จูชิงเองก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ตนกำลังอ่านตำราอักขระิญญาอยู่ในหอคัมภีร์ เหตุใดถึงเดินออกมาจากหอคัมภีร์ได้ ทั้งยังตอบรับสารท้าประลองโดยไร้สติไม่รู้ตัว
ครั้นได้คำยินอธิบายของจูชิง ซั่งกวานซงทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ คำสาปวาทะิญญาหอเทวาลัยเป็คำสาปที่เล่าขานในตำนาน แท้จริงแล้วพลานุภาพเป็อย่างไรซั่งกวานซงก็ไม่รู้ชัดแจ้งนัก ซึ่งการกระทำแปลกประหลาดของจูชิงอาจเป็ผลมาจากคำสาปวาทะิญญาก็เป็ได้
ทว่าหอเทวาลัยมั่นใจยิ่งยวดว่าเด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับเจตจำนงกระบี่จะสามารถเอาชนะจูชิงได้ แต่จูชิงนั้นก็ไม่ได้อ่อนแอ แม้ว่าจะไม่มีเขตแดนลมปราณของตราประทับหินฟ้าทะมึนเขาก็ยังสามารถประมือกับขั้นสั่งสมได้โดยไม่มีทางดับสิ้นวายชีวา
“เ้ามั่นใจแค่ไหน?” ซั่งกวานซงเอ่ยถาม เนื่องจากมันข้องเกี่ยวกับคำสาปวาทะิญญา อย่างไรเสียการท้าประลองนี้ก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว
“ถ้าเย่หงเฉินเป็ขั้นหลอมลมปราณ ข้ามั่นใจเต็มร้อยว่าข้าเอาชนะได้ ทว่าเขาเป็ขั้นสั่งสม โอกาสน่าจะห้าสิบห้าสิบ” จูชิงขมวดคิ้ว
คำพูดที่ดูเจียมเนื้อเจียมตัวนี้ทำให้หมู่ชนตะลึงจังงัน กระทั่งสือจ้งยังมองจูชิงอย่างเหลือเชื่อ ห่างกันหนึ่งขั้นพลังใหญ่แต่กลับบอกว่ามีโอกาสชนะ 50% อย่างนั้นรึ?
ถ้าเป็สถานการณ์ปกติ ขั้นสั่งสมกับประมือกับขั้นหลอมลมปราณ ไม่ว่าอย่างไรขั้นหลอมลมปราณก็เป็ฝ่ายเสียเปรียบ ต่อหน้าขั้นสั่งสม ขั้นหลอมลมปราณไม่ต่างอะไรกับมดปลวก
แม้ว่าทวีปเฉียนหยวนจะขาดแคลนอัจฉริยะทำให้การท้าทายแบบที่ขั้นพลังห่างชั้นเช่นนี้เกิดขึ้นบ้างเป็ครั้งคราว ทว่าก็ไม่ถึงกับห่างกันหนึ่งขั้นพลังใหญ่!
อีกทั้งเย่หงเฉินที่เกิดมาพร้อมกับเจตจำนงกระบี่ยังเป็ศิษย์ของนักพรตซานชือ แน่นอนว่าทรัพยากรกับเส้นทางวิถียุทธ์ที่ได้รับย่อมเหนือชั้นกว่าคนทั่วไปในทวีปเฉียนหยวน
ด้วยพร์ที่ยอดเยี่ยมกอปรกับการชี้แนะจากอาจารย์ผู้เลื่องชื่อ ขั้นบำเพ็ญเพียรของเย่หงเฉินจึงพุ่งทะยานอยู่ในระดับแนวหน้าของจอมยุทธ์รุ่นราวคราวเดียวกัน ขั้นสั่งสมรุ่นเก่าอาจยังไม่ใช่คู่ประมือของเย่หงเฉิน
“โอกาสชนะ 50% ถือว่าไม่น้อย แต่ก็ยังอันตรายเกินไป” ซั่งกวานซงขมวดคิ้ว
“ไม่ต้องกังวล ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือน” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
“ผู้าุโสือจ้ง ในหนึ่งเดือนนี้ โปรดช่วยชี้แนะให้กับจูชิงด้วย” ซั่งกวานซงพูดกับสือจ้ง
สือจ้งพยักหน้า “วางใจเถอะ!”
