ตำหนักกลางเป็อาคารหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความยิ่งใหญ่และอำนาจที่กดทับผู้อื่น แต่ความจริงแล้วสถานที่นี้เต็มไปด้วยความอ้างว้าง
ไม่ว่าจะมองไปทางไหนทุกความสัมพันธ์ของผู้คนล้วนจอมปลอม ทุกคนใส่หน้ากากหันหน้าคุยกัน ภายนอกยิ้มแย้มให้กัน แต่ภายในกลับกดความเกลียดชังเองไว้ ไม่ต่างจากภาพลวงตาเลยสักนิด
โอ้ว คนเยอะมาก
ทั้งบ่าวรับใช้ทั้งนางสนมรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งร้อย ในวังอ๋องแห่งนี้มีคนอยู่เท่าไรกันนะ
ตอนนี้สนมทุกคนต้องยืนเข้าแถวที่ลานกว้างเพื่อรอต้อนรับเ้าของวัง โดยจะเรียงลำดับกันตามฐานะ นางสนมคนใดมีฐานะที่สูงก็จะได้ยืนหน้า ทำให้หญิงสาวหลายคนพาแย่งชิงกันเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่อยู่เหนือกว่าผู้อื่น
ยิ่งอยู่สูงเท่าไรก็ยิ่งดี
แม้ว่าตนจะต้องทำเื่ที่ไม่ดีหรือผิดต่อคนอื่น พวกนางก็จะทำเพื่อให้ได้สิ่งที่้า
อันนาในร่างของซูเหม่ยอิงนั้นได้ยืนอยู่ปลายแถวเป็คนสุดท้าย เนื่องจากเ้าของร่างเป็เพียงบุตรสาวของขุนนางขั้นต่ำ
ในการเลื่อนต่ำแหน่งของนางสนมนั้นขึ้นอยู่ที่ความโปรดปรานของเ้าของวัง หากทำความดีความชอบหรือพึงพอใจในการปรนนิบัติของนางสนม ท่านอ๋องก็อาจจะประทานเงินทองหรือเลื่อนต่ำแหน่งให้
ทว่าั้แ่ที่แต่งเข้ามาในวังนี้ เหม่ยอิงยังไม่เคยถวายตัวให้กับท่านอ๋องสักครั้ง ทำให้นางยังรั้งอยู่ตำแหน่งเดิม ซึ่งนางก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจ เพราะไม่มีใครได้ถวายตัวให้ท่านอ๋อง
วันแรกที่ก้าวเท้ามาในโลกที่ไม่คุ้นเคย สำหรับอันนานั้นไม่ง่ายเลย ทุกอย่างรอบตัวดูแปลกตาไป ไม่ว่าจะเป็วิถีชีวิต การพูดจา นิสัยใจคอรวมไปถึงกฏระเบียบที่เข้มงวด
ดีที่อันนาเคยดูหนังแนวนี้มาบ้างเลยพอถูไถไปได้
เฮ้อ! อึดอัดจะตายอยู่แล้ว เมื่อไรจะได้ออกไปจากตรงนี้สักทีนะ
อันนาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด จนกล้ามเนื้อบนใบหน้ามีอาการกระตุกเกร็งขึ้นมา เธอไม่ต้องหันไปมองก็รับรู้ได้ว่าสายตาที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด
“ ได้ข่าวว่าวันก่อนนางเผลอตกน้ำจนล้มป่วย นี่คงคิดจะมาเล่นบทแม่ดอกบัวขาวอ่อนแอเพื่อเรียกความสนใจจากท่านอ๋องล่ะสิ ”
“ เฮอะ ป่วยจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ”
“ ข้าว่านางแกล้งมากกว่า ”
ท่านเทพเ้าขา ถึงฉันจะชอบศึกษาเื่ของคนโบราณั้แ่เด็ก ๆ จนกลายเป็นักโบราณคดี แต่ไม่เห็นจะต้องส่งฉันมาในยุคโบราณท่ามกลางดงอสรพิษเช่นนี้เลย
แล้วแบบนี้เธอจะอยู่รอดปลอดภัย จนถึงตอนที่หาทางกลับบ้านเจอไหมล่ะเนี่ย อันนาเอามือก่ายหน้าผากทิพย์ในใจ
เวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา (15 นาที) ท่านอ๋องหลี่เหวินเจ๋อก็ปรากฏตัวขึ้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงในชุดสีดำปักลายัเดินเข้ามา ทุกท่วงท่าของการเคลื่อนไหวสุขุมแต่เต็มไปด้วยพลัง แสดงถึงความมั่นใจและบุคคลิกภาพที่น่าดึงดูด
“ คารวะท่านอ๋อง ” ทุกคนเอ่ยพลางคำนับผู้มาใหม่อย่างพร้อมเพรียงกัน
ผู้ชายคนนี้…หล่อมาก หล่อจนเธอแทบลืมหายใจ ไม่แปลกใจเลยที่นางสนมในวังต่างตบตีกันเพื่อแย่งชิงท่านอ๋อง
ขนาดอันนาที่เห็นคนหล่อมาเยอะ ยังอดไม่ได้ที่จะมองตามท่านอ๋องไปจนลับสายตา ถ้าเธอเป็บุรษด้วยกันคงคิดว่าสรรค์ลำเอียง
แม้รูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะเหมือนกับเทพเซียนไปปาน ทว่าบรรยากาศรอบตัวของเขากลับทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่น เพียงสายตาคมปลาบตวัดมอง คนคนนั้นก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความกลัว
ท่านอ๋องหลี่เหวินเจ๋อเหลือบมองนางสนมทุกคนอย่างเ็าและไร้ซึ่งคำทักทาย ราวกับว่าพวกนางไม่มีค่าพอให้เขาสนใจ
หลังจากที่ท่านอ๋องจากไป เหล่านางสนมก็แยกย้ายกันกลับตำหนักของตนเอง
“ คนอะไร เ็าชะมัด ” อันนาพูดกับตัวเองเสียงแ่เบาขณะสาวเท้าเดินไปตามเส้นทางตำหนักของตน
เธอไม่อยากอยู่ข้างนอกนานนัก เพราะกลัวว่าจะไปเผลอโดนงูพิษตัวไหนฉกเข้า
“ สนมซูพูดอะไรนะเพคะเพคะ บ่าวได้ยินไม่ชัด ” ลี่ถิงหรือสาวใช้คนสนิทของเ้าของร่างเอ่ยถาม เมื่อได้ยินเสียงพึมพำจากผู้เป็นาย
“ อ้อ ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็บ่นของข้าไปเรื่อยเปื่อย ”
อันนาคิดว่าถ้าตนเองพยายามเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในตำหนักและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับนางสนมคนอื่น ๆ เธอจะได้ไม่ต้องไปสู้รบปรบมือกับใคร
“ วันนี้อากาศเย็นสบาย สนมซูไม่ออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือเพคะ ”
“ ไม่ล่ะ ่นี้ข้ารู้สึกเบื่อ ๆ ไม่อยากออกไปไหน ” นอนอ่านนิยายที่สาวใช้เพิ่งไปหามาให้ดีกว่า เนื้อเื่กำลังสนุกเลย
แต่ในความเป็จริงไม่เป็อย่างนั้นเลย ต่อให้เธอนอนอยู่เฉย ๆ หรือแสร้งทำเป็ไร้ตัวตนในวังเพียงใด ปัญหาก็วิ่งเข้ามาหาเธออยู่ดี
“ สนมซูเพคะ สนมหยางเชิญคุณหนูไปจิบน้ำชาที่ศาลาสัตตบงกชเพคะ ”
“ ข้าไม่ไปได้หรือไม่ ”
“ เอ่อ… ” อันนาเห็นสีหน้าลำบากใจของสาวใช้ก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวอย่างเซ็ง ๆ ลางสังหรณ์ของเธอบอกว่าสนมหยางผู้นี้ไม่ใช่มิตรที่ดี นางต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแน่ ๆ ถึงได้เชิญนางสนมปลายแถวไปจิบน้ำชาด้วย
“ ไปเถอะ ปล่อยให้สนมหยางรอนานจะไม่ดี ”
และมันก็เป็อย่างที่เธอคิดไว้ไม่ผิด
วันนี้เธอถูกกลั่นแกล้งโดยนางสนมที่มีฐานะสูงกว่า ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าคิดว่าเธอไม่เห็นนะที่หยางชูหลงแอบส่งสายตาให้กับสาวใช้ข้างกาย
ซ่า…
ต่อมาสาวใช้คนนั้นก็จงใจเทน้ำชาร้อน ๆ ใส่หลังมือเธอจนรู้สึกแสบร้อนไปหมด ด้วยความที่ผิวของซูเหม่ยหลิงค่อนข้างขาว ทำให้ิับริเวณที่โดนน้ำร้อนลวกเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่ออย่างน่ากลัว
“ อุ๊ย! สนมซูยกโทษให้บ่าวด้วยเพคะ บ่าวไม่ได้ตั้งใจ ” บ่าวรับก้มหน้าขอโทษ ทว่าใบหน้ากลับไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด
“ สนมซูเจ็บหรือไม่เพคะ ” แววตาของเสี่ยวอิงเผยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ ข้าไม่เป็ไร น้ำชาไม่ได้ร้อนมาก ” อันนาตอบเสียงเรียบ
“ หรานหรานเ้าต้องระวังให้มากกว่านี้ ถ้ามือของสนมซูเสียโฉมขึ้นมาจะทำยังไง ” หยางชูหลงตำหนิสาวใช้ด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง
“ ครั้งหน้าบ่าวจะระวังตัวให้มากกว่านี้เพคะ ”
“ สนมซูกลับตำหนักไปทายาเถอะ ปล่อยไว้นานอาจจะเป็แผลได้ ”
“ งั้นข้าขอตัวก่อนนะเพคะ ”
อันนากัดฟันข่มความเ็ปเอาไว้ ไม่เผยความอ่อนแอให้กับศัตรูได้เห็น ทำได้เพียงคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ ราวกับว่าน้ำร้อนในกาที่เพิ่งราดมือของเธอเมื่อครู่คือน้ำเย็น ทั้งที่ในใจแทบจะพ้นไฟออกมาแล้ว
หน็อยแน่…
เธออุตส่าห์อยู่เงียบ ๆ ไม่ยุ่งกับใครแล้วนะ แต่นางงูพิษนี่กลับไม่ยอมปล่อยเธอไป
“ ถ้าเกมในวังหลังมันโหดร้ายขนาดนี้ ” เธอเอ่ยพึมพำกับตัวเอง “ ก็ได้…ฉันจะเล่นกับพวกเธอเอง! ”
