ในยุคสมัยที่กินไม่อิ่มท้องเช่นนี้ ผู้ใดจะหักใจยกธัญญาหารมากมายถึงเพียงนี้ให้ผู้อื่นได้กัน?
ทว่าคนทั้งสกุลเฉินกลับตัดสินใจเชื่อมั่นในตัวผู้ใหญ่บ้านเฉิน เคอโยวหรานสามารถมองเห็นพลังประการหนึ่งที่เกิดขึ้นบนกายของพวกเขา...
ขณะมองเมล็ดพันธุ์ที่กองรวมกันจนราวกับูเาเล็กก็มิปาน เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ล้วนมิใช่ของดีนัก เหตุที่เคอโยวหรานรับเมล็ดพันธุ์เหล่านี้เอาไว้ก็เพราะอยากจะใช้น้ำสระบัวเจ็ดสีมาลองแช่พวกมันสักหน่อย
ครั้นคิดเช่นนี้ เคอโยวหรานก็เอ่ยกับผู้ใหญ่บ้านเฉินว่า “ท่านผู้าุโเ้าคะ มิสู้ส่งเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไปเพาะในจวนของพวกข้าเถิด เพื่อให้ดูแลการเจริญเติบโตของต้นกล้าได้ง่ายเ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินตอบรับด้วยความยินดี เอ่ยด้วยความดีใจว่า “เช่นนั้นก็ดี พวกเราล้วนเพิ่งลองทำครั้งแรก ไม่มีประสบการณ์อันใด คงต้องพึ่งแม่นางน้อยเสียแล้ว!”
กล่าวจบก็บอกให้เฉินต้าจ้วงใช้รถเข็นส่งเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดไปยังจวนสกุลต้วน
ในคืนนั้น เคอโยวหรานวาดภาพถาดเพาะต้นกล้าให้ต้วนเอ้อร์หลาง ขอให้เขาเร่งทำออกมา ส่วนนางไปคัดเลือกเมล็ดพันธุ์อวบอ้วนเ่าั้
เพราะมีการชะล้างไขกระดูกครั้งก่อนเป็บทเรียน เคอโยวหรานจึงไม่กล้าใช้น้ำสระบัวเจ็ดสีบริสุทธิ์อีกแล้ว
หากใช้น้ำสระบัวมาแช่แล้วทำให้เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดโตเต็มที่ภายในคืนเดียว เช่นนั้นนางจะอธิบายอย่างไร?
ดังนั้นเคอโยวหรานจึงใช้น้ำสระบัวเจ็ดสีเจือจางกับน้ำในแม่น้ำทั่วไปในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งร้อยแล้วนำมาแช่เมล็ดพันธุ์
หลังจากจัดแจงเมล็ดพันธุ์จนเสร็จสิ้น เคอโยวหรานก็นึกถึงบ้านสวนที่เพิ่งซื้อเอาไว้
นางหยิบแผนที่ออกมาศึกษาอย่างละเอียดกับต้วนเหลยถิง พื้นที่ส่วนใดจะปลูกข้าวโพด พื้นที่ส่วนใดจะปลูกข้าว พื้นที่ส่วนใดจะปลูกไม้ผล และพื้นที่ส่วนใดจะปลูกมันฝรั่ง
หลังคำนวณปริมาณและชนิดเมล็ดพันธุ์ที่ต้องปลูกในบ้านสวนแล้ว นางก็เขียนวิธีการเพาะปลูกพืชพรรณเ่าั้อย่างละเอียดแล้วนำมาเข้าเล่มเป็ตำราหนึ่งเล่ม
นางเติบใหญ่มาในหมู่บ้านชาวนา เคยเข้าร่วมการอบรมเพาะปลูกหลายครั้ง เมื่อครั้งยังเด็กเคยปลูกพืชต่างๆ มาไม่น้อย ดังนั้นจึงนำความรู้ในสมองออกมาใช้การได้
