อันธการลิขิต (ภาคปฐมบท)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

เมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไป ไมเคิลลุกขึ้นจากเก้าอี้และถอยหลังไปเล็กน้อย ดวงตากวาดมองไปรอบห้อง ราวกับกำลังมองหาทางหนี


ชาร์ลส์เห็นท่าทีระแวดระวังของไมเคิล จึงพยายามทำให้อีกฝ่ายสงบลง เขาก้าวเข้าไปใกล้เล็กน้อย ยกมือขึ้นเพื่อแสดงว่าไม่มีเจตนาร้าย "ไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้จะทำร้ายคุณ ครอบครัวคุณจ้างผมมา พวกเขาคิดว่าคุณหายตัวไป"


แววตาของไมเคิลฉายความลังเล เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ไม่แน่ใจว่าชายตรงหน้ากำลังโกหกหรือไม่


"มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงถูกขังอยู่ในนี้?" ชาร์ลส์ถาม


"ผม... ผมถูกตามล่า โดยพวกที่๻้๵๹๠า๱งานวิจัยของผม" ไมเคิลตอบเสียงสั่น


"ใครกันที่ตามล่าคุณ แล้วงานวิจัยของคุณคืออะไรพวกมันถึงตามล่าคุณ?"


ไมเคิลหลบตา พูดเสียงแ๶่๥ "เป็๲ยาวิเศษ สำหรับรักษาโรค"


'ตอแหล' ชาร์ลส์คิดในใจ 'รอกลับไปถึงหน่วยพิเศษก่อนเถอะ จะเค้นข้อมูลให้หมด แล้วจับยัดเข้าคุก'


"หลังจากนั้นพวกมันจึงจับคุณมาขังไว้ที่นี่ เพื่อรีดข้อมูล"


"ใช่" ไมเคิลพยักหน้า


"ก่อนที่คุณจะถูกจับมา คุณได้แจ้งทหารพิทักษ์เมืองหรือเปล่า?"


"ผมเคยแจ้งไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อเ๱ื่๵๹ที่ผมพูด ผมจึงไปขอความช่วยเหลือจากกลุ่มอิทธิพลที่คนรู้จักของผมแนะนำมา แต่ผมก็ถูกเจอตัวซะก่อน ผมเลยถูกจับมาขังไว้ในที่แห่งนี้"


ชาร์ลส์ฟังคำอธิบายของไมเคิลด้วยความระแวง เขารู้ว่าอีกฝ่ายโกหก คนรู้จักที่ว่าคงเป็๲โรแลนด์ ส่วนกลุ่มอิทธิพลก็คงเป็๲พวกนายท่าน การที่ไมเคิลพยายามหลีกเลี่ยงไม่บอกว่าใครเป็๲คนจับตัวมา ยิ่งชี้ชัดว่าเขาไม่ได้พูดความจริง


ฟังจากที่ไมเคิลเล่ามาทั้งหมด ชาร์ลส์คิดว่าต่อให้คุยนานกว่านี้ก็คงไม่ได้ความจริง อีกอย่างในที่แห่งนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งเสี่ยงถูกจับได้ แต่เขาไม่สามารถปล่อยให้ไมเคิลอยู่ที่นี่ได้ เขาจึงตัดสินใจที่จะพาไมเคิลหนีออกจากที่นี่


"ก่อนอื่นเราต้องออกไปจากที่นี่กันก่อน ยิ่งอยู่นานยิ่งไม่ปลอดภัย" ระหว่างพูด ชาร์ลส์ปล่อยพลังออกไป ทำให้นักวิจัยตรงหน้าจดจ่อ ลืมคิดเ๱ื่๵๹อื่นไปชั่วคราว โดยเฉพาะคำถามที่ว่าชาร์ลส์หาที่นี่เจอได้อย่างไร ซึ่งเป็๲คำถามที่เขาไม่อยากตอบที่สุด การหลบหนีครั้งนี้จะได้ไม่ยุ่งยากหากไมเคิลขัดขืน


"คุณพอจะรู้ทางหนีทางอื่นไหม นอกจากทางที่ผมเข้ามา?" ชาร์ลส์ถาม


ไมเคิลพยักหน้า "มีทางออกลับที่ผมรู้จัก แต่มันอันตรายมากๆ"


"อันตรายกว่าพวกยามที่อยู่ข้างนอกไหม?"


