“ใครน่ะ?” เสียงแหบพร่าอย่างคนเพิ่งตื่นเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิด
“พ่อ รีบปลุกแม่เร็วๆ เข้า เกิดเื่ใหญ่แล้ว” จางเหม่ยลี่เกรงว่าเื่จะไม่บานปลาย จึงกลบเกลื่อนความสะใจเอาไว้ แล้วแสร้งทำสีหน้าตื่นตระหนกะโโหวกเหวก
“จะบ้าหรือไง บ้านแกมีคนตายรึ ถึงได้มาทุบประตูเรียกผีกลางดึกแบบนี้” ย่าหลี่ชุ่ยเสียกระชากประตูเปิดออกพร้อมด่ากราดทันทีตามความเคยชิน
จางเหม่ยลี่ได้ยินคำผรุสวาทก็หน้าชา แต่พอนึกถึงภาพน้องสามีที่กำลังโดนยำตีนจนปางตายเมื่อครู่ อารมณ์โกรธก็หายวับ นางแสร้งทำหน้าเศร้าเอ่ยเสียงอ่อย “แม่คงโทษที่ฉันมารบกวนสินะ...”
เถียนจ้าวตี้ที่ตามมาติดๆ รีบเข้าไปผสมโรง นางอิจฉาน้องสะใภ้คนนี้มานาน เห็นนางกล้าต่อปากต่อคำกับพ่อแม่สามีแล้วก็ไม่อยากน้อยหน้า
“พี่สะใภ้ มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจา อย่าทำให้แม่โมโหเลยนะ”
“ไม่เกี่ยวกับแก ถอยไป” หลี่ชุ่ยเสียถลึงตาใส่เถียนจ้าวตี้ ก่อนหันมาตวาดจางเหม่ยลี่เสียงเขียว “ตกลงมีอะไร รีบพ่นออกมา”
จางเหม่ยลี่หรี่ตาลง จังหวะการพูดยิ่งเนิบช้า “ฉันอุตส่าห์คาบข่าวดีมาบอกแท้ๆ แต่แม่กลับไม่เห็นค่า... เอาเถอะ ยิ่งฉันชักช้า ลูกชายสุดที่รักของแม่ก็ยิ่งโดนซ้อมหนักขึ้นเท่านั้นแหละ”
ในใจนึกขำน้องสามีจอมสำอาง กล้าปีนเกลียวไปยุ่งกับแม่ม่ายซุน ไอ้กระโถนสาธารณะนั่น... ไม่กลัวติดโรคหรือไงนะ
ปากเอ่ยเสียงสั่นเครือ “แม่... เมื่อกี้นี้ ที่บ้านแม่ม่ายซุนเกิดเื่ขึ้นแล้วจ้ะ”
คำว่า ‘แม่ม่ายซุน’ เหมือนะเิลูกใหญ่ ย่าหลี่ชุ่ยเสียเบ้ปากด้วยความรังเกียจ “อีนังแพศยานั่น สมควรโดนจับถ่วงน้ำตั้งนานแล้ว ผู้หญิงร่านๆ ถุย”
แต่ทว่า... ถังซานโฉ่วกลับััได้ถึงความผิดปกติ ตระกูลถังกับตระกูลซุนไม่ถูกกัน สะใภ้ใหญ่คงไม่มาเคาะประตูบ้านกลางดึกเพียงเพื่อมานินทาคนอื่น ความคิดน่ากลัวผุดวาบขึ้นในหัว ใบหน้าชายชราซีดเผือด เอ่ยถามเสียงสั่น “ไอ้ฟู่กุ้ย... ใช่ไหม?”
“พูดถึงเ้าฟู่กุ้ยทำไม? นังม่ายซุนนั่นมัน...” ย่าหลี่ชุ่ยเสียชะงักกึก ดวงตาเบิกโพลงเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวได้
“อะไรกันคะ? น้องสามีเป็อะไร? แม่ม่ายซุนทำไม? หรือว่า... คนที่โดนจับได้คืออาเล็ก...”
เพียะ
เถียนจ้าวตี้พูดยังไม่ทันจบประโยค ฝ่ามือหนักๆ ก็ฟาดเปรี้ยงเข้าเต็มใบหน้าจนร่างหมุนคว้างไปรอบทิศ
“นังปากเสีย” ถังซานโฉ่วสบถลั่น
เถียนจ้าวตี้มึนงง แต่พอมองไปข้างหน้าก็ไม่เห็นใครแล้ว นางรีบคว้ารองเท้าแล้ววิ่งตามทุกคนออกไปราวกับติดจรวด
ภายในห้อง... ถังหว่านถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะลุกตามออกไปห่างๆ เื่ใส่ร้ายเธอขโมยบุหรี่คราวนั้น... เธอไม่มีวันลืม
ในเมื่อคนพวกนี้ชอบเล่นบทไม่รู้ไม่ชี้ เธอก็จะไม่ยอมเป็ฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว อาศัยมือคนอื่นสั่งสอนสั่งสอนซะบ้าง ถือเป็ดอกเบี้ยเล็กๆ น้อยๆ
และพูดตามตรง... เธอไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายสองคนเข้าไปในห้องแม่ม่ายยามวิกาล เพื่อจะไปจุดเทียนถกปัญหาวิชาการกัน
ณ ลานบ้านสกุลซุน...
