“แล้ว...วันเกิดพ่อทิชาล่ะคะ” ดวงตากลมโตสั่นระริกมองแทนคุณด้วยความไม่เข้าใจ ชายหนุ่มเผลอสบตาได้เพียงครู่เดียว กลับค้นพบความรู้สึกผิดจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“เป็วันอื่นแล้วกัน” เ้านายหนุ่มพูดจาห้วนๆ ตัดบทโดยไม่ยอมสบตาแสนเศร้าคู่นั้นอีก
“แต่อาทิตย์นี้ ทิชายังไม่ได้ไปเจอพ่อเลยนะคะ และที่ทิชาเลือกวันพรุ่งนี้ก็เพราะมันเป็วันสำคัญของพ่อทิชา” หญิงสาวเริ่มเรียกร้องสิทธิ์ที่ตนพึงได้รับ
“แต่นี่มันงานด่วนไม่เข้าใจหรือไง” เสียงเข้มเริ่มเพิ่มระดับ
“ทิชามีเื่อยากทำความเข้าใจกับคุณ” เธอเงียบไปครู่หนึ่งแล้วช้อนสายตากลับมา
“เื่อะไร”
“ทิชาอยากกลับไปอยู่กับพ่อค่ะ คุณแทนได้โปรดให้ทิชากลับไปอยู่บ้านได้ไหมคะ ถ้าคุณแทนไม่เห็นด้วย ทิชาอยากขออนุญาตไปฝึกงานที่อื่น ทิชาอยากมีเวลาให้พ่อ พอทิชาเรียนจบทิชาจะกลับมาตามสัญญาค่ะ”
“ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมจนกว่าคุณจะเอาวุฒิการศึกษามายื่นให้ผม นั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งงาน และรวมถึงการเปลี่ยนแปลงวันหยุดของคุณด้วย”
“หมายความว่าอย่างไรคะ”
“หมายความว่าในทุกวันเวลา 8.30 น.- 16.30 น. เป็เวลาฝึกงาน ผมเสนอให้คุณก็ได้ว่าผมจะจ่ายค่าฝึกงานให้คุณเป็รายวันตามความเหมาะสม ส่วนเวลาพาร์ทไทม์ที่คุณเคยทำคือ 17.00 น. - 23.00 น. นั้นผมก็จะจ่ายให้คุณตามปกติโดยที่คุณอยู่ที่บ้านผมอย่างเดียวโดยไม่ต้องเดินทางไปไหนและมีวันหยุดให้คุณหนึ่งวันตามใจชอบ หรืออยากออกไปฝึกงานที่อื่นก็ตามใจนะ เพื่อแลกกับเวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่คุณจะมีให้พ่อของคุณ แต่ผมรับรองว่าบางที่เขาไม่ให้เงินค่าฝึกงานคุณอย่างแน่นอน และคุณก็ต้องเสียเวลาพาร์ทไทม์ไปอย่างแน่นอนเช่นเดียวกัน เพราะตัวคุณแค่นี้จะมีปัญญาอะไรทำงานรวดเดียวสิบสองชั่วโมงโดยไม่หยุด และถ้าคุณ้าแบบนั้น เชิญได้เลย ผมไม่ห้าม อ่อ...ถ้าคุณออกไปหาฝึกงานที่อื่น คุณต้องกลับมาทำพาร์ทไทม์ของคุณให้ทันด้วยนะ ไม่เช่นนั้นคุณก็ไม่มีเงินไปจุนเจือครอบครัวคุณ คราวนี้ผมก็อยากจะรู้ว่าคุณจะมีปัญญาอะไรไปดูแลพ่อคุณ” แทนคุณไม่มีทางปล่อยให้หญิงสาวมีช่องว่างหนีออกจากบ้านเขาได้อย่างแน่นอน คนตัวเล็กที่ตามโลกไม่ทันแบบเธอได้ฟังถึงกับนั่งนิ่ง
“ทิชาแค่้าเวลาให้พ่อบ้างเท่านั้น” น้ำตาที่เธอกลั้นเอาไว้หยดร่วงลงต่อหน้าเขา ทำให้แทนคุณต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นน้ำตาของหญิงขี้แย
“แต่หลังจากทิชาเรียนจบ ทิชาขอกลับไปอยู่กับพ่อนะคะ”
“เื่นั้นผมยังไม่คิด รู้แต่ว่าพรุ่งนี้คุณต้องอยู่ทำงานด่วนก่อน คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม” แทนคุณกล่าวตัดบทสนทนา เขาไม่มีเวลาไปสนใจเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า ขอเพียงแค่วันรุ่งขึ้นสามารถขัดขวางนายดินไม่ให้ได้เจอหน้าลูกสาวก็พอ
“ค่ะ” นันทิชาทำได้เพียงแค่เปล่งเสียงรับคำ
แทนคุณหันหลังกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ ย่างเท้าไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอน พยายามรวบรวมความคิด แน่นอนว่าเื่งานด่วนที่พูดขึ้นมานั้น เป็เพียงข้ออ้างของคนหนุ่ม
“ถึงเวลาที่แกควรจะได้รับรู้ความรู้สึกของฉันแล้ว อาทิตย์ละหนึ่งวันที่ได้พบหน้าลูกนั่นก็มากเกินพอแล้ว สำหรับความผิดที่ไม่รู้จักสำนึก อย่าได้ฝันว่าวันเกิดเน่าๆ ปีนี้จะได้เจอหน้าลูกเลย” ก่อนที่ชายหนุ่มจะเลื่อนสายตาไปมองรูปครอบครัวที่วางอยู่บนหัวเตียง มือหนาเอื้อมไปลูบคลำภาพนั้นด้วยความคะนึงหา
