ฮึกๆ..ฮือๆๆ..เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเหล่าบรรดานักเรียนวัยรุ่นในคลาสเรียนเบเกอรี่ ของโรงเรียนสอนทำขนมชื่อดังแห่งหนึ่ง ดังเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อถึง่สุดท้ายของงานเลี้ยงอำลา
"ครูกระต่ายคิดถึงพวกเราบ้างนะคะ" น้ำขิงเอ่ยขึ้นเป็คนแรก
"ครูส่งข่าวมาบ้างนะครับ พวกเราจะรอแล้วก็จะหาโอกาสไปเที่ยวบ้านครูให้ได้เลยนะครับ" เตวิทย์เพื่อนอีกคนกล่าว หลังจากนั้นหญิงสาวที่ทุกคนเรียกว่าครูกระต่าย ก็ต้องทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปกับคำร่ำลาและมุกตลกของเด็กๆ ที่พากันมาเลี้ยงส่งเธอในงานนี้
จบไปอีกหนึ่งความฝันแล้วสินะ...เธอคิดในใจพลางยิ้มอ่อนให้กับตัวเอง ไม่ใช่ความเศร้ามากมายอะไรหรอก เธอก็แค่รู้สึกใจหายที่พรุ่งนี้จะไม่ได้เจอสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่เธอก็เลือกแล้วนี่นาจะมามัวเศร้าไม่ได้ ยังมีอีกความฝันหนึ่งที่รอเธออยู่
ศศิพินทุ์ หรือ กระต่าย เชฟสาวจอมซ่า ห้าวหาญ ขวานผ่าซาก จนเพื่อนๆและคนใกล้ชิดต่างพากันตั้งฉายาให้เธอว่า "ยัยกระต่ายไฟบรรลัยกัลป์" เธอเรียนจบด้านขนมหวานหรือ Pastry เชี่ยวชาญด้านเค้กและขนมอบ ทุกชนิด ความฝันของเธอคือเปิดร้านขนมที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมและทำขนมแสนอร่อยออกมาวางขายที่บ้านเกิดของตัวเอง บ้านของเธอมีสวนมะยงชิดขนาดใหญ่ถึง 100 ไร่ อยู่ที่นครนายก เธอตัดสินใจจากบ้านไปเรียนต่อไกลถึงฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ทั้งเรียนทั้งทำงานกับร้านดังๆ เพื่อเสาะหาเคล็ดลับการทำขนมจากประสบการณ์จริงอยู่ถึง 6 ปี และยังมาเป็อาจารย์พิเศษให้สถาบันสอนทำขนมในเมืองไทยอีก 3 ปี จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะได้ทำตามสิ่งที่คิดไว้ซะที กลับบ้านไปคราวนี้ ป๊ากับแม่ต้องดีใจสุดๆ เพราะเธอจะไม่ทิ้งพวกท่านไปไหนอีกแล้ว เกือบ 10 ปีที่ต้องไกลบ้านเธอโคตรจะเหงาเลย...
ติ๊งต่อง! เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น เชฟสาวก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือ บ่งบอกว่าเป็เวลาที่เธอนัดกับเฮียสุดที่รักไว้ จึงรีบวิ่งไปเปิดประตูให้พี่ชาย ด้วยรอยยิ้มสดใสเต็มใบหน้า
" อันยองงง เฮียสิงห์ ขอน้องกอดหน่อยยยยยย คิดถึงม๊ากกกกกกกกก หมับ! " เธอโผกอดพี่ชายเต็มรักทั้งที่ยังหลับตา
หมับ! ปึก! ชายหนุ่มใจนเผลอเกร็งหน้าท้อง แต่ก็ยังทำหน้านิ่งเก็บอาการ พร้อมๆกับที่หันหน้าไปสบตาเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย
"นี่ กระต่ายขาของเฮีย ลืมตาก่อนค่ะ" ราชสีห์ เอ่ยบอกน้องสาว พร้อมกับกลั้นขำสุดชีวิต จนหูแดงหน้าแดง
เชฟสาวคนสวยรู้สึกแปลกๆ เพราะเหมือนเสียงพี่ชายอยู่ไกลจากอ้อมกอดเธอออกไปอีก จึงรีบลืมตาขึ้น แล้วจากนั้นตาที่โตอยู่แล้วก็ยิ่งโตจนเกือบเท่าลูกมะยงชิดไซส์จัมโบ้ที่สวนของบ้านเธอ พร้อมๆกับปากที่อ้าค้าง ดูตลกสิ้นดี เมื่อพบว่าคนที่เธอโถมกอดเสียเต็มแรงนั้น เป็ใคร
อะ..ไอ้บ้านี่! มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ไม่นะ ยัยกระต่าย นี่เธอทำอะไรลงไปเนี่ยยยยย กรี๊ดดดดด ศศิพินทุ์ ได้แต่กรีดร้องในใจ ส่วนคนหน้ามึนซึนเดเระตรงหน้า กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ทั้งยังส่งสายตาชนิดที่เธออ่านไม่ออกมาให้ เขาต้องกำลังเยาะเย้ยเธออยู่ในใจแน่ๆ ก็ทำตาพราวซะขนาดนั้น ฮึ่ยยยย!!!!
ไม่ทันจะมีใครได้เอ่ยอะไรต่อ ราชสีห์ผู้เป็พี่ชายของเธอก็เดินผ่านตรงกลางระหว่างเขาและเธอเข้าไปลากกระเป๋าและสัมภาระต่างๆที่น้องสาวเตรียมไว้ เพื่อนำไปขึ้นรถจะได้ออกเดินทางกันซะที เธอจึงจำต้องเก็บความสงสัยไว้เบื้อหลังแล้วรีบเดินตามพี่ชายไปอย่างรวดเร็ว โดยมีบุคคลที่สามเดินตามมาเงียบๆ เช่นกัน
