“ยัง้าอะไรอีก รีบลุกขึ้นและไปให้พ้นหน้าข้าได้แล้ว!” เซี่ยหมางคำรามด้วยความโกรธ หากนักปรุงยาเจิ้งยังคง้าหม้อปรุงยาอยู่เขาจะต้องสังหารนักปรุงยาเจิ้งอย่างแน่นอน
นักปรุงยาเจิ้งมองดูหม้อปรุงยาของตนอย่างคับแค้นใจ ท้ายที่สุดเขาต้องเดินจากไปพร้อมกับเซี่ยหมาง หากเขายังอยู่ที่นี่แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องลงมือสังหารเขาอย่างแน่นอน
“ขอบคุณท่านอ๋อง” ถังเหล่ยผสานมือคำนับตี้เหยียนทันทีหลังจากที่เซี่ยหมางและคนอื่นๆ จากไป
ในขณะนี้จวนตี้เหยียนมีเพียงถังเหล่ยตี้เหยียนและตี้เชียนเสวี่ยเท่านั้น เนื่องจากตี้เหยียนช่วยเหลือถังเหล่ยเอาไว้ หมายความว่าทั้งสองฝ่ายจับมือกันแล้ว
อย่างไรก็ตามขณะนี้ตี้เหยียนคำนึงถึงความปลอดภัยของตี้ชิงเป็หลัก แต่ก็ต้องแลกด้วยความบาดหมางระหว่างเขาและจักรวรรดิต้าเซี่ย แม้ว่าใน่เวลาอันสั้นนี้เซี่ยหมางจะไม่มีกำลังและอำนาจมากพอที่จะยกกองทัพมาโจมตีจักรวรรดิซือฉี แต่ในอนาคตต้องเกิดเื่ที่ไม่คาดฝันขึ้นอย่างแน่นอน
“ท่านพ่อ ท่านเห็นความสามารถของถังเหล่ยแล้วใช่หรือไม่? เขาสามารถเอาชนะเซี่ยหมางได้อย่างเหนือชั้น จนอีกฝ่ายถึงกับอาเจียนเป็เืออกมา ยิ่งไปกว่านั้นทักษะการปรุงยาของเขาได้เป็ที่ประจักษ์แล้ว ตี้ชิงจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน” ตี้เชียนเสวี่ยมีความสุขมากหลังจากที่ถังเหล่ยสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้
ในขณะนี้ตี้เหยียนกำลังมองกลุ่มของเซี่ยหมางจากไปด้วยแววตาที่เป็กังวล เขาหันกลับมามองถังเหล่ยพร้อมกับขมวดคิ้ว เขารู้สึกสับสนกับชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเป็อย่างมาก สิ่งที่ทำให้เขาจิตตกเล็กน้อยก็คือพฤติกรรมของถังเหล่ยที่หลอกให้นักปรุงยาเจิ้งทำผิดพลาดในการประลอง
หากนึกย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ถังเหล่ยต่อสู้กับเซี่ยหมาง เขาแสดงให้เห็นว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นมีมากกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันมาก และวิธีคิดของเขาช่างแตกต่างจากใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเขาโดยสิ้นเชิง
ในเวลานี้ตี้เหยียนรู้สึกสับสนว่าชายที่ปรากฏตัวในจวนของเขานั้นคือความโชคดีที่์ประทานมาให้หรือเป็คำสาปจากนรกกันแน่
“เสวี่ยเอ๋อร์กลับไปก่อน ข้ามีเื่ต้องคุยกับคุณชายถัง!” ตี้เหยียนมองถังเหล่ยแล้วกล่าวเสียงเรียบ
“ท่านพ่อ...” ตี้เชียนเสวี่ยยังไม่อยากจากไปในตอนนี้ นางกังวลว่าบิดาของนางจะทำไม่ดีกับถังเหล่ย
“ไม่ต้องกังวล คุณชายถังมาเพื่อช่วยตี้ชิง ไม่มีความจำเป็ที่ข้าต้องทำเื่ไม่ดีกับเขา ข้าเพียง้าจะถามอะไรเขาสักหน่อย” ตี้เหยียนรู้ว่าตี้เชียนเสวี่ยกำลังคิดอะไรอยู่
