คิ้วของฟู่ถิงเย่ขมวดเข้าหากัน ดวงตาจดจ้องมาที่นางอย่างลึกซึ้ง ครู่ใหญ่ก็ยังไม่พูดอะไร
อูซินเหยาถูกเขาจ้องมองตรงๆ เช่นนี้ แม้นางจะมีนิสัยตรงไปตรงมา ก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้ นางข่มความเขินอายเอาไว้ กล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า “ครั้งนั้น...ครั้งนั้น ท่านเป็คนบอกว่าจะมาสู่ขอข้า ทำไม จำไม่ได้แล้วหรือ?”
“จำได้สิ” ฟู่ถิงเย่พยักหน้าเบาๆ สีหน้าเฉยเมย “แต่ครั้งนั้นท่านปฏิเสธข้า ฉะนั้นข้าจึงคิดไม่ถึงว่าหลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ท่านจะเรียกร้องให้ข้ารักษาสัญญาขึ้นมา”
“ใคร ใครขอให้ท่านรักษาสัญญากัน?!” ใบหน้าของอูซินเหยาแดงก่ำขึ้นมาในทันที ไม่รู้ว่าเป็เพราะความโกรธหรือความอับอาย “ฟู่ถิงเย่! การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์มีไว้เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้น มิเช่นนั้นท่านคิดว่าข้าจะยอมแต่งงานกับท่านหรือ?!”
“องค์หญิงโปรดใจเย็น” ฟู่ถิงเย่ยังคงใช้น้ำเสียงห่างเหิน “กองทัพเหลียวกำลังรุกคืบลงใต้ แคว้นต้าฉีของข้าไม่นิ่งดูดายแน่ วันนี้ฟ้ามืดแล้ว องค์หญิงโปรดกลับไปพักผ่อนที่กระโจมก่อน พรุ่งนี้ข้าจะให้คำตอบ”
อูซินเหยาถูกท่าทีของฟู่ถิงเย่ทำให้อึดอัด นางเป็คนถือตัวมาโดยตลอด ไม่เคยลดตัวลงไปอ้อนวอนใคร หลังจากได้ฟังคำพูดของฟู่ถิงเย่ก็หันหลังเดินจากไปทันที แม้แต่คำว่า “ลาก่อน” ก็ไม่มี
ฟู่ถิงเย่ดูเหมือนจะชินกับความเอาแต่ใจของนางแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร
หลังจากที่อูซินเหยาจากไปแล้ว เขาก็ค่อยๆ เดินไปนั่งหน้าโต๊ะยาวสีดำ และกางกระดาษเปล่าออกมา
ในหัวของเขาทบทวนเื่ที่หวาชิงเสวี่ยพูดถึงการค้าขายอาวุธอย่างละเอียดถี่ถ้วน ั้แ่ต้นจนจบ ย้อนไปย้อนมา จนกระทั่งมั่นใจแล้ว เขาจึงหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนความเป็ไปได้ของเื่นี้ออกมาเป็ข้อๆ บอกถึงข้อดีข้อเสีย และสุดท้ายก็ประทับตราแม่ทัพของตนลงไป
การค้าขายอาวุธ ดูเหมือนจะเป็เื่ที่อุกอาจ แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้วจะรู้ว่า ตราบใดที่ดำเนินการอย่างเหมาะสม จะได้รับผลประโยชน์มากมายมหาศาล
หากสามารถขยายให้เป็วงกว้างได้ ต่อไปแคว้นต้าฉีก็จะมีทรัพย์สมบัติที่ไม่รู้จักหมดสิ้น และกำลังทหารก็จะเหนือกว่าหลายแคว้น แม้แต่ต้าเหลียวเอง ก็คงได้แต่เฝ้ามองอย่างอิจฉา
ฟู่ถิงเย่คัดลอกข้อความที่ตนเขียนไว้ลงไปในกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง พร้อมกับเพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปเล็กน้อย
ฉบับแรกนั้นเขาตั้งใจจะทำเป็ฎีกายื่นถวายแด่ฮ่องเต้ ส่วนอีกฉบับหนึ่งนั้นตั้งใจจะส่งให้แก่อัครมหาเสนาบดีจั่วอวี้หวา
