จากนั้นฉันก็เดินไปถามคนแถวนั้นอย่าง้ารู้ว่าของที่ตนเอง้าจะหาได้จากไหน จนเมื่อมีคนใจดีคนหนึ่งบอกให้สองขาเรียวก็รีบไปยังจุดหมายปลายทางทันที
กระทั่งเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ฉันก็ได้เลือกซื้อของใช้ส่วนตัวรวมทั้งชุดสำหรับใส่ไปสมัครงานจนได้ทุกอย่างครบ เพียงแต่ด้วยร้านที่อยู่ไกลออกไปจากที่ฉันพักอยู่พอสมควร นั่นจึงทำให้ฉันใช้เวลามากอยู่เหมือนกันในการต่อรถกว่าจะกลับมายังที่พัก
และทันทีที่ถึงบ้านพักแล้ว...
“คุณลูกจันเหนื่อยไหมคะ แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังค่ะเดี๋ยวพี่ทำให้กินไหมคะ”
พี่นิดที่นั่งรออยู่หน้าบ้านด้วยความร้อนใจหลังจากที่เห็นว่าฉันไปนานแล้วยังไม่กลับมาสักที และด้วยโทรศัพท์มือถือที่มีเครื่องเดียวในบ้านอีกทั้งมือถือใหม่ของฉัน ฉันเองก็จำเบอร์ของพี่นิดไม่ได้นั่นจึงทำให้ฉันไม่ได้ติดต่อกลับมาเลยจนกระทั่งฉันมาถึงบ้าน
“นิดหน่อยค่ะ พอดีต้องนั่งรถหลายต่อกว่าจะกลับมาถึงบ้านเลยทำให้มาช้าไปนิดค่ะ ส่วนของกินลูกจันกินข้าวมาแล้วค่ะแล้วพี่นิดล่ะคะกินข้าวแล้วหรือยัง คุณพ่อตื่นมาถามหาลูกจันไหมคะ”
ฉันพูดหลังจากหย่อนกายลงนั่งด้านข้างพี่นิดเพื่อพักเหนื่อย
“พี่กินเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนคุณท่านก็กินแล้วเรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ จะมีกลอกตามองหาคุณลูกจันกับส่งเสียงในลำคออยู่บ้าง แต่พอพี่บอกท่านว่าคุณลูกจันออกไปซื้อของใกล้ ๆ นี่เองท่านก็เข้าใจแล้วหลับไปค่ะ”
“ฟู่ววววว ~~ ขอบคุณมาก ๆ นะคะพี่นิดคงเหนื่อยแย่เลย” (^-^)
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ โชคดีที่คุณท่านเข้าใจสถานการณ์ของเราดีท่านไม่เคยโวยวายหรือทำตัวให้เราหนักใจเลยนะคะ พี่ล่ะนับถือใจท่านจริง ๆ” นิดพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาชื่นชม...
และเธอที่ไม่ใช่แค่รู้สึกชื่นชมในยามนี้เท่านั้นแต่เธอชื่นชมเ้านายของตัวเองมานับั้แ่ที่เข้ามาทำงานในบ้านแล้ว เพราะด้วยความที่ท่านเป็เ้านายที่ดีที่ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง ไม่เคยคิดร้ายกับลูกน้อง และยังรักครอบครัวมองลูกน้องทุกคนเสมือนกับคนในครอบครัวอีกด้วย นั่นจึงทำให้เธอเลือกที่จะอยู่ทำงานกับตระกูลดำริวงศ์ตระกูลไม่ไปไหนจวบจนกระทั่งถึงวินาทีนี้
จากนั้นฉันที่คุยกับพี่นิดพอหอมปากหอมคอแล้วก็ได้ขอตัวไปอาบน้ำชำระร่างกายก่อนจะไปนอนยังฟูกนุ่มที่ถูกปูไว้ด้านข้างของเตียงผู้เป็บิดาแล้วหันตะแคงไปพูดกับบุคคลอันเป็ที่รักที่ตอนนี้นอนหลับตานิ่งอยู่บนที่นอน
“ชีวิตเรากำลังจะดีขึ้นแล้วนะคะคุณพ่อพรุ่งนี้พี่นิดก็จะเริ่มขายของหน้าบ้านแล้วส่วนหนูก็จะไปสมัครงานที่โรงแรมนั้นดูค่ะ คุณพ่อว่าหนูจะได้งานไหมคะ”
เสียงหวานเอ่ยพูดเบา ๆ ด้วยกลัวว่าคนที่นอนหลับอยู่จะได้ยินจนตื่นขึ้นมา และโชคดีที่บ้านหลังนี้มีสองห้องนอนนั่นจึงทำให้ยามนี้พี่นิดก็มีห้องเป็ของตัวเองไม่ต้องมานอนรวมกันเหมือนกับเมื่อครั้งที่อยู่ห้องเช่าเก่าแล้ว
และฉันเองก็กล้าที่จะระบายกับคุณพ่อแบบนี้ยามที่เราอยู่กันแค่สองคน...