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาไทยมุงคือ ‘ถังฟู่กุ้ย’ สภาพเปลือยล่อนจ้อนนอนกลิ้งอยู่กับพื้น โดยมีชายฉกรรจ์ร่างั์เปลือยท่อนบนนั่งคร่อมร่าง บีบคอเขาไว้แน่น มืออีกข้างระดมตบหน้าฉาดใหญ่ไม่ยั้ง
‘จูโหย่วเซิน’ คนขายเนื้อประจำหมู่บ้าน รูปร่างสูงใหญ่บึกบึน แรงตบแต่ละทีทำเอาเนื้อตัวถังฟู่กุ้ยสั่นกระเพื่อม เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวจนคนดูยังเจ็บแทน
“ลูกแม่ ลูกแม่”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของย่าหลี่ชุ่ยเสียดังฝ่าความมืดมาแต่ไกล ฝูงชนที่กำลังมุงดูด้วยความสนใจรีบแหวกทางให้ทันที
เมื่อเห็นสภาพลูกชายหัวแก้วหัวแหวน นางก็แทบจะเป็ลมล้มพับ กรีดร้องโวยวายพุ่งตัวเข้าไปขวาง
แต่การปรากฏตัวของนางไม่ได้ช่วยอะไรเลย จูโหย่วเซินใช้แขนข้างเดียวเหวี่ยงนางกระเด็นไปอย่างง่ายดาย
“แกกล้าแตะต้องผู้หญิงของข้าเรอะ วันนี้ถ้าข้าไม่กระทืบมันให้สูญพันธุ์ อย่ามาเรียกข้าว่าคนแซ่จู”
จูโหย่วเซินยังพอมีผ้าขาวม้าคาดเอว แต่ถังฟู่กุ้ยนั้นอนาถกว่า ไม่มีอะไรปกปิดร่างกายเลยสักชิ้น ถูกลากถูลู่ถูกังไปรอบลานบ้านต่อหน้าธารกำนัล พื้นดินสมัยนั้นเต็มไปด้วยกรวดหินเศษแก้วและขี้แพะ
ร่างกายขาวผ่องถูกครูดไปกับพื้นขรุขระจนถลอกปอกเปิก ได้รสชาติความเ็ปแสนสาหัส เสียงร้องโหยหวนของอาเล็กช่างไพเราะเสนาะหูเหลือเกิน
ถังหว่านยืนกอดอกปะปนอยู่กับฝูงชนในเงามืด มองดูฉากกรรมตามสนองนี้ด้วยความสะใจ
“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้”
ขณะที่เหตุการณ์กำลังชุลมุน เสียงตวาดกร้าวก็ดังขึ้น ‘สวี่กั๋วต้ง’ เลขาธิการหมู่บ้าน พร้อมหัวหน้าหน่วยผลิต เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
เมื่อเห็นสภาพดูไม่ได้ของชายสองคน สวี่กั๋วต้งก็โกรธจนหนวดกระดิก “เก่งกันเหลือเกินนะ มากัดกันแย่งผู้หญิงถึงลานบ้านคนอื่น เอาสิ ถ้าอยากสู้กันนัก พรุ่งนี้ข้าจะเปิดลานตากข้าวให้พวกแกไปแก้ผ้าซัดกันให้เต็มที่ เอาให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยดีไหม”
“ท่านกั๋วต้ง ท่านมาก็ดีแล้ว ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับพวกเรานะ เ้าพวกบ้านป่าเมืองเถื่อนพวกนี้มันรังแกเราเกินไปแล้ว” ย่าหลี่ชุ่ยเสียที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นรีบฟ้องทันที
จางเหม่ยลี่อับอายขายหน้ากับพฤติกรรมแม่ผัว รีบเข้าไปช่วยพยุงพร้อมกับเถียนจ้าวตี้
“แม่... ลุกขึ้นเถอะแม่”
“พวกแกไสหัวไป เมื่อกี้ตอนฉันโดนผลักหัวทิ่ม พวกแกหายหัวไปไหนหมด ตอนนี้จะมาทำเป็คนดีช่วยศัตรูรังแกฉันอีกเรอะ ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ ไป๊”
จางเหม่ยลี่ได้ยินดังนั้นก็ฉุนขาด สะบัดหน้าเดินหนีไปจริงๆ ทิ้งเถียนจ้าวตี้ให้ยืนเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูก ย่าหลี่ชุ่ยเสียกลัวจะเสียหน้าซ้ำสอง จึงรีบคว้าแขนลูกสะใภ้รองไว้แน่น จิกเล็บลงไปจนเืซิบ “ยืนบื้ออยู่ทำไม ไม่รีบฉุดฉันขึ้นไปอีก”
เมื่อละครฉากใหญ่จบลง ถังหว่านก็หมุนตัวเดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
คืนนี้... เธอคงหลับฝันดีที่สุดในรอบหลายปี
หลังจากคืนนั้น ครอบครัวถังแทบไม่กล้าเงยหน้าสู้ใครในหมู่บ้าน
ถังฟู่กุ้ยเอาแต่นอนซมอยู่บนเตียง
