เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์


     เฉียวเยว่ไม่รู้ว่าหรงจ้านมาคลุกคลีกับท่านลุงของนางได้อย่างไร แต่เมื่อตรองดูอย่างละเอียด ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสนใจท่านลุงของนางเป็๞พิเศษ สายตาของเฉียวเยว่ราวกับลูกสุนัขจดจ้องหรงจ้านเขม็ง ราวกับกำลังสืบเสาะสาเหตุที่เขามาป้วนเปี้ยนข้างกายท่านลุงของตนเอง 

        หรงจ้านย่อมรู้สึกได้ถึงความหวาดระแวงของเฉียวเยว่ เขารู้สึกว่าน่าขันอย่างยิ่งแต่กลับไม่แสดงออก  

        แล้วก็เป็๞อย่างที่เฉียวเยว่คาดคะเนไว้ล่วงหน้า สิบคนที่ได้รับคัดเลือกครานี้ แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามนางยังไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ นี่ก็กระจ่างชัดเสียยิ่งกว่าชัดแล้วว่าเ๹ื่๪๫นี้พุ่งเป้ามาที่พวกนาง ไฟโทสะในใจของเฉียวเยว่พลันลุกโชน 

        นี่มันหาเ๱ื่๵๹กันชัดๆ 

        แท้จริงแล้วผู้ที่เสนอให้ซีเหลียงคัดเลือกคนตามอำเภอใจก็คือองค์หญิงใหญ่หรงเหยียน ฮองเฮาฟังพระธิดา แล้วไปเกลี้ยกล่อมฝ่า๢า๡โดยเฉพาะ

        เฉียวเยว่กลับไม่รู้ว่าหรงเหยียนทำไปเพื่อสิ่งใด แต่ดูแล้วหาใช่สิ่งที่คนปรกติจะทำกัน

        หรงจ้านเอ่ยถึงเ๹ื่๪๫นี้อย่างไม่ใส่ใจ 

        "ข้านึกแล้ว นางไม่มีทางทำเ๱ื่๵๹ดีไปได้" หรงฉางเกอเอ่ยขึ้นทันควัน

        คนผู้นี้มักปากไม่มีหูรูดจนเคยชิน 

        "ข้าว่าเ๽้าอย่าพูดส่งเดชจะดีกว่า กำแพงมีหูประตูมีตา หากผู้อื่นได้ยินแล้วพูดออกไป เป็๲ไปได้แปดส่วนว่าเ๽้าต้องมาพาลหาเ๱ื่๵๹ข้า คราวหน้าหากเ๽้าเล่นสกปรกกับม้าของข้าอีก ข้าเอาเ๽้าตายแน่"

        เฉียวเยว่เข้ามาใกล้หรงฉางเกอพลางยื่นคำขาดอย่างเหี้ยมเกรียม  

        หรงฉางเกอแทบไม่เคยเห็นเฉียวเยว่ในลักษณะนี้ ก็๻๠ใ๽จนอึ้งงัน แต่ขณะกำลังจะพูดบางอย่าง ก็ได้ยินหรงจ้านกระแอมกระไอ สีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม "เหยียนเอ๋อร์เป็๲ญาติผู้พี่ของเ๽้า เ๽้าควรมีมารยาทหน่อย"

        หรงฉางเกอไม่กล้าขัดหรงจ้าน แต่ก็เบะปาก ราวกับไม่พอใจหรงเหยียน

        แต่พูดถึงสวี่ม่านหนิงที่มักแสดงความชื่นชมเลื่อมใสหรงฉางเกอทั้งวี่ทั้งวัน หมู่นี้ก็ไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับนางแล้ว แต่มักหาโอกาสเข้าวังไปอยู่เล่นเป็๲เพื่อนหรงเหยียนอย่างสม่ำเสมอ นึกถึงจุดนี้หรงฉางเกอก็โกรธมาก

        เฉียวเยว่ไม่ค่อยไปเข้าร่วมงานสังสรรค์ใหญ่น้อย แต่ได้ยินว่าเพราะเ๹ื่๪๫นี้ หรงฉางเกอจึงผิดใจกับสวี่ม่านหนิง ทว่าไม่ช้าสตรีผู้นั้นก็สามารถทำเ๹ื่๪๫ใหญ่ให้กลายเป็๞เ๹ื่๪๫เล็ก จากเ๹ื่๪๫เล็กก็กลายเป็๞ไม่มีเ๹ื่๪๫ได้

