อันดับของเฉียนเฟิงเทียบกับหลีิเจียงยังต่ำกว่าหลายอันดับแต่จากที่ดูการต่อสู้เมื่อครู่ เขาดูออกว่าเสวียนเทียนอาศัยแค่โชคช่วยเอาชนะหลีิเจียงมาได้รอการต่อสู้ของทั้งสองคนจบลง เขาจึงท้าสู้กับเสวียนเทียนทันทีกลัวว่าจะโดนคนอื่นชิงตัดหน้าไปก่อน
หลีิเจียงถูกเสวียนเทียนเอาชนะไปแล้ว หากเฉียนเฟิงชนะเสวียนเทียนได้นั่นก็ย่อมแสดงให้เห็นอ้อมๆ ว่าความสามารถของเฉียนเฟิงเหนือกว่าหลีิเจียงอันดับขยับไปอยู่หน้าหลีิเจียงได้
เสวียนเทียนมองเฉียนเฟิง พลางยิ้มละไม “ยินดีรับคำท้า คนแพ้เสียยาควบปราณแท้ชั้นล่างหนึ่งเม็ด!”
.......
ทั้งสองคนเปิดฉากต่อสู้กันเสวียนเทียนออกกระบวนท่า เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า เดี๋ยวเร่งเดี๋ยวหน่วงหลังผ่านไปอีกสิบกระบวนท่า เฉียนเฟิงก็เผยช่องโหว่ หนึ่งกระบี่แทงออกมาหนักเกินไปถูกเสวียนเทียนพลิ้วหลบ ชั่วขณะนั้นยากจะรั้งกลับมาป้องกัน ถูกเสวียนเทียนเอาชนะไป
เช่นเดียวกัน เขาไม่อาจยอมรับ ส่งยาควบปราณแท้ชั้นล่างหนึ่งเม็ดให้บอกว่าพรุ่งนี้จะมาท้าสู้อีก เฉียนเฟิงถอยออกไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“สวีข่าย ขั้นที่สองลำดับที่แปดสิบเก้า หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
“มู่หยวนเฟิง ขั้นที่สองลำดับที่เก้าสิบสี่ หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
“หวังเสี่ยวิขั้นที่สองลำดับที่เก้าสิบเอ็ด หวงเทียนข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
“ลี่เจียงไห่ ขั้นที่สองลำดับที่แปดสิบแปด หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
......
เฉียนเฟิงเพิ่งจะถอยออกไปฉับพลันศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นสองหลายคนก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน เดินออกมาจากในหมู่คน
พลังที่เสวียนเทียนแสดงออกมาไม่แข็งแกร่งไปกว่าหลีิเจียงกับเฉียนเฟิง แม้จะเอาชนะได้สองคนแล้ว แต่ศิษย์ที่ลำดับสูงกว่าพวกเขานิดหน่อยล้วนเชื่อมั่นว่าถ้าตนเองลงมือ ขอเพียงไม่ทำพลาด ย่อมต้องชนะเสวียนเทียนได้ ดังนั้น สวีข่ายมู่หยวนเฟิง หวังเสี่ยวิ...เป็ต้น จึงอดใจรอไม่ไหวเปิดปากขึ้นมาพร้อมกัน
ลี่เจียงไห่ผู้ท้าสู้กับเสวียนเทียนที่นอกเรือนยาพลังปราณครั้งก่อนก็อยู่ในนั้นด้วย
“ไม่รีบ ไม่รีบ ศิษย์น้องทุกท่านทุกคนล้วนมีโอกาส!”
