ในใจของาาแบล็กสโตนเต็มไปด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่? ทำไมจู่ๆ ถึงเกิดความคิดน่ากลัวๆ แบบนั้นขึ้นมาได้ และเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ด้วย?
เขารีบย้ำเตือนกับตัวเองซ้ำๆ ว่าองค์ชายอีวานที่อยู่ด้านหน้าไม่ใช่คนที่เขาสามารถทำให้โมโหได้ เขาพยายามบังคับให้มือตัวเองผละออกมาจากด้ามดาบ ความรู้สึกนี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เสียป้อมปราการแบล็กสโตนหรือทหารนับสี่พันคนซะอีก
องค์ชายอีวานไม่ได้รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นด้านหลัง เขายังคงควบม้าทะยานไปด้านหน้า
เขาไม่รู้สึกเลยสักนิดว่า คนที่อยู่ด้านหลังของตัวเองกำลังจับจ้องมาที่แผ่นหลังของเขาด้วยแววตาแฝงความกระหายเื ไม่ได้รู้เลยว่าในระยะเวลาสั้นๆ ชีวิตน้อยๆ ของตัวเองเกือบจะถูกเคียวยมทูตพรากออกจากร่างไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดครั้ง
ทั้งสองคนต่างพากันควบม้าตรงกลับไปที่เมืองแบล็กสโตน
หลังจากที่พวกเขาถูกาาแซมบอร์ดข่มขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ คนหนึ่งตกลงจากหลังม้าหน้าทิ่มดิน อีกคนก็วิ่งหนีตายตาเหลือก ทำให้ไม่ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ซุนเฟยทำหลังจากที่เปลี่ยนเป็ 'โหมดเนโครแมนเซอร์' ด้วยความกลัวเสียหน้า ทั้งสองคนจึงตัดสินใจไม่บอกเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับใคร
ตอนนี้ นกอินทรีั์สีขาวที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าก็ค่อยๆ บินหายลับเข้าไปในหมู่เมฆ เพียงพริบตาเดียวก็หายไปจากคลองจักษุ
……
……
ป้อมปราการแบล็กสโตน ณ คุกน้ำ
เสียงะโว่าฆ่าที่อยู่ด้านนอกก็ค่อยๆ สงบลง ทำให้กลุ่มคนที่อยู่ในคุกน้ำต่างเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างรุนแรง
“นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ยังมีคนกล้ามาก่อเื่วุ่นวายในป้อมปราการแบล็กสโตนอยู่อีกหรือ?”
ชายร่างผอมสูงที่ถูกตรึงอยู่บนผนังกำแพงที่เปียกชื้นอย่างแ่าหันไปถามสหายที่ถูกตรึงอยู่ข้างๆ ขณะเดียวกันก็ขยับเอวของตัวเอง ในความเป็จริงแล้ว ทั้งร่างของเขานั้น เขาสามารถเคลื่อนไหวได้เพียงส่วนนี้ส่วนเดียว บรรดาผู้คุมที่โหดร้ายพวกนั้นใช้ลวดหนามแหลมคมพันร่างของชายคนนี้อย่างแ่า าแบนร่างของชายคนนี้ยังคงไม่สมานตัวกันเท่าไรเพราะแค่เขาขยับร่างเบาๆ หนามแหลมคมก็จะคอยขูดกล้ามเนื้อของเขาจนกลายเป็รอยปริแตก เืสีแดงสดและหนองอักเสบไหลไปตามลวดหนาม ก่อนจะหยดลงไปในน้ำสีดำเหม็นๆ ที่ท่วมอยู่ตรงหัวเข่า แต่ที่น่าใก็คือ แม้ว่าร่างกายจะเต็มไปด้วยาแและแทบจะหาิัที่สมบูรณ์ไม่ได้ อีกทั้งต้องมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรกับคุก แต่สีหน้าของพวกเขากลับดูผ่อนคลาย ในขณะที่พูดยังหัวเราะออกมาเบาๆ ได้อีกด้วย ไม่มีความรู้สึกหดหู่หรือสิ้นหวังกับสถานการณ์ที่ตัวเองเผชิญอยู่เลย
“บางทีน่าจะเป็พวกทหารรับจ้างหรือไม่ก็พวกพ่อค้าที่ถูกพวกผีดูดเืสนใจเข้า าาแบล็กสโตนมันก็ทำเหมือนก่อนหน้านี้นั่นแหละ ที่สังหารผู้อื่นเพื่อปล้น” ชายที่อยู่ใกล้ๆ พูดขึ้นมา “หรือว่า เ้าหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น? เ้าลองฟังสิ เสียงเงียบไปแล้ว เหล่าผู้มาเยือนที่น่าสงสารคงถูกพวกปีศาจเ่าั้จับกินไปหมดแล้วล่ะ...”