ตี้เชียนเสวี่ยเหลือบมองที่ถังเหล่ยเล็กน้อย นางไม่สามารถขัดคำสั่งของบิดาของตนได้และท้ายที่สุดนางก็ต้องออกจากเรือนใหญ่
ในขณะนี้ภายในเรือนใหญ่เหลือเพียงถังเหล่ยและตี้เหยียนเท่านั้น เหตุการณ์ก่อนหน้าถือว่าทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก อีกฝ่ายได้แสดงทักษะการต่อสู้ วิธีคิด และทักษะการปรุงยาให้เขาเห็นแล้ว
หากสายตาของตี้เหยียนยังมองว่าถังเหล่ยผู้นี้เป็คนปกติเหมือนผู้ฝึกตนคนอื่น ก็หมายความว่าดวงตาของเขาคงต้องได้รับการรักษาแล้ว
“คุณชายถังทำให้ข้าตาสว่างขึ้นมาก!” ตี้เหยียนโค้งคำนับและผสานมือให้ถังเหล่ย พร้อมกับลดท่าทีอันสูงส่งลง
“กลอุบายเล็กๆ น้อยๆ ของข้าน้อยไม่มีอะไรให้ท่านอ๋องต้องใส่ใจ” ถังเหล่ยกล่าวอย่างนอบน้อมทันทีเมื่อได้ยินคำยกย่องของตี้เหยียน
“คุณชายถังถ่อมตนเกินไป โปรดยกโทษให้ข้าด้วยหากทำให้คุณชายต้องอับอาย!” ตี้เหยียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ข้ามีข้อสงสัยอยู่ไม่มาก อย่างแรกก็คือเหตุใดคุณชายจึงมาที่จวนของข้า และอีกอย่างคือคุณชายรู้จักกับตี้เชียนเสวี่ยได้อย่างไร?"
ตี้เหยียนกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมาทันที เขาคาดว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็คนจากตระกูลหรือขั้วอำนาจใหญ่อย่างแน่นอน
“ข้าน้อยมาที่นี่เพราะนางขอให้ข้าน้อยช่วยตี้ชิง ส่วนเื่ที่ข้าน้อยรู้จักกับตี้เชียนเสวี่ยนั้น... นางตามตื้อข้าน้อยเอง” ถังเหล่ยกล่าวอย่างเ็า
แม้ว่าคำกล่าวของถังเหล่ยจะเป็ความจริง แต่เห็นได้ชัดว่าตี้เหยียนไม่พอใจกับสิ่งที่เขากล่าว
“คุณชายถังไม่ใช่คนในจักรวรรดิซือฉีใช่หรือไม่?” ตี้เหยียนถามอีกครั้ง
ความจริงแล้วตี้เหยียนมีคำถามมากมายอยู่ภายในใจ ไม่ว่าจะเป็ภูมิหลังของอีกฝ่าย หรือแม้กระทั่งอาจารย์ของอีกฝ่ายมีนามว่าอย่างไร?
สิ่งที่ถังเหล่ยแสดงออกมาทำให้ผู้คนในตระกูลตี้ต้องตกตะลึง แต่ในเวลานี้คำถามมากมายยังไม่สามารถถามออกมาได้เพราะจะเป็การเสียมารยาทมากเกินไป โดยรวมแล้วถังเหล่ยตอบคำถามของตี้เหยียนด้วยความจริงทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามตี้เหยียนยังคงกังวลเกี่ยวกับตัวตนของถังเหล่ย เขาเกรงว่าอีกฝ่ายจะเป็คนจากจักรวรรดิอื่นที่้าทำลายจักรวรรดิซือฉีของเขา แต่เหตุผลที่แท้จริงของถังเหล่ยคือวัตถุดิบบ้างอย่างในจักรวรรดิซือฉี แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขา้านั้นไม่สามารถกล่าวออกมาตรงๆ ได้
สิ่งที่ถังเหล่ย้านั้นคือศิลาเพลิงิญญา และแน่นอนว่าเขาได้ตกลงกับตี้เชียนเสวี่ยแล้ว!
