ในขณะที่ตี้หลินกำลังต่อสู้กับตี้เหยียนอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างบนเส้นทางสูู่เาจู่หุน ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“ไปลงนรกซะ!”
ตี้หลินะโออกมาด้วยความดุร้าย เดิมทีเขา้าใช้ถังเหล่ยเป็เครื่องต่อรองกับตี้เลี่ยหรือตี้เหยียน แต่ตอนนี้ถังเหล่ยได้หลบหนีไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่เหลืออะไรอยู่ในมือแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นด่านจิงเซินของเขาต้องตกอยู่ในความวุ่นวายก็เพราะถังเหล่ย
ทันใดนั้นร่างของตี้เหยียนก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและปีกเปลวเพลิงสีดำด้านหลังของเขาก็กางออก และกระพืออย่างรุนแรงขนสีดำร่วงหล่นราวกับสายฝน ทหารในด่านจิงเซินต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ในเวลาเดียวกันตี้เหยียนก็เห็นร่างสองร่างอยู่บนหลังสัตว์อสูรและกำลังมุ่งหน้าไปยังูเาจู่หุน เขารู้สึกประหลาดใจว่าผู้ใดหลบหนีไปพร้อมกับถังเหล่ย?
ตี้เหยียนไม่มีเวลาให้คิดว่าผู้ใดหนีออกไปพร้อมกับถังเหล่ย เขาไม่จำเป็ต้องสนใจเื่อื่นเพราะภารกิจของเขาสำเร็จแล้ว
จากนั้นตี้เหยียนก็บินกลับไปยังทิศทางของจักรวรรดิซือฉี ในขณะที่เขากำลังบินจากไปนั้นปีกสีดำขนาดใหญ่ของเขาก็ได้วาดเส้นสีดำอยู่เหนือความว่างเปล่า
“อย่าคิดหนี!” ตี้หลินกล่าวออกมาด้วยโกรธมาก
ตี้หลินประจำการอยู่ที่ด่านจิงเซินมาหลายทศวรรษ ครั้งนี้ถือว่าเป็ความเสียหายครั้งใหญ่ ชายลึกลับไม่เพียงแต่ปล่อยให้ความหวังของเขาหลุดมือไปเท่านั้น อีกฝ่ายยังจะจากไปอย่างปลอดภัยอีกด้วย ตี้หลินจะยอมรับเื่นี้ได้อย่างไร?
ทันใดนั้นร่างของตี้หลินก็ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง เปลวไฟด้านหลังของเขามีิญญายุทธ์คล้ายกับเถาวัลย์พุ่งไปทางตี้เหยียนที่ลอยอยู่ในอากาศทันที
เมื่อตี้เหยียนเห็นเถาวัลย์เพลิงพุ่งเข้ามา เขาจึงโบกสะบัดดาบสีดำขนาดใหญ่ในมือของเขาใส่เถาวัลย์เพลิงที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่เขาสามารถป้องกันการโจมตีได้ ร่างของเขาก็พุ่งห่างออกไปอีกหลายสิบวา!
จากนั้นเถาวัลย์เพลิงค่อยๆ หดตัวลงและควบแน่นกลับเข้าสู่ร่างของตี้หลินอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะนี้บนหน้าอกของเขากลับมีรอยแผลปรากฏอยู่และมีควันสีดำลอยออกมา
“ไม่ว่าเ้าจะเป็ใคร ข้าจะไม่มีทางละเว้นชีวิตของเ้า!”
ตี้หลินพึมพำกับตัวเองด้วยความแค้น ในเวลานี้ชายลึกลับได้ดึงดูดความสนใจของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว และที่สำคัญเขาตระหนักได้แล้วว่าชายลึกลับผู้นี้จะต้องมาจากจักรวรรดิซือฉีอย่างแน่นอน!