“เ้ายังกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของพวกเราอยู่อีกงั้นหรือ าาแบล็กสโตนมันเป็คนใจคอโเี้ ที่พาพวกเรามาขังไว้ที่นี่ ก็คงไม่พ้นอยากจะสังหารทาสเมืองแซมบอร์ดอย่างพวกเรา...”
เหล่านักโทษที่ถูกคุมขังไว้ที่ใต้คุกน้ำต่างเป็ทาสเมืองแซมบอร์ดทั้งหมด
คุกใต้น้ำของป้อมปราการเมืองแบล็กสโตนตั้งอยู่ในถ้ำใต้ดินตรงหน้าผาแห่งหนึ่ง ที่นี่ก็ดูไม่ต่างจากเรือนจำในเขาวงกตใต้ดินด้านหลังูเาของเมืองแซมบอร์ด ทว่าสภาพแวดล้อมที่นี่กลับเลวร้ายยิ่งกว่านับร้อยเท่า คุกใต้น้ำของที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็น ในน้ำสีดำยังเต็มไปด้วยซากสัตว์เล็กๆ และหนูตายลอยขึ้นอืด มีแม้กระทั่งแขนขาของศพคนตายที่ถูกตัดลอยขึ้นอืดอยู่ในน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าจนฉุนจมูก และยิ่งตอนนี้เป็่ปลายฤดูใบไม้ร่วงด้วยแล้ว น้ำในคุกใต้น้ำก็ยิ่งหนาวไปยันไขกระดูก หลายๆ คนที่ร่างกายอ่อนแอและถูกคุมขังไว้ที่นี่ อยู่ได้ไม่เกินวันสองวันก็พากันทยอยล้มตายไปทีละคน หากไม่หนาวตายก็หิวตาย ชีวิตมนุษย์ต่ำยิ่งกว่าหญ้าแต่กลับอึดยิ่งกว่าแมลงสาบ แม้จะตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าสิ้นหวังแบบนี้ แต่ทาสเมืองแซมบอร์ดหลายคนก็พากันปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็อยู่ที่โหดร้ายนี้ได้ และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันไว้ให้ยังคงมีชีวิตรอดต่อไป
เพราะในใจของพวกเขายังคงมีความหวังอันริบหรี่ที่ยังคงประคับประคองพวกเขาอยู่
ได้มีาาที่ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวขึ้นมาที่เมืองแซมบอร์ด
นี่เป็สิ่งที่ท่านผู้เฒ่าโซล่าบอกพวกเรา
ท่านผู้เฒ่าโซล่าเคยบอกไว้ว่า าาแซมบอร์ดจะนำกองทัพไร้พ่ายมาทำลายเมืองแบล็กสโตน และจะมาช่วยพวกเราออกไปจากขุมนรกแห่งนี้
แม้ว่า...นี่จะเป็เพียงจินตนาการที่สวยหรู
แต่จินตนาการเหล่านี้ก็เป็ความหวังของพวกเขา
การที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในหลุมแร่เหมือนซากศพเดินได้ ทำให้พวกเขาละทิ้งความคิดที่จะดิ้นรนต่อสู้กับชะตากรรมอันโหดร้ายนี้ แต่พอได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับความแข็งแกร่งและความชาญฉลาดของาาเมืองแซมบอร์ดมา มันทำให้พวกเขาที่เหลือต่างรู้สึกมีความหวังขึ้นมา แม้ความหวังจะเป็สิ่งที่หรูหรา แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะหลอกตัวเองว่า อีกไม่นานาาเมืองแซมบอร์ดผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นจะมา พวกเขายินดีที่จะโง่งมกับความหวังที่เลือนรางพวกนั้น เพราะอย่างไรเสีย มีความหวังก็ยังดีกว่าไม่มีจริงไหม?
แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าความหวังของพวกเขากำลังจะถูกทำลาย
บางที เมืองแซมบอร์ดอาจจะมีาาที่ยิ่งใหญ่ และเป็าาที่สามารถทำลายกองทัพพันธมิตรทั้งเก้าอาณาจักรได้ และอาจจะมีสักวันหนึ่งที่าาเมืองแซมบอร์ดจะนำกองทัพไร้พ่ายมาทำลายป้อมปราการแบล็กสโตนแห่งนี้...ตอนนี้าาแบล็กสโตนที่ชั่วร้ายก็คงเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามนี้ ถึงได้ตัดสินใจชิงลงมือสังหารพวกเขาทั้งหมดก่อนเพื่อเป็การปิดปาก...ดูเหมือนว่าพวกเขาคงไม่สามารถอยู่รอจนถึงวันนั้นได้
เมื่อคิดว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังถืออยู่ไม่ใช่แสงสว่างแห่งความหวัง แต่กลับเป็ความตาย มันทำให้พวกเขารู้สึกสิ้นหวัง นาทีนั้นทุกคนที่อยู่ในคุกน้ำพากันเงียบขรึม
“ผิดปกติแฮะ...สถานการณ์นี้มันผิดปกติอยู่นะ...” ทันใดนั้น ชายร่างผอมก็พลันรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขาขมวดคิ้วก่อนจะเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ ไม่นานดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย ก่อนจะหันไปถามสหายที่อยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้นว่า “ด้านนอกมันเงียบเกินไป ปกติจะต้องได้ยินเสียงข่มขู่ลอยมาตามลมนะ แต่คราวนี้กลับไม่มีเลย...”
“เอ็ดดี้ เ้า...เ้าอยากจะพูดอะไร?” สหายที่อยู่ข้างๆ ตัวสั่นขึ้นมา ความจริงแล้วตัวเขาเองก็พอจะเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายจะสื่อดี แต่ก็แค่ไม่กล้าที่จะเชื่อ ดังนั้น น้ำเสียงที่ถามกลับจึงสั่นๆ
“บางที...ท่านผู้เฒ่าโซล่าอาจจะพูดถูกนะ?” ชายร่างผอมที่ชื่อเอ็ดดี้ดวงตาเป็ประกายขึ้นมา เสียงของเขาเริ่มดังขึ้น
“เ้าหมายถึง...ไม่ๆๆๆ เป็ไปไม่ได้...มันจะเป็ไปได้อย่างไร!” เริ่มมีคนอื่นเข้ามาร่วมสนทนา
ชายคนนี้เป็คนโครงกระดูกใหญ่ บางที ก่อนหน้านี้เขาอาจจะเคยเป็ชายที่มีรูปร่างกำยำแข็งแรงมาก่อน แต่เมื่อต้องมาใช้ชีวิตเป็ทาสเหมืองแร่เป็เวลานานๆ ทำให้ตอนนี้ร่างของเขาผ่ายผอมลงไปมาก แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ถือว่าอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดท่ามกลางทาสเมืองแซมบอร์ดทั้งสี่ห้าร้อยคนในที่นี่ เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เอ็ดดี้พูดก็พลันตื่นเต้นขึ้นมา แม้ปากจะพูดว่าไม่เชื่อ แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าเขากำลังหวังว่าสิ่งที่เอ็ดดี้พูดจะเป็ความจริง
ตอนนี้เอง ทาสเมืองแซมบอร์ดทุกคนที่อยู่ในคุกน้ำก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา
ใช่หรือ? มันเป็ความจริงใช่ไหม?
คำทำนายของผู้เฒ่าโซล่ากำลังจะเป็จริงอย่างงั้นหรือ?
ทันใดนั้น ความหวังก็ลุกโชนขึ้นมาทันที ทำให้สายตาของทุกคนต่างมองไปที่ทางเข้าของคุกใต้น้ำ กำลังเฝ้ารอสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ตอนนี้เอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งดังเข้ามา
ในที่สุด ่เวลาตัดสินชะตากรรมก็มาถึงแล้ว
ทันใดนั้น หัวใจของพวกเขาทุกคนก็เต้นโครมครามขึ้นมา พวกเขาหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะเป็ทหารแบล็กสโตนที่ถือมีดดาบเดินเข้ามา ไม่ใช่าาแซมบอร์ดที่พวกเขากำลังรอคอยอยู่ แม้แต่เอ็ดดี้ ชายร่างผอมที่มองโลกในแง่ดีมาตลอดก็พลันเริ่มสิ้นหวังเหมือนคนอื่นๆ พูดกันตามตรง ตอนนี้พวกเขากำลังกลัวมาก พวกเขาไม่อยากเห็นเพื่อนร่วมชาติต้องมาตายในคุกน้ำใต้ดินที่มืดมิดแห่งนี้
แอ๊ด!