“คุณพ่อค่ะหนูอยากได้งานนี้จังเลยค่ะแต่หนูไม่รู้ว่าเขาจะยอมรับที่หนูเป็ผู้หญิงหรือเปล่าแต่ไม่ว่ายังไงพรุ่งนี้หนูจะลองเข้าไปเสี่ยงสมัครดูนะคะ แต่ถ้าหากหนูไม่ได้งานนี้จริง ๆ แล้วละก็หนูก็ว่าจะลองเดินหางานแถวนั้นดูค่ะ ...คุณพ่อค่ะหนูอยากมีเงินมารักษาคุณพ่อ หนูไม่อยากให้คุณพ่ออยู่ในสภาพแบบนี้นาน ๆ และอย่างน้อยหนูก็ยังอยากได้ยินคุณพ่อเรียกชื่อหนูอีกครั้งนะคะ” (^-^)
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาไม่หยุดเหมือนกับมันได้ถูกกักเก็บมานานเกินไป ยังคงเจื้อยแจ้วอยากกับว่าการพูดนี้มันทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจพอจะคลายลงได้บ้าง
“เฮ้อออออ ~~ หนูอยากได้ยินคำอวยพรจากคุณพ่อจังเลยค่ะ”
และทันทีที่ประโยคสุดท้ายได้หลุดออกมาจากปากเรียวสวย เ้าของเรียวปากนั้นจะพลันปิดเปลือกตาแล้วหลับลงไป
แต่เธอนั้นหารู้ไม่ว่าทันทีที่เธอปิดเปลือกตาลง เปลือกตาของใครอีกคนที่มักจะนอนนิ่งอยู่เสมอกลับค่อย ๆ เปิดขึ้นมาอย่างช้า ๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมายังหางตาด้วยความรู้สึกปวดร้าวในใจไม่ต่างกัน...
รุ่งเช้า ~~
แสงอาทิตย์ของวันใหม่ค่อย ๆ สว่างขึ้นไล่ความมืดมิดของวันวาน พร้อมกับร่างบางที่ขยับเปลือกตาถี่เพื่อให้มันได้ปรับโฟกัส
“วันนี้ต้องเป็วันที่ดีของเรานะคะคุณพ่อ จุ๊บ ~~”
ฉันขยับร่างไถลงจากฟูกนอนแล้วเขยิบไปพูดกับคนเป็พ่อที่ยังคงหลับตาพริ้มก่อนจะจูบลงไปที่แก้มสากเบา ๆ
จากนั้นเสียงกุกกักอยู่ในครัวก็ดังเป็สัญญาณให้ฉันได้รู้ว่าพี่นิดตื่นขึ้นมาเตรียมของก่อนหน้านี้แล้ว และฉันเองก็ไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปช่วยเหลืองานทันที
“พี่นิดให้ลูกจันช่วยอะไรบอกมาได้เลยนะคะ” (^-^)
ฉันส่งเสียงหวานใสถามคนที่กำลังง่วนอยู่กับกระทะออกไป เพราะถึงแม้ว่าตลอดเวลานับั้แ่เกิดจนก่อนที่จะเกิดเื่ฉันจะถูกเลี้ยงดูมาดั่งเ้าหญิงที่ไม่เคยต้องทำอะไรเลย แต่เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้ว ฉันที่ได้เรียนรู้อะไรมากมายมาจากพี่นิดทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้ไม่เป็ภาระเพิ่มให้กับพี่นิดอีก และนั่นจึงทำให้ฉันพอจะทำงานบ้านหรืองานจิปาถะในครัวได้พอสมควร
“ไม่ต้องเลยค่ะ คุณลูกจันไปเตรียมตัวเถอะค่ะ นี่เหลืออีกแค่สองอย่างก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
พี่นิดพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอบอุ่นเช่นเคย และด้วยงานที่เสร็จเร็วขนาดนี้ทำให้ฉันยังอดใไม่ได้ว่าพี่นิดต้องตื่นมาั้แ่กี่โมงถึงเริ่มงานได้เร็วขนาดนี้ทั้งที่ตอนนี้มันยังไม่ทันหกโมงเช้าเลยด้วยซ้ำ
“ไม่เป็ไรค่ะลูกจันตั้งใจจะอยู่ช่วยพี่นิดก่อนไปสมัครงานอยู่แล้วค่ะ อีกอย่างส่วนมากโรงแรมก็น่าจะเริ่มรับลูกค้าเข้าพัก่สาย ๆ อยู่แล้วผู้จัดการก็น่าจะมาเวลานั้นเผื่อมีโอกาสได้แสดงความสามารถต่อหน้าก็น่าจะเป็โอกาสที่ดี” (^-^)
ฉันพูดให้พี่นิดได้สบายใจ เพราะมันเป็สิ่งที่ฉันวางแผนไว้อยู่ก่อนแล้ว และการที่ฉันตื่นลุกขึ้นมาเช้าขนาดนี้เพราะฉันเองก็ตั้งใจจะมาช่วยพี่นิดอยู่แล้ว
“งั้นหรอคะ ถ้าอย่างนั้นพี่รบกวนคุณลูกจันยกจานที่พี่จัดไว้แล้วตรงนั้นไปไว้ที่โต๊ะด้านนอกทีนะคะ”
คำพูดถูกพูดออกมาอย่างระมัดระวังด้วยเพราะตัวเองยังรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรจะออกคำสั่งกับอดีตลูกสาวเ้านายคนนี้ แต่เพราะตัวเธอรู้ดีว่าถ้าเธอไม่พูดออกไปแบบนี้หญิงสาวก็จะรู้สึกเสียใจมากกว่าที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยทั้งที่ตั้งใจตื่นเช้ามาขนาดนี้แล้ว...