หลังจากที่ตี้เหยียนจากไปทหารในด่านจิงเซินก็ปรากฏตัวออกมา เมื่อสถานการณ์คลี่คลายตี้หลินก็ออกคำสั่งให้ทหารทั้งหมดซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างในด่านจิงเซินให้กลับมาพร้อมใช้งาน
ตี้หลินยืนอยู่ที่ชั้นบนสุดของด่านจิงเซินเพียงลำพัง ในเวลานี้รอยแผลบนหน้าอกของเขาก็เกือบจะหายดีแล้ว และเขารู้สึกว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายยังมีความเมตตาอยู่บ้าง
“ผู้บัญชาการหลิน เพลิดเพลินกับการชื่นชมทิวทัศน์ดีหรือไม่?”
ตี้เลี่ยกล่าวขณะกำลังเดินขึ้นมาชั้นบน สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าก็ทำให้เขาโกรธเคืองเช่นกัน ถังเหล่ยอยู่ต่อหน้าเขาแท้ๆ แต่เขากลับไม่สามารถลงมือสังหารได้
“ออกไป!” ตี้หลินกล่าวอย่างเ็าโดยไม่แม้แต่จะมองตี้เลี่ย
“ข้าสามารถออกไปเมื่อใดก็ได้ แต่ท่านออกไปได้อย่างข้าหรือไม่?”
ตี้เลี่ยกล่าวอยู่ด้านข้าง ในขณะที่ตี้หลินกำลังกวาดสายตามองไปยังจักรวรรดิซือฉีอันกว้างใหญ่ จากนั้นตี้เลี่ยก็กล่าวออกมาว่า
“ข้าััได้ว่าชายลึกลับผู้นั้นคือตี้เหยียน!”
“เ้าว่าอย่างไรนะ?” ตี้หลินกล่าวด้วยความประหลาดใจ จากนั้นหันกลับไปมองตี้เลี่ยทันที
“ข้าต่อสู้กับตี้เหยียนมาหลายทศวรรษแล้ว ข้ารู้แม้กระทั่งวิธีการและการเคลื่อนไหวของเขา แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเขาได้ดาบสีดำเล่มนั้นมาจากที่ใด แต่เมื่อสังเกตจากการเคลื่อนไหวและวิธีการ ข้ามั่นใจว่าชายลึกลับผู้นั้นจะต้องเป็ตี้เหยียนอย่างแน่นอน!”
ตี้เลี่ยกล่าวอย่างมั่นใจ แม้ว่าเปลวเพลิงบนร่างของชายลึกลับจะเป็สีดำ แต่เขาก็คุ้นเคยกับวิธีการและการเคลื่อนไหวของตี้เหยียน ดังนั้นเขาจึงสามารถระบุตัวตนของอีกฝ่ายได้
“ตี้เหยียนอย่างนั้นหรือ? น่าสนใจ...”
ตี้หลินกล่าวพร้อมกับสีหน้าเศร้าหมอง เนื่องจากเขาได้รับข่าวว่าตี้ชิงจะถูกแต่งตั้งในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เมื่อถึงเวลานั้นตี้เหยียนจะกลายเป็จักรพรรดิใหญ่และคงเป็ไปไม่ได้ที่จะแตะต้องตี้เหยียน
“แน่นอนว่าตี้เหยียนไม่สามารถมอบสิ่งที่เ้า้าได้ มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยเ้าได้ก็คือข้า แต่เ้าต้องช่วยให้ข้ามีอำนาจในจักรวรรดิมากกว่านี้ แม้ว่าตี้ชิงจะขึ้นครองบัลลังก์แต่เขาก็เป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น!”
ตี้เลี่ยกล่าวอย่างเ็า แน่นอนว่าเขาไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้
“เรายังมีโอกาส หากเราผนึกกำลังกันจักรวรรดิซือฉีจะต้องอยู่ภายใต้อำนาจของเราอย่างแน่นอน!”
ตี้เลี่ยกล่าวเสียงดัง เขารู้ดีว่าหากตี้หลินออกจากด่านจิงเซินกลับไปที่จักรวรรดิซือฉีภายในจักรวรรดิจะต้องเกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาทั้งสองจะผนึกกำลังกัน แม้แต่ตี้เหยียนที่เป็จักรพรรดิใหญ่ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผลลัพธ์จะเป็เช่นไร
“ตกลง!”
