ลุงดินได้ยินก็ดึงชายเสื้อยืดแล้วถอดออกทางศีรษะ เผยให้เห็นความกำยำล่ำสันของร่างกาย่บน
คุณนายมุกดาพยายามระงับความตื่นเต้น ที่เผลอตะลึงจนดวงตาเบิกกว้างลืมตัว จ้องมองแผงอกกว้างแน่นนูนไปด้วยกล้ามเนื้อทั้งซ้ายขวา มีเส้นขนสีดำเป็แพแผ่กระจายไปทั่ว
ขนบางส่วนเลื้อยลามลงมาที่ท้องแน่นไปด้วยลอนกล้ามแล้วลงไปรวมกันอยู่ใต้ขอบกางเกงที่โอบอุ้มความเป็ชายตุงแน่นสะดุดตา
มุกดาแทบไม่อาจละสายตาจากร่างของลุงดินน์ จ้องมองปั้นไหล่ที่เชื่อมต่อลงมาถึงต้นแขนใหญ่มาก
แขนของเขาใหญ่กว่าขาของหล่อนด้วยซ้ำ ที่สะดุดตาอีกอย่างคือที่มือและหลังแขนนั้นเต็มไปด้วยเส้นขนและเส้นเืเหมือนรากไม้ กระจายเป็สายนูนขึ้นมาจากใต้ิัสีน้ำตาลเข้ม
“แค่ถอดเสื้อพอไหมครับ… หรือว่าจะต้องให้ผมถอดกางเกงด้วย… ”
ลุงดินน์ถามต่อเมื่อเห็นคุณนายตะลึงค้าง นิ่งงันไปชั่วขณะเพราะพูดไม่ออก
“บ้า… แค่นี้พอแล้ว เชื่อแล้วว่าแข็งแรงจริง… ”
คุณนายใกับคำพูดที่ได้ยิน…
ไม่คิดว่าลุงดินน์จะกล้าตีสำนวนต่อปากต่อคำ แต่มันก็ทำให้หล่อนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาดเพราะว่าคนใช้ในบ้านหลังนี้ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าต่อปากต่อคำกับหล่อน
“โอเค… ฉันตกลงฉันรับลุงเข้าทำงาน”
มุกดากล่าวต่อ…
จากนั้นอธิบายรายละเอียดความรับผิดชอบของคนสวนและเงินเดือนค่าจ้างจนเข้าใจทั้งสองฝ่าย
“ขอบคุณครับ… ”
แม้ว่าจะเป็คนใบหน้านิ่งยิ้มยาก แต่ถ้าสังเกตสักนิดจะเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของลุงดินน์
“งั้นพรุ่งนี้ลุงมาเริ่มงานได้เลย… ”
คุณนายมุกดาสรุป…
“ครับคุณนาย… ”
ในเวลาต่อมา
หลังจากลุงดินน์กลับออกจากบ้านไปแล้วด้วยรถกระบะเก่าๆ ที่ขับมาเองจากบางสะพาน
วันนี้ยังไม่ได้ทำงาน…
เพราะต้องกลับไปเก็บข้าวของในบ้านเช่าหลังเล็กที่บางสะพาน ซึ่งข้าวของก็มีอยู่ไม่มาก จึงคัดเอามาเฉพาะที่จำเป็จะต้องใช้จริงๆ
เหมือนลุงดินน์รู้ว่าตัวเองเป็คนชีพจรลงเท้า ใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างเรียบง่าย จึงไม่นิยมสะสมข้าวของอะไรเยอะ เลือกเอาเฉพาะสิ่งที่เป็ปัจจัยสี่ซึ่งจำเป็ต่อการดำรงชีพอย่างแท้จริง
