สำหรับหูต้าเซียนนั้น เปลวเพลิงระดับนี้ไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย หลังจากปัดฝุ่นผงตามเนื้อตัวแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนโดยไร้าแแม้แต่นิด
เมื่อเห็นการโจมตีที่ตุ๊กตากระดาษต้องแลกด้วยชีวิตกลายเป็เถ้าถ่าน ลู่เต้าวางมือบนด้ามกระบี่อสูรที่เอว พร้อมหลั่งน้ำตาด้วยความอาดูร “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเป็คนทำให้การเสียสละของพวกนางมีความหมายเอง!”
มือขวาของเขาดึงกระบี่อสูรออกมาอย่างแรง ลำแสงสีเงินพุ่งเข้าใส่หูต้าเซียน
หูต้าเซียนเห็นลู่เต้าถือกระบี่ผุพังคิดจะสังหารตนก็แค่นเสียงเยาะหยัน “หึ! แค่เ้ากับกระบี่ผุพังเล่มนี้นี่นะหรือ”
เขาใช้ไม้ปัดรังควานที่ทำจากเหล็กกล้าชั้นดีมากั้นไว้ด้านหน้า เสียงดัง “เคร้ง” กระบี่ปะทะเข้ากับไม้ปัดรังควานจนจุดติดประกายไฟกระเด็น
ฝ่ามือลู่เต้าชาไปหมด กระบี่อสูรจึงหลุดมือจนต้องะโถอยหลังออกมา
หูต้าเซียนที่โดนพิษแปลกประหลาดคิดที่จะสู้ให้จบโดยเร็ว ขณะที่ลู่เต้าถอยห่าง เขาก็ขว้างเข็มเงาออกไปอย่างรวดเร็ว ใครจะคิดว่าลู่เต้ากลับคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เขาใช้สองนิ้วคีบเข็มเอาไว้ได้
‘ใช้อาวุธลับอีกแล้ว!’ ลู่เต้าสะบัดมือขว้างเข็มกลับไป พร้อมตวาดลั่น “เอาคืนไป!”
หูต้าเซียนที่ขบขันรับเข็มไว้โดยไม่เปลืองแรง พลางตรองในใจ ‘ข้าจะรับเข็มของตัวเองไม่ได้หรือไร...’
ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อย เข็มเงินเล่มหนึ่งที่ส่องประกายเย็นะเืปักเข้าไปในเนื้อ ลึกจนเหลือเพียงส่วนเล็กๆ โผล่ออกมาเท่านั้น
เขาคิดในใจอย่างงุนงง ‘เห็นอยู่ชัดๆ ว่าข้ารับเข็มเงาไปแล้วนี่ แล้วเข็มเล่มนี้มาจากที่ใดกัน’
ที่แท้ตอนที่ลู่เต้ารับเข็มเงาไว้ เขาก็แอบขว้างเข็มเงาที่แย่งมาจากมือจินเลี่ยงออกไปด้วย โดยเล็งไปที่เงาหูต้าเซียน แต่เพราะฝีมือยังไม่ถึงขั้น เข็มจึงปักเข้าที่ร่างหูต้าเซียนโดยไม่ตั้งใจ
ถึงแม้เข็มเล่มนี้จะไม่ได้สร้างาแร้ายแรงนัก แต่ก็ทำให้หูต้าเซียนใ กำลังภายในที่ใช้สะกดพิษไว้พลันอ่อนกำลัง พิษที่สะกดเอาไว้เหมือนเจอช่องโหว่ก็ไหลทะลักไปทั่วสรรพางค์กาย
‘แย่แล้ว!’ หูต้าเซียน้าสะกดพิษโอสถอีกครั้ง แต่ก็สายไปเสียแล้ว
พิษแผ่ซ่านไปทั่วร่าง หูต้าเซียนมิอาจต้านทานได้อีกต่อไป เขาทำได้เพียงปกป้องไม่ให้พิษกัดกร่อนหัวใจเท่านั้น
‘น่าโมโหนัก!’ เขามองลู่เต้าด้วยความแค้น “เป็เ้าเองนะที่บีบบังคับข้า!”
