หลังจากโจวเหวินหลงพาไป๋เล่อฉิงออกไปจากอารามร้างไปแล้ว เจียหงกับลูกน้องอีกสองคนก็ต้องลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น ด้วยฝีมือการต่อสู้ที่ตนไม่อาจเทียบกับกลุ่มคนแปลกหน้าได้
“หึ ข้าก็นึกว่าคนของตระกูลขุนนางจะมีฝีมือมากกว่านี้เสียอีก ที่แท้ฝีมือก็งั้น ๆ ข้ายังไม่ทันได้ออกแรงเลยนะ พวกเ้าสองคนมัดพวกมันเอาไว้อย่าลืมหาอะไรมาปิดปากให้เงียบด้วยล่ะ”
“ขอรับ!”
โจวเหวินหลงอุ้มร่างบางที่เบาประดุจกลีบบุปผา ราวกับว่าหากเขาโอบกอดนางแนบอกแรงอีกเพียงนิด กลีบบุปผานั้นจะร่วงหล่นไปกับสายลม จนกระทั่งเขาพาไป๋เล่อฉิงขึ้นมานั่งในรถม้าคันใหญ่ คำถามที่ออกจากปากสีอิงเถาทำเอาอีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย
“เ้าเจ็บที่ใดหรือไม่...”
“ท่านกับข้าเคยพบกันมาก่อนหรือไม่เ้าคะ?”
โจวเหวินหลงละสายตาจากมือบางและมองสบตากลมโตนิ่ง ๆ ก่อนจะตอบคำถามด้วยคำถามกลับไป “...ถ้าพี่บอกว่าพวกเราเคยพบกันมาก่อนเ้าจะเชื่อหรือไม่?”
“ใบหน้าของท่านข้าไม่คุ้นตานัก แต่น้ำเสียงที่ท่านเปล่งออกมาข้ากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ท่านพอจะบอกได้ไหมว่าเราเคยเจอกันที่ใด” ไป๋เล่อฉิงทั้งถามและใช้ดวงตากลมโตของตนจ้องมองโจวเหวินหลงอยู่เช่นนั้น
“เด็กดี เื่นี้ยังมีเวลาอีกมากไว้พี่จะเล่าให้เ้าฟังวันหลัง ตอนนี้เ้าควรผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสียก่อน พี่จะลงไปรออยู่ด้านล่างหากเ้าเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วพี่จะช่วยทายาให้เ้า”
ไป๋เล่อฉิงเอ่ยกำชับกับคนที่จะคลายความสงสัยให้กับตนก่อนที่เขาจะออกไป “ท่านอย่าได้โกหกข้าเชียวนะ”
“พี่จะโกหกเ้าด้วยเหตุใด ไว้พี่จะไปเยี่ยมเ้าที่จวนแล้วจะเล่าเื่ที่เ้าอยากรู้ให้ฟังเป็อย่างไร”
“ก็ได้เ้าค่ะ”
ไป๋เล่อฉิงไม่ทำตัวเอาแต่ใจกับเื่สำคัญ นางใช้เวลาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่มีคนเตรียมไว้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเื่นี้ก็สร้างความประหลาดใจให้นางอีกเช่นกัน เพราะเสื้อผ้าชุดดังกล่าวมันช่างพอดีกับขนาดตัวของนางเสียเหลือเกิน
“เอ่อ ท่านขึ้นมาเถิดข้าเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเ้าค่ะ”
โจวเหวินหลงกลับขึ้นไปในรถม้าอีกครั้ง และสิ่งแรกที่ทำคือการล้วงตลับยาออกมาจากแขนเสื้อ เพื่อทายารักษารอยฟกช้ำจากเชือกที่มัดนางไว้ก่อนหน้านี้ เขาพยายามทำอย่างเบามือที่สุด
“ยานี้ฉิงเอ๋อร์ต้องทาจนกว่ารอยฟกช้ำจะหายนะ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านพอจะบอกชื่อแซ่ของท่านกับข้าได้ไหมเ้าคะ” ในเมื่อเขาเป็ผู้มีพระคุณนางสมควรจดจำชื่อของเขาไว้นั้นถูกต้องแล้ว
ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและเ็ากลับอ่อนโยนยามพูดคุยกับไป๋เล่อฉิง นอกจากจะบอกชื่อแซ่แล้วโจวเหวินหลงยังขอให้นางแทนตนเองเช่นที่พูดกับครอบครัว
“พี่แซ่โจว นามเหวินหลง หวังว่าคุณหนูสี่ไป๋เล่อฉิงจะเรียกชื่อนี้บ่อย ๆ แต่ฉิงเอ๋อร์อย่าใช้คำแทนตนเองว่าข้ากับพี่ได้ไหม”
“แล้วคุณชายโจว...”