เคอโยวหรานส่งตำราเข้าเล่มกับเงินสองพันตำลึงให้ต้วนเหลยถิง วันพรุ่งค่อยสั่งให้อิ่งเอ้อร์กลับไปยังบ้านสวนรอบหนึ่ง จากนั้นส่งสิ่งของทั้งหมดให้กับหลี่จงเฉวียน บอกให้พวกเขาสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์และต้นอ่อนตามที่สั่งการเอาไว้
หลังทำสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้นก็เป็เวลากลางดึก ต้วนเหลยถิงที่เห็นเคอโยวหรานเหนื่อยล้าพลันรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
ชายหนุ่มจัดการอุ้มนางไปยังห้องอาบน้ำในท่าองค์หญิง ยามช่วยอาบน้ำให้เคอโยวหราน พบว่านางเหน็ดเหนื่อยจนผล็อยหลับไปเสียแล้ว
ต้วนเหลยถิงมองใบหน้าหลับสนิทของอีกฝ่าย ก่อนแต้มจูบแ่เบาลงบนไฝหยดน้ำตาบนหว่างคิ้วของนางแล้วเอ่ยพึมพำว่า
“แม่ทูนหัว ลำบากแล้ว ภายหน้าเื่เพาะต้นกล้า เ้าแค่ขยับปากเป็พอ จากนั้นให้สามีช่วยทำให้เ้า...”
อาจเพราะเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป เคอโยวหรานจึงนอนหลับหนึ่งตื่นจนถึง่เที่ยงของวันต่อมา
ท่ามกลางความฝัน นางมักรู้สึกว่ามีเ้าก้อนขนอันใดบางอย่างกำลังถูหน้าถูคอของตน เคอโยวหรานจึงลูบใบหน้าโดยสัญชาตญาณ
“หงิงๆ...หงิง...” เสียงร้องแ่เบาด้วยความดีใจไม่กี่ครั้งทำให้เคอโยวหรานถึงกับตื่นจากฝันด้วยความตกตะลึงภายในพริบตา
ครั้นเห็นได้ชัดเจนว่าเบื้องหน้าตนคือหมาป่าน้อยสีขาวกับสีดำ หัวใจของเคอโยวหรานก็ถึงขั้นละลายเสียแล้ว
นางพลิกกายลุกขึ้นนั่ง จัดการโอบเ้าตัวอ้วนทั้งสองไว้ในอ้อมแขนแล้วสบสายตากับพวกมัน
ต้วนเหลยถิงที่ยุ่งงานทั้งเช้ากลับเข้ามาภายในห้อง พลันเห็นการกระทำโยวหรานของตนกับเ้าหมาป่าน้อยทั้งสองเข้าพอดี ชายหนุ่มจึงเดินไปนั่งข้างเตียงอย่างมิอาจหักห้ามใจ โอบกอดเคอโยวหรานจากด้านหลัง จากนั้นวางปลายคางลงบนลาดไหล่ของนางแล้วเอ่ยทั้งรอยยิ้มว่า
“ใกล้จะหนึ่งเดือนแล้ว ในที่สุดหมาป่าน้อยก็ลืมตาเสียที ท่าทางเช่นนี้ของพวกมันช่างน่าเอ็นดูนัก พวกเราตั้งชื่อให้พวกมันทั้งสองตัวดีหรือไม่?”
“ดีเลยเ้าค่ะ!” เคอโยวหรานฉวยโอกาสเอนพิงในอ้อมอกของต้วนเหลยถิง “ตัวสีขาวนี้ขาวสะอาดเหมือนแสงจันทร์สะดุดตา เช่นนั้นเรียกมันว่าอิ๋นเยวี่ยเป็อย่างไรเ้าคะ?”
“อืม ตามใจเ้า” ต้วนเหลยถิงกดจูบลงบนดวงหน้าเกลี้ยงเกลาดุจหยกของนาง
“ส่วนตัวสีดำนี้ดำขลับมันวาว ราวกับหยกอ่อนสีดำไร้ตำหนิก็มิปาน เช่นนั้นเรียกมันว่าโม่เจวี๋ยดีหรือไม่?”
