เมื่อมีรางวัลก็มีผู้กล้า
แม้ว่าศิษย์อัจฉริยะที่มีระดับจิตใจที่ค่อนข้างไม่ธรรมดาจะไม่ใช่ผู้กล้าหาญนัก แต่พวกเขาต่างก็มีความโลภของตนเอง ต้องบอกเลยว่า ชายหนุ่มที่ดูเรียบง่ายคนนั้นได้เปิดเงื่อนไขที่ทำให้ทุกคนต่างหัวใจเต้นแรง
อาวุธเต๋าระดับชั้นยอด และยังได้รับการปกป้องจากตระกูลเหลยของตี้หวังไปตลอด สิ่งเหล่านี้จึงดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม คนจำนวนมากจะไม่มีใครกล้าล่วงเกินฉินอวี่ โดยส่วนมากแล้วก็เป็เพราะกลัวชื่อของผู้เฒ่าร้องไห้ แต่ตอนนี้เมื่อตระกูลเหลยของตี้หวังได้ยื่นข้อเสนอในการปกป้องตลอดชีวิตขึ้นมา จึงกลายเป็สิ่งดึงดูดใจของเหล่าศิษย์อัจฉริยะจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย และยิ่งมีอาวุธเต๋าระดับดีเยี่ยมมาเพิ่มเติม หากไม่ใจหวั่นไหวก็คงจะไม่ใช่เื่จริง อีกอย่าง เหล่าศิษย์อัจฉริยะหนุ่มเหล่านี้ต่างก็เป็กังวลว่าฉินอวี่จะขัดขวางพวกเขาไม่ให้ผ่านด่านจิตใจ ดังนั้น คนจำนวนมากจึงเข้าร่วมล้อมโจมตีฉินอวี่อย่างไม่ต้องสงสัย
ฉินอวี่ที่ถูกโจมตีไปมากว่าสิบครั้งในคราวเดียว ใจนิ่งสงบดั่งน้ำ และไม่ได้ล่าถอยออกไปแต่อย่างใด และเหล่าคนที่โกรธเคืองต่อการลงมือของศิษย์อัจฉริยะเ่าั้ ต่างใกับคำพูดของชายหนุ่มเรียบง่ายคนนั้น
ก่อนหน้านี้ฉินอวี่เคยมองดูชายหนุ่มคนนี้มาก่อนแล้ว ทั่วทั้งร่างของเขาเผยให้เห็นความเรียบง่ายอย่างชัดเจน และไม่มีบุคลิกลักษณะอย่างลูกคนรวยคนอื่นๆ ดังนั้น ฉินอวี่จึงไม่ได้สนใจอะไรกับเขา
เมื่อดูจากในตอนนี้แล้ว ชายหนุ่มเรียบง่ายคนนี้นิ่งเฉยเหมือนคนจำศีลอยู่นานแล้ว และแม้แต่ฉินอวี่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าชายหนุ่มที่เรียบง่ายคนนี้จะถูกจัดวางไว้ในแผนของเหลยจั๋วเยว่!
อสุนี์ที่เพิ่งแผ่ซ่านปกคลุมไปทั้งร่างกาย ถูกทำให้แตกออกทันที และสามารถเดินทางได้มากกว่าสามพันจ้างในระยะเวลาอันสั้น บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็ศิษย์อัจฉริยะทั้งสิ้น ยังโชคดีที่มีแรงกดดันจากด่านจิตใจ จึงช่วยลดการโจมตีของพวกเขาอยู่มาก แต่การต้องรับการโจมตีจากคนกว่าสิบคนในเวลาเดียวกัน เป็เื่ที่ฉินอวี่ไม่อาจรับไหว
เืลมและพลังปราณในร่างกายที่รุนแรงเริ่มปะทุขึ้น ฉินอวี่ถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ขอเพียงเข้าไปด้านในได้ เขาก็สามารถบดขยี้คนเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องลงมือ
“ถ้าวันนี้ไม่ตาย เขาจะกลายเป็หายนะครั้งใหญ่ในอนาคต!” ชายหนุ่มเรียบง่ายคนนั้นพูดอย่างเ็า เขายังคงขับไล่โจมตีอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจต่อแรงกดดันของด่านจิตใจ ระดับการฝึกฝนของเขาอยู่ในขั้นเทพ์ระดับสูงสุด การโจมตีนั้นเป็ไปอย่างรุนแรง ในขณะที่ฉินอวี่กำลังถอยห่างออกมา เงากระบี่สีครามจำนวนนับไม่ถ้วนก็ลอยตรงเข้าหาเขาจากทุกทิศทาง
เงากระบี่เหล่านี้หนาแน่นมาก เมื่อมองเพียงพริบตาจะเห็นว่ามีอยู่นับพันนับหมื่นเล่ม และในแต่ละเล่มจะปรากฏลำแสงสีครามขึ้นอย่างเด่นชัด และในขณะเดียวกันชายหนุ่มที่ดูเรียบง่ายคนนั้นก็เดินอย่างเข้ามาอย่างดุเดือด กระบี่สีครามส่งเสียงกระทบกันดังกึกก้อง ขณะที่พุ่งเข้าหาฉินอวี่อย่างรุนแรง
สิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างหวาดกลัวคือ กระบี่สีครามนั้นได้กลายเป็กระบี่สีครามขนาดใหญ่เล่มหนึ่งที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา
หมื่นกระบี่หวนเป็หนึ่ง!
