[เวลา: 05:45 น. | สถานที่: แปลงสตรอว์เบอร์รีทดลอง บ้านไร่ปลายฟ้า]
เช้าตรู่วันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความตื่นเต้นที่ตะวันเก็บซ่อนไว้ไม่อยู่ วันนี้เป็วันที่ระบบคำนวณไว้ว่า สตรอว์เบอร์รีรุ่นแรกในแปลงทดลอง (ที่ได้รับปุ๋ยพิเศษ) จะเข้าสู่ระยะ "สุกงอมเต็มที่ (Full Ripeness)"
ตะวันเดินฝ่าหมอกลงมาที่สวนพร้อมกับตะกร้าหวายใบเก่าและกรรไกรตัดกิ่งคู่ใจ โดยมี "เ้าแดง" วิ่งนำหน้าอย่างร่าเริง หางของมันปัดไปมาจนหยดน้ำค้างบนยอดหญ้ากระเด็นใส่ขากางเกงตะวันเป็ดวงๆ
เมื่อมาถึงแปลงปลูก ภาพที่เห็นทำเอาตะวันต้องกลั้นหายใจ
ภายใต้ใบสีเขียวเข้มมันวาวที่ปกคลุมอยู่นั้น มีผลสีแดงสดขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่นับไม่ถ้วน ราวกับมีใครเอามือไปโปรยอัญมณีสีทับทิมเอาไว้ทั่วแปลง ผิวของมันตึงเปรี๊ยะจนแทบจะปริแตก สะท้อนแสงแรกของวันเป็ประกายวาววับ
กลิ่นหอม... มันคือกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวที่เป็เอกลักษณ์ของสตรอว์เบอร์รี แต่เข้มข้นกว่าปกติหลายเท่า เพียงแค่ยืนอยู่เหนือลม กลิ่นนั้นก็ลอยมาแตะจมูกจนน้ำลายสอ
"นี่มัน... ไม่ธรรมดาแล้ว"
ตะวันนั่งยองๆ ลงข้างกอหนึ่ง ค่อยๆ ประคองผลสตรอว์เบอร์รีลูกหนึ่งขึ้นมา ขนาดของมันใหญ่คับมือ เกือบเท่าไข่ไก่เบอร์ 0 รูปทรงเป็รูปหัวใจที่สมบูรณ์แบบ ขั้วสีเขียวสดตัดกับผิวสีแดงก่ำอย่างงดงาม
[ติ๊ง!]
[ตรวจสอบวัตถุดิบ]
ชื่อ: สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 (รุ่นปรับปรุงโดยระบบ)
เกรด: A+ (พรีเมียม)
ความหวาน: 14 Brix
คุณสมบัติ: ผิวบาง, ฉ่ำน้ำ, กลิ่นหอมพิเศษช่วยผ่อนคลายความเครียด
"14 Brix! หวานกว่าปกติเกือบเท่าตัว!" ตะวันอุทาน (สตรอว์เบอร์รีทั่วไปความหวานจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 Brix)
เขาตัดสินใจเด็ดลูกนั้นออกมา เช็ดทำความสะอาดกับเสื้อยืดของตัวเองเบาๆ แล้วกัดเข้าไปคำโต
กรอบ... ฉ่ำ!
วินาทีแรกที่ฟันกระทบผิว ััถึงความกรอบเด้ง แต่ทันทีที่กัดผ่านเข้าไป เนื้อข้างในกลับนุ่มละมุนและชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน รสชาติหวานนำมาก่อน แล้วตามด้วยความเปรี้ยวสดชื่นที่ปลายลิ้น กลิ่นหอมของมันฟุ้งกระจายไปทั่วโพรงปาก ราวกับะเิความสุขลูกเล็กๆ ได้ทำงานขึ้น
"อร่อย... อร่อยโคตร!"