เสียงเปิดประตูขึ้นสนิมดังขึ้น
จากนั้นก็มีลำแสงสายหนึ่งที่สว่างสดใสสะท้อนเข้ามา
มันเป็ลำแสงสีขาววิบวับที่ทะลุเข้ามาจากด้านหลังประตูเหล็ก แสงสว่างที่จ้าขนาดนี้ทำให้เหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดที่ถูกขังอยู่ในคุกน้ำใต้ดินที่มืดมิดปรับตัวไม่ทัน พวกเขาพากันหลับตาลง ท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้า พวกเขาค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมอง พบว่าตรงทางเข้าคุกน้ำมีร่างชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะทั่วทั้งร่างยืนอยู่ ร่างของชายคนนี้ปกคลุมไปด้วยแสงสว่างที่เจิดจ้า ทำให้พวกเขาต่างมองเห็นหน้าชายหนุ่มคนนี้ไม่ชัด
“สวมชุดเกราะ...”
“หรือว่าจะเป็ทหารเมืองแบล็กสโตน?”
“อ่า...พวกเรากำลังจะตาย...”
“าาแซมบอร์ดผู้ยิ่งใหญ่อยู่ที่ไหน? ทำไมเขาถึงยังไม่มาหาพวกเราสักที?”
เมื่อเห็นฉากตรงหน้า ทาสเมืองแซมบอร์ดพากันสิ้นหวัง แต่ก็ยังมีบางคนที่กำหมัดแน่นด้วยความโมโห พวกเขาคิดจะดิ้นรนต่อสู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา
“ฝ่าา ที่นี่คือคุกน้ำ พวกเราทั้งหมดต่างอยู่ด้านใน แต่ฝ่าาอย่าเสด็จเข้าไปนะพะยะค่ะ ในนั้นมันมีแต่น้ำสกปรกและเหม็นมาก!”
เสียงนี้มัน...เสียงของผู้เฒ่าโซล่านี่?!
เหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดก็ชะงักทันที มันจะเป็ไปได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าผู้เฒ่าโซล่าถูกทหารแบล็กสโตนทุบตีจนขาหักแล้วโยนลงไปในหลุมด้านหลังูเาหรอกหรือ? ที่ลานจัตุรัสเืเมื่อสี่วันก่อน ผู้เฒ่าโซล่าถูกตัดสินโทษปะาชีวิตต่อหน้าทาสเมืองแซมบอร์ด พวกเขาเห็นกับตาว่าผู้เฒ่าโซล่าถูกควักลูกตา ตัดแขน ตัดขาและตัดลิ้น ผู้เฒ่าโซล่าได้รับาเ็หนักมาก ไม่น่าจะมีชีวิตรอดด้วยซ้ำ
เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เขาเพิ่งพูดว่าอะไรนะ?
ฝ่า...ฝ่าา?
คนที่สามารถทำให้ผู้เฒ่าโซล่าเรียกขานด้วยความเคารพขนาดนี้เป็ใคร?
ทุกคนต่างพากันนึกถึงคนคนหนึ่ง
ไม่มีใครไม่รู้จักนิสัยของผู้เฒ่าโซล่า เขาเป็คนหัวแข็งและดื้อรั้นเหมือนลาโง่ นอกจากาาเมืองแซมบอร์ดแล้ว เขาจะยังเรียกใครว่าฝ่าาได้อีก? และไม่มีทางที่เขาจะเรียกาาของอาณาจักรอื่นว่าฝ่าาแน่ๆ เพราะแม้แต่าาแบล็กสโตนที่เคยให้ความสำคัญกับความสามารถด้านการบริหารการปกครองของผู้เฒ่าโซล่ายังเคยกล่าวไว้ว่า ขอเพียงท่านผู้เฒ่าเรียกเขาว่าฝ่าาคำหนึ่ง เขาก็ยินดีที่จะเปลี่ยนสถานะจากทาสของท่านผู้เฒ่าเป็ขุนนางของเมืองแบล็กสโตน แต่ก็ถูกท่านผู้เฒ่าโซล่าปฏิเสธเสียงแข็งจนหน้าชามาแล้ว
“ประชาชนของข้าถูกคุมขังไว้ด้านในตั้งสี่วัน แล้วทำไมข้าจะเข้าไปสักครู่ไม่ได้?”
