บทที่ 105 ระห่ำเกินไป
เฉาเทียนมองไปที่เฉียนหลิงอู่ เขาไม่คาดคิดเลยว่าเฉียนหลิงอู่จะมีความคิดเปลี่ยนไป ครั้นอดีตเมื่อราชวงศ์เฉียน้าความช่วยเหลือ เฉียนหลิงอู่มักจะต่อสู้โดยไร้ซึ่งการไถ่ถาม แต่ตอนนี้นางกลับมีข้อโต้แย้งมากมาย
“องค์หญิง ตราบใดที่แผนนั้นได้ผล ข้าก็จะตระเตรียมการ ขอเพียงองค์หญิงลงมือเท่านั้น ข้าคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” หลังจากลังเลเล็กน้อย เฉาเทียนจึงกล่าว
“แล้วหากเกิดความผิดพลาดเล่า? หากผู้ฝึกฝนระดับาาระดับหกกลับมาแก้แค้น เ้าคิดว่าราชวงศ์เฉียนจะต้านมันได้หรือไม่?” เฉียนหลิงอู่ขมวดคิ้ว
“ข้าคิดว่า...” เฉาเทียนยังคงยืนกราน แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยจบ เฉียนหลิงอู่พลันขัดจังหวะ
เฉียนหลิงอู่ยืนขึ้น “เ้าคิดว่ามันดีแล้วหรือ หากพวกท่านยืนกรานจะทำเช่นนั้น ก็จงไปแจ้งและบอกเล่าแผนการนี้ให้ฮ่องเต้เฉียนได้รับรู้ด้วย”
จากคำพูดของเฉียนหลิงอู่ การแสดงออกของเฉาเทียนพลันเปลี่ยนไป เฉียนหลิงอู่ไม่เห็นด้วยกับแผนการ แต่เขาจะทำอะไรนางได้? เขาต่อต้านนางไม่ได้เลย
ในสมัยราชวงศ์เฉียน ฮ่องเต้เฉียนผู้นี้เป็ผู้สั่งการแต่เพียงผู้เดียว นี่เป็เหตุผลว่าเพราะเหตุใดเฉาเทียนจึงขัดไม่ได้ มีผู้าุโจำนวนไม่น้อยของราชวงศ์เฉียนที่สนับสนุนนาง อาจกล่าวได้ว่าทุกสิ่งที่เฉียนหลิงอู่้าจะทำ ฮ่องเต้เฉียนก็มิอาจหยุดนางได้เช่นกัน
เฉาเทียนโค้งคำนับเฉียนหลิงอู่ ก่อนจะลุกขึ้นและจากไป ในครั้งนี้เขารู้สึกทำผิดพลาดมหันต์ นั่นคือเขาประเมินเฉียนหลิงอู่ต่ำเกินไป
เมื่อเฉาเทียนเดินถึงประตูห้องโถงใหญ่ เฉียนหลิงอู่ก็พูดอีกครั้ง “จดจำหน้าที่ของเ้าเอาไว้ว่า เ้าอยู่แค่ในฐานะราชครู อย่าคิดสั่งการข้า เฉียนชิง! เ้าอยู่ที่นี่ก่อน”
เฉาเทียนตัวสั่น เขาพลันหันหลังให้เฉียนหลิงอู่ด้วยใบหน้าถมึงทึง เฉียนหลิงอู่้าสอนบทเรียนให้เขา เขารู้ดี แต่เขาไม่สามารถแสดงท่าทีไม่พอใจออกไปได้ หากเขากล้าแสดงท่าทีต่อต้าน นางสามารถลงโทษเขาได้ทันที หากมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต ในฐานะราชครูคงทำได้เพียงขอให้ฮ่องเต้เฉียนเจรจา และขอไม่มายุ่งกับนางอีกเท่านั้น
เฉาเทียนและจงฮั่นจากไป ในขณะที่เฉียนชิงยังไม่กล้าออกไป เขาทำได้เพียงหันหลังและกลับไปที่ห้องโถงอีกครั้ง
เฉียนหลิงอู่เดินมาตรงหน้าเฉียนชิง ก่อนจะตบหน้าเฉียนชิงด้วยหลังมือ จนล้มลงไปกองกับพื้น “เ้ายังมีความละอายใจอยู่หรือไม่ เ้าไร้ยางอายยิ่งนัก และข้าตระกูลเฉียนไม่้าอะไรแบบนี้ ถ้าเ้าอยากเป็ผู้ติดตามของเฉาทียน ก็ตามแต่ใจเ้า แต่อย่าได้มาปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีก ออกไปเสีย!”
