิทธิ์ในการขุดเหมืองหยางเคิงมา แต่การสรรหาคนงานและการขุดเหมืองสำหรับเขานั้นช่างน่าปวดหัว
ในเมื่อได้อาสี่มาช่วย สือเจียงหย่วนย่อมไม่โง่ขนาดที่จะปฏิเสธโอกาสดีๆ เช่นนี้
สือเจียงหย่วนตอบรับความหวังดี
ดังนั้นชายหนุ่มจึงนั่งลงดื่มเหล้ากับหัวหน้าจางและอาสี่
พอเห็นคนทั้งสามบนโต๊ะอาหารดูสนุกสนานร่าเริงแบบนี้ ใครจะไปคิดกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจะเต็มไปด้วยความตึงเครียด
***
คังอิงที่ดูข่าวภาคค่ำที่บ้านสันโดษแสนสงบของเธอเสร็จแล้วก็ดูละครโทรทัศน์เื่ ‘จิ้งจอกูเาหิมะ [3]’ ต่อ เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เฉินซงหลิง [4] ตอนสาวๆ นั้นสวยจริงๆ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เต่งตึง ยิ่งกว่าตอนทำศัลยกรรมพลาสติกในยุคหลัง ส่วนหลีิ [5] ก็หล่อเหลาและดูเหมาะสมกับบทบาทคนรักของเฉินซงหลิงในละคร
เ้าลูกสุนัขตัวน้อยส่งเสียงเห่าเบาๆ เป็ระยะๆ ทำให้ค่ำคืนอันเงียบสงบในฤดูร้อนนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
คังอิงหาว เธอเหลือบมองนาฬิกา เวลานี้ก็ยังไม่ดึกเท่าไหร่ แค่สามทุ่มครึ่งเท่านั้น เธอนึกถึงตอนที่ตัวเองเป็เ้านาย ซึ่งเธอไม่มีทางที่จะเข้านอนก่อนเที่ยงคืนแน่ๆ
ทุกๆ วันเธอต้องตื่นนอนตอนหกโมงเช้า ออกกำลังกายหนึ่งชั่วโมง กินมื้อเช้า อาบน้ำ แล้วก็ออกจากบ้านตรงเวลาตอนแปดโมงครึ่ง จากนั้นก็มาถึงที่ทำงานตรงเวลาตอนเก้าโมงครึ่ง และทำงานอย่างหนักทั้งวันจนถึงหนึ่งทุ่มหรือสองทุ่มจึงค่อยเลิกงาน
ผ่านไปปีแล้วปีเล่า วันแล้ววันเล่า เธอทำงานหนักเพื่อให้องค์กรของเธอโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในตลาด
แต่พอมาอยู่ที่นี่ คังอิงกลับรู้สึกว่าร่างกายของเธอก็เหมือนจะช้าลงตามจังหวะของยุคนี้ ตอนนี้ยังไม่ทันสี่ทุ่ม เธอก็อยากจะเข้านอนแล้ว
คังอิงขยี้ตาที่เปียกชื้นเพราะน้ำตาที่ไหลออกมาตอนหาว เธอตัดสินใจทำตามความ้าของร่างกาย จึงปิดโทรทัศน์แล้วเตรียมจะเข้านอน
ตอนนั้นเองคังอิงก็ได้ยินเสียงประตูเหล็กที่อยู่หน้าบ้านดัง ‘แกร๊กๆ’ สองสามครั้ง คังอิงเดินออกจากห้องนั่งเล่นแล้วมองออกไปนอกบ้าน พบว่าประตูเหล็กเปิดออกเสียงดัง ‘แอ๊ด’ จากนั้นร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งก็เดินเข้ามา แล้วผลักมือปิดประตูเหล็กอย่างรุนแรง
เชิงอรรถ
[1] เป็สำนวนจีนที่มีความหมายว่า การสูญเสียซ้ำสองอย่างในครั้งเดียว สำนวนนี้มีที่มาจากเื่สามก๊ก ตอนจิวยี่ออกอุบายให้เล่าปี่แต่งงานกับซุนซ่างเซียงที่กังตั๋ง_ เพราะคิดจะจับเล่าปี่เป็ตัวประกัน แต่ทางฝ่ายเล่าปี่รู้ทันจึงลอบพาซุนซ่างเซียงขึ้นเรือหลบหนีไปพร้อมขงเบ้ง ระหว่างแล่นเรือหลบหนี ขงเบ้งสั่งการให้ทหาระโเย้ยจิวยี่ที่ตามมาว่า “อุบายของจิวยี่นี้ล้ำลึกนัก เสียฮูหยินแล้วยังเสียขุนศึก”
[2] แอนทราไซด์ (Anthracite) เป็ถ่านหินที่มีคุณภาพดีที่สุด มีสีน้ำตาลอ่อนๆ มันวาว มีความแข็งมาก มีอายุในการเกิดขึ้นมานานมากที่สุดคือมากกว่า 200 ล้านปีขึ้นไป มีกากหรือเถ้าน้อยมากหรือไม่มีเลย หากมีเถ้าจะจับตัวกันไม่ฟุ้งกระจาย เป็ถ่านหินที่ให้ค่าความร้อนสูงสุด มีเปอร์เซ็นต์คาร์บอน 80% ขึ้นไป ที่เหลือเป็สารประกอบอื่นๆ ที่มีปริมาณความชื้นต่ำมาก ติดไฟยากแต่เมื่อติดไฟแล้วจะมีระยะเวลาการเผาไหม้ยาวนาน มีเปลวและควันน้อยมาก ปกติใช้ผลิตไอน้ำ และให้ความร้อน
[3] จิ้งจอกูเาหิมะ (จีน: 雪山飛狐, อังกฤษ: Fox Volant of the Snowy Mountain, Flying Fox of Snowy Mountain) เป็นวนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ซึ่งจัดเป็เื่สั้นที่เขียนได้ดีที่สุดและโดดเด่นที่สุดของยุทธจักรนิยาย ซึ่งได้รับการดัดแปลงเป็ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์มาแล้วหลายครั้ง
[4] เฉินซงหลิง (陳松伶) : อดีตนักแสดงและนักร้องสาวชาวฮ่องกง โด่งดังจากละครโทรทัศน์แนวจักรวาลกิมย้งหลายเื่ มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุค 90
[5] หลีิ (黎明) หรือ (Leon Li) เป็นักร้อง-นักแสดงชายที่เริ่มมีชื่อเสียงเป็ที่รู้จักั้แ่ปลายยุค 80 แต่มาโด่งดังระดับซุปเปอร์สตาร์ทั่วเอเชียในยุค 90 ทางด้านดนตรี เขาเป็หนึ่งในสี่าาเพลงป็อปของเกาะฮ่องกง ได้รับฉายาว่าสี่จตุรเทพแห่งยุค 90 ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด ผลงานทางด้านการแสดงของเขาประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งทางภาพยนตร์และละครโทรทัศน์