น้ำเสียงเคร่งขรึมทรงอำนาจลอยเข้ามาในหูของพวกเขาทุกคน ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นแสงสว่างสีขาวที่ปกคลุมร่างของคนคนนั้นค่อยๆ กลายเป็แสงสีทองเรืองรองออกมา กลิ่นอายที่กระจายออกมาจากร่างของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ฉับพลัน แสงสว่างสีทองนี้เริ่มก็เจิดจ้าทั่วคุกใต้ดินที่มืดมิด ทันทีที่ลำแสงสีทองได้ซึมเข้าไปในร่างของพวกเขา ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น รอยแผลต่างๆ บนร่างของพวกเขาเริ่มฟื้นฟูขึ้นอย่างช้าๆ
ใบหน้าสง่าผ่าเผยของชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏขึ้นมาในคลองจักษุของทุกคน
ใบหน้านี้ได้ประทับลงในจิติญญาของพวกเขาทุกคน
ชั่วชีวิตนี้เขาคงไม่อาจลืมใบหน้าของคนคนนี้ไปได้แน่
“เหล่าผู้กล้าของเมืองแซมบอร์ด ข้าอเล็กซานเดอร์มาช้าไป ข้ารู้ถึงความทุกข์ทรมานที่พวกเ้าเคยได้รับจากที่นี่ ในฐานะาาของพวกเ้า ข้าต้องขออภัยพวกเ้าทุกคน ขอโทษจริงๆ ข้าอเล็กซานเดอร์ผู้นี้ ได้สร้างความด่างพร้อยให้แก่เกียรติยศของราชวงศ์แซมบอร์ดที่ไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องประชาชนของตัวเอง!”
ซุนเฟยก้าวเท้าลุยเข้ามาในน้ำที่สกปรกและเน่าเหม็น ลำแสงสีทองบนร่างเขาก็ยิ่งสว่างเจิดจ้ากว่าเดิม
ทักษะพาลาดิน 'ภาวนา'
เมื่อเปิดใช้ทักษะนี้ จะสามารถเพิ่มพลังชีวิตให้แก่ตัวเองและคนในทีมของตัวเอง ทั้งยังฟื้นฟูพลังงานให้แก่พวกเขาและยังรักษาาแที่พวกเขาได้รับอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ในมือของเขาก็ถือดาบสีดำแล้วเดินเข้ามาหาพวกเขา ปลายดาบสั่นเบาๆ ก่อนจะมีเสียงดังวูบๆ ลวดหนามและกุญแจมือที่พันธนาการร่างของพวกเขาไว้ก็ขาดเป็สองส่วนทันที คมดาบพวกนี้ไม่ได้สร้างความเ็ปใดๆ ให้แก่ร่างของพวกทาสสักนิด
ในระหว่างที่กำลังฟันลวดหนามที่พันร่างพวกเขา เหล่าทาสทุกคนต่างพากันมองตาค้าง
พวกเขารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างของาา รู้สึกได้ว่าาแที่อยู่บนร่างของเขากำลังสมานกัน รู้สึกได้ถึงเครื่องพันธนาการที่สร้างความเ็ปให้แก่พวกเขากำลังร่วงหล่นลงพื้น และรู้สึกถึงความกระปรี้กระเปร่าในทุกส่วนของร่างกาย มันเหมือนกับความฝันที่สวยงามที่พวกเขามักจะคอยนึกถึงอยู่เสมอในยามที่รู้สึกเจ็บและรู้สึกหิวโหย พวกเขาลืมวิธีคิดลืมวิธีพูดลืมวิธีเคลื่อนไหว แม้กระทั่งลืมตัวเอง...จริงหรือ? นี่เป็ความจริงใช่ไหม? ทุกคนพลันถามตัวเองซ้ำๆ บางคนยังแอบหยิกเนื้อตัวเองดู เพื่อเป็หลักฐานว่าพวกเขาไม่ได้ฝันไป
วินาทีต่อมา ด้านนอกคุกน้ำ ในขณะที่แลมพาร์ดและพวกดร็อกบากำลังจะก้าวเข้าไปก็พลันได้ยินเสียงโห่ร้องดังกึกก้องจนสั่นะเืไปทั่วคุก
“าาทรงพระเจริญ!”