ตี้หลินตอบรับทันที เขาอยู่ที่นี่มาหลายทศวรรษแล้วตราบใดที่เงื่อนไขเ่าั้มีผลลัพธ์ตามที่เขา้า เขาก็พร้อมที่จะทำตามทันที
“แล้วข้าควรทำอย่างไรกับถังเหล่ยดี หรือเราควรให้ความสนใจในจักรวรรดิของเราก่อน? เพราะไม่ว่าอย่างไรทีู่เาจู่หุนก็มีความอันตรายมากกว่าจักรวรรดิซือฉีของเรา ไม่แน่ถังเหล่ยอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมา”
ตี้เลี่ยเขากล่าวอย่างเ็า ในเวลานี้ตี้เหยียนได้ดึงดูดความสนใจของเขาไปโดยสมบูรณ์ ยิ่งไปกว่านั้นเขามีตี้หลินคอยสนับสนุนอีกแรง สิ่งนี้ทำให้เขามั่นใจว่าในอนาคตเขาจะสามารถรับมือตี้เหยียนได้
…
อีกด้านหนึ่งชายลึกลับได้บินหนีออกมาไกลพอสมควรแล้ว จากนั้นจึงร่อนลงบนยอดเขาแห่งหนึ่ง
ทันใดนั้นชายลึกลับได้ถอดชุดคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดราวกับคนป่วยของตี้เหยียน
ตี้เหยียนเก็บดาบสีดำเข้าไปในแหวนมิติทันที จากนั้นเขาก็ก้มลงมองดูที่ฝ่ามือของตนเองปรากฏว่าแม้แต่เส้นลมปราณใต้ฝ่ามือของเขาก็กลายเป็สีดำ
“สามารถกัดกร่อนิญญายุทธ์ของข้าได้ ช่างทรงพลังยิ่งนัก!”
ตี้เหยียนพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจต่อมาเขาก็นั่งลงบนพื้นควบคุมพลังปราณในร่างให้ขับกลิ่นอายสีดำในร่างกายของเขาออกไปทันที
ตี้เหยียนได้รับดาบสีดำเล่มนี้จากูเาซวงเฟิง ต่อมาเขาแอบฝึกฝนอย่างลับๆ อยู่หลายครั้งและค้นพบว่าพลังของดาบสีดำเล่มนี้ทรงพลังมาก
ตี้เหยียนใช้ดาบสีดำเล่มนี้ประมือกับทั้งตี้เลี่ยและตี้หลิน แต่ในขณะที่เขาใช้มันมันก็กัดกร่อนิญญายุทธ์ภายในร่างของเขาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูปเปลวเพลิงบนร่างกายของตี้เหยียนก็ค่อยๆ หายไป ในขณะที่สีดำบนฝ่ามือของเขาก็จางลงไปมากแล้ว
“ข้าช่วยเ้าได้เพียงเท่านี้จริงๆ หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่เ้าแล้ว!” ตี้เหยียนยืนพึมพำกับตัวเองในขณะที่เขามองไปในทิศทางของูเาจู่หุน
จากนั้นตี้เหยียนก็ขมวดคิ้วด้วยความสับสน เมื่อนึกย้อนกลับไปครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นถังเหล่ยจากไปนั้น อีกฝ่ายไม่ได้ออกเดินทางคนเดียว เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เขาก็อยากจะรู้ว่าผู้ใดหนีออกไปพร้อมกับถังเหล่ย?
เวลาผ่านไปอีกครึ่งก้านธูปตี้เหยียนจึงร่อนลงมาที่พื้นราวกับนกตัวใหญ่ และมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองจิ่วหั่วทันที เขาไม่สามารถปล่อยเวลาให้ล่วงเลยผ่านไปได้เพราะอีกไม่นานก็จะถึงพิธีาาภิเษกของตี้ชิงแล้ว เขาเกรงว่าตี้เลี่ยจะสร้างปัญหา
หลังจากที่ตี้ชิงถูกแต่งตั้งให้เป็จักรพรรดิองค์ใหม่แล้ว ตี้เหยียนจะมีอำนาจมากขึ้นเป็เท่าตัว เมื่อถึงเวลานั้นตี้เลี่ยก็จะไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับเขาได้อีกต่อไป
……
