เหอชุนฮวาได้ยินดังนี้ก็งุนงง ปกติแล้วนางเป็คนอวดดีเย่อหยิ่งก็จริง ทว่าเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้กลับขี้ขลาดตาขาว “พวกเ้า… พวกเ้าอย่ามาใส่ร้ายป้ายสี พวกเ้าคงไปกินของเสียอย่างอื่นมามากกว่า อย่ามาโทษสินค้าของบ้านข้า”
ชาวบ้านผู้นั้นะโสวนทันที “ผู้ใดใส่ร้ายเ้ากัน พวกข้ากินอาหารเหมือนปกติ ต่างออกไปแค่มีสินค้าของบ้านเ้าเพิ่มเข้ามา กินแล้วถึงได้เป็แบบนี้”
ชาวบ้านทั้งหลายทำท่าจะลากเหอชุนฮวาไปพบถิงจั่ง
เป็หลี่จั่งที่วิ่งเข้ามาห้ามชาวบ้านพวกนั้นไว้ “ทุกท่านใจเย็นก่อน ตอนนี้ไม่ว่าสาเหตุที่ทำให้ไม่สบายจะเป็อะไรก็ไม่ควรรับมือเช่นนี้ รีบไปดูก่อนเถิดว่าคนป่วยเป็อย่างไรบ้าง”
พวกชาวบ้านตอบกลับ “จะเป็อย่างไรได้เล่า ก็ปวดท้องและถ่ายไม่หยุดน่ะสิ”
สกุลหลี่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในหมู่บ้าน สาเหตุเป็เพราะพวกเขาเป็ครอบครัวเดียวที่เคยรับราชการในเมืองหลวง ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงให้ความเคารพต่อหลี่จั่งเช่นกัน
“อย่าเพิ่งพูดเื่อื่น ทุกท่านโปรดวางใจ หากปัญหาเกิดจากพวกข้าจริง พวกข้าจะรับผิดชอบแน่นอน ตอนนี้ไปดูผู้ป่วยก่อนเถิด”
ชาวบ้านเหล่านี้ฟังแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล พวกเขาพาหลี่จั่งไปดูผู้ป่วยที่บ้านตัวเอง นอกจากนี้ยังตามหมอมาด้วย
เหอชุนฮวาเดินตามอยู่ด้านหลัง นางยังคงไม่เชื่อว่าน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของตัวเองจะทำให้ท้องเสีย นางทำทุกอย่างตามสูตร ไม่มีทางมีปัญหาแน่นอน
หลี่จั่งพอจะรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง เขาช่วยตรวจอาการและจับชีพจรให้ชาวบ้านเ่าั้แต่ไม่พบความปกติ ทว่าดูจากอาการปวดท้องของผู้ป่วยแล้ว เขาทำการเขียนเทียบยาสำหรับรักษาอาการถ่ายท้องให้กับพวกเขาแทน
พร้อมกันนั้นยังสัญญา “ครอบครัวข้าจะรับผิดชอบค่ายาให้เอง”
เหอชุนฮวาที่ได้ยินก็รีบดึงแขนเสื้อเขาไม่หยุดเพื่อห้าม แต่หลี่จั่งสะบัดทิ้ง ทั้งยังไม่สนใจนาง
ชาวบ้านรอบข้างได้ยินดังนี้ก็ไม่ได้โวยวายอะไรอีก แต่ละคนแยกย้ายกันไปซื้อยากลับมาให้คนที่บ้านกิน ทว่ากินแล้วกลับไม่ช่วยอะไรเลย กระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึง่เที่ยงอาการถ่ายท้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
เื่นี้ทำให้หลี่จั่งกลัดกลุ้มใจมาก
เขามีความสนใจด้านวิชาแพทย์มาั้แ่เด็ก ถึงแม้ทุกวันนี้จะไม่ได้เปิดโรงหมอ แต่เวลามีคนในหมู่บ้านปวดหัวตัวร้อนไม่สบายเขาก็จะช่วยเขียนเทียบยารักษาให้ บางครั้งรักษาได้ดีกว่าเชิญหมออาชีพเสียอีก