เ้าแดงที่นั่งมองตาละห้อยส่งเสียง “หงิง...” พร้อมเอาขาหน้าสะกิดเข่าตะวัน
"เอ้าๆ แบ่งให้ชิมนิดนึง" ตะวันบิดส่วนปลายลูกเล็กๆ ส่งให้มัน
เ้าแดงดมฟุดฟิดแล้วงับเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะทำตาโตแล้วเลียปากแผล็บๆ เห่าขออีกทันที
"พอแล้วเ้าอ้วน เดี๋ยวท้องเสีย" ตะวันหัวเราะ ก่อนจะเริ่มลงมือเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างตั้งใจ
[เวลา: 08:30 น. | ปัญหาที่มาพร้อมความอุดมสมบูรณ์]
ตะวันแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดกลับมาที่บ้าน พ่อเมฆากับแม่บุษบาเห็นเข้าถึงกับตาลุกวาว
"โห... ทำไมลูกมันใหญ่ขนาดนี้ล่ะตะวัน? แถมสีแดงเสมอกันทั้งลูกเลย" พ่อเมฆาหยิบขึ้นมาดูด้วยความทึ่ง "แปลงที่ใส่ปุ๋ยสูตรลับของลูกใช่ไหม?"
"ใช่ครับพ่อ" ตะวันตอบยิ้มๆ "แต่ปัญหามันอยู่ที่..."
เขาวางตะกร้าลง แล้วหยิบตะกร้าอีกใบที่มีผลสตรอว์เบอร์รีรูปร่างบิดเบี้ยว บางลูกเป็ทรงแฝด บางลูกกลมป๊อกไม่เป็รูปหัวใจ แต่สีแดงจัดและสุกงอมมากจนผิวเริ่มช้ำนิดๆ จากการซ้อนทับกัน
"พวกนี้คือ 'ผลคัดออก' ครับ รสชาติดีเหมือนกันเปี๊ยบ แต่รูปร่างไม่สวย พ่อค้าคนกลางคงไม่รับซื้อ หรือถ้าซื้อก็คงกดราคาเหลือโลละไม่กี่บาท"
ในยุค 90 การคัดเกรดผลไม้ค่อนข้างเข้มงวดเื่รูปลักษณ์ ผลไม้ที่หน้าตาไม่ดีมักจะถูกทิ้งหรือเอาไปเลี้ยงหมู ซึ่งตะวันมองว่าเป็ความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล
"เสียดายของ..." แม่บุษบาเปรยขึ้นมา "หวานขนาดนี้ เอาไปทิ้งได้ยังไง"
ตะวันมองกองสตรอว์เบอร์รีเกรดรองเ่าั้ แล้วยิ้มมุมปาก
"แม่ครับ... ที่บ้านเรามีน้ำตาลทรายกับขวดแก้วเก่าๆ ไหม?"
"มีสิลูก จะเอาไปทำอะไร?"
"ผมจะเปลี่ยนเ้าพวกขี้เหร่นี่ ให้กลายเป็ทองคำครับ"
[เวลา: 09:30 น. | ปฏิบัติการแปรรูปในครัวไทย]
ตะวันยึดครองพื้นที่ในครัว แม่บุษบายืนเป็ลูกมืออยู่ข้างๆ ด้วยความสนใจ
ขั้นตอนที่ 1: การเตรียมวัตถุดิบ
ตะวันนำสตรอว์เบอร์รีเกรดรองทั้งหมด (ประมาณ 3 กิโลกรัม) ไปล้างน้ำสะอาดอย่างเบามือ เด็ดขั้วสีเขียวออก แล้วใช้มีดคว้านส่วนที่ช้ำหรือเน่าเสียเล็กน้อยทิ้งไป
จากนั้น เขาก็หั่นพวกมันเป็ชิ้นเล็กๆ แต่ไม่ละเอียดมาก เพราะเขา้าให้เนื้อแยมมีััของเนื้อผลไม้ (Texture) หลงเหลืออยู่เวลาเคี้ยว ไม่ใช่แยมเนื้อเนียนละเอียดแบบโรงงาน
"เคล็ดลับคือ 'การหมัก' ครับแม่"
ตะวันเทน้ำตาลทรายขาวลงไปคลุกกับเนื้อสตรอว์เบอร์รีในอัตราส่วนที่กะไว้ในใจ (ผลไม้ 1 ส่วน ต่อน้ำตาล 0.4 ส่วน เพราะสตรอว์เบอร์รีชุดนี้หวานอยู่แล้ว) เขาคนให้เข้ากันเบาๆ แล้วทิ้งไว้
ผ่านไป 30 นาที... น้ำตาลทรายเริ่มดึงน้ำหวานออกจากเนื้อสตรอว์เบอร์รี จนกลายเป็น้ำเชื่อมสีแดงสดท่วมก้นชาม โดยไม่ต้องเติมน้ำเปล่าลงไปสักหยดเดียว
"โห... น้ำออกมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ" แม่บุษบาทึ่ง
ขั้นตอนที่ 2: ศาสตร์แห่งความร้อน
ตะวันเทส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อทองเหลืองใบเก่า (หม้อทองเหลืองนำความร้อนได้ดีและสม่ำเสมอ เหมาะกับการกวนขนม) เขาตั้งไฟกลาง แล้วเริ่มคนด้วยพายไม้
กลิ่นหอม... เริ่มทำงาน
ทันทีที่ความร้อนปะทะกับน้ำเชื่อมผลไม้ กลิ่นหอมหวานที่เข้มข้นกว่าตอนเป็ผลสดก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ลอยทะลุหน้าต่างออกไปจนถึงใต้ถุนบ้าน
พ่อเมฆาที่กำลังซ่อมสุ่มไก่อยู่ข้างล่างถึงกับต้องหยุดมือแล้วสูดจมูก "หอมอะไรขนาดนี้เนี่ย..."