สือจ้งเป็ผู้าุโของขุนเขากระบี่เทียนหยวน ความแข็งแกร่งเรียกว่าอยู่อันดับต้นๆ การที่ให้เขาเป็อาจารย์ช่วยชี้แนะนับว่าเป็ความใฝ่ฝันของศิษย์หลายๆ คนในขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“ข้าจะยับยั้งขั้นบำเพ็ญเพียรเป็ขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้าเท่ากับขั้นบำเพ็ญเพียรในปัจจุบันของเย่หงเฉิน!” ในสนามฝึกซ้อม ผู้าุโสือจ้งถือกระบี่หนักมองจูชิง
“ท่านผู้าุโ ขอความกรุณาด้วย!” จูชิงโค้งคำนับ กายาสั่นสะท้านเข้าสู่สภาวะไร้เงา!
“เงาร่างแสงถวิลของเ้าสำนัก!” สือจ้งตะลึงงัน มันคือทักษะวิชาของขุนเขากระบี่เทียนหยวน นอกจากเ้าสำนักรุ่นก่อน ผู้าุโเก่าแก่บางคนยังไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะฝึกฝน ทว่าเ้าสำนักกลับถ่ายทอดวิชานี้ให้กับจูชิง เดิมทีสือจ้งรู้อยู่แล้วว่าสถานะของจูชิงนั้นไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดมาก่อนว่าจะถึงขั้นนี้ ถึงขนาดที่เ้าสำนักจะยกตำแหน่งเ้าสำนักคนต่อไปให้กับจูชิง
“เคร้ง!” ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตปะทะกับกระบี่ในศิลา จูชิงออกจากสภาวะไร้เงา ตัวกระเด็นลอยไปไกลหลายสิบเมตร ร่างทั้งร่างสั้นเทิ้มไม่หยุด!
หลังจากที่ปะทะกับกระบี่ของสือจ้ง จูชิงก็ตระหนักได้ว่ากระบี่ที่ผู้าุโสือจ้งถือนั้นหนักเพียงใด แค่ปะทะครั้งเดียว แขนทั้งแขนก็ชาไปชั่วขณะหนึ่งแล้ว
“เคร้ง!” จูชิงกระเด็นลอยไปอีกครั้ง!
ช่องว่างระหว่างขั้นหลอมลมปราณสามชั้นฟ้ากับขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้านั้นมากเกินไป ผู้าุโสือจ้งกลายเป็ฝ่ายควบคุมสถานการณ์โดยสมบูรณ์
“ถ้าเ้ามีฝีมือแค่นี้ สู้กับเย่หงเฉินจะเป็อันตรายมากกว่าผลดี” สือจ้งขมวดคิ้ว
ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับเจตจำนงกระบี่นั้นแข็งแกร่งมาก ทั้งยังมีพร์ที่เหนือจินตนาการในวิถีแห่งกระบี่ สือจ้งไม่รู้ว่าเย่หงเฉินแข็งแกร่งถึงระดับไหน สำหรับผู้ที่์โปรดปรานจะบอกว่าทรงพลังพลิกฟ้าทลายปฐีนั้นไม่เกินเลยไปแต่อย่างใด
ผู้าุโสือจ้งยังไม่ได้สำแดงพลังทั้งหมดก็สามารถปราบปรามจูชิงได้อยู่หมัด เย่หงเฉินที่เกิดมาพร้อมกับเจตจำนงกระบี่ก็ต้องทำได้เช่นกัน
“ไม่ใช่แค่นี้!” ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตประกายแสงแวบหนึ่ง กระบี่ทมิฬฟาดฟันราวกับพายุคลั่ง
“โกลาหลผกผัน!” พายุกระบี่เคลื่อนตัวครอบคลุมผู้าุโสือจ้ง!
“กระบวนท่ากระบี่ลึกลับอะไรเช่นนี้!” สือจ้งตาเป็ประกาย เขาเป็ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนย่อมรู้จักวรยุทธ์ของขุนเขากระบี่เทียนหยวนเป็อย่างดี ซึ่งวรยุทธ์ลึกลับนี้ไม่ใช่ของขุนเขากระบี่เทียนหยวนอย่างแน่นอน
“คงได้มันมาจากข้างนอกสินะ” สือจ้งครุ่นคิดในใจ
กระบวนท่าโกลาหลผกผันลึกล้ำแสนพรรณนา แม้แต่สือจ้งยังต้องรับมืออย่างระมัดระวัง เหวี่ยงกระบี่หนักต่อต้านพายุกระบี่ไม่หยุดยั้ง
ไม่นานนัก ผู้าุโสือจังก็ค้นพบว่ากระบี่จริงกับกระบี่ลวงนั้นยากหยั่งถึง พอเขาคิดว่าสามารถทำลายมันได้ในเสี้ยววินาทีนั้น มันกลับเป็ภาพลวงตา
แต่จะเพิกเฉยต่อมันก็ไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่คิดว่ามันเป็ภาพลวงตา กระบี่นั่นก็จะกลายเป็ของจริงในทันที!