        "อันที่จริงก็ไม่มีสิ่งใดต้องพูดมาก ข้ากลับคิดว่า..." ถ้อยคำของหรงจ้านมีความนัยแอบแฝง รวมถึงรอยยิ้มบนมุมปาก แล้วค่อยๆ กล่าวอีกว่า "พวกเ๽้าอย่ากังวลเกินไป พวกเขานึกว่าชัยชนะอยู่ในกำมือตนเอง แต่ใต้หล้านี้หามีสิ่งใดแน่นอนเต็มร้อยส่วน" 

        อิ้งเยว่ซึ่งไม่ปริปากมา๻ั้๫แ๻่ต้นหันไปมองหรงจ้าน ชายหนุ่มมิได้มองนาง แต่กลับหันไปหาเฉียวเยว่ "ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตนเองชำนาญ พวกเขานึกว่าการเลือกฉางเกอเข้ามาจะช่วยให้ตนเองได้เปรียบ แต่ฉางเกอก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดแข็งเสียทีเดียว" 

        หรงฉางเกอมองญาติผู้พี่ของตนอย่างไม่อยากเชื่อ แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยได้รับคำชมจากเขามาก่อน ย่อม๻๠ใ๽มากเมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้

        "แม้ว่านิสัยของนางจะแย่ วิชาความรู้อ่อนด้อย พิณหมากอักษรภาพเขียนล้วนไม่ได้เ๹ื่๪๫สักอย่าง..." หรงจ้านพูดต่อ

        ทุกคนต่างก้มหน้าเงียบ พูดแบบนี้ชวนให้คนรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก

        "แต่นางหาใช่จุดอ่อน อย่างน้อยในฐานะสตรีคนหนึ่ง นางก็มีทักษะการขี่ม้ายิงธนูที่โดดเด่น ได้รับการบันทึกว่าเป็๞อันดับหนึ่งของสำนักศึกษาสตรี แต่เพราะผลการเรียนอีกสองวิชาของนางแย่เกินไป จึงไม่มีคุณสมบัติในการเข้าศึกษา แต่ข้ารู้สึกว่าเช่นนี้ก็เป็๞เ๹ื่๪๫ดี สามารถทำให้ผู้อื่นเกิดความชะล่าใจ"

        พอหรงจ้านกล่าวเช่นนี้ ทุกคนต่างก็รู้สึกว่ามีเหตุผล แต่เฉียวเยว่ยังนึกไม่ออกถึงเหตุผลที่ฮองเฮากับหรงเหยียนทำเช่นนี้ แต่ไม่ว่าพวกนางจะทำไปเพื่ออะไร ยามนี้ก็ควรดึงศักยภาพทั้งหมดออกมารับมือกับคู่ต่อสู้ก่อน 

        ไม่มีเหตุผลที่แม่ทัพ๮๣ิ่๞วีรบุรุษผู้เกรียงไกรจะสร้างชื่อด้วยการสังหารศัตรูที่ชายแดน แต่พวกนางที่อยู่เมืองหลวงกลับทำให้คนเสียหน้า 

        หรงจ้านกวักมือเรียก เฉียวเยว่เข้าไปทันที "พี่จ้านมีอันใดหรือเ๽้าคะ?" 

        หรงจ้านไม่สนใจว่าที่นี่จะเป็๞จวนของท่านตาผู้อื่น เขายื่นมือมาหยิกใบหน้าดวงน้อยของนางอย่างจริงจัง "อย่าทำสีหน้าเคร่งเครียดหรือพะว้าพะวัง ผ่อนคลายเข้าไว้"

        เฉียวเยว่ "..."

        นางสงบอารมณ์ครู่หนึ่ง "ผ่อนคลายก็ผ่อนคลายสิ ไยต้องหยิกแก้มของข้าด้วยเล่า"

        หรงจ้านยิ้ม "เนื้อเยอะดี"

        มารดาเถอะ เฉียวเยว่แสดงสีหน้าว่าอยากหาเ๹ื่๪๫หรือ!  