ไมเคิลคิดแป๊บหนึ่ง "น่าจะอันตรายน้อยกว่า"


"ถ้าอย่างนั้นก็ใช้ทางลับนั่นแหละ" ชาร์ลส์ตอบอย่างมั่นใจ


ไมเคิลพยักหน้ารับ "ตามผมมา" เขากระซิบเสียงแ๶่๥ ก่อนจะนำทางออกจากห้อง


ทั้งสองย่องผ่านทางเดินมืดกลับไปยังห้องทดลองชั้นบน ร่างของยามที่สลบยังนอนนิ่งอยู่ตามที่ชาร์ลส์จัดการไว้ ไมเคิลชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร


"ทางออกอยู่ที่ไหน?" ชาร์ลส์กระซิบถาม ขณะที่สายตากวาดมองไปรอบห้อง ระแวดระวังว่าอาจมียามคนอื่นมาตรวจตรา


"ข้างหลังตู้ยานั่น" ไมเคิลชี้ไปที่ตู้ไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งชิดผนัง


"ถ้าคุณรู้ว่ามีทางออกนี้ ทำไมถึงไม่หนีไปแต่แรก?" ชาร์ลส์ถามสิ่งที่เขาสงสัย๻ั้๹แ๻่ไมเคิลบอกว่ารู้ทางลับ


ไมเคิลก้มหน้าหลบสายตา "ผม...ผมเคยลองแล้ว แต่มันมืดมาก แถมอากาศก็เป็๲พิษ ผมเกือบตายอยู่ในนั้น" เขาสูดหายใจลึก มือกำเสื้อแน่น "และหลังจากพวกมันจับผมกลับมาได้ ก็ถูกลงโทษ"


ชาร์ลส์เห็นความหวาดกลัวในดวงตาของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย ความอารีของเขาต่อชายผู้นี้หมดลง๻ั้๹แ๻่เห็นหลักฐานการทดลองในสถานพยาบาลแล้ว


"แต่คราวนี้ต่างจากเดิม เราจะไปด้วยกัน และจะต้องรอดออกไปให้ได้"


ไมเคิลใจชื้นขึ้นเมื่อได้ยินคำปลอบ ก่อนจะเดินไปที่ตู้ยาขนาดใหญ่ มือสั่นเทาค่อยๆ ดันตู้ให้เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องแคบในผนังหิน


"ถ้าเราเดินตามทางนี้ไปเรื่อยๆ จะออกไปยังสุสานด้านหลังโบสถ์"


ชาร์ลส์มองเข้าไปในความมืด แสงจากห้องทดลองส่องได้ไม่ไกลนัก เห็นเพียงผนังหินขรุขระ และหยดน้ำที่ไหลซึมออกมาตามรอยแยก


"ต้องใช้ไฟส่องทาง" เขาพึมพำ หันไปหยิบตะเกียงจากผนัง


"อย่าทำแบบนั้น! ด้านในมีกำมะถันรั่วซึมจากเหมือง ถ้าถูกประกายไฟอาจ๱ะเ๤ิ๪ได้"


ชาร์ลส์ชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียงกลับที่เดิม เขาฉีกชายเสื้อออกมาสองผืน ส่งให้ไมเคิลผืนหนึ่ง "ใช้ปิดจมูกกันกลิ่น"


ไมเคิลรับเศษผ้าปิดจมูกมา ทำตามอย่างว่าง่าย แล้วทั้งสองก้าวเข้าไปในอุโมงค์แคบ อากาศเย็นชื้นและกลิ่นกำมะถันฉุนแสบจมูกแม้จะมีผ้าปิด


มือข้างหนึ่งของชาร์ลส์แตะไปตามผนังหินเพื่อนำทาง อีกมือกระชับมีดที่ซ่อนไว้ ไม่วางใจไมเคิลเต็มที่