เสวียนเทียนมองพวกเขา แล้วยิ้มละไมพลางเอ่ยขึ้น “เริ่มจากมู่หยวนเฟิงที่ลำดับต่ำที่สุดก่อนเถอะหากคนที่ลำดับต่ำที่สุดชนะข้าแล้ว เช่นนั้นลำดับก่อนหน้าก็ไม่ต้องสู้แล้วย่อมแกร่งกว่าข้า อันดับยิ่งอยู่ก่อนหน้าพลังย่อมต้องยิ่งแข็งแกร่ง หากข้าชนะพวกเ้าค่อยลงมือก็ยังไม่สาย”
บนรายชื่อลำดับศิษย์ในที่หอกระบี่เสวียนเทียนอยู่ในขั้นที่หนึ่งนอกจากศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นสองน้อยนิดไม่กี่คนที่ลำดับอยู่ในขั้นหนึ่ง ศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นสองที่เหลือลำดับล้วนอยู่ข้างหลังเขาแม้ว่าบรรดาคนที่มาท้าสู้กับเสวียนเทียนจะอายุมากกว่าเสวียนเทียนแต่เรียกพวกเขาว่าศิษย์น้อง นั่นก็เป็ไปตามหลักอันควร
“ดี ข้าก่อน!” มู่หยวนเฟิงะโเสียงดังขึ้นคำหนึ่งเดินมาเบื้องหน้าเสวียนเทียนห่างไปสิบเมตร
มู่หยวนเฟิงอายุประมาณยี่สิบเอ็ดปีผ่าน่เวลาทองแห่งการฝึกฝนไปแล้ว ศักยภาพใช้ไปจนหมดแล้ววันหลังจะก้าวหน้ายากลำบากมากแต่จุดนี้ไม่ส่งผลกับความปรารถนาจะชิงชัยในการจัดอันดับของเขาแม้แต่นิด
“ยินดีรับคำท้า!” เสวียนเทียนจ้องมองมู่หยวนเฟิง ยิ้มละไม
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองคน เริ่มขึ้นทันที!
มู่หยวนเฟิงเทียบกับเฉียนเฟิงกับหลีิเจียงเวลาที่ยืนหยัดอยู่ได้นานกว่าอยู่สักหน่อย ประมือเสวียนเทียนไปได้สิบสองกระบวนท่าก็เผยช่องโหว่ที่หนึ่งออกมาเช่นกันถูกกระบี่เร็วของเสวียนเทียน หนึ่งกระบี้จี้ติดลำคอ!
มู่หยวนเฟิงพ่ายแพ้ไป
หลังจากมู่หยวนเฟิง เป็หวังเสี่ยวิอันดับที่เก้าสิบเอ็ด เช่นเดียวกัน เพียงสิบสองกระบวนท่าหวังเสี่ยวิก็แพ้ไป เป็เพราะกระบวนท่ากระบี่มีช่องโหว่เช่นเดียวกัน!
หลังจากหวังเสี่ยวิ เป็สวีข่ายอันดับที่แปดสิบเก้า หลังสวีข่ายก็เป็ลี่เจียงไห่อันดับที่แปดสิบแปด
ทั้งสองคนอยู่ในเก้าสิบอันดับแรกเทียบกับมู่หยวนเฟิงกับหวังเสี่ยวิดีกว่าอยู่เล็กน้อยประมือกับเสวียนเทียนยืนหยัดได้สิบสามกระบวนท่า เช่นเดียวกันทั้งสองคนที่เผยช่องโหว่ถูกเสวียนเทียนจับได้ ใช้กระบี่เร็วเอาชนะไปได้
.....
โดยหลักแล้วช่องโหว่ของกระบวนท่ากระบี่มีน้อยนิด ถึงแม้มีตอนที่ช่องโหว่เกิดขึ้นก็ยังแก้ไขเข้าช่วยได้แต่ยามที่ใช้กระบวนท่ากระบี่ออกมาจริงๆ กับตอนเป็ทฤษฎีไม่เหมือนกัน เพราะกระบวนท่ากระบี่ในทฤษฎีล้วนเป็ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบส่วนกระบวนท่ากระบี่ยามใช้จริง ใช้ผ่านมือคน มีคนหนึ่งคนเป็ปัจจัยเพิ่มเข้ามากระบวนท่ากระบี่ในมือของคนต่างคน ระดับความสมบูรณ์แบบที่ใช้ออกมาไม่เหมือนกัน
ช่องโหว่เดียวกัน บางคนปิดบังผ่านไปได้ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถจับได้ ส่วนบางคนไม่อาจซ่อนไว้ได้ให้คนฉวยโอกาสบุกได้อย่างง่ายดายที่สุด
เกิดช่องโหว่เป็เื่ที่เกิดขึ้นได้กับผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนวิทยายุทธ์ยิ่งชำนาญเท่าไรโอกาสเกิดช่องโหว่ก็ยิ่งน้อย