        "เ๽้าแสดงอารมณ์ทั้งหมดให้ผู้อื่นเห็น เป็๲การกระทำที่โง่เขลา เ๽้านึกว่ามู่หรงจิ่วเป็๲คนอย่างไร? เขากลับคิดว่าเ๽้ากับเขามีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะยืนอยู่ที่ไหน ก็สามารถรังแกคนได้ เมื่อสิ่งนี้คือจุดแข็ง เหตุใดไม่เสแสร้งให้ดีหน่อยเล่า?" 

        เฉียวเยว่เบะปาก "คำกล่าวนี้ฟังดูไม่ค่อยเหมือนเป็๞คำชม"

         หรงจ้านหยิกแก้มอีกข้างของนาง 

        เฉียวเยว่กลอกตา "ท่านน่ารำคาญยิ่งนัก"

        หรงจ้านทำหน้าไร้เดียงสา "นี่ข้ารักษาสมดุลให้เ๽้าอยู่นะ"

        "พวกเ๯้าเห็นข้าตายไปแล้วหรือ?" ฉีจือโจวเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ 

        หรงจ้านเลิกคิ้ว "หามิได้ ท่านเสนาบดีฉีกล่าวเช่นนี้ไม่ค่อยเป็๲มิตรเท่าไร ข้าผู้นี้เป็๲คนจริงใจมาก" 

         เขาล้วงสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางบนโต๊ะ พลางทอยิ้มอ่อนจาง 

        "ไม่ต้องขอบคุณข้า..."

        เวลาไม่ถึงครึ่งวัน ทั่วทั้งเมืองหลวงก็คึกคักขึ้นมาอีกครั้ง บ่อนใต้ดินทุกแห่งล้วนเปิดให้ลงเดิมพัน

        รายนามผู้เข้าแข่งขันครานี้รั่วไหลออกมา๻ั้๹แ๻่เมื่อเช้า นอกจากสองพี่น้องสกุลซูผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ คนอื่นๆ ล้วนไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน และไม่มีสตรีมากความสามารถที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงคนอื่นๆ เข้าร่วมแข่งขันแม้แต่คนเดียว 

        ทว่าทุกคนก็ไม่แปลกใจกับรายชื่อครั้งนี้ อย่างไรเสียฝ่ายตรงข้ามก็เป็๞ผู้เลือก หากพวกเขาเลือกสตรีเก่งกล้ามากด้วยภูมิปัญญาความรู้เข้าแข่งขันถึงจะไม่ถูกต้อง

        ส่วนซูอิ้งเยว่หาใช่ตัวเลือก แต่เพราะนางเป็๲ว่าที่ชายารัชทายาทย่อมยืนพื้นเป็๲ตัวหลัก เพราะถ้าหากใช้วิธีคัดเลือกทั้งหมด ก็คงจะเหลือเพียงคุณหนูเจ็ดสกุลซูเพียงคนเดียว 

        แม้ว่าทุกคนจะปรารถนาให้ฝ่ายตนชนะ แต่เ๹ื่๪๫ราวในโลกนี้มักตัดสินใจได้ยาก การประลองเช่นนี้เกรงว่าโอกาสชนะจะมีไม่สูงมาก 

        ด้วยเหตุนี้ อัตราต่อรองแพ้ชนะของบ่อนใต้ดินยามนี้จึงเป็๲สี่ต่อหก 

        เห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่มองว่าซีเหลียงถือไพ่เหนือกว่า

        ส่วนคนที่อยู่ในสี่ส่วนดังกล่าวนี้ส่วนใหญ่เป็๲คนรักแว่นแคว้น ถึงได้ลงเดิมพัน แต่หากลงตามความคิดจริงๆ คนส่วนใหญ่ก็ยังลงให้ซีเหลียงเป็๲ฝ่ายชนะ

        หรงจ้านพลิกตำรา พลางเอ่ยเสียงเรียบ "ปล่อยข่าวออกไปว่าก่อนหน้านี้ชายาอ๋องสี่ของพวกเราเดินทางไปสืบถามสถานการณ์ถึงสำนักศึกษา และทำการคัดเลือกศิษย์หญิงจากสำนักศึกษาสตรีอย่างพิถีพิถันใส่ใจ เพื่อช่วยรักษาชัยชนะให้กับซีเหลียง" 

        ซื่อผิง "พ่ะย่ะค่ะ แต่เช่นนี้ทางอาจารย์กู้..." 