“ฝ่าาทรงพระเจริญ!”
“าาแซมบอร์ดทรงพระเจริญ!”
เสียงโห่ร้องที่ดังกึกก้องนี้แฝงไปด้วยความดีใจและตื่นเต้น นอกจากที่นี้ยังมีบางคนที่ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นใจ วินาทีนี้แลมพาร์ดและทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับพวกเขา ราวกับว่าได้ย้อนกลับไปเมื่อสี่เดือนก่อนในตอนที่กองทัพทหารเกราะดำได้ล้อมเมืองแซมบอร์ดไว้ ตอนนั้นาาในชุดอัศวินเกราะหนักก็ถือขวานั์รุกไล่สังหารพวกยอดฝีมือเพื่อช่วยชีวิตทุกคนไว้ ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะร่วมโห่ร้องไปด้วยท่าทางฮึกเหิม “าาทรงพระเจริญ!”
……
……
เหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดต่างเหนื่อยล้า หิวโหยและดีใจในเวลาเดียวกัน ไม่ช้า ทุกคนก็ถูกพามาที่ลานหินกว้างที่มีอากาศถ่ายเทและพื้นที่แห้ง เหล่าเทศกิจเมืองแซมบอร์ดได้จัดการทำลายลานจัตุรัสเืทิ้ง หลังจากนั้นก็ตั้งเต็นท์ขึ้นมาก่อนจะเริ่มก่อไฟและทำอาหาร
“เอ๊ะ เป็เ้านี่เอง ไอ้เฒ่าทอม โอ้พระเ้า เ้ายังมีชีวิตอยู่...”
“พระเ้า เื่จริงใช่ไหม? พ่อ หลังจากที่พ่อหายตัวไป ข้ากับแม่ก็นึกว่าท่านตายไปแล้ว ที่แท้ท่านก็ยังมีชีวิตอยู่...ขอบคุณพระเ้า ขอบคุณฝ่าา!”
“กูต้า ป้านีน่าร้องไห้ตาแทบบอดเพราะคิดถึงท่านทุกวันเลย ท่านต้องรีบกลับไปนะ”
“พี่ชาย พี่จำข้าได้ไหม? ข้าเองคาร์ล คาร์ลน้องพี่ไง ในที่สุดข้าก็หาพี่พบแล้ว พี่รู้ไหม? ั้แ่ตอนที่พี่หายตัวไป พ่อกับแม่เสียใจมาก พวกเขาตายไปเมื่อปีก่อน...”
บทสนทนาดังขึ้นมาไม่ขาดสายบนลานจัตุรัสเื
พวกเขาต่างเป็คนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อน หลายครอบครัวต่างพากันนึกว่าตายไปแล้ว ก็ต้องทนทุกข์ทรมานมาโดยตลอด คาดไม่ถึงว่าปาฏิหาริย์และโชคชะตาจะทำให้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลายๆ คนต่างได้พบญาติสนิทมิตรสหายจากบรรดาทาสที่เหลือรอด
แน่นอนว่า นอกจากนี้ยังมีทาสเหมืองแร่กว่าสองร้อยคนที่อยู่ในสภาพอ่อนแอ บางคนก็ติดเชื้อมาลาเรีย หากซุนเฟยมาไม่ทันคงได้ตายอยู่ในคุกน้ำไปแล้ว
ศพของทาสเมืองแซมบอร์ดที่ตายในคุกน้ำทั้งหมดต่างถูกนำไปรวมกันที่หลุมด้านหลังป้อมปราการแบล็กสโตน เปลวไฟแห่งความแค้นได้ลุกโชนขึ้นมาในหัวใจของทุกคน พวกเขาต่างเห็นร่องรอยการกระทำอันโหดร้ายจากบนตัวของศพ ซุนเฟยตัดสินใจเผาพวกเขา วาดหวังจะปลดปล่อยดวงิญญาที่ทนทุกข์ทุกดวงของทาสเมืองแซมบอร์ดที่ตายไป ศพนับพันถูกเผาจนเหลือเพียงกระดูก พวกเขาต่างเก็บรวมรวมลงในหีบใหญ่ถึงสิบหีบ ในฐานะาา ซุนเฟยสัญญากับทุกคนว่าจะนำกระดูกเหล่านี้ไปฝังไว้ที่ยอดเขาตะวันออก ฝังไว้ในที่เดียวกันกับเหล่าวีรบุรุษ
“ในฐานะาา ข้าขอสัญญากับพวกเ้าว่า นับจากนี้เป็ต้นไป จะไม่มีประชาชนเมืองแซมบอร์ดคนใดจะต้องกลายเป็ทาส ไอ้ระยำคนใดที่ทำร้ายประชาชนเมืองแซมบอร์ด ไม่ว่ามันจะเป็ใครจะต้องได้รับการลงโทษจากาาเมืองแซมบอร์ดและพระเ้า!”