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มที่ดูเรียบง่ายคนนี้จะสามารถใช้วิชาลับระดับยอดเช่นนี้ได้
ผู้ฝึกตนที่รายล้อมอยู่เบื้องนอกต่างมองดูชายหนุ่มที่เรียบง่ายคนนั้นด้วยความใ นึกไม่ถึงว่าการท้าประลองครั้งนี้จะมีอัจฉริยะที่เก่งกาจถึงเพียงนี้ด้วย นี่คือระดับขั้นเทพ์ที่รู้วิธีการควบคุมวิชาลับหมื่นกระบี่หวนเป็หนึ่งได้
“เขาคือ... หลี่เฉิงเซียนแห่งูเาเซียนกระบี่ในเขตกู่โหมว! อัจฉริยะชั้นยอดที่ต่างรู้จักกันในนามเซียนกระบี่น้อย!”
“เป็หลี่เฉิงเซียนจริงด้วย หลี่เฉิงเซียนผู้มีร่างกระบี่โดยกำเนิด นึกไม่ถึงว่าเขาจะยอมลงเขาแล้ว และไม่รู้ว่า... หลี่โหย่วฉายผู้นี้ไปทำให้หลี่เฉิงเซียนขุ่นเคืองได้อย่างไร!”
“อัจฉริยะผู้ไม่มีใครเทียบได้แห่งูเาเซียนกระบี่! มิน่าล่ะ... มิน่าล่ะเด็กคนนี้จึงสามารถเดินเข้าไปในระยะสี่พันจ้างของด่านจิตใจได้อย่างสบายๆ!”
เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไปทั้งแดนต้าโหมวเทียนเล็กๆ แห่งนี้ เมื่อมีอัจฉริยะที่ไม่ธรรมดาหาที่เปรียบไม่ได้ถือกำเนิดขึ้น เื่ทั้งหมดก็จะแพร่สะพัดไปทั่วแดนต้าโหมวเทียน
ฉินอวี่มีความใมากกว่าคนอื่นๆ มาก หลี่เฉิงเซียนผู้นี้คือร่างกระบี่โดยกำเนิด แต่ในร่างกระบี่ของเขาเต็มไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง และพลังที่ว่านี้ ฉินอวี่ก็มีความคุ้นเคยเป็อย่างมาก
“ร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์!” ในใจของฉินอวี่มีอักษรลอยขึ้นมาสี่คำ จนทำให้จิตใจเขาถึงกับสะท้าน
อะไรคือพลังหยางวิสุทธิ์? นั่นเป็พลังหยางที่แรกเริ่มที่สุดซึ่งทรง พลังอย่างมากในโลก และร่างเฉพาะแต่ละประเภทก็สามารถเพิ่มคำว่า “หยางวิสุทธิ์” สองคำนี้ได้ ซึ่งหมายความว่าพลังนี้จะทรงพลังที่สุดและแรกเริ่มที่สุดในโลก แม้ว่าพลังนี้จะมีอยู่เพียงเล็กน้อย และมีพลังหยางวิสุทธิ์อยู่เพียงหนึ่งส่วน แต่นี่ก็นับว่าเป็โชคอันวิเศษของผู้ฝึกตนทุกคน!
ทำให้ร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์นี้ไม่อาจเทียบได้กับร่างยุทธ์หยางวิสุทธิ์ที่เข้ามายังสำนักยุทธ์ว่านจ้งพร้อมกันกับฉินอวี่ หรืออาจพูดได้ว่า พลังของร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์นี้เมื่อถึงขีดสุด จะมีความรุนแรงเกินเหนือกว่าร่างยุทธ์หยางวิสุทธิ์
ในอดีต ฉินอวี่เคยได้ยินเื่เกี่ยวกับร่างยุทธ์หยางวิสุทธ์ และร่างกระบี่โดยกำเนิดมาไม่น้อย แต่กลับไม่ค่อยพบเจอเื่ของร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์ เป็เพราะร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์จำเป็ต้องถือกำเนิดจากการประสานรวมของพลังหยางวิสุทธิ์และพลังกระบี่์อย่างสมบูรณ์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์นี้เป็การประสานรวมระหว่างร่างกระบี่์และร่างยุทธ์หยางวิสุทธิ์!