“ข้าน้อยรู้ว่าท่านอ๋องมีคำถามมากมายเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของข้าน้อย แต่ในขณะนี้ข้าน้อยไม่สามารถตอบคำถามของท่านอ๋องได้ ท่านอ๋องสามารถถามตี้เชียนเสวี่ยเกี่ยวกับตัวตนของข้าน้อยได้ และที่สำคัญข้าน้อยไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ” ถังเหล่ยกล่าวอย่างสงบ
ความหมายของถังเหล่ยนั้นชัดเจน เขาไม่สามารถบอกความลับและสิ่งที่เขา้าได้ แต่เขาไม่มีเจตนาร้ายอย่างแน่นอน
นี่คือสิ่งที่ตี้เหยียนกังวลที่สุด อย่างไรก็ตามตราบใดที่ถังเหล่ยไม่มีเจตนาร้ายเขาก็ไม่จำเป็ต้องสนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว และเขายังตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนของจักรวรรดิลอยฟ้าอวิ๋นซ่างอย่างแน่นอน
เขาขอเพียงถังเหล่ยช่วยให้ตี้ชิงผ่านความยากลำบากนี้ไปได้ พวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องล่วงรู้ที่มาหรือภูมิหลังของถังเหล่ย และหากเขาเอาแต่ตั้งคำถามมันอาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่สบอารมณ์อย่างแน่นอน
ตี้เหยียนเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงเผยรอยยิ้มบนใบหน้า นอกจากนี้เขายังตระหนักได้ว่าถังเหล่ยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับจักรวรรดิ
หลังจากนั้นไม่นานตี้เหยียนก็ผุดอีกหนึ่งความคิดขึ้นมา ทันใดนั้นเขาก็หยุดยิ้มและจ้องมองไปยังถังเหล่ยอีกครั้ง ในเวลานี้สิ่งที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่มีความเป็ไปได้และค่อนข้างสมเหตุสมผล จึงกล่าวถามไปว่า
“อะแฮ่ม! ข้ารู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งที่คุณชายถังอาสาช่วยตี้ชิง และรู้สึกยินดีที่คุณชายถังไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อพวกเรา แต่ข้าอยากจะถามคุณชายอีกคำถามได้หรือไม่?”
ในขณะนี้สีหน้าแปลกๆ ของตี้เหยียนทำให้ถังเหล่ยรู้สึกสับสนเป็อย่างมาก
“ท่านอ๋องเชิญถาม” ถังเหล่ยตอบรับทันที
“คุณชายถังดูอายุยังน้อย ข้าเดาว่าคุณชายคงยังไม่ได้แต่งงานและตี้เชียนเสวี่ยเองก็ดูประทับใจในตัวคุณชายถัง ความจริงแล้วพวกเ้าทั้งสองคน…?”
ถังเหล่ยแทบจะสำลักน้ำชาต่อหน้าตี้เหยียน อีกฝ่ายคิดมากเกินไปหรือไม่?
“ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล ข้าน้อยไม่มีทางคิดเช่นนั้นกับตี้เชียนเสวี่ยแน่นอน!” ถังเหล่ยกล่าวพร้อมเช็ดเหงื่อบนใบหน้า
“เ้าหมายความว่าอย่างไร เ้าคิดว่าข้าไม่เหมาะสมกับเ้าอย่างนั้นหรือ?”
เสียงของตี้เชียนเสวี่ยดังมาจากนอกประตู!
……