“ความจริงกับลวงตา ลวงตากลายเป็ความจริง ลึกลับหาที่เปรียบไม่ได้!” ผู้าุโสือจ้งมองร่องรอยกระบี่ที่อยู่บนเสื้อผ้าของตัวเองพลางยิ้ม ยิ่งจูชิงแข็งแกร่งเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเป็ปีติมากขึ้นเท่านั้น
“คิดว่าจะสามารถเอาชนะข้าได้ด้วยกลอุบายนี้ เ้ายังไร้เดียงสานัก!” ผู้าุโสือจ้งหัวเราะลั่น เหวี่ยงกระบี่หนักประหนึ่งูเาถล่มพสุธา พายุกระบี่แหลกสลายเป็เสี่ยงในพริบตาเดียว!
โกลาหลผกผันคือทักษะวิชาสูงสุด ความลึกลับของท่วงท่ากระบี่ ไม่มีวรยุทธ์ในทวีปเฉียนหยวนสามารถทัดเทียม จอมยุทธ์ในขั้นระดับพลังเดียวกันไม่มีใครสามารถเอาชนะกระบวนท่ากระบี่ของจูชิงได้
ทว่าผู้าุโสือจ้งลดขั้นบำเพ็ญเพียรตัวเองเหลือเพียงขั้นสั่งสมหนึ่งชั้นฟ้า กระนั้นก็ยังแข็งแกร่งกว่าจูชิงมาก เมื่อสำแดงพลังกระบี่หนักจึงสามารถทำลายโกลาหลผกผันของจูชิงได้อย่างง่ายดาย!
“ข้าแพ้แล้ว!” จูชิงเก็บง้าวปีศาจิญญาอำมหิต
“เป็กระบวนท่าที่ไม่เลว!” ผู้าุโสือจ้งยิ้ม โกลาหลผกผันสร้างความประหลาดใจให้กับสือจ้งเป็อย่างมาก ด้วยความลึกล้ำของกระบวนท่านี้ ถ้าต้องประมือกับเด็กหนุ่มที่มีเจตจำนงกระบี่น่าจะไม่เสียเปรียบอย่างที่คิด
หลังจากบอกลาผู้าุโสือจ้ง จูชิงก็กลับไปยังที่พักของตัวเอง เข้าไปในโลกหินโลหิต์ ฝึกฝนทักษะการยิงธนู
หนึ่งเดือนผ่านไป เพราะมีผู้าุโสือจ้งช่วยฝึกฝน ทักษะวิชากระบี่ของจูชิงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ
ทักษะการยิงธนูเองก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ในที่สุดเขาก็สามารถจับพิกัดลมปราณของอีกฝ่าย เริ่มยิงธนูตอบโต้ผู้พิทักษ์โลหิต์ได้บ้างแล้ว
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว เ้าพร้อมแล้วหรือยัง?” ซั่งกวานซงเอ่ยถามจูชิง
“ไม่มีปัญหา” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
ัคะนองน้ำน้อย สุนัขโลกันตร์สามหัวและเก้าหางติดตามอยู่ข้างกายจูชิง เมื่อซั่งกวานซงเปิดรูหนอน พวกเขาทั้งหมดก็หายเข้าไปข้างใน!