ว่าแล้วหูต้าเซียนก็หยิบกล่องปักลายอักษรผ้าไหมออกมาจากอกเสื้อแล้วเปิดออก บนผ้าแพรสีม่วงนั้นปรากฏโอสถนิลกลมเกลี้ยงขนาดเท่าผลลิ้นจี่เม็ดหนึ่งวางอยู่
‘หือ?’ เมื่อลู่เต้าเห็นเช่นนั้น เขาก็รู้สึกว่าของสิ่งนี้ดูคล้ายกับเมล็ดพันธุ์สืบทอดยิ่งนัก
‘หากยังไม่ถึงที่สุดจริงๆ โอสถนิลนี้ก็ห้ามใช้เด็ดขาด’ หูต้าเซียนวางโอสถนิลไว้บนอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาขบฟันแน่น “ต่อให้ข้าต้องตาย...ก็จะลากเ้าไปด้วย! มีเ้าเป็เพื่อนร่วมทางบนเส้นทางแห่งปรโลก ข้าก็ไม่ต้องเหงาแล้ว!”
โอสถนิลค่อยๆ ซึมเข้าไปในร่างหูต้าเซียน ใน่แรกก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่นานนัก จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นคำรามใส่ท้องนภายามราตรีนอกหน้าต่างห้องหลอมโอสถ พลังงานอันทรงพลังะเิออกมาจากตัวเขา พัดพาทุกสิ่งทุกอย่างปลิวว่อนไปทั่วห้องหลอมโอสถ พื้นดินที่ถูกพลังิญญาแผ่ออกเกิดรอยร้าวคลับคล้ายใยแมงมุม
ดวงตาหูต้าเซียนแดงก่ำ เค้าหน้าเปี่ยมไปด้วยความบ้าคลั่ง รอยยิ้มเยาะเหยียดกว้าง “พลังกลับคืนมาแล้ว! ไม่สิ! นี่เป็ขอบเขตที่ข้าไม่เคยบรรลุถึงมาก่อน แม้กระทั่งก่อนจะาเ็ด้วยซ้ำ!”
ลู่เต้าที่ตกตะลึงคิดในใจ ‘ตาแก่สารเลวนี่ทำอะไรกันแน่ ทำไมพลังิญญาในร่างของมันถึงรุนแรงกว่าเดิมอีกเล่า’
จิตสังหารของหูต้าเซียนเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน เขาไม่เสวนาให้มากความ แม้จะอยู่ห่างจากลู่เต้าระยะหนึ่ง แต่เขาก็ตั้งท่าดูดิญญาแล้ว
ลู่เต้าเคยลิ้มรสความร้ายกาจของฝ่ามือดูดิญญา เขาจึงตั้งท่าเตรียมรับมือ
ใครจะรู้ว่าครั้งนี้เขาไม่ได้ถูกแรงดึงดูดอันทรงพลังดึงออกไป แต่พลังิญญาในร่างกลับไหลออกไปโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ พลังิญญาที่ไหลออกไปทั้งหมดถูกหูต้าเซียนดูดซับไปแล้ว
พลังิญญาเป็บ่อเกิดแห่งพลังของผู้ฝึกตน เมื่อพลังิญญาของลู่เต้าถูกดูดไปมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็รู้สึกแขนขาอ่อนแรง ความรู้สึกอื้ออึงเข้าครอบงำร่าง
ลู่เต้าเริ่มยันตัวไม่ไหว เข่าซ้ายทรุดไปกับพื้นทันใด เมื่อพลังิญญาถูกดูดออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ แก่ชราลง
‘นี่คือ ‘ฝ่ามือดูดมาร’ ที่สามารถดูดิญญาิญญาของคนอื่นได้จากระยะไกลหรือ’ ลู่เต้าที่ดิ้นรนต่อต้านกัดปลายลิ้นจนเืออก เขาใช้ความเ็ปช่วยดึงสติกลับไม่ให้ตนเองหมดสติไป
หูต้าเซียนยิ้มเยาะ “ข้าจะดูดิญญาชีวิตของเ้าให้กลายเป็ศพแห้งซะ!”
