“แน่นอน ว่าทั้งตำแหน่ง ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ ทั้งเครื่องประดับ รวมถึงคุณชายหวง จะเป็ของข้าด้วยเช่นกัน อะไรที่เป็ของเ้า ต้องตกเป็ของข้าทั้งหมดนั่นแหละ!” ฟางเหมยมองถ้วยชาที่แตกกระจายบนพื้น แล้วยิ้มมุมปาก อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินจากไป ท่ามกลางสายตาสั่นไหวของซินหยางสัดส่ายไปมาด้วยความสับสน
‘ไม่จริง ต้องไม่ใช่แบบนี้ เขาสัญญากับข้าแล้วว่าจะแต่งงานกับข้า’ ซินหยางขบคิดอย่างเงียบ ๆ ก่อนชายกลางคนที่นั่งกินชาอยู่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“คุณหนูซินหยาง เ้าเป็อะไรหรือไม่”
“ข้าไม่เป็อะไร ขอบคุณเมื่อครู่ ที่ช่วยต่อว่านางแทนข้า”
“ข้าเห็นเ้าั้แ่เด็ก พวกเราทุกคน ต่างเห็นใจเ้ากับฮูหยินกันทั้งนั้น และพวกเราในตลาดนี้ อยู่ข้างเ้าเสมอ” คำพูดของชายกลางคนทำให้หญิงสาวที่อยู่ในความสับสน ค่อย ๆ ปล่อยยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้ง
ฟางเหมยเดินชมบรรยากาศในตลาด พร้อมสาวใช้คอยเดินตามอยู่ไม่ห่าง เป็สถานะที่นางใฝ่ฝันว่าจะใช้ชีวิตเช่นนี้มาั้แ่เด็ก เป็ภาพที่นางมักอิจฉาซินหยางมาตลอด จนกระทั่งฟางเหมยเดินผ่านร้านผลไม้ จึงหยุดชะงัก แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปยังผลไม้อย่างเงียบ ๆ
“ลดราคาให้ข้าได้หรือไม่” คำพูดของนางทำให้พ่อค้าขายผลไม้ทำหน้าแปลกใจ ก่อนนางจะเริ่มแนะนำตัวด้วยความภูมิใจ
“ข้านามว่าเฟยหยาง เป็คุณหนูคนใหม่ของสกุลหลี่ ท่านรู้เช่นนี้แล้ว ลดราคาให้ข้าได้หรือไม่” หญิงสาวหวังว่าฐานะของนางจะทำให้พ่อค้าเกรงใจ แล้วลดราคาให้ เหมือนตอนที่อยู่กับซินหยาง ทว่าพ่อค้าส่ายศีรษะแล้วหันไปจัดผลไม้อย่างหน้าตาเฉย
“ข้าไม่ลด ข้าพอใจขายราคาเท่านี้” นางชะงักนิ่ง รู้สึกสับสนเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถาม
“เหตุใดจึงไม่ลดราคา ตอนกับซินหยางท่านยังลดราคาให้นางได้เลย” พ่อค้าที่กำลังจัดผลไม้หันกลับมายังฟางเหมย เลื่อนมองนางั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วยิ้มเล็กน้อย
“ก็เ้าไม่ใช่นาง เหตุใดข้าต้องลดให้” คำตอบของพ่อค้าทำให้ฟางเหมยตัวชาจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนฟางเหมยจะสะบัดตัวเดินจากไปด้วยความคับแค้นใจ
‘ในเมื่อตอนนี้ข้ามีฐานะเป็ถึงคุณหนูสกุลหลี่ แต่เหตุใดพวกเขา ทำราวกับข้าไม่มีความหมาย เหตุใดข้ายังไม่เป็ที่ยอมรับของทุกคน รอให้ข้าแต่งเป็สะใภ้ของคุณชายหวงก่อน ถึงตอนนั้น ใครหน้าไหนก็ดูถูกข้าไม่ได้ทั้งนั้น’ ฟางเหมยขบคิดเงียบ ๆ ไปตลอดทาง
ท่ามกลางหิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ซินหยางไม่อาจข่มตานอนหลับ จึงลุกขึ้น แล้วเดินออกมานั่งด้านนอกพร้อมความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นในใจ
