“คุณใจดีจัง… ”
หญิงสาวชมไม่อ้อม
“ไม่จริงหรอก… บางครั้งฉันก็ใจร้าย”
เจมส์บอกเป็นัยเหมือนเตือนเอาไว้ล่วงหน้า
“จริงหรือคะ”
มะลิตักไก่เข้าปาก มองหน้าเขาด้วยสายตาตั้งคำถาม
“จริงสิ… ”
เจมส์ตอบทีเล่นทีจริง ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงสนทนาเบาๆ กลิ่นไก่ทอดลอยอวลอยู่ในบรรยากาศภายในร้านซึ่งขณะนี้ยังไม่วุ่นวายนัก
“ชิ้นนี้ของคุณครับ…”
เจมส์กล่าว เขาหันไปตักไก่อีกชิ้น ใส่จานอีกใบที่ยังว่าง เลื่อนมาตรงหน้าหญิงสาว
“เอ่อ… อิ่มแล้วค่ะ ทานเยอะเดี๋ยวอ้วนค่ะ”
มะลิทำท่าว่าจะปฏิเสธ ทว่าไม่ทันได้กล่าวอะไรจบ เจมส์ก็แทรกขึ้นเสียก่อน
“อย่าดื้อ… หรือจะต้องให้ป้อน”
เจมส์เหลือบตามองหน้าหญิงสาว
“ไม่ต้องกลัวอ้วน รูปร่างอย่างหนู หุ่นดีแบบนี้ยังอ้วนได้อีกเยอะ”
เจมส์กวาดสายตามองเรือนร่างเอิบอิ่มของมะลิ ดวงตาคมกริบที่จ้องมองราวกับจะกินเืกินเนื้อ ทำให้คนตกเป็เป้าสาย รู้สึกเกร็งไปทั้งตัว กับวิธีการมองของเขา สุดท้ายมะลิต้องรับไก่ชิ้นนั้นมากินแก้เขิน
“วันนี้หนูสวยจัง”
เจมส์ชมออกมาตรงๆ หลังจากนึกชื่นชมอยู่ในใจว่าวันนี้มะลิดูสดใสขึ้นมาก เมื่อเทียบกับเมื่อเดือนก่อนที่เจอกัน ซึ่งตอนนั้นอาจเป็เพราะว่าหล่อนกำลังทำใจกับการจากไปของสามี
สายตาของเจมส์ยังไม่ละจากเรือนร่างของมะลิ เสื้อแขนกุดผ้าซาตินสีครีมพลิ้วบางที่หล่อนสวมใส่ อวดลาดไหล่สล้างกลมกลึงจนเจมส์ตะลึงมองั้แ่ครั้งตอนอยู่ที่บ้าน ด้วยทรงของเสื้อเป็แบบคอปาดเปิดกว้าง จึงเผยผิวพรรณขาวเนียน ลำคอระหง ลาดไหล่กลมกลึง ผิวขาวนวลเรียบเนียนสม่ำเสมอจนน่าัั และเมื่อแลต่ำลงไปก็เห็นเนินทรวงสร้าง มะลิเป็ผู้หญิงนมใหญ่มาก สองเต้าเบียดอัดอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบา โอบอุ้มปทุมคู่งามเอาไว้แทบไม่หมด
“เอาอีกมั้ย…”
เจมส์รีบเปลี่ยนเื่สนทนา หลังจากชมจนมะลิเขิน
“พอแล้วค่ะ… ขอบคุณค่ะ… ขอบคุณนะคะที่วันนี้พามาข้างนอก”
มะลิกล่าว ที่ผ่านๆ มาศักดาแทบไม่เคยได้พาหล่อนออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ไหนเลย ทั้งที่ไม่เคยคาดหวังว่าชีวิตนี้จะต้องได้ไปเที่ยวไกลถึงต่างประเทศ แค่สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทย มะลิก็แทบไม่มีโอกาสได้ไปัั
ในเวลาต่อมา