“ผมรู้ว่าถ้าพ่อกับแม่มองผมอยู่ พ่อกับแม่คงไม่เห็นด้วยในสิ่งที่ผมกำลังทำ แต่นายดินเขายังไม่แม้แต่จะสำนึกผิด วันนี้เขาพ้นโทษแล้ว เขาไม่ควรกลับมามีความสุขได้เหมือนเดิม เขาเป็คนพรากชีวิตพ่อกับแม่ไป นับจากวันนั้นมันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิม เขาสมควรได้รับความสุขในชีวิตด้วยหรือ ไม่เลย ไม่ควรมีความสุข ไม่ควรมีรอยยิ้ม ไม่ควร...มีชีวิตอยู่ ผมนี่แหละ ผมจะทรมานเขาแบบนี้ไปทีละนิด จนกว่า...ผมจะพอใจ” แทนคุณพูดกับรูปซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนบิดาและมารดา
“พ่อขา พรุ่งนี้ทิชาไปหาพ่อไม่ได้แล้ว...มีงานด่วนเข้ามา ทิชาขอโทษนะคะ” หญิงสาวกลั้นน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ กัดฟันบอกความจริงกับบิดา เสียงปลายสายจากลูกสาวทำให้ชายชรารู้สึกจุกในอก
“อย่างนั้นหรือ...ไม่เป็ไรลูก วันเกิดอะไรนั่นไม่ได้จำเป็สำหรับพ่อหรอก ไว้วันอื่นก็ได้” เป็คำพูดปลอบ หลังจากได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวที่เล็ดลอดเข้ามา
“ทิชาขอโทษนะคะ”
“จะขอโทษทำไม ลูกติดงานและไอ้งานวันเกิด ก็ไม่ได้จำเป็ขนาดนั้น อย่าคิดมากสิลูก” ผู้เป็พ่อพูดปลอบลูกสาว เพื่อให้เธอสบายใจ เขาทราบดีว่านันทิชารู้สึกผิดต่อเขา ที่รักษาสัญญาไว้ไม่ได้ว่าจะกลับมาหาในวันเกิด
“พ่อ...พ่อไม่โกรธทิชาใช่ไหมคะ” หญิงสาวปาดน้ำตา แล้วกลั้นใจถาม
“เด็กโง่ พ่อจะโกรธได้ไงล่ะ ลูกลืมไปแล้วหรือไง ว่าลูกคือดวงใจของพ่อ”
“ทิชารักพ่อนะคะ พ่อคือทุกอย่างในชีวิตของทิชาที่เหลืออยู่ พ่ออดทนอีกนิดนะ ถ้าทิชาเรียนจบ ทิชาจะกลับไปอยู่กับพ่อค่ะ”
หลังจากวางสายนันทิชาลง ชายชรารู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวเองมานั่งที่เก้าอี้ตัวโปรดริมหน้าต่าง สายตาเหี่ยวย่นเลื่อนมองดูอาหารที่ซื้อมาจากตลาดตั้งมากมาย เตรียมไว้เพื่อนันทิชากลับบ้านมาฉลองวันเกิดตามที่เคยสัญญากันไว้ เป็เงินที่เก็บหอมรอมริบมาจากลูกสาว นึกไม่ถึงว่าจะล้มเหลวไม่เป็ท่า
“ผมจะพยายามอดทนกับคุณให้มากที่สุดนะแทนคุณ” ชายชราดวงตาแดงระเรื่อ ค่อยๆ เลื่อนตัวลงจากเก้าอี้ แล้วทรุดนั่งกองกับพื้น จิตใจทุกข์ระทมสั่งให้กายไม่มีแรงยืน ในตอนนี้แทนคุณทำมันสำเร็จแล้ว สำเร็จั้แ่พรากนันทิชาออกจากบ้านไป ภาพอดีตย้อนกลับมาให้พลันนึกถึงภรรยาอันเป็ที่รัก เฝ้าโทษตัวเองที่ทำผิดถลำลึกลงไป จนเกิดปัญหาตามมาไม่จบสิ้น หากแม้นฟังคำเตือนของเธอในวันนั้น ชีวิตครอบครัวของเขาอาจไม่ต้องได้รับชะตากรรมเช่นนี้
“พรรณ ผมขอโทษ ผมทำให้ลูกต้องมารับกรรมอีกคน ผมมันเลว” เมื่อนึกความผิดพลาดในอดีตเขากลับร้องไห้ออกมาอย่างคนบ้าคลั่ง ความเ็ปที่มิอาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้นั้น วนตอกย้ำทำลายหัวใจจนเหมือนจะแหลกสลาย
“พรรณ ครั้งนี้คุณได้โปรดเฝ้าดูลูกของเราให้ดีนะ ขอให้เขาทำตามสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายลูกเรา อย่าให้ลูกเราได้รับอันตรายใดๆ ผมทำได้ดีสุดเท่านี้คือรักษาชีวิตและความสุขของลูกเอาไว้” นายดินกำมือแน่น บอกความในใจผ่านความว่างเปล่า เผื่อิญญาของภรรยารับรู้ ก่อนจะคู้เข่าเข้าหาตัว แล้วก้มหน้าร้องไห้ออกมาอย่างคนทุกข์ระทมใจ ชีวิตที่เป็อิสระหาได้มีความสุข หากขาดบุตรสาวอันเป็ดังแก้วตาดวงใจไป ภาพของนันทิชาเด็กหญิงตัวเล็กในวันนั้นที่ะโเข้ากอดคอ หัวเราะออกมาด้วยความไร้เดียงสา ประทับตรึงอยู่ในหัวใจของเขา
