“วันนี้ไม่ใช่วันที่จัดงานประมูล ถ้าจะเลือกซื้อสินค้าอยู่ด้านข้างนี้ หรือถ้าจะมาขายสินค้าก็ไปติดต่อ ตรงร้านด้านข้างเหมือนกัน อยู่คนละฝั่ง”
“รับซื้อด้วยหรือเ้าคะ ทางหอประมูลรับซื้อสิ่งใดกัน”
“สมุนไพรพิเศษ โอสถอย่างดีอาวุธ และสิ่งของแปลกใหม่ที่ร้านปกติไม่มีขาย”
“จริงหรือใครเป็ผู้ประเมินราคาล่ะ ข้าอยากรู้ราคาสมุนไพรที่ข้ามี”
“ถ้าอย่างนั้นเชิญตามข้ามาด้านใน”
“คุณหนูเฟยหย่า ไม่ใช่จะมาหาตำราเรียนเกี่ยวกับวรยุทธ์หรือ ทำไมถึงกลายมาเป็ขายสมุนไพร เ้ามีอย่างนั้นหรือ”
“ข้าบังเอิญเก็บมาได้ ตอนที่อยู่บนเกาะ แต่ไม่ได้บอกใครเท่านั้น”ซิวอิงมองหน้า ‘ทำไมถึงไม่เคยในเกาะมีสมุนไพรด้วยหรือ’
‘ข้าไม่สามารถบอกใครได้ ตอนนี้’ เฟยหย่า ระหว่างเดินตามเข้าไปในร้าน แอบเอาสมุนไพร ใส่ไว้ในแขนเสื้อ
“ไหน? ขอดูสมุนไพรของเ้าหน่อย ว่าเป็สมุนไพรหายากจริงไหม”เ้าของเสียงคือชายชรา อายุประมาณหกปี มีหนวดยาวสีขาว รูปร่างสูงโปร่งสวมใส่ชุดสีดำ แต่ยังดูแข็งแรงมาก
“นี่เ้าค่ะข้ามีอยู่ต้นเดียว บังเอิญเก็บมาได้ตอนอยู่บนเกาะ”เฟยหย่ายื่นสมุนไพรไปให้
“โอ๊ะ…! มันคือสมุนไพรอะไรกัน? ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ตัวสมุนไพรเหมือนจะมีพลังบางอย่างอยู่ข้างใน เ้ารอข้าก่อนเด็กน้อย ข้าขอเชิญท่านผู้าุโมาตรวจสอบ”
‘ยังมีท่านผู้เฒ่าอีกหรือ แสดงว่าสมุนไพรในแหวนมิติ หายากบางทีอาจจะไม่มีในแดนนี้ก็ได้ ช่างเถอะพูดไปแล้วว่าอยู่ที่เกาะ ใครอยากได้ไปหาเอาก็แล้วกัน’
เฟยหย่ายืนรออยู่ครู่หนึ่ง กว่าคนใช้จะไปตามท่านผู้เฒ่ามา ชายชราอายุประมาณแปดสิบ ผมและหนวดยาวเป็สีขาว สวมใส่ชุดสีขาวทั้งชุดรูปร่างสูงผอม แต่เดินกระฉับกระเฉง
“โอ้…! มันคือสมุนไพร ที่หายากและไม่เคยมีใครหาเจอ เด็กน้อยเ้าได้มาจากที่ไหนกัน รู้ไหมว่าสมุนไพรต้นนี้ สามารถเอาไปผสมกับสมุนไพรตัวอื่น เพื่อปรุงเป็ยาอายุวัฒนะ”
“ข้าเจอมันที่เกาะแห่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็ที่ไหนตอนนั้นเรือสำเภาขนสินค้า ถูกพายุพัดไปติดอยู่เกาะนั้น ข้าบังเอิญเจอสมุนไพรต้นนี้ที่นั่นเ้าค่ะ”