ฉินอวี่นึกไม่ถึงว่าในแดนต้าโหมวเทียนแห่งนี้จะมีร่างที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ถือกำเนิดขึ้น และนึกไม่ถึงเลยว่าร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์จะยืนนิ่งๆ อยู่ข้างกาย
เมื่อดูจากตอนนี้ เหลยจั๋วเยว่คงคิดจะขัดขวางตนเองจริงๆ และคงมีเจตนาจะสังหารตน!
เมื่อระงับความรู้สึกที่แฝงไปด้วยพลังสังหารเอาไว้แล้ว ฉินอวี่ก็มองไปยังกระบี่นับหมื่นที่กำลังรวมกันเป็กระบี่สีครามขนาดมหึมา ความรู้สึกถึงอันตรายที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ปรากฏขึ้นในใจของฉินอวี่
ฉินอวี่พ่นลมออกมาอย่างเ็า นั่งลงขัดสมาธิกลางอากาศพลางเคลื่อนตัวถอยหลังออกไป อสุนี์ประจำตัวและเพลิงมรณะก็ปะทุขึ้นทันที ก่อตัวเป็เกราะป้องกันที่ปกคลุมร่างกายเอาไว้ และบนเกราะป้องกันนี้ เพลิงมรณะและอสุนี์ประจำตัวได้ประสานกันจนเกิดเป็สองพลังที่รุนแรงซึ่งหลอมเข้าด้วยกัน ทำให้เกราะป้องกันนี้ยกระดับพลังการป้องกันขึ้นไปได้อย่างมาก
“เปรี้ยง ตูม ตูม!” กระบี่สีครามขนาดใหญ่กระแทกใส่เกราะป้องกันในทันที เกิดเสียงะเิดังขึ้นกึกก้องโสตประสาท
ดวงตาของฉินอวี่เบิกกว้างขึ้นทันที มองดูเกราะป้องกันที่ค่อยๆ แตกออกเป็เสี่ยงๆ พลังปราณในร่างกายหลั่งไหลออกมา มือข้างขวารวมพลังกำแน่นขึ้นเป็หมัด และชกตรงไปทางกระบี่ขนาดใหญ่นั้นทันที
หมัดะเิฟ้า!
“ตูม ตูม ตูม!”
หนึ่งหมัดที่โจมตีออกไปได้กลายเป็ลำแสงหมัดนับสิบ และในครั้งนี้ ฉินอวี่ได้รวมเพลิงมรณะและอสุนี์เข้าไว้ในหมัดะเิฟ้า และตามด้วยรอยผนึกฝ่ามือของมือข้างขวา ทำให้หมัดที่ปล่อยออกไปนี้มีพลังที่น่ากลัวยิ่งนัก
“ตูม!”
ทุกคนต่างมองเห็นกระบี่สีครามขนาดมหึมาที่กำลังแตกออกทีละน้อย ท้ายที่สุดก็แตกออกเป็เสี่ยงอย่างละเอียด ร่างกายของฉินอวี่ก็ถอยกลับออกไปไกลถึงสิบจ้างจึงจะหยุดลง และหันมองหมัดข้างขวาที่โชกไปด้วยเืด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม
สมแล้วที่เป็ร่างกระบี่หยางวิสุทธิ์ พลังของลำแสงกระบี่มีอานุภาพยิ่งนัก นึกไม่ถึงว่าจะสามารถทำลายการป้องกันที่รวมมาจากหัวใจเพลิงธรณีและอสุนี์ได้!
ในขณะที่ฉินอวี่กำลังหยิบเม็ดยาออกมานั้น ความรู้สึกของวิกฤติมรณะอันแข็งแกร่งได้เข้าปกคลุมหัวใจของเขา ฉินอวี่รู้สึกใ และหยิบแผ่นไม้ทั้งหมดที่อยู่ในวงแหวนมิติออกมาอย่างไม่ลังเล ก่อนจะสร้างขึ้นเป็เรือนไม้ป้องกันอย่างรวดเร็ว
“เวิง!”
เกิดเสียงดังขึ้นกลางอากาศ จากนั้นผนึกฝ่ามือขนาดั์ก็ปรากฏขึ้นมาทันที ก่อนจะลดตัวเคลื่อนลงมาจากฟากฟ้า ผนึกฝ่ามือนี้เหมือนมีพลังที่ทำลายล้างโลกได้ ราวกับว่ามือข้างเดียวนี้กำลังปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้าและกดทับตรงเข้าหาฉินอวี่
“เปรี้ยง ตูม ตูม!”
