เพราะว่าหลังพ่อแท้ๆ ตาย แม่ของอ๊อดก็มาอยู่กับลุงคร้าม แต่อยู่กินกันได้ไม่กี่ปีก็มีอันต้องมาตายจากไปด้วยโรคหัวใจ ลุงคร้ามจึงต้องครองตัวเป็พ่อม่ายเรื่อยมาหลายปีจนป่านนี้
ในเวลาต่อมา
ตอนใกล้ค่ำ อ๊อดเห็นบรรยากาศรอบกายที่โอบล้อมไว้ด้วยสวนลิ้นจี่ร่มครึ้ม กลิ่นดอกราตรีและการเวกโชยหอมอบอวลไปรอบเรือน
ท้องฟ้าเบื้องทิศตะวันตกฉาบไว้ด้วยแสงสีส้มของพระอาทิตย์ใกล้ลับลงกลางทุ่ง มองแล้วนึกครึ้มอกครึ้มใจจึงชักชวนแฟนสาวไปเล่นน้ำ
แท้จริงแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ด้วยรู้ว่าเมคเลิฟกลางแจ้งเป็สิ่งที่แตงกวาชอบ
ทว่าตอนอยู่ในกรุงเทพฯ ก็ไม่มีโอกาสได้ทำ มีบ้างก็แค่ระเบียงหลังห้องให้พอตื่นเต้น แต่ก็ทำอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ครั้นเมื่อได้มาเจอบรรยากาศของบ้านสวนที่รอบๆ ไม่มีบ้านเรือนเคียงใกล้ เห็นแล้วความคิดหื่นก็ผุดวาบขึ้นมาทันที
“นั่นจะไปไหนกันเ้าอ๊อด… ”
ลุงคร้ามถาม เมื่อเห็นอ๊อคคว้าผ้าขาวม้าพาดบ่า ทำท่าว่าจะเดินไปหลังเรือน
“อยากลงเล่นน้ำคลองครับลุง… นานๆ จะได้กลับมาเจอบรรยากาศแบบนี้ เห็นแล้วอยากชวนแตงไปเปลี่ยนบรรยากาศ… อิอิ… ”
อ๊อดจูงมือแฟนสาวเดินออกมาด้วยกัน
“ที่เอ็งบอกว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ… คงไม่ได้เล่นน้ำอย่างเดียวสินะ… ”
ลุงคร้ามหัวเราะในใจ มองตามหลังหลานชายอย่างรู้ทัน
“แหม… บรรยากาศดีแบบนี้มันก็ต้องมีบ้าง ว่าแต่ลุงอย่าตามมาแอบดูผมก็แล้วกัน”
อ๊อดตอบไม่อ้อม
“ตามสบาย… เต็มที่เลยไอ้หลาน”
ลุงคร้ามยุส่ง…
กล่าวราวกับว่าเป็เื่ธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ในใจนั้นกลับเต้นระทึกเหมือนกลองรัว เมื่อนึกถึงภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าของหลานสะใภ้แสนสวยคนนี้ ถ้าได้เห็นสักครั้งคงเป็บุญตา
“ดูพี่อ๊อดพูดเข้าสิ… ไม่อายลุงคร้ามบ้าง… ”
แตงกวาตีแขนแฟนหนุ่มเสียงดังเพียะ
“ไม่ต้องเกรงใจ ลุงเข้าใจอารมณ์หนุ่มสาว เดี๋ยวเสร็จแล้วมากินข้าวกัน ลุงจะตั้งวงรอ คืนนี้เหล้าเบียร์พร้อม… ”
ลุงคร้ามกล่าว… มองตามหนุ่มสาวเดินจูงมือกันกะหนุงกะหนิงไปยังลำคลอง ทอดยาวผ่านมาทางด้านหลังสวนลิ้นจี่