เคอโยวหรานอดพยักหน้ามิได้ “ไพเราะเ้าค่ะ เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”
คล้ายลูกหมาป่าทั้งสองจะชอบชื่อของพวกมันเป็อย่างยิ่ง ต่างพากันถูไถข้อพับแขนของเคอโยวหรานไม่ยอมหยุด ช่างน่ารักน่าชังเหลือเกิน
เคอโยวหรานวางพวกมันลงบนเตียง เ้าตัวเล็กทั้งสองเดินซวนเซล้มซ้ายล้มขวาไม่ต่างกับเมามาย ทำเอาเคอโยวหรานชอบใจจนหัวเราะออกมาเสียงดัง
ต้วนเหลยถิงทอดมองใบหน้ายิ้มแย้มของนาง ร่างทั้งร่างรู้สึกราวกับถูกโอบล้อมด้วยความอบอุ่น พลันคิดในใจว่า : หากพวกเขามีบุตรของตนเอง ยามเหล่าเด็กๆ หัดเดินจะน่ารักจับใจผู้คนเช่นหมาป่าน้อยหรือไม่?
......
ต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานหวานชื่น ทว่าทางฝั่งจวนสกุลเคอกลับตรงกันข้ามโดยสมบูรณ์
เคอเสี่ยวหรูกลับหมู่บ้านพร้อมกับหลินสืออู่ผู้เป็มารดาของนาง คนทั้งสองร้องไห้จนดวงตาบวมเป่ง หลงเหลือไว้เพียงซอกเล็กให้พอมองเห็นเท่านั้น
เคอก่วงเถียนที่อยู่ด้านข้างมองดูเื่น่าขันอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น ภายในใจลอบคิดว่า : เคอเสี่ยวหรูนะเคอเสี่ยวหรู ผู้ใดใช้ให้เ้าออกเรือนกับคุณชายน้อยสกุลต่งแล้วยังโอ้อวดว่ามีเงินทองเครื่องประดับมากมายถึงเพียงนั้น ยามนี้ได้รับผลร้ายแล้วกระมัง? สมน้ำหน้า
ทันทีที่ผู้เฒ่าเคอกับแม่เฒ่าเคอคิดว่าสูญเสียต้นเงินต้นทองเช่นสกุลต่งไป ภายในใจก็เกิดเพลิงโทสะ ไม่ว่าจะมองสองแม่ลูกอย่างไรก็ขวางหูขวางตาไปเสียหมด
ผู้เฒ่าเคอตบโต๊ะพลางเอ่ยด้วยความเหลืออด “ร้องๆๆ รู้จักแต่การร้องไห้ วาสนาดีๆ ถูกเสียงร้องไห้ของพวกเ้าขับไล่จนหายไปหมดแล้ว”
หลินสืออู่ระงับเสียงลง ไม่กล้าเปล่งเสียงร้องไห้ออกมาอีก ด้วยค่อนข้างหวาดกลัวพ่อสามีผู้นี้ของตนอยู่บ้าง ไม่กล้าโต้แย้งเลยแม้แต่นิด
ร้อยความดีกตัญญูเป็เอก หากทั้งสิบลี้แปดหมู่บ้านรู้ว่านางไม่เคารพพ่อสามี นางกับเคอเสี่ยวหรูคงถึงขั้นจมน้ำลายตายเสียแล้ว
แม่เฒ่าเคอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ยังไม่รีบไปทำกับข้าวอีก? แค่กๆๆ...รอพวกเราปรนนิบัติพวกเ้าหรืออย่างไร? แค่กๆ...”