“เรือสำเภาขนสินค้า เ้ามาจากตระกูลไหน คงไม่ใช่ตระกูลกัวใช่หรือไม่ เด็กน้อย”
“ใช่เ้าค่ะ! ข้ามาจากตระกูลกัว โดยสารเรือสำเภามากับท่านลุง”
“รบกวนท่านผู้เฒ่า ประเมินราคาสมุนไพรให้ด้วยเ้าค่ะ ความจริงแล้วที่ข้าเข้ามาที่นี่ ไม่ได้จะมาขายสมุนไพรหรอก ข้าจะมาหาซื้อตำราเกี่ยวกับการฝึกวรยุทธ์เ้า”
“เด็กน้อยเ้าสนใจฝึกวรยุทธ์อย่างนั้นหรือ ตระกูลไป๋ของเรารับผู้ฝึกวรยุทธ์ แต่…จะต้องมาเป็คนของตระกูลไป๋เท่านั้น”
“ข้าสนใจแต่ตำราเ้าค่ะ ไม่ได้สนใจเื่ของตระกูลไป๋”
“มีตำราอย่างเดียว ถ้าไม่มีครูสอนที่ดี สถานที่อำนวยเ้าจะฝึกได้ยังไงกัน เด็กน้อย”
“เฮ้อ! ข้าก็อยากมีอาจารย์สอน แต่ข้าชอบอิสระ ไม่ชอบอยู่ใต้การบังคับของใครเ้าค่ะ”
“อืม! เ้าที่เป็เด็กน้อยตัวเท่านี้ก็รู้จักคิดแล้ว หาได้ยากยิ่ง”ชายชราพูดพร้อมกับลูบ หนวดเคราของตัวเองไปด้วย
“ไป๋ฟู่เอาตำราฝึกวรยุทธ์ ให้เด็กน้อยดูก่อน”
ตู้ขนาดใหญ่ถูกเปิดออก พร้อมกับตำราเล่มเก่าแก่ เล่มหนึ่งถูกหยิบขึ้นมา และส่งต่อมายังเฟยหย่า
เด็กหญิงรับตำราเล่มสีดำ ขึ้นมาอย่างเบามือเพราะความเก่าแก่ของมัน พร้อมกับเปิดดูข้างใน กระดาษเป็สีเหลืองออกน้ำตาลเพราะความเก่าแก่
‘จะหลุดขาดคามือไหมนี่ ดีที่แผ่นกระดาษดูหนา ในหนังสือเป็ภาพวาดและมีคำแนะนำอยู่ใต้ภาพ ทำไมเราอ่านหนังสือออก ไปเรียนมาตอนไหนกัน’
“เด็กน้อยเ้าอ่านแล้วเข้าใจใช่หรือไม่ ผู้ใดก็ตามสามารถฝึกได้ตามในหนังสือนี้ ถือว่าเป็ยอดคนแล้ว เป็หนังสือตกทอดมาหลายพันปี ของตระกูลไป๋ที่เก็บมานาน หากเ้าอยากได้ก็เพียงแต่คัดลอกไปได้เท่านั้น”
“ทั้งเล่มนี้เลยหรือเ้าคะ ข้าไม่ต้องนั่งคัดไปเป็เดือนหรือแบบนี้”
“เ้าว่าอะไรนะเด็กน้อย? คัดลอกหนังสือเล่มนี้เป็เดือน เ้าคำนวณผิดหรือไม่ เด็กในตระกูลกว่าจะคัดเสร็จ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งปี”
“ถ้าหนึ่งปี ข้าว่าฝึกตามในหนังสือไปเลยก็จบเ้าค่ะ!”