ในขณะที่เปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่เบื้องหน้า ซุนเฟยได้เอ่ยคำสาบานของตัวเองออกมา
เหล่าทหารเมืองแบล็กสโตนที่ถูกจับกุมในฐานะเชลยกว่าสี่รร้อยคนต่างถูกมัดอยู่บนเสาหินกลางลานจัตุรัส ให้ทาสเมืองแซมบอร์ดได้ชี้เป็พยานว่าทหารคนใดที่ได้สังหารชาวเมืองแซมบอร์ดไปบ้าง ทั้งหมดที่ถูกชี้ก็จะถูกตัดสินให้โทษปะา ส่วนคนที่เหลือก็จะโดนยึดชุดเกราะแล้วไล่ให้เดินกลับเมืองแบล็กสโตนของพวกมัน
สถานการณ์ค่อยๆ คลี่คลายลง
ซุนเฟยและแลมพาร์ดกับเหล่าผู้นำได้ทำการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการช่วยเหล่าชาวเมืองทั้งหมด
กองทัพเมืองแซมบอร์ดจำเป็ต้องรีบเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันการซ้อมรบที่เมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และมันจำเป็ต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถดูแลและนำเหล่าทาสที่อยู่ในสภาพอ่อนแอทั้งหกเจ็ดร้อยคนเดินทางไปด้วยได้ หลังจากปรึกษาหารือกันได้ไม่นานก็ได้ข้อสรุปว่า จะให้แลมพาร์ดนำ 'สองอสูรกาย' อัศวินบรอนซ์เซนต์ทั้งยี่สิบห้าคนและหน่วยเทศกิจอีกห้าสิบคน นำเหล่าทาสทั้งหมดกลับไปส่งที่เมืองแซมบอร์ด และมอบหมายให้เบสท์เป็ผู้รับ่ต่อ จากนั้นก็ให้พวกเขาเร่งตามมาสมทบกับซุนเฟยและคนอื่นๆ ที่เดินทางไปรออยู่ที่เมืองหลวงล่วงหน้าแล้ว
เมื่อข้อสรุปออกมา ทหารที่จะไปส่งก็ตัดสินใจจะพักอยู่ที่นี่อีกคืนหนึ่ง ให้พวกทาสเมืองแซมบอร์ดที่ยังอ่อนแอได้พักผ่อนจนฟื้นฟูกำลังขึ้นมาอีกนิดแล้วค่อยออกเดินทางไปส่ง
ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดดรูอิด' เขาได้อัญเชิญหมาป่าั์สีขาวออกมาสี่ตัวและอีกาั์สามตัว ให้คอยลาดตระเวนเฝ้าระวังพื้นที่รอบๆ ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้เหล่าทหารที่ต่อสู้มาอย่างหนักหน่วงใน่เช้าได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่
“ฝ่าา มีบางอย่างกำลังโจมตีนกของพระองค์!” ทันใดนั้นดร็อกบาก็พลันะโออกมา
ซุนเฟยรู้สึกแปลกๆ เห็นๆ อยู่ว่ามันเป็อีกาแล้วจะเรียกมันว่านกทำไม
เขาเงยหน้าขึ้นมอง บนท้องฟ้าปรากฏร่างของนกอินทรีั์สีขาวที่ไม่รู้ว่าบินมาจากไหน กำลังบินไล่ตามโจมตีอีกาอัญเชิญของเขา ท่าทางของมันดูหงุดหงิดและโหดร้ายมาก
“ยิงมันลงมา!”
ซุนเฟยสั่งการทันที ราชองครักษ์เฟร์นันโด ตอร์เรสจึงยกคันธนูขึ้นเล็ง ก่อนจะยิงลูกธนูออกไป ลูกธนูยิงไปที่หัวของนกอินทรีนั์นั่น เสียงร้องของนกดังขึ้น มันกระพือปีกสองสามครั้งก่อนจะร่วงลงมา
-------------