“ข้ารู้ว่าข้าผิด ข้าจะไม่ทำอีก” ยังไม่ทันได้เช็ดเืที่มุมปาก เฉียงชิงก็กลิ้งตัวและรีบคลานออกไปทันที
“รายงานทุกอย่างในวันนี้ให้ฮ่องเต้รู้ทั้งหมด” เฉียนหลิงอู่พูด สาวใช้รับคำก่อนโค้งคำนับและจากไป
เมื่อเหม่อมองออกไปด้านนอก ในใจเฉียนหลิงอู่ก็รู้สึกมีสั่นไหวเล็กน้อย นางได้แต่ครุ่นคิดว่าช่องว่างระหว่างผู้คนนั้นใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ เฉียนชิงมีระดับพลังยุทธ์สูงถึงระดับแปดของขั้นสี่หลิงหยวน อีกทั้งต้นกำเนิดยังมาจากราชวงศ์เฉียน แต่ถึงกระนั้นนางและเฉียนชิงก็มีระดับการฝึกฝนที่สูงนัก ฉินชูมิอาจเทียบได้แม้แต่น้อย
เฉียนหลิงอู่มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้จะไม่เกิดขึ้นกับฉินชูเป็แน่ เขาไม่มีทางเป็ผู้ติดตามของใคร เขาจะไม่บอกว่าตัวเองเป็คนผิด และจะชนะเขาด้วยการตบเพียงครั้งเดียวนั้นยาก ฉินชูถูกนางเตะหลายครั้งจนอวัยวะภายในฉีกขาด แต่เขาไม่ได้เอ่ยอะไรสักคำ
“องค์หญิง ท่านดื่มชาก่อน แล้วค่อยคิดเื่ต่างๆ” สาวใช้คนหนึ่งนำชามาให้เฉียนหลิงอู่หนึ่งถ้วย
“เสี่ยวเว่ย เ้ายังจำฉินชูคนนั้นได้หรือไม่” หลังจากที่เฉียนหลิงอู่ดื่มชา นางก็หันไปถามสาวใช้ส่วนตัว
“จำได้เ้าค่ะ ชายผู้นั้นสร้างความประทับใจให้กับเสี่ยวเว่ยไม่น้อย แม้ว่าเขาจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหยาบๆ แต่กลับมีชีวิตชีวาไม่น้อย และที่สำคัญที่สุดคือมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก แม้ว่าองค์หญิงจะเตะเขาเช่นนั้น แต่เขาก็ยึดมั่น ไม่แม้แต่จะอยากฆ่าตัวตาย ในอนาคตเขาจะต้องยิ่งใหญ่เป็แน่ อีกทั้งยังเป็ผู้ชายที่ดูซื่อตรงกว่าไม้บรรทัดอีกเ้าค่ะ” เสี่ยวเว่ยกล่าว
“ใช่ เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาจะต้องเป็คนที่ซื่อตรงและเที่ยงตรงเป็ที่สุด แต่ดูเฉียนชิงสิ เขาทำให้ตระกูลเฉียนอับอายขายหน้าเหลือเกิน” ใบหน้าของเฉียนหลิงอู่มีสีหน้าเ็า นางโกรธไม่น้อยเลย เฉาเทียนพาเฉียนชิงมาหานางเพื่อบอกว่าเขาคิดว่าควรทำอะไรนี่ ช่างหยิ่งผยองยิ่งนัก
ขณะที่เฉียนหลิงอู่ กำลังคุยกับเสี่ยวเว่ย สาวใช้นางหนึ่งก็กลับมาพร้อมกับชายร่างสูง
ชายหนุ่มผู้นี้รูปร่างสูง คิ้วเข้มสีดำ ดวงตาแหลมคม ความแข็งแกร่งของเขาแผ่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน คนผู้นี้คือเฉียนหลิงเทียน แห่งราชวงศ์เฉียน
เมื่อเห็นชายผู้นี้ เฉียนหลิงอู่พลันยืนขึ้น “ท่านพี่มาแล้วหรือ นั่งก่อนสิ”
“เื่บางอย่างเ้าให้ข้าจัดการแทนเ้าก็ได้” เฉียนหลิงเทียนพูดหลังจากนั่งลง
“ท่านพี่รู้จักหลิงอู่ดี หากเป็เื่เล็กน้อย หลิงอู่จะไม่สนใจมันเลย แต่เื่นี้ร้ายแรงนัก” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้าไม่ค่อยเข้าใจนัก เ้ารู้เื่นี้ดีมากกว่า งั้นช่วยอธิบายเื่นี้ให้ข้าฟังเถอะ”เฉียนหลิงเทียนมองไปที่ เฉียนหลิงอู่