“เ้าคิดดูเด็กน้อย แค่ภาพวาดไหนจะรายละเอียด ที่เขียนบรรยายไว้ใต้ภาพอีก หนังสือเล่มหนาขนาดนี้ เ้าคิดว่าหนึ่งเดือนเ้าวาดเสร็จยังงั้นรึ ถ้าเ้าคัดลอกหนังสือนี้เสร็จ ภายในหนึ่งเดือน ข้าไม่คิดตำลึงเ้า”
“จริงหรือเ้าคะ! ถ้าอย่างนั้นรบกวนท่านผู้เฒ่า ประเมินราคาสมุนไพรมาเลย ข้าจะไปหาที่เช่าโรงเตี๊ยม เพื่อมาคัดลอกหนังสือที่นี่ทุกวัน ภายในหนึ่งเดือนนี้”
“สมุนไพรต้นนี้ ข้าประเมินราคาให้เ้าห้าพันตำลึงทองก็แล้วกัน”ซิ่วอิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ฟังราคา แทบจะเป็ลม สมุนไพรต้นเล็กแค่นี้ ห้าพันตำลึงทอง
‘ต้องให้นายท่านเอาเรือสำเภาไปจอด ที่เกาะแห่งนั้นแล้วหาสมุนไพรดีไหมนะ’นางแอบคิดในใจ
“ว่ายังไงเด็กน้อยเ้าพอใจหรือไม่ หอประมูลเราไม่เคยเอาเปรียบลูกค้า”
“พอใจเ้าค่ะท่านผู้เฒ่า ตำลึงนี้เยอะเกินไปสำหรับเด็กอย่างข้า ท่านลุงอู๋ทงเป็หนี้ ทางหอประมูลอยู่ ข้าขอให้ท่านผู้เฒ่าหักออกไป สี่พันตำลึงทอง ข้ารับมาแค่หนึ่งพันตำลึงทองก็พอเ้าค่ะ ขอเป็ตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงทอง ที่เหลือขอเป็ตำลึงเงินและตำลึงทองเ้าค่ะ”
“ได้ข้าจัดการให้เ้ารอสักครู่ ประทับรอยนิ้วมือลงใน เอกสารการกู้ยืมด้วย”
เฟยหย่าประทับรอยนิ้วมือ ลงบนกระดาษ ซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาเอามาจากไหน หรือว่ามีทุกที่ของหอประมูล
“เด็กน้อยเ้ามีพลังธาตุไฟอย่างนั้นหรือ เ้าไม่สนใจมาเรียนด้านปรุงโอสถหรอกหรือ พลังธาตุไฟจะช่วยได้มาก ถ้าเกี่ยวกับการปรุงโอสถ”
“ข้ากำลังเรียนอยู่เ้าค่ะ ทางหอประมูลรับซื้อโอสถด้วยไหมเ้าคะ ข้าถามไว้ เผื่อว่าอาจารย์ของข้า ที่เก่งแต่เื่ปรุงโอสถ จะสนใจเอามาส่งที่หอประมูล”ซิ่วอิงนางไปมีอาจารย์ั้แ่ตอนไหน
“ได้เด็กน้อยเ้าสามารถ นำมาให้ข้าประเมินราคาได้”
“เอาไว้เป็วันหลังนะเ้าคะ วันนี้ข้ากลับก่อนต้องไปจัดการกับที่พัก พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มมาคัดลอกหนังสือเกี่ยวกับวรยุทธ์ แล้วข้ามาที่นี่ต้องมาติดต่อใครหรือเ้าคะ หรือว่ามาติดต่อท่านผู้าุโได้เลย”
“เ้ามาติดต่อกับข้าได้เลย เ้าเรียกข้าว่าปู่ไป๋ฟู่ ก็ได้”
