การได้ฟังเสียงฝนผสานกับเสียงน้ำตกไหลวน ทำให้ลี่หลินรู้สึกผ่อนคลาย สามารถนอนหลับได้ลึกอย่างไม่เคยเป็ พลังชีวิตที่ถูกสูบไปก่อนหน้า รู้สึกกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง
หากเป็ไปได้ นางอยากจะนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง ไม่ไหวติงไปไหนอีกเลย
ทว่าร่างกายกลับไม่ยอมให้นางทำเช่นนั้น จมูกสูดดมได้ถึงกลิ่นหอมจากอาหาร ส่งผลต่อไปถึงท้องที่ร้องประท้วงเสียงดัง ทำให้นางทนนอนต่อไม่ไหว จำต้องลุกขึ้นด้วยความหิว
หญิงสาวก้าวเดินไปตามทิศทางของกลิ่น กระทั่งถึงห้องครัวเล็กด้านข้าง ถึงเห็นแผ่นหลังผู้เป็ต้นตอ ที่ทำให้ทั่วทุกพื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
หากให้เดา ชายหนุ่มคงกำลังทำข้าวต้มหมูกับผัดผัก อาหารถนัดที่เขาชอบทำให้นางทานทุกครั้งที่มาที่เรือนนี้
"มาแล้วก็มานั่งเถอะ จะยืนตรงนั้นอยู่อีกทำไม"
ลี่หลินคลี่รอยยิ้มรับ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ตามที่ชายหนุ่มบอก
สมแล้วที่เขาได้เป็ถึงแม่ทัพน้อย ทั้งที่ไม่ได้หันหน้ามามอง แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่านางมายืนอยู่ข้างหลัง
"ขอบคุณ" อาหารที่จัดวางขึ้นโต๊ะ เป็ข้าวต้มหมูกับผัดผักอีกหนึ่งจานอย่างที่คาดเดาไว้จริง ๆ
ั้แ่เมิ่งจื่อหานเข้าร่วมกองทัพ กระทั่งถึงเมื่อคืน เวลายาวนานนับเจ็ดปีที่นางไม่เคยได้ทานอาหารฝีมือของเขาอีกเลย และจากความสัมพันธ์ที่เป็อยู่ ไม่คิดว่าเขาจะยอมเข้าครัวทำอาหารอีกครั้ง
หญิงสาวตักข้าวต้มเข้าปาก ลิ้มรสรสชาติที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ฝีมือเมิ่งจื่อหานก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น้ำแกงเมื่อคืน หรือข้าวต้มตรงหน้าในตอนนี้
"ไม่ต้องไปที่ค่ายทหารหรือ" ลี่หลินเห็นกองเอกสารในห้อง ทำให้ยิ่งตอกย้ำความตั้งใจของชายหนุ่ม แต่นางก็ยังอยากถามย้ำอีกครั้ง
"ทำไม การที่อยู่กับข้ามันทำให้เ้าลำบากใจมากนักหรือไง"
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ คำพูดแกมประชดประชัดของชายหนุ่ม ไม่ได้ทำให้ลี่หลินรู้สึกหวาดกลัวหรือประหลาดใจ ริมฝีปากบางยังคงคลี่รอยยิ้มรับ ไม่รีบร้อนตอบโต้เพิ่มเชื้อไฟให้เขายิ่งกรุ่นโกรธ
ทว่าท่าทีของหญิงสาวกลับยิ่งทำให้จื่อหานรู้สึกหงุดหงิด เขาหรืออุตส่าห์ลุกมาทำอาหารให้ แต่ใจนางก็ยังคิดผลักไสให้เขาไปที่อื่นอยู่ดี
"ข้าแค่เป็ห่วงเท่านั้น ตามเดิมนายท่านควรไปที่ค่ายทหารั้แ่เมื่อวาน แต่ก็ยังไม่ได้ไป วันนี้ก็ยังไม่ได้ไปอีก กลัวว่าท่านจะถูกทำโทษที่ละทิ้งหน้าที่เอาได้"
"ข้าจัดการเื่ของข้าเองได้ ไม่ต้องให้เ้ามาคิดแทน"
"ถ้าท่านมีงานต้องทำก็ไปทำเถอะ ข้ารับปากว่าจะอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน"
"คำพูดของเ้า เชื่อถือได้ที่ไหนกัน"
ลี่หลินไม่ได้ลุกตามร่างสูงโปร่งที่สะบัดชายแขนเสื้อเดินจากไป นางเข้าใจได้ว่าเหตุใดเขาถึงอารมณ์เสียมากขึ้น
คำพูดของนางเชื่อถือไม่ได้แล้วจริง ๆ หากนางเป็เขา ก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน
จื่อหานหยิบตำราพิชัยยุทธขึ้นมาอ่านเพื่อจะปรับอารมณ์ให้กลับมาคงที่ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องโยนทิ้งด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่คิดแม้จะเดินตามมา ทั้งที่เห็นว่าเขากำลังโมโหนางมากแค่ไหน
ชายหนุ่มคอยลอบมองหน้าประตูอยู่นาน ก็ยังไม่เห็นร่างบางปรากฏกาย จนเขาอดทนไม่ไหวจะเดินไปลากนางกลับมา ถึงได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านนอก เขาจึงรีบกลับมานั่งที่เดิม แสร้งหยิบตำราที่โยนทิ้งขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