“ในอดีตข้าไม่ค่อยทราบเื่ราวของหุบเขาเทียนเซียงมากนัก ครั้งล่าสุดที่เข้าไป ข้าได้พบกับผู้ฝึกขั้นหวางเจ่ออยู่ข้างใน นางสังหารโจวกั๋วกง ส่วนข้าได้ต่อสู้กับนางอยู่หลายครั้ง และเสียเปรียบเล็กน้อย” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“มีคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ในพื้นที่ราชวงศ์เฉียนของเราหรือ?” เฉียนหลิงเทียนสีหน้าเปลี่ยนทันที หากมีผู้อยู่ในขั้นหกหวางเจ่อจริง คนผู้นี้คงทำให้ราชวงศ์เฉียนสั่นคลอนไม่น้อย
เฉียนหลิงอู่พยักหน้า “นางแข็งแกร่งมากนัก การต่อสู้ของข้ากับนางก่อนหน้าถือเป็ความขัดแย้งส่วนตัว นางจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์เฉียนและจะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายใดๆ อีก แต่หลังจากข้าบอกเล่าเื่ของนางให้เฉาเทียน เขากลับศึกษาและคิดแผนสังหาร ซึ่งจะนำพาปัญหามาสู่ราชวงศ์เฉียน หากกล่าวว่ามาเป็เื่เล็กๆ ท่านพี่อาจจะมองไม่เห็นสถานการณ์โดยรวม แต่หากมองให้ลึกซึ้ง ข้าคิดว่าเฉาเทียนมีจุดประสงค์แอบแฝง”
“พวกเ้าออกไปก่อน” เฉียนหลิงเทียนหันมาพูดกับสาวใช้
เฉียนหลิงอู่โบกมือแล้วขอให้สาวใช้ในวังลงไป
“ผู้าุโหลายคนในราชวงศ์และเ้าเองก็อาจมีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน ในเื่การปฏิบัติหน้าที่ของเฉาเทียน ความเป็จริงแผนบางอย่างเขาไม่ได้เป็ผู้คิดขึ้นมา เขาเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น มีบางสิ่งที่เราตระกูลเฉียนทำไม่ได้และไม่สะดวกที่จะทำ แต่มีคนต้องทำและคนผู้นั้นคือเฉาเทียน กลยุทธ์ของเขาเองไม่สูงมากนัก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ทำตัวไร้ความคิดเหมือนที่เป็อยู่เช่นนี้” เฉียนหลิงเทียนกล่าว
หลังจากฟังคำพูดของเฉียนหลิงเทียน เฉียนหลิงอู่ก็ข้าใจเื่บางอย่างในทันทีถึงชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของเฉาเทียน และในความเป็จริง ราชวงศ์เฉียนเองก็้าคนเช่นนี้
“เื่หุบเขาเทียนเซียง ข้าอยากให้เ้าคิดให้รอบคอบ เ้าไม่ควรต่อสู้กับนางอีก ความปลอดภัยของตัวเ้าเองสำคัญกว่า”เฉียนหลิงเทียนกล่าว
“ท่านคิดว่าความปลอดภัยของข้าสำคัญหรือไม่? แต่ข้า้าจะปกป้องราชวงศ์เฉียน!” เฉียนหลิงอู่ยิ้ม แต่รอยยิ้มของนางขมขื่นนัก
เฉียนหลิงเทียนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพลางถอนหายใจ “เฉียนหลิงอู่... เ้าคิดว่าความปลอดภัยของเ้าไม่สำคัญในสายตาของข้าหรือ?”
“ข้าไม่รู้ว่ามันสำคัญสำหรับท่านหรือไม่... แต่หลังจากที่พ่อจากไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้ว” เฉียนหลิงอู่กล่าว