“เ้าค่ะพรุ่งนี้ข้าจะมา ท่านเรียกข้าว่าเฟยหย่าเ้าค่ะ”เด็กหญิงคารวะผู้าุโทั้งสอง ก่อนเก็บตั๋วเงินและตำลึง เข้าไปเก็บในกระเป๋าเสื้อด้านใน
“คุณหนูเฟยหย่า จะไม่แจ้งนายท่านอู่ทงก่อนหรือเ้าคะ เื่ที่จะคัดหนังสืออยู่ที่เมืองนี้ นายท่านต้องเดินทางกลับเมืองต้าตู”
“จัดการเื่โรงเตี๊ยมอะไรให้เรียบร้อยก่อน บอกทีหลังก็ได้”ซิ่วอิงขัดไม่ได้ ได้แต่เดินตามเท่านั้น”
แต่พอเดินมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม ที่เห็นผู้คนเดินเข้าเดินออก “ข้าเปลี่ยนใจแล้ว กลับไปหาท่านลุงก่อนดีกว่า”
“เ้าว่ายังไงนะ จะอยู่ที่เมืองนี้ต่ออย่างนั้นหรือ เพื่อคัดลอกตำราการต่อสู้จากตระกูลไป๋ จะเป็ไปได้ยังไงที่พวกเขาจะใจดีกับเ้า”
เฟยหย่าเลยเล่าเื่สมุนไพรให้ฟัง “ท่านลุงไม่ต้องกลับไปหานะเ้าคะ มันคงไม่มีอีกแล้ว เพราะก่อนที่จะตุ่มหนองพุพองเต็มตัว ได้เดินหาทั่วแล้วมีแค่ต้นเดียว”
“อีกอย่างหนึ่งข้าได้ใช้หนี้แทน ท่านลงไปสี่พันตำลึงทอง จากการขายสมุนไพร และนี่ตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงทอง ข้าฝากท่านลุงเอาไปมอบให้กับท่านแม่ด้วยเ้าค่ะ”
“ห้ะ!เ้าว่ายังไงนะ ใช้หนี้ไปสี่พันตำลึงทอง เ้าขายสมุนไพรต้นหนึ่ง ได้กี่ตำลึงทองกัน ถึงกับมีเงินใช้หนี้ แล้วยังฝากให้แม่?”
“ได้ห้าพันตำลึงทองเ้าค่ะ ข้าเก็บไว้ใช้เองห้าร้อยตำลึงทอง กำลังจะมาปรึกษากับท่านลุงว่า ถ้าเช่าเป็บ้านหลังเล็กอยู่ เพื่อคัดตำราและฝึกซ้อมไปในตัว ดีไหมเ้าคะ”
“ถ้าเ้าสนใจด้านวรยุทธ์ ก็แล้วแต่เ้าเถอะ ให้ชิ่วอิงอยู่เป็เพื่อน เดี๋ยวลุงจัดการตรงนี้เสร็จ จะพาเ้าไปหาเช่าบ้านเอง”
ทั้งสามคนช่วยกันเดิน ถามชาวบ้านถึงบ้านที่จะเช่า แต่ไม่มีเลยนอกจากโรงเตี๊ยม
“ทำไมถึงไม่มีใครให้เช่าเลย เดินหาจนเหนื่อยแล้ว หรือว่าจะซื้อไปเลยเ้าคะท่านลุง ไปถามดูจากเ้าหน้าที่ไหม ถ้าราคาไม่แพงก็ซื้อไว้เถอะ ถึงวันข้างหน้าข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ เวลาท่านลุงทำการค้า เดินทางมาถึงเมืองนี้ก็มาพักได้นี่เ้าคะ”
“บ้านอยู่ในเมืองก็แพง ถ้าอยู่ไกลก็ลำบากเ้า ที่ต้องเดินทางมา คัดลอกหนังสือที่นี่ ไปถามดูก่อนถ้าไม่พอ ตำลึงที่ลุงยังพอมี”
“มีบ้านหลังถูกสุดไม่ไกลจากที่นี่ อยู่บนเนินเขาด้านโน้น แต่เขาบอกไว้ก่อนนะว่าอยู่ยาก และมีหลังเดียวอยู่ตอนนี้ ราคาอยู่ที่ห้าร้อยตำลึงทอง มันถูกจนน่าใจหายเลยล่ะ”