ศิษย์ไม่กี่คนที่ต่อสู้กับเสวียนเทียนก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกันล้วนแต่เพราะกระบวนท่ากระบี่ของตนเองเผยช่องโหว่ในขณะที่กระบี่เร็วของเสวียนเทียนรวดเร็วยิ่งนัก ราวกับสายลมเช่นนั้นมีช่องโหว่เพียงนิดก็พัดผ่านเข้ามา หนึ่งกระบี่ทำคู่ต่อสู้แพ้พ่าย
หนึ่งคนสองคนเผยช่องโหว่ นั่นนับว่าปกติคนหลายคนเผยช่องโหว่อย่างต่อเนื่องก็ประหลาดขึ้นมาบ้างแล้วโอกาสที่จะเป็เช่นนี้น้อยนิดมาก
ทั้งหกคนที่ท้าสู้กับเสวียนเทียนเผยช่องโหว่ย่อมไม่ใช่เื่ที่เกิดขึ้นเอง แต่เป็เสวียนเทียนเมื่อส่งกระบี่ออกไปก็ใช้พลังเกลียววายุสายหนึ่งตลอด ชักจูงพลังกระบี่ของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องอีกทั้งความเร็วกระบี่ของเสวียนเทียนเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า ทำให้คนตาลายสับสน พร้อมกันนั้นก็ทำให้คนป้องกันไม่อยู่ดังนั้น ด้วยการชักจูงอย่างจงใจของเสวียนเทียนการเผยช่องโหว่เป็เื่ที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน
ทว่าทั้งหกคนเผยช่องโหว่ติดต่อกัน ถึงแม้เื่นี้จะประหลาดแต่บรรดาศิษย์ที่ดูการต่อสู้กลับไม่ได้คิดว่าเป็เสวียนเทียนทำเป็เพียงเื่ประหลาดบางอย่างเท่านั้น
เพราะถ้าช่องโหว่เหล่านี้เป็เสวียนเทียนตั้งใจทำให้พวกเขาเผยออกมาแต่คู่ต่อสู้ที่สู้รวมถึงบรรดาศิษย์ที่ชมการต่อสู้อยู่ไม่มีใครสักคนมองออกถ้าเช่นนั้นฝีมือของเสวียนเทียนก็สูงส่งเกินไปบ้างแล้วมีความสามารถเหนือเกินกว่าผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นสองไปไกลหรือาจถึงขั้นเหนือกว่าชั้นเบิกนภาขั้นสาม
เพราะถึงจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นสามจะเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นสองก็ไม่ง่ายจะจงใจทำให้คู่ต่อสู้เกิดช่องโหว่โดยทำให้คู่ต่อสู้และผู้ชมการประลองไม่รู้สึกเป็ไปไม่ได้ที่จะทำได้
หรือเสวียนเทียนจะมีความสามารถของผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเบิกนภาขั้นสี่
แน่นอนว่าในใจของบรรดาศิษย์ในสิ่งนี้เป็ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นถึงจะประหลาด แต่ก็เป็เพียงเหตุประหลาดไม่มีใครคิดไปถึงตัวเสวียนเทียน
คนที่พ่ายแพ้ถูกศิษย์ที่ชมการต่อสู้อยู่รอบด้านมองดูถูกขนาดต่อสู้ยังเผยช่องโหว่ออกมาง่ายดายถึงเพียงนี้ ยามปกติฝึกฝนกระบี่คงหยาบเกินไป
แต่พวกเขาไม่รู้ คนที่พ่ายแพ้ไม่กี่คนนี้ ในใจก็เต็มไปด้วยความงุนงงไม่รู้เพราะเหตุใด เพียงแต่ในใจคิดว่า ครั้งนี้ข้าพลาดไป พรุ่งนี้ต้องไม่พลาดแน่พรุ่งนี้ข้าจะมาท้าสู้ต่อ ต้องสู้ชนะแน่ เพิ่งเข้าสำนักในมาก็คิดจะยืนบนหัวข้ากลายเป็ศิษย์พี่ ฝันไปเถอะ!
เวลาล่วงเลยผ่านไป ศิษย์ในที่รู้ข่าวยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักในล้วนมายังด้านนอกของ ‘เรือนหวงเทียน’ บนยอดเขากระบี่สังหาร
ศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นสองคนหนึ่งแพ้ถอยออกไปศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นสองมากกว่าเดิมก้าวออกมาท้าสู้!