เกิดเสียงดังขึ้นสั่นะเืราวกับเสียงของสายฟ้าในฤดูใบไม้ผลิ คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวได้แผ่กระจายออกไปพร้อมกับคลื่นเสียงที่แสบแก้วหู และปะทะเข้ากับผู้ฝึกตนที่อยู่รอบนอกจำนวนมากจนกระเด็นลอยออกไป
เหล่าศิษย์อัจฉริยะที่มีการฝึกฝนมาอย่างลึกซึ้งต่างดวงตาเบิกโพลง และมองไปยังเรือนไม้ที่อยู่บนเส้นทางเบื้องหน้า ทุกคนต่างตกตะลึง
“ปัง!” เสียงแตกดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เรือนไม้ที่ตั้งอยู่บนถนนพังทลายลงทันที จากนั้น แผ่นไม้แต่ละแผ่นก็พังออกจากกัน จนเรือนไม้ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นฉินอวี่ผู้เต็มไปด้วยพลังสังหาร ซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างปลอดภัย
“ฮู้ว...” ทุกคนต่างถอนหายใจออกมา จากนั้นแต่ละคนจึงรู้สึกตัวขึ้นมา ทันใดนั้น บริเวณรอบนอกของด่านจิตใจก็วุ่นวายขึ้นทันที!
“ข้าคงไม่ได้ตาลายไปใช่หรือไม่? ผนึกฝ่ามือนั่น... อย่างน้อยที่สุดก็เป็การโจมตีของผู้แข็งแกร่งระดับเขตแดนเต๋า หรือว่าจะเป็ยันต์ผนึก?”
“ใครนำผนึกยันต์เข้ามาในการท้าประลอง? เป็ไปได้หรือไม่ว่าจะไม่รู้ว่าผิดกฎ?”
“ผนึกยันต์ของผู้แข็งแกร่งระดับเขตแดนเต๋า... หลี่โหย่วฉายสกัดกั้นมันได้หรือ?”
“ใช้เรือนไม้สกัดกั้นการโจมตีของผู้แข็งแกร่งระดับเขตแดนเต๋า? เป็ไปได้อย่างไร? หลี่โหย่วฉายทำแบบนี้ได้อย่างไร?”
“หรือแผ่นไม้นั่นจะเป็ไม้เสวียนชิง? ไม่เช่นนั้นจะสามารถสกัดกั้นการโจมตีของผนึกระดับเต๋าได้อย่างไร?”
“หลี่โหย่วฉายผู้นี้มีการหยั่งรู้ที่ดีจริงๆ... ดูเหมือนว่าพวกเราจะดูถูกหลี่โหย่วฉายเกินไป”
ฉินอวี่เพิกเฉยต่อเสียงใของทุกคน เขากวาดสายตามองไปท่ามกลางฝูงชนอย่างนิ่งขรึม ท้ายที่สุดก็มองไปทางเหลยเฉียนหลงด้วยใบหน้าที่สยดสยองและเหลือเชื่อ และเมื่อมองเห็นแผ่นหนังของสัตว์อสูรในมือของเหลยเฉียนหลง จิตสังหารของฉินอวี่ก็ถาโถมเข้ามาดั่งน้ำท่วม
เหลยจั๋วเยว่ เป็วิธีการที่เยี่ยมจริง!
“พวกท่านไม่ลงมือสักที จะรอกันถึงเมื่อไรกัน?” เหลยเฉียนหลงถูกฉินอวี่จ้องมองรู้สึกใ และรีบะโอย่างรวดเร็ว
อัจฉริยะทุกคนต่างก็ตกตะลึงขึ้นทันที เมื่อมองไปยังฉินอวี่ที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ในความคิดของทุกคนต่างเต็มไปด้วยภาพของเรือนไม้ที่ถูกผนึกฝ่ามือโจมตี แล้วเช่นนี้จะมีใครกล้าเข้าต่อสู้ด้วยอีกเล่า?
หลี่เฉิงเซียนเหลือบมองฉินอวี่ จากนั้นก็รีบหันหลังกลับไปอย่างไม่ลังเล
“หลี่เฉิงเซียน เ้าทำอะไร?” เหลยเฉียนหลงหันศีรษะกลับมาพูดเสียงดัง เพราะนึกไม่ถึงว่าหลี่เฉิงเซียนจะถอนตัว
“ข้าเป็หนี้บุญคุณของเหลยจั๋วเยว่ครั้งหนึ่ง และคืนกลับให้แล้ว! หลังจากสิ้นสุดการท้าประลอง หลี่โหย่วฉาย ข้าจะรอเ้าอยู่ที่เมืองเทียนโหมวชั้นนอก!” หลิงเฉิงเซียนพูดอย่างเ็าโดยไม่หันกลับมามอง