"กินเสียหน่อยจะได้ไม่ปวดท้อง" เมื่อกี้เพราะเขาโมโหนางเสียก่อน แม้แต่ข้าวต้มฝีมือตนเองก็ไม่ยอมทาน
และคิดว่าเขาคงไม่ย้อนกลับไปทานอีก นางเห็นในครัวมีแป้งเหลืออยู่ เลยทำหมั่นโถวมาให้เขาได้ทานรองท้อง ไม่เช่นนั้นอาการปวดท้องคงได้ถามหาอีกเป็แน่
จื่อหานมองหมั่นโถวในจานที่หญิงสาวเอามาวางตรงหน้า เขาชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหยิบขึ้นมากัดคำใหญ่ แสร้งทำเป็มองไม่เห็นใบหน้าสวยที่ยิ้มมองเขาอยู่
ที่แท้นางไม่ยอมเดินตามเขามา ก็เพราะมัวแต่ทำเ้านี่อยู่
ลี่หลินช่วยฝนหมึกที่ชายหนุ่มวางค้างไว้ โดยไม่พูดให้ขัดจังหวะการทานหมันโถวของอีกฝ่าย เพราะไม่รู้ว่าถ้านางพูดออกไปแล้ว จะเผลอไปกระทบกระเทือนจุดอ่อนไหวทางอารมณ์ของเขาเข้าอีกหรือไม่
"เวลาพี่ใหญ่อ่านหนังสือ เ้าก็คงทำเช่นนี้"
"คุณชายใหญ่ชอบอ่านหนังสือตามลำพัง ข้าแค่เตรียมของไว้ให้ หากใช้งานเขาจะจัดการทุกอย่างเอง ข้าไม่เคยเข้าไปยุ่งมากกว่านี้"
ตลอดเกือบห้าปีที่อยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยา ถึงเมิ่งจื่อหยางจะเป็คนอ่อนโยน เอาใจใส่คนรอบข้าง แต่เขาก็เป็คนที่รักสันโดษมากเช่นกัน นางจึงไม่เข้าไปก้าวก่ายในการใช้ชีวิตประจำวันของอีกฝ่ายมากนัก หากเขาไม่เอ่ยปาก้า
"ดูเหมือนว่าเ้าจะรู้จักพี่ชายข้าดี" จื่อหานเงยหน้าขึ้นมองร่างบาง กัดฟันถามจนขึ้นสันกรามชัด ฝ่ามือใหญ่กำเข้าหากันแน่นด้วยความอดกลั้น
เขาย่อมรู้เื่ราวที่ผ่านมาของทั้งสองคน แต่พอมาได้ยินนางพูดถึงพี่ชายตรงหน้า ก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่ฟังแล้วระคายหู เกิดความไม่ชอบใจขึ้นมา
"ข้าเป็ภรรยาของเขา ย่อมต้องรู้"
ปัง !!
มือเรียวที่วนแท่งหมึกกระตุกชะงักกับเสียงปาหนังสือลงพื้น ก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น วนแท่งหมึกต่อจนเพียงพอสำหรับใช้งาน ถึงเดินไปเก็บหนังสือที่ถูกโยนทิ้งลงพื้นขึ้นมาปัดเบา ๆ แล้วเอากลับไปวางคืนที่เดิม
"นายท่านอ่านหนังสือต่อเถอะเ้าค่ะ ข้าไม่รบกวนแล้ว" ลี่หลินเห็นชัดถึงความโกรธบนใบหน้าของชายหนุ่ม แววตาที่มองมายังนางเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ แต่นางที่ได้รับมานับครั้งไม่ถ้วน จึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวไปแล้ว
เดิมทีเมิ่งจื่อหานเป็คนอ่อนโยนไม่ต่างจากพี่ชาย ทว่าเป็นางเองที่ทำให้เขากลายเป็คนอารมณ์ไม่มั่นคง หากจะหาคนผิดอย่างไรก็ต้องเป็นางอย่างชัดเจน
"ใครอนุญาตให้เ้าไป" จื่อหานปัดหนังสือที่หญิงสาวเพิ่งเก็บขึ้นมาลงพื้นอีกครั้ง ก่อนจะดึงให้ร่างบางขึ้นมานั่ง้าโต๊ะแทนที่
ริมฝีปากร้อนจู่โจมบดขยี้ริมฝีปากบาง ขณะฝ่ามือใหญ่กระชากอาภรณ์ที่หญิงสาวเพิ่งสวมใส่เป็ครั้งแรกจนขาดวิ่น
แค่เพียงชั่วครู่เดียวชายหนุ่มก็สามารถทำให้ร่างบางเปลือยเปล่า เผยเรือนร่างเย้ายวนให้เขาได้เชยชม
"อื้ออ อ๊ะ อ่าา" เสียงหวานครางออกมาด้วยความเสียวปนเจ็บ เมื่อยอดถันถูกฟันขาวขบกัด ก่อนจะดูดดุนเข้าปากร้อน ใช้เรียวลิ้นหยาบเกี่ยวกระหวัดเลียวน
ฝ่ามือเรียวสอดเข้าเส้นผมนุ่มของชายหนุ่ม เคลิบเคลิ้มกับรสสวาทเร่าร้อนดุดัน ไม่ดิ้นร้นถอยหนี เพราะนางรู้ดีว่าทางเดียวที่เขาจะสงบลงได้ ก็คือได้กระทำอย่างที่ใจ้า
นางไม่รู้ว่าครั้งนี้เป็คำใดที่กระตุ้นโทสะของเมิ่งจื่อหานขึ้นมา แต่ที่รู้คือนางคิดถูกแล้วที่ทานอาหารกับหมั่นโถวเพิ่มจนอิ่มท้อง เพราะกว่าเขาจะได้ปลดปล่อยอารมณ์จนหาย คงไม่พ้นตะวันตกดินอีกแน่นอน