“หึ คุณชายโจวก็ไม่น่าฟัง เอาเป็ว่าเ้าแทนตนเองว่าฉิงเอ๋อร์และเรียกพี่ว่าพี่ชายโจวก็แล้วกัน”
ไป๋เล่อฉิงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่โจวเหวินหลงทำอยู่ แต่การแสดงออกและคำพูดที่ใช้กับนางกลับอ่อนโยนจนรู้สึกอบอุ่นหัวใจเสียเหลือเกิน
“ก็ได้เ้าค่ะ ว่าแต่พี่ชายโจวมาทำอะไรแถวนี้หรือเ้าคะ ดูจากการแต่งกายของท่านไม่เหมือนคนจะออกเดินทางไกลเลยนี่นา”
“ถ้าพี่บอกว่ามาช่วยเ้าจากน้ำมือของคนชั่วเ้าจะเชื่อพี่หรือไม่ล่ะ”
“ช่วยฉิงเอ๋อร์...จากคนชั่ว แล้วคนชั่วที่พี่ชายโจวพูดถึงคือใครหรือ คน ๆ นั้นฉิงเอ๋อร์รู้จักหรือไม่เ้าคะ?” คำตอบนี้ทำเอาไป๋เล่อฉิงงุนงงมากกว่าเดิม เพราะไม่คิดว่าจะมีคนอยู่เื้ัคิดทำร้ายตนเอง
“เมื่อวานฉิงเอ๋อร์ประกาศกร้าวตัดขาดความสัมพันธ์กับผู้ใดล่ะ ถ้าเ้าจำได้ก็เป็คนผู้นั้นที่หวังสิ่งใดจากตระกูลไป๋เ้าย่อมรู้ดีมิใช่หรือ” น้ำเสียงที่พูดออกไปตอนนี้คล้ายกำลังดุสตรีตรงหน้าเล็กน้อย
“พี่ชายโจวท่านกำลังจะบอกว่าคนชั่วคนนั้นคือ...”
“อืม”
ไป๋เล่อฉิงสีหน้าบูดบึ้งโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันใด นางคิดว่าเื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้ว คงเป็ผลกระทบจากการได้กลับมาเกิดใหม่อย่างแน่นอน
“หนอยยย เ้าสุนัขชั่วเส้าเหยี่ยนเสียงบังอาจวางแผนทำร้ายข้าได้ ชาตินี้คนอย่างเ้าต้องไม่ได้ตายดีแน่”
“เอาล่ะ ๆ เ้าอย่าได้โมโหไปเลยนะ อย่างไรเสียวันนี้เส้าเหยี่ยนเสียงจะต้องถูกสั่งสอนอย่างสาสม เ้านั่งกินขนมของโปรดอยู่ในรถม้ารอพี่ก็แล้วกัน ความแค้นของเ้าพี่จะช่วยจัดการแทนเ้าเองดีไหม” โจวเหวินหลงรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจเหลือเกิน ยามเห็นท่าทางแม่เสือตัวน้อยทำท่าทางโมโหเช่นนั้น
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่านี่เป็ขนมที่ฉิงเอ๋อร์ชอบกินเ้าคะ?”
“หึ ๆ ๆ เอาเป็ว่าพี่รู้เกี่ยวกับสิ่งที่ฉิงเอ๋อร์ชอบและไม่ชอบทั้งหมด เ้าอย่าคิดให้ปวดหัวเลยเป็เด็กดีอย่าลงจากรถม้าเด็ดขาด พี่ไปไม่นานจะรีบกลับมาพาเ้ากลับจวน”
“เ้าค่ะฉิงเอ๋อร์จะไม่ลงจากรถม้า”
ร่างสูงส่งยิ้มบางและลูบศีรษะไป๋เล่อฉิงไปสองสามทีก็ลงจากรถม้า พอลับสายตาของสตรีในดวงใจสีหน้าและแววตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที โจวเหวินหลงสั่งบ่าวชายทั้งสองคนคุ้มกันรถม้าให้ดี จากนั้นจึงกลับเข้าไปในอารามร้างอีกครั้ง
โจวฉีิเห็นว่าพี่ชายของตนกลับเข้ามาก็คิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ได้รับสัญญาณให้เงียบเอาไว้เสียก่อน เพราะมีเสียงฝีเท้าม้ากำลังมุ่งหน้ามายังอารามร้างแห่งนี้แล้ว
เส้าเหยี่ยนเสียงขี่ม้าตามลูกน้องที่เจียหงส่งไปแจ้งข่าว ั้แ่ออกจากจวนเขาไม่มีสีหน้ากังวลอันใดทั้งสิ้น นอกจากความดีใจที่แผนการกำลังจะสำเร็จอย่างที่หวัง
แต่ความดีใจของเส้าเหยี่ยนเสียงต้องหยุดลงกะทันหัน แค่เขาสาวเท้าเข้าไปด้านในอารามร้างเพียงสามก้าว ก็ถูกตีจากด้านหลังจนหน้าคะมำไปกับพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่น แม้จะร้องขอความเมตตาหรือใช้เงินทองต่อรองก็ไม่เป็ผล
“เล่อฉิ๋ง ๆ ข้ามาช่วยเ้าแล้ว...”