ชาวบ้านพวกนั้นเห็นว่าหลี่จั่งรักษาไม่ได้ก็ลนลานทันที แต่ละคนเริ่มชี้หน้าด่าเหอชุนฮวาอย่างสาดเสียเทเสีย “เ้ามันนังปีศาจ เ้าเอาอะไรให้ทุกคนกินกันแน่ ตัวเองทำไม่เป็แท้ๆ แต่ยังจะทำออกมาอีก กินแล้วป่วยกันหมด”
บางคนถึงขั้นจะลากเหอชุนฮวาไปแจ้งความด้วยซ้ำ
เหอชุนฮวาพลันหน้าซีดเผือด ต้องวิ่งไปหลบหลังหลี่จั่ง ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้าออกมา
ในฐานะที่หลี่จั่งเป็หัวหน้าครอบครัว ไม่ว่าภรรยาของตัวเองจะกำเริบเสิบสานเพียงใดก็เป็ภรรยาของตัวเอง เขารู้ว่านางเพียงแต่อยากหาเงินเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำเื่ที่ผิดต่อฟ้าดินขนาดนี้
เขารีบประสานมือคำนับบรรดาชาวบ้าน “ทุกท่านโปรดใจเย็น หากสาเหตุเป็เพราะน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของพวกข้าจริง ข้าน้อยจะรับผิดชอบแน่นอน ต่อให้วันหน้าต้องติดคุกก็จะไม่ขัดขืน”
เคราะห์ดีที่หลี่จั่งมีชื่อเสียงในด้านดีมาก่อน ชาวบ้านฟังเขาแล้วจึงยอมใจเย็นลง “แล้วจะทำอย่างไร?”
ระหว่างที่กำลังพูดถิงจั่งก็เดินเข้ามาจากข้างนอกพอดี ครั้นบรรดาชาวบ้านเห็นว่าผู้มีอำนาจมาถึงแล้วก็พากันเข้าไปร้องเรียนเื่ของตัวเอง หลักๆ คือสมาชิกในบ้านกินน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของเหอชุนฮวาเข้าไปแล้วกลายเป็แบบนี้
ทุกคนแย่งกันร้องเรียนโดยกลัวว่าครอบครัวตัวเองจะตกหล่น
ถิงจั่งขมวดคิ้วพร้อมกับยกมือให้ทุกคนอยู่ในความสงบ “เงียบ เงียบ!” เขาะโอยู่หลายครั้งจนเสียงโวยวายค่อยๆ เบาลง
จากนั้นค่อยไปดูอาการผู้ป่วยเ่าั้ ก่อนพบว่าพวกเขาถ่ายท้องจนลุกจากเตียงไม่ได้ กระนั้นถิงจั่งก็ไม่ได้พูดอะไร
เขาพาทุกคนออกมาจากห้อง ออกมาแล้วก็ไล่ให้ทุกคนกลับไป “ผู้ใดไม่เกี่ยวข้องก็กลับไปเสีย”
ชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหลายไม่กล้าขัดคำสั่ง พวกเขาแยกย้ายกันไปพร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์จ้อกแจ้ก
“คนที่เหลือ บ้านใดที่มีคนป่วยเพราะกินน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดให้ส่งตัวแทนสมาชิกหนึ่งคนมาฟังข้าพูด”
ชาวบ้านหันไปหารือกันครู่หนึ่งก่อนที่พวกเขาส่วนหนึ่งจะแยกย้ายกันกลับ
ถิงจั่งกวาดสายตามองชาวบ้านที่เหลือกันอยู่ราวสิบกว่าคน นึกไม่ถึงว่าจะมีคนกินน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดเยอะขนาดนี้
เดิมทีมีชาวบ้านไม่เคาะประตูบ้านเหอชุนฮวาแค่ไม่กี่คน ทว่าเมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาถึง่เที่ยง ทุกคนในหมู่บ้านจึงรู้เื่นี้กันหมด นอกจากนี้ยังมีคนแสดงอาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย
“เอาละ พวกเ้านั่งลงก่อน พวกเรามาหารือเื่นี้กัน” ถิงจั่งเอ่ยแล้วนั่งลงเป็คนแรก หลี่จั่งนั่งลงตาม ส่วนเหอชุนฮวายืนก้มหน้างุดอยู่ด้านข้าง
ก่อนหน้านี้นางพูดด้วยความมั่นใจว่าสินค้าของบ้านตัวเองไม่มีปัญหา ทว่าต่อมามีคนมาร้องเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ นี่ทำให้นางเริ่มไม่มั่นใจและไม่กล้ายืนยันอะไรอีก หากถิงจั่งไม่อยู่ที่นี่นางก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำอย่างไร
เมื่อมีถิงจั่งอยู่ด้วย ถึงแม้ชาวบ้านพวกนี้จะโมโหแต่ก็ไม่กล้าใช้ถ้อยคำรุนแรงแบบเมื่อครู่อีก มีแต่ต้องยอมฟังถิงจั่ง
ถิงจั่งเริ่มจากหันไปมองหลี่จั่งเพื่อสอบถามถึงอาการของผู้ป่วย “ว่าอย่างไร รักษาได้หรือไม่?”
“ข้าน้อยพยายามสุดความสามารถแล้ว แต่…” เขาตอบถึงตรงนี้แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ถิงจั่งพลันถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “พวกเ้าใส่อะไรลงไปในน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ด เหตุใดจึงกลายเป็แบบนี้?”
หลี่จั่งขมวดคิ้ว เหอชุนฮวาเป็ผู้ดูแลรับผิดชอบเื่ นอกจากนี้นางก็คอยดูแลเื่เล็กเื่ใหญ่ภายในบ้าน ต่างจากเขาที่ปกติแล้วเอาแต่ศึกษาด้านการแพทย์และสมุนไพร ไม่เคยสนใจเื่การรับราชการหรือค้าขาย
เหอชุนฮวาเอ่ยตอบจากด้านหลังหลี่จั่ง “น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของพวกข้าปกติดี ใส่ของที่พวกเรากินกันเป็ปกติ นอกจากนี้ข้าก็ทำตามสูตร ไม่มีทางมีปัญหาเด็ดขาด หากจะมีปัญหาเช่นนั้นของหลี่อันหรานก็ต้องมีปัญหาเช่นกัน”
ทุกสายตาหันไปมองทางนาง
ถิงจั่งเข้าใจในทันทีแต่ไม่ได้พูดเปิดโปง ทั้งหมู่บ้านมีกันแค่ไม่กี่สิบครัวเรือน เขามีหรือจะไม่รู้ว่าแต่ละบ้านเป็อย่างไร
นอกจากนี้เขาก็รู้เื่ที่เหอชุนฮวาไปโวยวายกับนางฉางเพราะ้าสูตรน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดด้วยเช่นกัน
“เหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้? น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของบ้านหลี่อันหรานเกี่ยวข้องอะไรกับสินค้าของพวกเ้า?”
“เื่นี้…” เหอชุนฮวาจะตอบแต่น้ำลายกลับเหนียวหนืดกะทันหัน ต้องปิดปากก้มหน้าครุ่นคิดว่าควรตอบอย่างไร
“เ้าตอบมาสิ เื่ราวเป็มาอย่างไรกันแน่? เหตุใดสินค้าของบ้านเ้าจึงเกี่ยวข้องกับบ้านของหลี่อันหราน?” ถิงจั่งซักไซ้อีกครั้ง ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าเื่ราวเป็มาอย่างไร
เขาเพียงแต่้าให้เหอชุนฮวายอมรับเองกับปากก็เท่านั้น