ตะวันยืนคนหน้าเตาอย่างใจเย็น เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นที่ขมับ แต่เขากลับรู้สึกสงบ
การทำแยมคือการฝึกสมาธิ... ห้ามหยุดคน ไม่อย่างนั้นก้นจะไหม้ ต้องคอยช้อนฟองอากาศออกเพื่อให้เนื้อแยมใสและเก็บได้นาน
เมื่อส่วนผสมเริ่มเดือดปุดๆ เป็ฟองละเอียด ตะวันก็บีบ "น้ำมะนาว" ลงไปหนึ่งลูก
"กรดจากมะนาวจะช่วยดึงเพคตินตามธรรมชาติออกมา ทำให้แยมเซตตัวเหนียวหนึบ และช่วยตัดรสหวานให้กลมกล่อมไม่เลี่ยนครับ" เขาอธิบายให้แม่ฟังเหมือนเชฟกระทะเหล็ก
[ติ๊ง!]
[สกิลใหม่: ศิลปะการทำอาหาร (Junior Chef)]
รายละเอียด: การควบคุมไฟและความเข้าใจในวัตถุดิบของคุณอยู่ในระดับดีเยี่ยม
ผลพิเศษ: อาหารที่ทำจะมีรสชาติดีขึ้น 10% และมีโอกาสเกิดเอฟเฟกต์ "ความสุขเมื่อได้ลิ้มลอง"
ตะวันยิ้มรับสกิลใหม่ เขาลดไฟลงเป็ไฟอ่อน แล้วเคี่ยวต่ออีกพักใหญ่ จนกระทั่งเนื้อแยมเปลี่ยนจากสีแดงสดเป็สีแดงเข้มเหมือนเืนก (Dark Ruby) และมีความข้นหนืดพอดี
เขาตักแยมขึ้นมาหยดลงในถ้วยน้ำเย็น
ติ๋ง...
หยดแยมจับตัวเป็ก้อนกลมไม่ละลายไปกับน้ำ
"ใช้ได้แล้วครับ"
[เวลา: 11:00 น. | รสชาติแห่งความสำเร็จ]
ตะวันตักแยมร้อนๆ ใส่ขวดแก้วที่แม่บุษบาเอาไปต้มฆ่าเชื้อเตรียมไว้ ได้ทั้งหมด 5 ขวดขนาดกลาง เขาปิดฝาแล้วคว่ำขวดลงทันทีเพื่อไล่อากาศ (เทคนิค Vacuum แบบบ้านๆ)
ส่วนที่เหลือติดก้นหม้อ เขาตักใส่ถ้วยเล็กๆ แล้ววิ่งไปหยิบขนมปังแถว (ที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อวาน) มาปิ้งบนเตาถ่านจนกรอบนอกนุ่มใน
"พ่อ! แม่! มาชิมกันครับ"
พ่อเมฆาล้างมือเดินขึ้นเรือนมา สายตาจับจ้องไปที่ถ้วยแยมสีแดงสวย
"นี่คือสตรอว์เบอร์รีไม่สวยพวกนั้นเหรอ?"