ผู้ดูแลท้องพระคลังคือกรมคลัง ส่วนเสนาบดีกรมคลังนั้นเป็คนของอัครมหาเสนาบดีจั่ว ฟู่ถิงเย่เชื่อว่าไม่มีใครที่รู้ดีไปกว่าจั่วอวี้หวาว่าท้องพระคลังของแคว้นต้าฉีนั้นว่างเปล่ามากเพียงใด และสถานการณ์ของแคว้นนั้นย่ำแย่เพียงใด
เมื่อคิดดูแล้ว...บางทีอาจเป็เพราะแคว้นกำลังยากจนถึงขีดสุด ดังนั้น หนิงอ๋องถึงได้ ‘เห็นแก่ส่วนรวม’ ยอมสละการขึ้นครองราชย์อย่างว่าง่ายดายเช่นนั้น
เมื่อฟู่ถิงเย่คิดถึงตรงนี้ มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา
เขาม้วนกระดาษทั้งสองฉบับแล้วยัดใส่กระบอกไม้ไผ่เล็กๆ ใช้ครั่งผนึกให้เรียบร้อย ส่งให้ทหารที่อยู่ด้านนอก
ฎีกาที่เป็ความลับทั้งสองฉบับนี้ จะถูกส่งไปเซิ่งจิงในคืนนี้ หากใช้ม้าเร็วสลับกันเดินทาง อย่างมากก็ใช้เวลาเจ็ดแปดวันจึงจะไปถึง
ฟู่ถิงเย่ยืนอยู่นอกกระโจม เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนในฤดูร้อน
เขาพลันรู้สึกขอบคุณที่คืนนั้นหลี่จิ่งหนานใช้ฐานะองค์รัชทายาทบีบบังคับให้เขากลับไปยังเมืองเหรินชิวเพื่อช่วยหวาชิงเสวี่ย ไม่อย่างนั้นเขาคงจะพลาดนางไปจริงๆ ...
ถึงแม้ว่าฮ่องเต้น้อยผู้นี้จะไร้ความสามารถไปหน่อย แต่ว่าเมื่อรักบ้านนั้นก็จะรักอีกาบนหลังคาบ้านนั้นไปด้วย [1] เพราะหวาชิงเสวี่ย ฟู่ถิงเย่ถึงได้มองเขาแล้วรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
เมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้ว จะไปขอราชโองการพระราชทานสมรสจากเขาก็แล้วกัน
เมื่อฟู่ถิงเย่คิดเช่นนั้นก็หันหลังกลับเข้ากระโจม โดยที่ไม่รู้เลยว่าห่างออกไปจากกระโจมของเขาไม่ไกล สตรีผู้หนึ่งกำลังกัดริมฝีปากพลางมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้
อูซินเหยาปัดม่านลงด้วยความขุ่นเคืองใจแล้วเข้าไปในกระโจม
หญิงรับใช้ทั้งสองคนของนาง ติดตามนางออกรบมาเป็เวลานาน จึงอยู่ในชุดรัดกุมที่ดูสง่างามกล้าหาญเช่นกัน
“ไม่น่าเชื่อเลย ในฤดูร้อนแบบนี้กลับทำน้ำก้อนแข็งขึ้นมาได้” หญิงรับใช้ชี้ไปยังก้อนน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมในถังน้ำแข็ง ไม่อาจหยุดความประหลาดใจและพูดออกมาว่า “ได้ยินมาว่าน้ำแข็งนี้ก็เป็ฝีมือของแม่นางหวาผู้นั้น ถ้าหากเราเชิญนางกลับไปได้ ในอนาคตแคว้นหนานจ้าวของเราก็จะใช้น้ำแข็งได้แล้วใช่หรือไม่?”
แคว้นหนานจ้าวมีอากาศอบอุ่น ถึงแม้จะอยู่ในฤดูหนาว ยังยากที่จะเห็นหิมะสักครั้ง อุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบก็อบอุ่นด้วย ไม่สามารถแข็งจนเป็น้ำแข็ง จึงไม่มีทางที่จะใช้วิธีการเก็บน้ำแข็งไว้คลายร้อนได้
“ในใต้หล้านี้จะมีสตรีแบบนั้นจริงๆ หรือ? อย่างไรข้าก็เชื่อไม่ลงหรอก” หญิงรับใช้อีกคนกล่าวพลางหัวเราะคิกคัก “สตรีที่สามารถออกรบเหมือนองค์หญิงของพวกเรา ก็ถือว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว ไฉนจะมีสตรีที่สามารถทำอาวุธได้โผล่ขึ้นมาอีก? ข่าวลือพวกนั้นมันไร้สาระเสียยิ่งกว่าอะไร มิหนำซ้ำยังบอกอีกว่ามีสามเศียรหกกรแปดตา! นั่นมันคนหรือปีศาจกัน? ฮ่าฮ่า...”