“ลู่เป้า ขั้นที่สองอันดับที่แปดสิบสาม หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
.......
.......
“ซือชิงชิง ขั้นที่สองอันดับที่เจ็ดสิบเอ็ด หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
.......
.......
“หนานเฟยหง ขั้นที่สองอันดับที่หกสิบห้า หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
.......
.......
“ไช่อวี้ซิน ขั้นที่สองอันดับที่สี่สิบหก หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
.......
.......
“โม่อ้าวอวิ๋นขั้นที่สองอันดับที่สามสิบสี่ หวงเทียนข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
.......
.......
“เฉินจิ้ง ขั้นที่สองอันดับที่ยี่สิบเจ็ด หวงเทียน ข้าขอท้าสู้กับเ้า!”
.......
.......
เวลาหนึ่งวันเต็ม จากเริ่มแรกสุดศิษย์ขั้นที่สองอันดับที่เก้าสิบกว่า จนถึงสุดท้ายศิษย์ขั้นสองอันดับที่ยี่สิบกว่ามีถึงหกสิบกว่าคน ท้าสู้กับเสวียนเทียนต่อเนื่องกัน
วันนี้ ศิษย์สำนักในของสำนักกระบี่์ทั้งหมดล้วนคึกคักขึ้นมา
ยอดเขากระบี่สังหาร นอกเรือนหวงเทียนมีศิษย์ในมากถึงสองร้อยกว่าคนมุงล้อมนอกจากคนที่ออกไปข้างนอกเก็บประสบการณ์ คนส่วนใหญ่แปดในสิบล้วนรีบมาที่นี่
ในบรรดาศิษย์ถึงกับมีศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นสามหลายคนเดินมาดูเสวียนเทียนบุคคลในคำเล่าลือผู้เพิ่งเข้าสำนักในมาก็ผ่านชั้นที่สามของหอกระบี่ถูกจัดเข้าเป็ศิษย์ขั้นที่หนึ่งเพียงผ่านไปยังไม่ถึงเดือนก็ท้าสู้กับศิษย์ชั้นเบิกนภาขั้นสองจำนวนมากแต่กลับสู้ติดต่อกันชนะต่อเนื่องคนนี้
สู้ต่อเนื่องชนะรวด!
สู้ต่อเนื่องชนะรวดอย่างแท้จริง!
จากเริ่มแรกสุดศิษย์อันดับเก้าสิบกว่าใต้เงื้อมมือของเสวียนเทียนสู้ได้สิบกระบวนท่า จนถึงศิษย์ลำดับที่แปดสิบกว่าใต้เงื้อมมือของเสวียนเทียนสู้ได้สิบสองกระบวนท่า ศิษย์สำดับที่เจ็ดสิบกว่าใต้เงื้อมมือของเสวียนเทียนสู้ได้สิบสี่กระบวนท่า มาจนถึงศิษย์ลำดับยี่สิบกว่าใต้เงื้อมมือของเสวียนเทียนเพิ่งจะสู้ได้ยี่สิบสี่ยี่สิบห้ากระบวนท่า
สู้ติดต่อกันหกสิบกว่าคนจากขั้นที่สองลำดับที่เก้าสิบกว่าเรื่อยมาจนถึงยี่สิบกว่าภายใต้เงื้อมมือของเสวียนเทียนล้วนพ่ายแพ้
ระหว่างนี้ เสวียนเทียนพักเพียงสองครั้งหลังจากนั้นแต่ละครั้งก็สู้ติดต่อกันมากกว่ายี่สิบคน
การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เสวียนเทียนที่แต่เดิมผ่านชั้นที่สามของหอกระบี่ เอาชนะหยางเวยกับซือซุ่นชางจนชื่อเสียงะเืสำนักในอยู่แล้วยิ่งกลายเป็ดวงตะวันกลางฟ้าชั่วขณะนั้นนอกจากศิษย์ในที่ออกไปเก็บประสบการณ์ข้างนอกยังไม่กลับมาไม่มีใครไม่รู้จัก ไม่มีใครไม่เคยได้ยินส่วนคำพูดเปิดฉากของเสวียนเทียนก่อนที่จะเริ่มสู้ทุกครั้ง ก็ยิ่งฝังลึกลงไปในใจผู้ชมทุกคนที่มาดูการต่อสู้...ยินดีรับคำท้า!