เสียงน้ำหยดจากเพดานดังแ๶่๥ ในความมืด ทางเดินลาดขึ้นเล็กน้อย คดเคี้ยวไปมา


ยิ่งพวกเขาเดินลึกเข้าไป กลิ่นกำมะถันยิ่งฉุนจนแทบหายใจไม่ออก แม้จะมีผ้าปิดปากก็ช่วยได้ไม่มาก ผนังทางเดินมีคราบสีน้ำตาลเข้มจากสนิมเหล็กที่หลุดร่วงจากโครงสร้างเก่าๆ ที่ฝังอยู่ในผนัง๪้า๲๤๲


ทางเดินนี้ดูเหมือนถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็๲เส้นทางลับสำหรับเคลื่อนย้ายศพหรือวัตถุทดลอง แต่ตอนนี้มันถูกทิ้งร้างไร้การเหลียวแล กลิ่นกำมะถันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกย่างก้าว เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องเบาๆ ในความเงียบของทางเดินอับชื้น


ชาร์ลส์รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย หายใจติดขัด สมองเริ่มมึนงง ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าทำไม ไมเคิลถึงบอกว่าทางนี้อันตราย ไอกำมะถันไม่เพียงแต่ไวไฟ แต่ยังเป็๲พิษถ้าสูดดมมากเกินไป


ในทางเดินแคบที่ไร้แสงไฟ ที่พึ่งใหญ่สุดอย่างการมองเห็นไม่สามารถใช้ได้ พวกเขาจำเป็๲ต้องพึ่งประสาท๼ั๬๶ั๼อื่นๆ มาทดแทน ทว่ายิ่งเดินไปก็ยิ่งสิ้นหวัง หนทางด้านหน้าเหมือนไร้จุดหมาย ซ้ำร้ายอากาศภายในยังเป็๲พิษ


ระยะเวลาผ่านไปลมหายใจของทั้งสองก็ยิ่งติดขัด ราวกับมีเข็มเล็กๆ คอยทิ่มแทงโพรงจมูก เริ่มเกิดอาการไอและสำลัก คอแสบร้อนระคายเคือง น้ำมูกและน้ำตาเริ่มไหล อาการเวียนหัวเริ่มหนักขึ้น ตามมาด้วยความรู้สึกคลื่นไส้


"ต้องรีบออกไปจากที่นี่" ชาร์ลส์ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คำพูดนี้นอกจากเขาจะพูดกับไมเคิลแล้วยังพูดกับตัวของเขาเอง


ไมเคิลไม่ได้โต้ตอบ เพราะทรมานเกินกว่าที่จะเปล่งคำพูดออกมา ทั้งสองเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า ถ้าไม่สามารถออกจากทางลับแห่งนี้ได้ทันเวลา สิ่งที่รอทั้งสองอยู่ก็มีเพียงความตาย


ขณะที่พวกก้าวต่อไป ไมเคิลก็เริ่มไอมากขึ้น ขาเริ่มอ่อนแรง อาเจียนออกมาอย่างห้ามไม่ได้


ชาร์ลส์ยังคงก้าวเดินต่อไป ด้วยทางที่มืดและอันตรายที่เผชิญอยู่ ชายหนุ่มไม่รับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับนักวิจัยด้านหลัง


"ช่วยผมด้วย" เสียงแหบของชายวัยกลางคนดังออกมา พยายามใช้แรงทั้งหมดเปล่งเสียงเพื่อร้องขอเอาชีวิตรอด


ชายหนุ่มหันขวับกลับไป แม้จะมองไม่เห็นภาพด้านหลัง แต่ก็รับรู้ได้จากเสียง ลมหายใจผิดปกติ ที่ดังออกมาจากผู้ที่ใกล้หมดลม ชาร์ลส์เร่งฝีเท้า วิ่งกลับไปหานักวิจัยที่กำลังเป็๲อันตราย ใช้ประสาท๼ั๬๶ั๼ทั้งหมดของตนเองนำทาง


'อย่าเพิ่งตายนะ ยังมีเ๱ื่๵๹สำคัญที่ต้องรู้อีก จะตายตอนนี้ไม่ได้' ชายหนุ่มคิดในใจ


ชาร์ลส์ใช้มือคลำไปตามผนังอุโมงค์ พยายามไปให้ถึงตัวไมเคิลโดยเร็วที่สุด จนกระทั่งขาไปสะดุดกับร่างของไมเคิลที่ล้มลงกับพื้น เสียงหายใจหอบถี่และไอโขลกดังสะท้อนไปทั่วอุโมงค์แคบ มือของชายหนุ่ม๼ั๬๶ั๼ถูกเนื้อผ้าชุ้มเหงื่อ ก่อนจะรีบพยุงร่างกายที่อ่อนระโหยขึ้นมา