“เ้าพูดเสียน่ากลัว น้ำแข็งพวกนั้นมันจะมาจากไหนกันล่ะ? หรือว่าจะมีเวทมนตร์คาถาอยู่จริงๆ?”
หญิงรับใช้พูดคุยกันไปเรื่อย อูซินเหยาได้ยินแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ นางนั่งลงข้างเตียงโดยไม่พูดอะไร
หญิงรับใช้ทั้งสองเห็นอูซินเหยากลับมา จึงรีบเก็บรอยยิ้ม จัดเตรียมอ่างน้ำมาให้อูซินเหยาชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้า
“องค์หญิง ท่านได้พบกับแม่ทัพฟู่แล้วหรือ?” หญิงรับใช้คนหนึ่งถามนาง
“อืม” เมื่อกล่าวถึงฟู่ถิงเย่ อูซินเหยาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ดวงตางดงามดั่งแก้วผลึกก็ปรากฏอารมณ์บางอย่างที่ยากจะอธิบาย อาจจะเป็ความน้อยใจ หรืออาจจะเป็ความโกรธ แต่โดยรวมแล้วนางไม่พอใจเป็อย่างมาก
หญิงรับใช้เห็นก็รู้ตัวแล้วเงียบเสียงไป
แต่อูซินเหยาอยากระบายความอัดอั้นในใจออกมา ขบกัดริมฝีปากแล้วกล่าวว่า “กองทัพเหลียวแสนนายกำลังประชิดชายแดน ข้าต้องนำกำลังเสริมกลับไป ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องให้เขาตกลงให้ได้...ข้าจะไม่ทำให้เสด็จพ่อผิดหวัง...”
หญิงรับใช้ถามอย่างระมัดระวัง “แม่ทัพฟู่เสนอเงื่อนไขที่องค์หญิงรับไม่ได้หรือเพคะ?”
“ไม่” สีหน้าของอูซินเหยาย่ำแย่ “เขาไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาอะไรกับข้าเลย เพียงบอกให้ข้ารอ พรุ่งนี้จะให้คำตอบ ข้ากังวลว่าเขาจะเข้าใจว่าพวกเราไม่มีความจริงใจ เลยเสนอเื่การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เขากลับ...กลับไม่เห็นด้วย!”
หญิงรับใช้ใ!
อูซินเหยาเป็ถึงองค์หญิง มีสถานะสูงส่ง ทั้งยังสวยสง่า เป็ที่หมายปองของเหล่าเชื้อพระวงศ์และบุตรขุนนาง แต่ฟู่ถิงเย่กลับไม่เห็นด้วย?
เป็ไปได้อย่างไร?
หญิงรับใช้มองหน้ากันและกัน คนหนึ่งพูดเบาๆ ว่า “หรือว่า...แม่ทัพฟู่ยังคงขุ่นเคืองใจเื่นั้นอยู่?”
“ไม่ใช่แน่นอน!” อูซินเหยาปฏิเสธออกมาโดยไม่ต้องคิด! ดวงตาคู่งามนั้นมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ “ตอนนั้นข้ากับเขามีจุดยืนที่แตกต่างกัน! หากเขาเป็ข้า เขาก็คงจะทำแบบนั้น!”