ท้องฟ้าเริ่มมืดวันนี้เสวียนเทียนต่อสู้ชนะคู่ต่อสู้หกสิบเจ็ดคน หลังจากชนะหลี่ิซิ่งขั้นที่สองลำดับที่ยี่สิบสอง ได้ ‘ยาควบปราณแท้ชั้นล่าง’ เม็ดที่หกสิบเจ็ดมา เขาก็เก็บ ‘กระบี่แรกฟ้า’ กลับเข้าฝัก เอ่ยว่า “ฟ้ามืดแล้ว เวลาท้าสู้ของวันนี้หมดลงตรงนี้ วันพรุ่งนี้ยินดีรับคำท้าต่อ!”
พูดจบก็ไม่สนว่าคนอื่นพอใจหรือไม่พอใจร่างเงาของเสวียนเทียนพลิ้ววูบ โฉบผ่านเป็เงาเลือนรางสายหนึ่งกลับไปที่ประตูหน้าอย่างรวดเร็ว ขยับอีกวูบหนึ่งก็เข้าไปในเรือน ปิดประตูหน้าไป
ในเรือน เสวียนเทียนยิ้มอย่างพอใจในใจสุขใจอย่างยิ่ง
“ดูแล้ววิธีนี้ไม่เลวจริงๆทั้งสนองความปรารถนาของพวกเขาที่จะท้าสู้กับข้า ทั้งยังชนะได้ยาควบปราณแท้ชั้นล่างมาไม่น้อยหกสิบเจ็ดเม็ดเต็มๆ ฮึๆ เท่ากับใช้เงินสองล้านกว่าตำลึงไปซื้อ วันพรุ่งนี้มะรืนนี้มีคนมาท้าสู้อีกคนมาไม่ปฏิเสธ สามวันให้หลังก็ไปรับรางวัลของเดือนใหม่ที่ตำหนักยาพลังปราณ ซื้อ ‘ยาควบปราณแท้ชั้นล่าง’ เจ็ดสิบเม็ดก็เพียงพอให้ข้าออกไปข้างนอกเก็บประสบการณ์แล้ว”
เสวียนเทียนหยิบ ‘ยาควบปราณแท้ชั้นล่าง’ ที่เก็บไว้ในอกเสื้อออกมา มุมปากยกยิ้มละไมพูดกับตัวเอง หลังจากนั้นก็นำ ‘ยาควบปราณแท้ชั้นล่าง’ เก็บเข้าไปในแหวนมิติ
เมื่อเสวียนเทียนไปแล้วศิษย์ในที่อยู่ด้านนอกของ ‘เรือนหวงเทียน’ ก็เดินจากไป แยกย้ายไปเพียงแต่ศิษย์ที่พ่ายแพ้ในเงื้อมมือของเสวียนเทียนเ่าั้ในใจกลับมีความสงสัยบางอย่างอยู่ รู้สึกว่ามีบางสิ่งถูกต้อง
ดูไปแล้ว ความสามารถของเสวียนเทียนตลอดการต่อสู้ราวกับไม่เปลี่ยนแปลงไปมากมายแต่กลับเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เสมอ จุดนี้แปลกเกินไปแล้วจริงๆ!
“หรือว่าเขาจะซ่อนพลังอยู่?”ในใจศิษย์จำนวนไม่น้อย มีความคิดนี้โผล่ขึ้นมา
หลังจากการต่อสู้รอบหลังๆที่ศิษย์ขั้นสองอันดับที่ยี่สิบกว่าสามสิบกว่าล้วนแพ้ให้แก่เสวียนเทียนศิษย์ที่อันดับค่อนไปข้างหลังก็รู้ว่าตนเองแทบไม่มีโอกาสสู้ชนะ ยิ่งไปกว่านั้น เสวียนเทียนอาจจะซ่อนความสามารถไว้นอกจากคนจำนวนน้อยนิดที่ชอบการต่อสู้ศิษย์ที่อันดับค่อนไปทางข้างหลังส่วนใหญ่ก็ไม่เหลือใจที่คิดจะท้าเสวียนเทียนสู้แล้วแต่ศิษย์ที่อันดับค่อนไปข้างหน้าก่อนอันดับห้าสิบ ในใจยังคงไม่ยอมรับเตรียมตัวมาสู้ใหม่วันพรุ่งนี้!