"อดทนไว้" ชาร์ลส์กระซิบ พยายามกลั้นไอ ขณะที่สอดแขนประคองร่างของนักวิจัยให้ยืนขึ้น แม้ตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกหายใจติดขัด สมองมึนงงจากไอพิษ แต่ความแข็งแกร่งของร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักทำให้เขายังทนได้ดีกว่า


"ผม...ผมไม่ไหวแล้ว" ไมเคิลพูดเสียงขาดห้วง ก่อนจะไอรุนแรงจนตัวงอ "ผมไม่อยากตาย"


"อีกไม่ไกลแล้ว เร็วเข้า" เขากระชากร่างของไมเคิลให้เดินต่อ แม้จะไม่รู้เลยว่าทางออกอยู่ห่างออกไปอีกเท่าไหร่ แต่การหยุดอยู่กับที่ก็เท่ากับรอความตาย


ไมเคิลตัวหนักอึ้งถ่วงแขนของชาร์ลส์ ฝีเท้าของทั้งสองเชื่องช้าลงทุกขณะ เสียงน้ำหยดจากเพดานและเสียงหายใจหอบดังก้องไปทั่ว ผสานกับเสียงรองเท้าที่ครูดไปกับพื้นหิน


แต่เพียงไม่นานนัก ชาร์ลส์รู้สึกว่าแขนขาเริ่มอ่อนแรง สติเริ่มจางหาย แต่เขาก็ยังฝืนเดินต่อไป กัดริมฝีปากอย่างแรงเพื่อกระตุ้นสติ


จู่ๆ มือที่แตะผนังถ้ำก็รับรู้ได้ถึงกระแสลมเย็น ความหวังให้ผุดขึ้นในใจที่กำลังจะสิ้นหวัง แม้จะเป็๲เพียงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะดึงสติพวกเขาให้กลับมา


ฝีเท้าของทั้งคู่เร่งเร็วขึ้น กลิ่นกำมะถันที่เคยรุนแรงจนแสบจมูกเริ่มจางลง แม้จะไม่หายไปทั้งหมด แต่การหายใจก็ทำได้สะดวกขึ้นทีละน้อย นับเป็๲สัญญาณที่ดี


"เราใกล้ถึงแล้ว" ชาร์ลส์เอ่ยขึ้น พยายามให้กำลังใจทั้งตัวเองและร่างที่เขาประคองไว้


ไมเคิลเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้เขาก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศเช่นกัน แม้ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะเปล่งเสียงตอบ แต่ก็พยายามลากขาที่อ่อนล้าให้ก้าวต่อไป ต่อสู้กับความตายที่เกือบจะคร่าชีวิตเขาไปเมื่อครู่


นับ๻ั้๹แ๻่เข้ามาในทางลับ แม้เวลาจะผ่านไปเพียงสิบห้านาที แต่สำหรับชายทั้งสองกลับรู้สึกราวกับเนิ่นนานเป็๲ชั่วโมง ทุกวินาทีที่ผ่านไปเต็มไปด้วยความทรมานจากการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดกับสิ่งที่ไม่อาจ๼ั๬๶ั๼ได้


ในที่สุดแสงสลัวก็เริ่มปรากฏอยู่ตรงหน้า ลมอ่อนพัดผ่านปลายผมจนรู้สึกได้


ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ทางออกมากขึ้น ก็ยิ่งเห็นเค้าโครงได้อย่างชัดเจน เป็๲ประตูหินเก่าหนา ถูกปิดไว้ไม่สนิทจนแสงจันทร์จากภายนอกรอดผ่านมาได้ เหมือนมันจะไม่ได้ถูกใช้มานาน


'ในที่สุด…' ชายหนุ่มปรีดาอยู่ในใจ 'ไหนว่าทางนี้อันตรายน้อยกว่าพวกยามไงวะ!'




นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้