"ใช่ครับ ลองดู"
ตะวันปาดแยมหนาๆ ลงบนขนมปังปิ้ง ส่งให้พ่อกับแม่คนละแผ่น
พ่อเมฆากัดเข้าไปคำแรก... เสียงขนมปังกรอบดัง กรุบ ตามด้วยความเงียบ
เขาเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วหลับตาลง คิ้วเข้มๆ ขมวดเข้าหากันก่อนจะคลายออก แล้วเปลี่ยนเป็รอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่ตะวันเคยเห็น
"โอ้โห... ตะวันเอ๊ย" พ่ออุทานเสียงสั่น "นี่มันอร่อยกว่าแยมกระปุกที่พ่อเคยซื้อกินในเมืองอีก! มันหอม... หอมขึ้นจมูก หวานแต่ไม่แสบคอ แล้วยังมีเนื้อสตรอว์เบอร์รีให้เคี้ยวด้วย"
แม่บุษบากินหมดแผ่นในเวลาอันรวดเร็ว "อร่อยจริงๆ ลูก รสชาติมันผู้ดีมาก เปรี้ยวหวานกำลังดีเลย"
เ้าแดงนั่งน้ำลายยืดอยู่ใต้โต๊ะ ตะวันเลยแอบเอาขนมปังจิ้มแยม (นิดหน่อย) ให้มันชิม
แผล็บ!
เ้าแดงตาโต แล้วเริ่มเห่าใส่ตะวัน เหมือนจะบอกว่า “เอามาอีก! เอามาทั้งกระปุกเลย!”
"เห็นไหมครับ" ตะวันยิ้มอย่างภูมิใจ "ผลไม้ตกเกรดพวกนี้ พอมันผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง มันก็กลายเป็ของดีราคาแพงได้"
เขามองดูขวดแยม 5 ขวดที่ตั้งเรียงรายอยู่ แสงแดดส่องผ่านเนื้อแยมสีแดงเข้มดูระยิบระยับ
นี่ไม่ใช่แค่แยม... แต่มันคือ "สินค้าตัวแรก" ของแบรนด์ที่เขากำลังจะสร้างขึ้น
[ติ๊ง!]
[ภารกิจสำเร็จ: นักแปรธาตุแห่งหุบเขา]
รายละเอียด: เปลี่ยนวัตถุดิบไร้มูลค่าให้เป็สินค้าพรีเมียม
รางวัล: 100 แต้มระบบ
ไอเทมปลดล็อก: ฉลากสินค้าออกแบบพิเศษ (Custom Label Design) ในร้านค้า
ราคาขายแนะนำ: 35 - 50 บาท (ราคาตลาดทั่วไป 15-20 บาท)
ตะวันสมองแล่นทันที 35 บาท? ในปี 2537 ข้าวราดแกงจานละ 10-15 บาทเองนะ ถ้าขายราคานี้ได้คือกำไรมหาศาล
"พ่อครับ แม่ครับ..." ตะวันทำหน้าจริงจัง "พรุ่งนี้ผมจะเอาไปลองขายที่โรงเรียน"
"จะดีเหรอตะวัน แพงนะลูก" แม่ท้วง
"ของดีต้องมีราคาครับแม่ เชื่อผมเถอะ... แค่เปิดฝาให้ดม กลิ่นมันก็ขายตัวมันเองได้แล้ว"
ตะวันมองไปที่ขวดแยม แล้วจินตนาการถึงอนาคต
ไม่ใช่แค่ขายผลสด... แต่เขาจะทำแยม น้ำสตรอว์เบอร์รี สตรอว์เบอร์รีอบแห้ง
และสักวัน... สตรอว์เบอร์รีจากไร่ปลายฟ้า จะต้องไปวางขายในห้างหรูที่โตเกียวให้ได้!
แต่ก่อนจะถึงวันนั้น...
"เ้าแดง! หยุดเลียจานเดี๋ยวนี้นะ! ลิ้นแกจะสากจนจานถลอกหมดแล้ว!"
เสียงหัวเราะดังลั่นเรือนไม้ ผสมกับกลิ่นหอมหวานของแยมสตรอว์เบอร์รีที่ยังอบอวลอยู่ในอากาศ เป็สัญญาณว่า ฤดูกาลแห่งความสุขของครอบครัวนี้ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