กล่าวยังไม่ถึงสองประโยคก็ไอออกมาไม่ยอมหยุด คนทั้งครอบครัวต่างหนีห่างแม่เฒ่าเคอ เนื่องจากกลัวจะติดอาการป่วยมาด้วย
นางเพิ่งจะกล่าวจบ กระทั่งผู้เฒ่าเคอยังเดินหนีออกจากห้อง แม่เฒ่าเคอที่ยังไอไม่หยุดถูกทิ้งให้ได้แต่มองตาปริบอยู่ที่เดิม
มิใช่ว่าแม่เฒ่าเคอไม่คิดจะไปหาหมอ แต่ทั้งสิบลี้แปดหมู่บ้านมีหมอหลูเพียงผู้เดียว ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงมักจะไม่อยู่ในจวนเสียทุกครั้ง
หากมิใช่ว่าเขาไม่ได้อยู่ในจวน เมื่อได้ยินว่าต้องรักษาแม่เฒ่าเคอ ยังไม่ทันรักษาก็เรียกเก็บเงินห้าตำลึงล่วงหน้าเสียแล้ว รอกระทั่งรักษาเสร็จค่อยคืนส่วนที่เหลือให้
แม่เฒ่าเคอเป็ผู้ใดกัน? ไก่ภายในจวนออกไข่กี่ฟองล้วนถูกเก็บออกมาจนเกลี้ยง ถ้าต้องจ่ายเงินห้าตำลึงไม่เท่ากับคร่าชีวิตของนางหรอกหรือ?
ท้ายที่สุดจึงทำได้เพียงปล่อยเอาไว้ทั้งเช่นนั้น ตามคำกล่าวของฮูหยินเฒ่าก็คือ ปล่อยเอาไว้เยี่ยงนี้ไม่แน่ว่าอาจจะหายเองก็เป็ได้กระมัง?
เพียงแต่แม่เฒ่าเคอยังคงเป็แมวตาบอดจับหนูได้ ยาที่เคอโยวหรานวางยานางมีฤทธิ์สองถึงสามเดือน ยังคงหายเองหลังจากปล่อยเอาไว้จริงๆ
ทว่าทุกคนกลับไม่รู้เื่นี้เลยสักนิด กระทั่งผู้เฒ่าเคอก็ยังไม่นอนร่วมห้องกับนางอีกเลย
ผู้เฒ่าเคอเก็บกวาดข้าวของ จากนั้นย้ายไปยังห้องเดิมที่พวกเคอต้าส่าเคยพักอาศัยอยู่เสียแล้ว
......
ณ จวนสกุลต้วน
เคอโยวหรานกับต้วนเหลยถิงที่พบว่าเมล็ดพันธุ์ซึ่งถูกแช่ด้วยน้ำสระบัวเจ็ดสีมีเมล็ดอิ่มเอิบและเปลี่ยนแปลงเป็เมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง พวกเขาต่างพากันยินดีปรีดาเป็อย่างยิ่ง
ยามเพาะกล้าของบ้านสวนก็สามารถใช้น้ำสระบัวได้เช่นกัน
เคอโยวหรานหารือกับต้วนเหลยถิง จากนั้นขอให้ต้วนเอ้อร์หลางช่วยทำกระบอกใส่น้ำที่ปิดสนิทเพื่อใส่น้ำสระบัวเจ็ดสีไว้ข้างใน
คนทั้งสองเดินทางไปยังบ้านสวนด้วยตนเอง จากนั้นผสมน้ำสำหรับเพาะพันธุ์ต้นกล้าให้เรียบร้อย
ต้วนเหลยถิงเอ่ยกับอิ่งอีว่า “น้ำเหล่านี้ใส่ยาวิเศษลงไป สั่งให้คนเฝ้าเอาไว้ นอกจากใช้แช่เมล็ดพันธุ์ เพาะต้นกล้า และเลี้ยงต้นอ่อน ห้ามนำไปใช้ทำสิ่งอื่นใดเป็อันขาด หากมีคนแอบใช้ ให้ลงโทษสถานหนักโดยไม่มีการผ่อนปรนและละเว้น”
“บ่าวน้อมรับคำสั่งขอรับ” อิ่งอีคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นพลางกำหมัดคารวะ