‘คุณชายหวงจะแต่งงานกับฟางเหมยจริง ๆ หรือเป็เพียงอุบายของนาง ที่้าให้ข้าเ็ปเท่านั้น’ ซินหยางทอดสายตาไปยังหิมะที่กำลังร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า ยามนี้บนถนนไม่มีผู้คนออกมาสัญจร มีเพียงแสงจากโคมไฟเล็ก ๆ ส่องสว่างให้เห็นรำไรเพียงเท่านั้น ก่อนเสียงไอของมารดาจะดังขึ้นจนผิดสังเกต ซินหยางรีบกลับเข้ามาหามารดาในทันทีด้วยความเป็ห่วง
“ท่านแม่ พักนี้ท่านไอบ่อย พรุ่งนี้ข้าจะพาท่าน ไปให้ท่านหมอตรวจอาการ” หญิงสาวค่อย ๆ ประคองซูซินขึ้น ก่อนอีกฝ่ายจะส่ายศีรษะแล้วส่งยิ้มให้บุตรสาว
“ข้าไม่ได้เป็อันใดมาก เหตุใดวันนี้เ้าจึงนอนไม่หลับ” คำถามของหญิงกลางคนทำให้ซินหยางชะงักนิ่ง แล้วสัดส่ายสายตาไปมาด้วยความสับสน
“ท่านแม่ วันนี้ฟางเหมย มาที่ร้านของเรา” ได้ยินเพียงเท่านั้นซูซินชะงักนิ่ง ก่อนซินหยางจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นไหว
“นางบอกว่า คุณชายหวงกับนางจะแต่งงานกันในไม่ช้า เวลานี้ข้าแยกไม่ออก ว่าควรเชื่อคำพูดนาง หรือควรเชื่อคำสัญญาของคุณชายหวง ที่ว่าจะแต่งงานกับข้าจะไม่แต่งกับผู้ใด ข้าเชื่อถือเขาได้หรือไม่” คำถามของซินหยางทำให้มารดาดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอด พลันค่อย ๆ ลูบหลังนางช้า ๆ ด้วยความรัก
“คำสัญญางั้นเหรอ? พ่อเ้าก็เคยสัญญากับข้า มาตอนนี้คำสัญญามีความหมายอันใด จงจำคำข้าไว้...อย่าเชื่อคำสัญญาของผู้ใด ไม่เช่นนั้นจะต้องเ็ปไปตลอดชีวิต” น้ำตาของซินหยางหยดลงพื้น ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“หากเขาผิดสัญญา ข้าจะตัดเขาออกจากชีวิต เขาไม่คู่ควรกับข้า!” คำพูดของนางทำให้มารดาปล่อยยิ้ม แล้วลูบศีรษะซินหยางเบา ๆ
“บางครั้ง ข้าก็อยากเข้มแข็งให้ได้ครึ่งหนึ่งของเ้าเช่นกัน” หญิงกลางคนพูด พลางไอออกมาเป็ระยะ ทว่าพยายามปกปิดไม่ให้ซินหยางต้องเป็ห่วง
หลังจากนั้น ร้านขายชาของซินหยางเริ่มเป็ที่รู้จักมากขึ้น พ่อค้าแม่ค้าบริเวณนั้น เข้ามานั่งดื่มชาเพื่อบรรเทาความหนาว ทั้งขนมที่เป็ฝีมือของซูซินยังขายดีไม่ต่างกัน เมื่อยอดขายมากขึ้น กำไรก็มากขึ้นตามลำดับ ซินหยางตั้งหน้าจดบัญชีอย่างละเอียด พบว่า จากวันแรกจน ถึงวันนี้สามารถทำกำไรมาแล้วเกือบเท่าตัว เมื่อเห็นตัวเลขในสมุดบัญชี ทำให้หญิงสาวรีบนำไปให้มารดาดูด้วยความภูมิใจ
“ท่านแม่ ท่านดูนี่สิ” เมื่อซูซินเห็นตัวเลขบัญชีของซินหยางก็ทำให้นางปล่อยยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ไม่ต่างกัน
“ขนมกุ้ยฮวา ทำกำไรมากกว่า ชา เสียอีก” ซินหยางกล่าวด้วยความภูมิใจ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เพราะเถ้าแก่เฉียงขึ้นราคาของใบชา หากข้าหาแหล่งซื้อใบชาที่ถูกกว่า ก็จะทำให้เรามีกำไรมากขึ้น ท่านแม่...หากร้านเราทำกำไรต่อเนื่องเช่นนี้ไปอีกหกเดือน ก็จะคืนทุนทั้งหมด หลังจากนั้นข้าจะเก็บเงินสักก้อน ขอซื้อร้านนี้จากเถ้าแก่ตัดผ้า ท่านว่าดีหรือไม่” ซูซินได้ยินดังนั้นจึงยิ้มกว้าง