ผัวะ! ผัวะ! อ้ากก ตุบ
“หยะ หยะ หยุดก่อนหยุดมือของพวกเ้าเดี๋ยวนี้ อ่ะ พวกเ้าเป็ใครทำไมต้องลงมือทำร้ายข้าด้วยทั้งยังมัดคนของข้าไว้อีก โอยย เจ็บ ๆ”
“เ้าอย่ารู้เลยว่าข้าเป็ใคร แต่คนเลวที่วางแผนชั่วกับหญิงสาวไร้เดียงสาคนหนึ่งอย่างเ้า ข้ากลับคิดว่าสมควรได้รับการอบรมสั่งสอนเสียบ้าง ดูท่าบิดามารดาของเ้าคงไม่เคยสอนให้เป็คน ในหัวทึ่มทื่อนี่คงคิดอะไรดี ๆ ไม่ได้เลยกระมัง”
“เ้าพวกอันธพาลอย่าได้มายกตนข่มท่านกับข้า ถ้าพวกเ้ายอมปล่อยข้าไปละก็รับรองข้าจะตอบแทนพวกเ้าอย่างสมน้ำสมเนื้อ อยากได้เงินทองเท่าไหร่ก็ว่ามาข้าให้คนนำมามอบให้เ้าได้นะ”
โจวเหวินหลงจ้องมองไปที่เส้าเหยี่ยนเสียงอย่างน่าสมเพชเหลือคณา เพราะเขารู้ดีว่าการเงินในตระกูลเส้ายามนี้กำลังเริ่มขัดสนอย่างหนัก
“เงินทองแค่น้อยนิดของเ้าข้าไม่้า วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ค่อยดีจากเื่ที่เ้าทำ ดังนั้นการลงมือสั่งสอนเ้าย่อมเป็การระบายอารมณ์ของข้า คุณชายเส้าผู้ทะนงตนถ้าไม่อาจมีทายาทสืบสกุลได้จะเป็อย่างไรนะ หึ ๆ ๆ”
“จะ จะ เ้าหมายความว่าอย่างไร อย่าทำอะไรข้าเด็ดขาดไม่เช่นนั้นครอบครัวเ้าไม่ตายดีแน่...”
ผัวะ! ปึก! อั่ก
“กล้าข่มขู่คนเช่นข้างั้นหรือ ดี! ปากสุนัขของเ้าเตรียมร้องโหยหวนด้วยความเ็ปทรมานก็แล้วกัน”
โจวเหวินหลงพูดจบเขายื่นมือไปขอดาบจากโจวฉีิ ก่อนจะตวัดลงไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ของเส้าเหยี่ยนเสียงอย่างรวดเร็ว ฉัวะ! อ้ากกก!!
ผู้ติดตามของโจวเหวินหลงมิได้ใกับการกระทำนี้ แต่กับพวกเจียหงที่ได้แต่มองเ้านายนอนดิ้นทุรนทุรายไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ เพราะถูกมัดตัวติดกันเอาไว้อย่างแ่า
เส้าเหยี่ยนเสียงได้แต่ใช้มือของตนกุมาแตรงกลางลำตัว เขาพูดอันใดไม่ออกเอาแต่ร้องด้วยความเ็ป ส่วนภายในใจกำลังอาฆาตแค้นคนแปลกหน้าที่ลงมือกับตนอย่างโเี้
“หึ จำไว้ให้ดีนี่เป็การสั่งสอนเพียงเล็กน้อยจากข้า หากเ้ายังกระทำเื่ชั่วช้าอีกครั้งต่อไปข้าจะมาเอาชีวิตของเ้า”
“จะ จะ เ้าสารเลวอย่าให้ข้ารู้ว่าเ้าเป็ใครก็แล้วกัน ข้าจะตามไปสับเ้าเป็หมื่น ๆ ชิ้นแน่ อึก อ้ากก!”
“ข้าแทบจะรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหวแล้วสิเส้าเหยี่ยนเสียง ฮ่า ๆ ๆ พวกเรากลับกันเถิดยังมีเื่สำคัญอย่างอื่นให้ทำอีกมาก”
“ขอรับ!”
เส้าเหยี่ยนเสียงไม่คิดว่าจะมีคนกล้าลงมือทำร้ายตนและยังไม่เกรงกลัวอำนาจของบิดา จึงได้มาดหมายเอาไว้ว่าจะตามล่าคนกลุ่มนี้ให้ได้ เขาจะต้องแก้แค้นให้กับความอัปยศที่ได้รับในวันนี้
ด้านโจวเหวินหลงเดินออกมาก็ตรงไปยังรถม้าไม่สนใจน้องชายกับผู้ติดตามทั้งสองอีก ในตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดย่อมเป็สตรีที่นั่งรออยู่ แต่โจวเหวินหลงหารู้ไม่ว่าไป๋เล่อฉิงพอได้กินขนมของโปรดจนอิ่มก็ผล็อยหลับไปเสียแล้ว