ณ มหาทวีปทักษิณเทวาลัย หอเทวาลัยเป็ผู้ทรงอิทธิพลของมหาทวีปแห่งนี้ เมื่อรูหนอนปรากฏบนท้องฟ้าเหนือหอเทวาลัย มุมปากของนักพรตซานเฟิงกับนักพรตซานซาพลันกระตุกยิ้ม ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่รู้ถึงความน่ากลัวของจูชิง ลำพังแค่สมบัติล้ำค่าที่สามารถสร้างเขตแดนลมปราณก็ทำให้คนนับไม่ถ้วนต้องหวาดหวั่น แต่ที่นี่คือหอเทวาลัย ถึงมีสิ่งนั้นก็ไม่มีประโยชน์
“หงเฉิน เขาคือคนที่ฆ่าอาจารย์ของเ้า จะออมมือไม่ได้เด็ดขาด” นักพรตซานเฟิงกล่าว
“ท่านอาวางใจเถิด เ้านั่นจะต้องตายบนสังเวียนเป็ตาย” เย่หงเฉินแสยะยิ้ม ในสายตาราวกับมีกระบี่คมกริบพุ่งออกมาจากดวงตาทั้งสอง
“หวังว่าพวกเ้าจะไม่เล่นตุกติก มิฉะนั้นขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่ปล่อยพวกเ้าไปแน่” ซั่งกวานซงมองจูชิงที่ยืนอยู่บนสังเวียนเป็ตายกับเย่หงเฉิน
“มันคือการประลองอย่างยุติธรรม ใครจะอยู่หรือใครจะตายขึ้นอยู่กับว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน” นักพรตซานเฟิงยิ้ม ไม่ได้สนใจคำข่มขู่ของซั่งกวานซงแต่อย่างใด
“เ้ามีสิ่งที่ข้า้า!” เย่หงเฉินมองจูชิง ดวงตาร้อนเร่าดั่งเพลิงผลาญ
จูชิงเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เขาััได้ถึงลมปราณผิดปกติแผ่ซ่านออกมาจากเย่หงเฉิน
“เคร้ง!” ทันใดนั้นเองจูชิงกับเย่หงเฉินก็เคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน พวกเขาทั้งสองไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง สิ่งเดียวที่จะตัดสินได้ก็คือผู้ชนะ!
“เคร้ง!” ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตสั่นสะท้าน เกิดความเสียหายเล็กน้อย
นี่เป็ครั้งแรกที่ง้าวปีศาจิญญาอำมหิต ศัสตราวุธิญญาขั้นลึกลับได้รับความเสียหายจากการปะทะ มันเป็ไปได้อย่างไร!
“สังหารเทวาลัย เ้ามอบสังหารเทวาลัยให้กับเขางั้นรึ!” ซั่งกวานซงหน้าเปลี่ยนสี สังหารเทวาลัยเปรียบเสมือนศัสตราวุธิญญาอันดับหนึ่งของทวีปเฉียนหยวน กระทั่งกระบี่เก้าเมฆาของขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังด้อยกว่าระดับหนึ่ง!
นักพรตซานเฟิงยิ้มเล็กน้อย “สังหารเทวาลัยจะเข้าตาพวกเ้าขุนเขากระบี่เทียนหยวนได้อย่างไร จากฐานพลังของขุนเขากระบี่เทียนหยวนน่าจะมีศัสตราวุธดีๆ มากมายไม่ใช่รึ”
“บัดซบ!” ซั่งกวานซงเป็โทสะ!
อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นง้าวปีศาจิญญาอำมหิตถูกสังหารเทวาลัยฟันหักเป็สองส่วน ศัสตราวุธิญญาที่จูชิงได้มาจากเกาะหลัวโหว เพลานี้ถูกทำลายแล้ว!
จูชิงหน้าเปลี่ยนสี ฝักดาบจักรพรรดิประจักษ์ในมือ เขาสะบัดมือเล็กน้อย ปราณดาบเส้นหนึ่งพวยพุ่งทลายอากาศ
“ตู้มม!” กระบี่สังหารเทวาลัยสว่างวาบ ทำลายปราณดาบแหลกสิ้น
เย่หงเฉินเหยียดยิ้มไม่แยแส ถ้าจูชิงมีฝีมือเพียงแค่นี้ ไม่จำเป็ต้องใช้《น้ำตก์》ก็ฆ่าตายได้สบายๆ!
“ฆ่า!” เย่หงเฉินคำราม แสงกระบี่ในั์ตาสว่างยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เจตจำนงกระบี่อันแหลมคมแทบฉีกร่างของจูชิงเป็ชิ้นๆ!
“นี่คือเจตจำนงกระบี่ของเ้างั้นรึ!” ม่านตาของจูชิงหดเล็ก กระบี่ยาวเล่มหนึ่งปรากฏผ่านั์ตาของจูชิงเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับเย่หงเฉินแล้ว กระบี่ในั์ตาของจูชิงยังคงสลัวลางเกินไป เหมือนกับแสงหิ่งห้อยกับแสงจันทร์ที่สว่างไสว!