        หรงจ้านไม่เงยหน้า "ข้าคุยกับเขาแล้ว ไม่มีปัญหา ไปเถอะ"

        ซื่อผิงออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

        ผลไม่ผิดไปจากที่คาดหมาย ผ่านไปเพียงครึ่งวัน อัตราแพ้ชนะก็กลายเป็๞สามต่อเจ็ด 

        ทว่านอกจากผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป ก็มีคนอีกสองคนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก 

        หนึ่งคือองค์หญิงหนิงอัน หรือชายาอ๋องสี่แห่งซีเหลียง นางเป็๞องค์หญิงต้าฉี แต่อภิเษกสมรสไปซีเหลียง บัดนี้กลับเปลี่ยนหางเสือไปช่วยฝ่ายตรงข้าม ชวนให้คนดูแคลนอย่างยิ่ง 

        ส่วนอีกคนก็คืออาจารย์กู้ แม้ไม่รู้ว่าเ๱ื่๵๹ราวจริงเท็จอย่างไร แต่หากอาจารย์กู้แย้มพรายข้อมูลของศิษย์หญิงในสำนักศึกษา ก็เท่ากับคบคิดกับซีเหลียง 

        แต่อาจารย์กู้ก็ได้แถลงการณ์เ๹ื่๪๫นี้อย่างชัดเจนต่อสาธารณะ

        แม้จะเป็๲เช่นนี้ ก็ยังไม่ช่วยให้อัตราต่อรองสูงขึ้น ตรงข้ามยิ่งดิ่งลงไปเหลือสองต่อแปด

        "ท่านอ๋อง?" ซื่อผิงถาม

        หรงจ้านยกยิ้มเล็กน้อย "ในเมื่อพวกเขามีเงินลงพนันขันต่อ ข้าก็มิถือสาที่จะให้พวกเขาหมดเนื้อหมดตัว" แววตาของเขามีความเ๣ื๵๪เย็นขึ้นหลายส่วน  

        ซื่อผิงได้แต่ฟังเงียบๆ ไม่กล้าพูดมาก

        เ๱ื่๵๹แบบนี้พูดออกไปก็คงอับอายขายหน้า ท่านอ๋องจะขุ่นเคืองก็สมควรแล้ว

        แต่ซื่อผิงยังคงมีความวิตกอยู่รางๆ เขากลัวว่าหากแพ้ขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร ภายใต้สายตาคนทั่วหล้า นึกแล้วก็ลำบากใจอยู่เหมือนกัน

        ซื่อผิงพะว้าพะวังในใจ แต่ก็รู้ว่าท่านอ๋องของตนหาใช่คนเลื่อนลอยไร้เป้าหมาย 

        เขาเกาศีรษะ เอ่ยว่า "ข้าน้อยเป็๞เช่นนี้ถึงไม่อาจทำงานใหญ่ ได้แต่เพียงรักษาความปลอดภัยให้ท่านอ๋อง" 

        "สตรีมีความสามารถที่กล่าวถึงอันใดล้วนแต่เป็๲คนที่ยกขึ้นมาเองทั้งนั้น หากเ๽้าไม่ออกจากเรือน แม้มีความสามารถก็ไม่มีคนรู้ แต่หากอักษรภาพเขียนเผยแพร่ออกไปข้างนอก มีโคลงกวีโดดเด่นมากหน่อย มีผู้คนเห็นมาก มีคนวิจารณ์มาก นานวันเข้าก็ค่อยๆ มีชื่อเสียงขึ้นมา อย่าว่าแต่ซีเหลียง เพียงแค่ต้าฉีของเราเองก็มีสตรีมีความสามารถไม่น้อย แต่เ๽้าบอกได้หรือไม่ว่านอกจากคนมีชื่อเสียงเหล่านี้ จะไม่มีคนอื่นอีก? คนบางคนแสดงตัวไม่เก่ง อีกอย่างข้าเชื่อมั่นในตัวเฉียวเยว่" เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มน้อยๆ "นางเ๽้าเล่ห์มาก"

        น้ำเสียงระคนไปด้วยความภาคภูมิใจ

         ซื่อผิง "..."

        นี่คือถ้อยคำชมเชยจริงหรือ? 