“ใช่แล้ว ตอนนั้นองค์หญิงก็ไม่มีทางเลือก ถ้าหากสามารถแต่งงานกันได้ ผลประโยชน์เป็หนึ่งเดียวกัน ย่อมไม่มีเื่แบบนั้นเกิดขึ้นอีก”
หญิงรับใช้รีบกล่าวปลอบใจ สีหน้าของอูซินเหยาดูดีขึ้นเล็กน้อย
“รอถึงพรุ่งนี้...ข้าจะต้องคุยกับเขาให้ชัดเจน” อูซินเหยากล่าวกับตัวเอง พลางตัดสินใจ
ครั้งนั้นที่ปฏิเสธเขา เป็เพราะสองแคว้นบาดหมางกัน อีกทั้งฟู่ถิงเย่ในตอนนั้นก็เป็เพียงแค่รองผู้บัญชาการทหารม้า นางเป็ถึงองค์หญิงของแคว้น จะลดตัวไปแต่งกับเขาได้อย่างไร? ระหว่างพวกเขาไม่มีทางเป็ไปได้เลย
แต่ในเวลานี้...ฟู่ถิงเย่ได้กลายเป็แม่ทัพใหญ่ของแคว้น ทั้งยังได้รับแต่งตั้งเป็อ๋องเจิ้นเป่ย มีที่ดินศักดินาและกองทัพของตนเอง ยิ่งเมื่อมีกองทัพเหลียวอยู่ตรงหน้า เสด็จพ่อจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน
เพียงแต่อูซินเหยาคิดไม่ถึง...ฟู่ถิงเย่จะไม่เห็นด้วย
นางนึกถึงความเฉยเมยและความห่างเหินของฟู่ถิงเย่ ก็รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ไม่ใช่ว่าเขายังโกรธเคืองนางจริงๆ หรอกนะ?
...
วันรุ่งขึ้น อูซินเหยาลุกขึ้นมาแต่เช้า
ในใจของนางมีเื่กังวลใจ เมื่อคืนจึงนอนไม่ค่อยหลับ หลังจากตื่นขึ้นมาก็เอาแต่คิดว่าจะไปหาฟู่ถิงเย่ก่อน หรือจะรอให้ฟู่ถิงเย่ส่งคนมาเชิญกันแน่
นางเป็คนหยิ่งในศักดิ์ศรี เมื่อวานถูกฟู่ถิงเย่ปฏิเสธ วันนี้ก็เลยไม่ค่อยอยากจะไปที่นั่น
แต่เื่การขอกำลังเสริมนั้นเร่งด่วน นางต้องได้รับคำตอบโดยเร็วที่สุด
เมื่ออูซินเหยาคิดว่าตนเองที่เป็ถึงองค์หญิง แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ต่อฟู่ถิงเย่ครั้งแล้วครั้งเล่า ก็รู้สึกโกรธขึ้นมา ทั้งๆ ที่ยังมีเื่ต้องพึ่งเขา...
ในขณะที่นางกำลังกังวลอยู่นั้นเอง ด้านนอกก็มีข่าวมาว่า ราชโองการของฮ่องเต้แคว้นต้าฉีมาถึงแล้ว!
หญิงรับใช้ที่ใเดินเข้ามาจากข้างนอกแล้วกล่าวว่า “ฮ่องเต้ต้าฉีประทานบรรดาศักดิ์ให้แม่นางหวาผู้นั้น! พระราชโองการมาถึงด้านหน้าแล้ว กำลังให้คนไปรับพระราชโองการอยู่เพคะ!”
อูซินเหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกไป “ไป ออกไปดูหน่อย!”
เมื่อออกจากกระโจม ก็พบว่าผู้คนมากมายกำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น ส่วนใหญ่เป็ช่างฝีมือของกรมสรรพาวุธ คาดว่าคงไปดูความครึกครื้น
อูซินเหยาได้ยินเสียงดังมาจากฝูงชน
“ฮ่องเต้ประทานบรรดาศักดิ์ให้แม่นางหวาแล้ว! รีบไปดูกันเร็ว!”
“เร็วเข้า ขันทีที่นำพระราชโองการมาอยู่ด้านหน้านั้น!”
อูซินเหยาเกิดความสงสัยขึ้นในใจ หรือว่าแม่นางหวาผู้นี้มีตัวตนจริง? หรือว่านี่จะไม่ใช่แค่คนที่ฟู่ถิงเย่แต่งเื่ขึ้นมา?