ดวงตาสีเืของหูต้าเซียนเปล่งประกายเจิดจ้า ลู่เต้ารู้สึกว่าพลังิญญาในร่างกายไหลออกไปเร็วขึ้น
‘แย่แล้ว!’ กว่าเขาจะได้สติคิดจะหลบหนี ขาขวาตนก็ทรุดร่วงตามลงไปแล้ว
หลบหนีไม่ได้ก็เหมือนเนื้อบนเขียง จะฆ่าจะแกงก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายแล้ว
หูต้าเซียนยังคงใช้พลังต่อไป เขาหมายจะทำให้ลู่เต้ากลายเป็ศพแห้ง เพื่อล้างแค้นที่อีกฝ่ายขวางขัดตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในขณะที่ลู่เต้าคิดว่าตนเองต้องจบชีวิตลงแล้ว ทันใดนั้น กระแสความร้อนพลันพุ่งขึ้นมาจากท้องน้อย มันดิ่งตรงขึ้นมาจากทะเลิญญา
อะไรนะ หูต้าเซียนที่กำลังดูดิญญาิญญาััได้ถึงความผิดปกติในร่างลู่เต้าเช่นกัน เขาจึงเพิ่มแรงดูด และสาบานว่าจะดูดิญญาของลู่เต้าให้หมดให้สิ้น!
“...แค่ผนึกเศษเดนพวกนี้ก็คิดจะกักขังข้าไว้หรือ” และแล้วเสียงที่ไม่ได้ยินมานาน ก็ดังกระทบโสตประสาท
จากนั้นก็มีมือปรากฏขึ้นในทะเลิญญา นิ้วดีดไปที่ผนังด้านในผนึกเบาๆ ผนึกทั้งหมดพลันแตกสลาย
หูต้าเซียนขมวดคิ้ว ฝ่ามือดูดมารที่เป็วิชาถนัดจู่ๆ ก็ใช้ไม่ได้ผล ทั้งๆ ที่ลู่เต้าคุกเข่าอยู่ตรงหน้ายังไม่กลายเป็ศพแห้ง แต่เขากลับดูดิญญาของอีกฝ่ายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
‘มันผนึกพลังิญญาเอาไว้ในร่างหรือ เป็ไปได้อย่างไรกัน’ หูต้าเซียนคิดในใจ
ลู่เต้าก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่เอ่ยวาจาใดๆ จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็เงยหน้าขึ้นยืนอย่างช้าๆ
ท่าทางไร้เดียงสาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง ทั่วทั้งร่างเปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ
“ตาแก่บัดซบ เ้าอีกแล้วหรือ” ไป๋เสียกล่าวด้วยท่าทางโอหัง
คำพูดสี่คำนี้ราวกับคมดาบที่แทงเข้าไปในหัวใจหูต้าเซียน ปลุกความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในใจของเขาขึ้นมา
“จะ...เ้าเป็ใครกันแน่!”
“ไม่แปลกที่เ้าจำข้าไม่ได้ หลังจากที่เราจากกันที่ซากโบราณสถานก็ผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว” ไป๋เสียยิ้มพลางสวมหน้ากากสัมฤทธิ์
หลังจากที่หน้ากากแนบติดกับใบหน้าและบิดเบี้ยวไปมา ใบหน้าเดิมของไป๋เสียก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหูต้าเซียนผู้มีดวงตาสีแดงประหนึ่งเล่นกล
เมื่อหูต้าเซียนเห็นใบหน้านั้น ขาทั้งสองข้างก็สั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำหวนคืนสู่ค่ำคืนที่เขาถูกศพั์ต่อยจนาเ็สาหัสเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ภายในสุสานอันน่าขนลุก คนที่ซ่อนตัวอยู่ในอนธการ...มีหน้าตาเหมือนกับคนตรงหน้าไม่ผิดเพี้ยน!
“เ้า!!!” หูต้าเซียนเบิกตาโพลงและะโด้วยความใ
ในจังหวะนั้นเอง ทันใดนั้นก็มีลมพัดมาจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็พบว่ากระบี่ผุพังที่ถูกปัดกระเด็นไปก่อนหน้านี้กลับลอยอยู่กลางอากาศ และกำลังพุ่งเข้าใส่เขา!
‘กระบี่ิญญา!’ หูต้าเซียนตกตะลึง เขาตั้งท่ามั่นคงก่อนจะแอ่นตัวไปด้านหลัง แสงสีเงินวาบผ่าน กระบี่อสูรเฉียดผ่านหน้าอกเขาไป
ในอีกมุมหนึ่ง เขาก็เห็นกระบี่บินกลับไปวนรอบลู่เต้าอย่างร่าเริงหลายรอบ ก่อนจะร่อนลงบนมือของอีกฝ่ายอย่างมั่นคง