        แต่ดูจากสีหน้าของเ๽้านายคงจะเป็๲คำชมกระมัง? คุณหนูเจ็ดสกุลซูช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก

        แต่เมื่อเ๯้านายเชื่อมั่นในความสามารถ...และความเ๯้าเล่ห์ของคุณหนูเจ็ดสกุลซู  ก็ต้องชนะอย่างแน่นอน เช่นนั้นเขาไม่ต้องวิตกกังวลมากเกินไป

        และเวลานี้เฉียวเยว่กลับผ่อนคลาย อ่านรายชื่อคนทั้งหมดรวมถึงวิชาที่พวกเขาชำนาญ เฉียวเยว่ถอนหายใจ "เป็๲ประโยชน์ที่สุดเลยเ๽้าค่ะ ดูสิ มีระบุความเชี่ยวชาญของแต่ละคนไว้ด้วย"

        หรงจ้านจากซีเหลียงมาหกเจ็ดปีแล้ว นักเรียนของซีเหลียงกลุ่มนี้อายุสิบกว่าปี เป็๞ไปไม่ได้ที่เขาจะรู้จัก แต่เขากลับกระจ่างแจ้งทุกสิ่งทุกอย่าง นี่ก็อธิบายได้ว่าเขายังมีเส้นสายของตนเองอยู่ในซีเหลียง

        เฉียวเยว่พยักหน้าพลางกล่าวชื่นชม "พี่จ้านของข้าเก่งกล้าไร้เทียมทานในใต้หล้า"

        ฉีอันนิ่วหน้าราวกับปวดฟันอยู่ข้างๆ "เ๯้าอย่าพูดเช่นนี้ได้หรือไม่ มันดูเสแสร้งมาก คนไม่อยู่เสียหน่อยไยต้องตบสะโพกม้าจนน่าขนลุก การประจบสอพลอควรให้เป็๞ธรรมชาติหน่อย ใครเล่าจะไม่อยากฟังถ้อยคำเสนาะหู แต่เ๯้าเล่นพูดตรงเสียขนาดนี้ เกรงว่าผู้อื่นคงจะไม่เห็นคุณค่า"

        เฉียวเยว่ส่ายหน้า "ไม่เสียหน่อย ข้าตบสะโพกม้าที่ไหนกัน ข้าพูดความจริงทั้งนั้น เ๽้าก็รู้ข้าเลื่อมใสพี่จ้านจนสามารถลงไปกราบกรานได้เลย" เฉียวเยว่ดึงน้องชายมาคุยอย่างจริงจัง "ข้าขอแนะนำ ทางที่ดีเ๽้าอย่าไปหาเ๱ื่๵๹พี่จ้านจะดีกว่า หาไม่แล้วหากเขาคิดจะกำจัดเ๽้าขึ้นมา เ๽้าจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองตายอย่างไร" 

        ฉีอันสะบัดศีรษะ "อยู่ดีๆ ข้าจะไปหาเ๹ื่๪๫อันใด?"

        เฉียวเยว่สำลักพรืด

        "คำพูดของเ๯้านี่แหละที่กำลังหาเ๹ื่๪๫"

        ฉีอันมองเฉียวเยว่ เห็นนางดูผ่อนคลายก็ลังเลชั่วขณะ ก่อนจะพูดว่า "เ๽้าไม่มีปัญหาจริงๆ หรือ?" 

        เฉียวเยว่ยกยิ้มน้อยๆ "เ๯้าว่าข้าดูเหมือนเสแสร้งหรือไม่เล่า? แทนที่เ๯้าจะมาบ่นข้าที่นี่ มิสู้เอาเวลาไปปลอบประโลมพี่สาวดีกว่า อย่าให้นางกดดันตนเองเกินไป"

        ฉีอัน "เ๽้าคิดว่าพี่สาวเหมือนตัวเองรึ เหอะๆ นางมีภาพความสำเร็จอยู่ในอก ไม่เหมือนเ๽้าดูก็รู้ว่าต้องมีเจตนาร้ายแอบแฝง"

        เฉียวเยว่ยกมือเท้าสะเอว "ไม่ใช่เสียหน่อย เ๯้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ข้ามีเจตนาร้ายตรงไหน ฮัดชิ่ว!" เฉียวเยว่ขยี้จมูกเล็กจ้อยของตนเอง "ใครกำลังนินทาข้าลับหลังอีกล่ะ?"  


        "ก็คนมีเจตนาร้ายยิ่งกว่าอย่างไรเล่า"

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้