อูซินเหยาเดินไปที่นั่นพร้อมกับหญิงรับใช้และทหารองครักษ์ เมื่อไปถึงก็เห็นฟู่ถิงเย่ยืนเด่นอยู่แต่ไกล
เขายืนอยู่กับขันทีที่นำพระราชโองการมา ไม่รู้ว่าพูดอะไรกันอยู่ ขันทีผู้นั้นมีสีหน้าลำบากใจ ส่ายหน้าอย่างแรง
ตอนนี้อูซินเหยาเดินเข้ามาใกล้แล้ว นางได้ยินฟู่ถิงเย่พูดคล้ายๆ ว่า “...อากาศร้อนเกินไป ข้าเป็คนรับพระราชโองการแทนนางก็แล้วกัน เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาเดินทางไปมา ตอนนี้นางก็กำลังทำประโยชน์ในการผลิตอาวุธให้แก่กองทัพ หากท่านไม่้าให้นางเหนื่อย ท่านก็คงจะไม่ขัดขวางใช่หรือไม่?”
เมื่ออูซินเหยาได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเยาะในใจ!
ฟู่ถิงเย่ช่างไร้เหตุผลเสียจริง! ราชโองการนั้นมีไว้สำหรับผู้ใด ผู้นั้นก็ต้องเป็คนมารับ ไม่ใช่จะอ้างว่าอากาศร้อนแล้วมารับแทนกันได้!
อากาศร้อน! ช่างพูดออกมาได้! ต่อให้ผู้นั้นป่วยหนักจนไม่สามารถมารับราชโองการได้ ก็ควรจะมีญาติมาเป็ผู้รับแทน ฟู่ถิงเย่คิดอะไรอยู่กันแน่?!
มุมปากของอูซินเหยายกขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าแม่นางหวาที่ว่านั้น คงจะไม่มีตัวตนจริง เป็เพียงกลอุบายที่ฟู่ถิงเย่แต่งเื่ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงผู้คนเท่านั้น! นางเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าฟู่ถิงเย่จะกล้ามากขนาดนี้ ถึงกับกล้าหลอกลวงฮ่องเต้เชียวหรือ?!
ตอนนี้ราชโองการมาถึงค่ายทหารแล้ว
แต่กลับไม่เห็นวี่แววของแม่นางหวา อูซินเหยาอยากจะรู้เหลือเกิน ฟู่ถิงเย่มีอำนาจมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงกับไม่กลัวความผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูง!
ฟู่ถิงเย่พูดคุยกับขันทีหน้าขาวที่ไม่มีหนวดเคราด้วยเสียงต่ำอีกสองสามคำ ขันทีผู้นั้นถึงได้พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจแล้วกระแอมไอ ก่อนจะประกาศราชโองการ
พระราชทานจวนพักส่วนตัวบนูเา พระราชทานทองคำและอัญมณี แต่งตั้งเป็ซือปิงฟูเหริน
ซือปิง?
อูซินเหยาท่องคำสองคำนี้ในใจช้าๆ
ผู้ดูแลสรรพาวุธของทั้งแผ่นดิน ฮึ ช่างสง่างาม...แต่ในใต้หล้านี้จะมีคนเช่นนั้นอยู่จริงหรือ? ฟู่ถิงเย่ไม่เคยคิดถึงเลยหรือว่าสุดท้ายจะเก็บกวาดเื่นี้อย่างไร?
หลังจากที่อ่านราชโองการจบ ฟู่ถิงเย่ก็ส่งขันทีเข้าไปพักผ่อนในกระโจม
เสียงไชโยโห่ร้องดังขึ้นโดยรอบ! ทุกคนต่างยินดีปรีดา!
อูซินเหยามองดูช่างฝีมือเ่าั้ที่มีสีหน้าดีอกดีใจ ความคิดที่หนักแน่นของนางก็เริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง...
เมื่อเห็นพวกเขามีความสุขเช่นนี้ ก็เหมือนกับว่าพวกเขารู้สึกยินดีกับแม่นางหวาผู้นั้นจริงๆ ...หรือว่า จะมีคนเช่นนั้นอยู่จริงๆ หรือ?
หากเป็เื่จริง...
หาก...เป็เื่จริง...
เช่นนั้นฟู่ถิงเย่กับนางมีความสัมพันธ์อย่างไร?
อูซินเหยารู้สึกว่าหัวใจของนางกำลังดิ่งลงเหวลงไปเรื่อยๆ
——————————————————————
[1]เมื่อรักบ้านนั้นก็จะรักอีกาบนหลังคาบ้านนั้นไปด้วย(爱屋及乌)เปรียบเปรยว่าเมื่อได้รักใครแล้วก็จะรักคนหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับคนผู้นั้นไปด้วย