“ทำไมถึงอยู่ยาก! หรือเ้าคะ”
“เื่นี้มีแต่คนบอกว่า กลางคืนมีเสียงประหลาด ออกมาจากในบ้านร้างหลังนั้น ที่บอกว่าบ้านร้างเพราะว่าไม่มีคนอยู่มาสิบปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยมีคนมาซื้อ อยู่ได้ไม่กี่วันก็ขายต่อ”
“แต่ก่อนนี้ราคาอยู่ที่สองพันตำลึงทอง ขายถูกลงเรื่อยๆจนตอนนี้เหลือ ห้าร้อยตำลึงทอง ถ้าเ้าสนใจจะพาไปดู”
“ข้าสนใจเ้าค่ะ”
“เฟยหย่า ผู้อื่นยังอยู่ไม่ได้แล้วเ้าจะอยู่ได้อย่างนั้นรึ”
“ข้าจะเรียนด้านวรยุทธ์ ไม่สนใจเื่พวกนี้เ้าค่ะ”
ทั้งสามตามเ้าหน้าที่ เดินออกมาไกลประมาณสองลี้ เห็นบ้านไม้หลังเก่า ที่ดูแล้วหลังไม่ได้เล็กเลย มีถึงสามห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัวแยกอยู่ด้านนอก ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งลูก
‘ถ้าบ้านอยู่ไม่ได้ ทำไมถึงไม่รื้อสร้างใหม่ หรือว่าไม่ได้เป็เพราะบ้าน’เฟยหย่าได้แต่คิด เมื่อมองเห็นบ้านและที่ดิน
“ท่านลุงเ้าคะ เฉพาะที่ดินไม่เกือบยี่สิบหมู่หรือ ข้าอยู่ได้เ้าค่ะ”
“ตามใจเ้าก็แล้วกัน ถ้าเ้าไม่กลัว เดี๋ยวตามคนงานบนเรือ มาช่วยกันตัดต้นหญ้าที่ขึ้นรก รอบบ้านนี้”
“ซิ่วอิงทำไมเ้าทำหน้าแบบนั้น เ้ากลัวอย่างนั้นรึ”
“เ้าค่ะ!ท่านอู๋ทง ข้ากลัวเ้าค่ะแค่ยืนอยู่แถวนี้ ขนลุกทั้งตัวแล้ว”
“ท่านเ้าหน้าที่ข้าตกลงซื้อ บ้านหลังนี้เ้าค่ะ”
“ท่านลุงเ้าคะ ถ้าอย่างนั้นเอาตั๋วเงินที่จะฝากให้ท่านแม่ ซื้อบ้านหลังนี้ไปก่อน แล้วข้าจะฝากเป็ตำลึงทอง สามร้อยตำลึงทองไปให้ท่านแม่แทนเ้าค่ะ”
“เ้าหน้าที่ ตกลงซื้อบ้านหลังนี้ แต่ให้เป็ชื่อของเด็กน้อยผู้นี้จะได้ไหม ตัวข้าไม่สะดวกที่จะใช้ชื่อตัวเอง ซื้อทรัพย์สินในตอนนี้”
“ได้!ไม่มีปัญหาหรอก เ้าแค่รับรองและรับรู้ก็พอ”
“ซิ่วอิงเ้าเดินไปบอก คนบนเรือให้มาที่นี่เอาเครื่องมือมาด้วย ช่วยกันตัดต้นไม้รอบบ้าน ให้มาทุกคนเลย ผู้หญิงก็มาช่วยกันทำความสะอาด ข้ากับหลานจะไปจัดการซื้อขายให้เสร็จก่อน”
ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วยาม เอกสารการสัญญาซื้อบ้านก็เรียบร้อย
“ท่านลุงไปส่งข้าซื้อ เครื่องนอนและเครื่องครัวด้วยเ้าค่ะ ที่บ้านไม่มีอะไรเลย”
