สำหรับจู๋ฮวงแล้ว ฉินอวี่ไม่กล้าจะประมาท เขาสามารถเติบโตขึ้นเป็ผู้ทรงพลังที่แม้แต่เืเพียงหนึ่งหยดยังต้องใช้การสะกดไว้ด้วยเพลิงอสุนีบาต หากจะบอกว่าจู๋ฮวงนั้นไม่มีอะไรพิเศษกว่าที่เห็นภายนอก ฉินอวี่คงไม่มีวันเชื่ออย่างแน่นอน
ในมุมมองของฉินอวี่ แม้ว่าการเกิดขึ้นอย่างฉับพลันของใครสักคนจะไม่สามารถแยกออกจากการรังสรรค์ วาสนา และความโชคดีได้ แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือปัญญาและความฉลาดของบุคคลนั้นๆ หากจะบอกว่าคนที่โง่เง่าคนหนึ่ง ต่อให้มีวาสนาหรือโชคดีเพียงใด แต่ก็จะมีชีวิตไม่ยืนยาวนัก เป็เพราะ คนเช่นนี้จะง่ายต่อการเป็หมากเบี้ยล่างให้ผู้อื่น ความเป็ความตายจึงไม่ได้อยู่ในความควบคุมของตน
ดังนั้น การแสดงออกของจู๋ฮวงที่ยิ่งไร้กลอุบาย ยิ่งเรียบง่าย ฉินอวี่ก็ต้องยิ่งระมัดระวัง ระวังว่าจู๋ฮวงจะมีอะไรปกปิดตนเองอยู่หรือไม่
เพียงแต่ ฉินอวี่เหมือนจะมองจู๋ฮวงในตอนนี้สูงเกินไป บางทีอาจจะเป็เพราะเงาชื่อนามของบุคคล นี่คือเหตุผลที่จู๋ฮวงมีความน่าเกรงกลัวมากในอดีต ฉินอวี่ดูจะยกย่องจู๋ฮวงไว้สูงพอควร แต่จู๋ฮวงในตอนนี้... กลับเป็เพียงจู๋ฮวงในวัยเด็ก ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็ปัญญา ความเฉลียวฉลาด หรือนิสัยใจคอ ก็ล้วนแต่ยังไม่มีรูปแบบใดกำหนดไว้
กล่าวอีกนัยหนึ่ง จู๋ฮวงในตอนนี้ส่วนใหญ่เป็เื่ของจู๋ฮวงในวัยเด็ก แม้ว่าจะผสานรวมกับจิติญญาที่เหลืออยู่ของจู๋ฮวงใน่หลังไว้บางส่วน แต่ในก็ยังคงเป็ลักษณะนิสัยของจู๋ฮวงในวัยเด็ก ซึ่งยังเป็จู๋ฮวงที่มักอวดฉลาด
เมื่อเห็นว่าฉินอวี่ปฏิเสธอย่างทันควัน จู๋ฮวงก็ตกตะลึง เขาไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์ของฉินอวี่ แต่ก็พอจะเห็นอะไรบางอย่างได้จากการท้าประลองเจ็ดสิบสองอสูรธรณี ดังนั้น เขาจึงกังวลความปลอดภัยของตนเองเช่นกัน เขาไม่้าให้ฉินอวี่ต้องตายก่อนจะถึงวันที่ถูกทำโทษจาก์
หากพูดตามตรง จู๋ฮวงดูเหมือนจะเบื่อหน่ายฉินอวี่เต็มทน เขาอยากจะได้แผ่นผนึกว่านเซี่ยงมาโดยเร็วที่สุด และสิ่งที่เขาเรียกว่าแผ่นผนึกธรณีเช่นกัน ขอเพียงแค่ได้ดูดซับพลังจากแผ่นผนึกธรณี จู๋ฮวงก็มีความมั่นใจเป็อย่างยิ่งแล้วว่าจะสามารถออกไปจากร่างของฉินอวี่ได้ ส่วนความเป็ความตายของฉินอวี่นั้น... เขาไม่เล่นงานก็ดีเท่าไรแล้ว
“เ้า... เ้า... เ้า้าให้ข้าดูแลความปลอดภัยของเ้า แต่กลับไม่เคยรับข้อเสนออะไรของข้าเลย ตอนนี้ข้าเป็เพียงแค่จิติญญาที่หลงเหลือเท่านั้น หากเ้าไม่ยอมให้พลังที่มากเพียงพอกับข้า ข้าจะไปช่วยเ้าได้อย่างไร?” จู๋ฮวงพูดด้วยความโกรธ แต่ในใจกลับรู้สึกหดหู่ หรือว่าเ้าเด็กคนนี้จะมองจุดประสงค์ที่แท้จริงของตนเองออก?
“แล้วแต่เ้าก็แล้วกัน แต่หากต้องตายก็มีผู้แข็งแกร่งที่โดดเด่นแห่งยุคหงหวงถูกฝังไปพร้อมกัน ข้าไม่มีอะไรต้องเสีย!” ฉินอวี่เลิกคิ้วขึ้น และพูดอย่างไม่ใส่ใจ
จู๋ฮวงที่อยู่บนฝ่ามือเริ่มตัวสั่น แต่เขาก็รู้ ว่ายิ่งเป็่เวลานี้ยิ่งต้องเงียบเข้าไว้ หลังจากระงับความโกรธในใจ จู๋ฮวงก็พูดขึ้น “เ้าหนุ่ม หากเ้าไม่ช่วยให้ข้าได้ดูดซับพลังจากแผ่นผนึกว่านเซี่ยง เ้าก็ช่วยให้ข้าได้ดูดซับพลังจากแผ่นผนึกสักแผ่นเถอะ เช่นนี้ข้าจึงจะพอช่วยเ้าได้ ไม่เช่นนั้น... ก็คงแค่ต้องตายด้วยกัน!”
“ฮึๆ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าอยากตายจริงๆ” ในใจของจู๋ฮวงแอบเยาะเย้ย แต่คำพูดถัดมาของฉินอวี่ทำให้จู๋ฮวงเริ่มนั่งไม่ติดจริงๆ
“ข้าบอกแล้ว ว่าให้ปกป้องข้าให้ปลอดภัยจากหอคอยเทียนกัง เ้าก็จะได้ดูดซับพลังของแผ่นผนึกว่านเซี่ยง ไม่เช่นนั้น... ก็อย่าได้ฝันกลางวันไปเลย แต่เ้ากลับบอกว่าหากข้ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ไถ่โทษ ข้าอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงหนึ่งปี ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็ตายพร้อมกันเลยไม่ดีกว่าหรือ... จะได้มีเพื่อนร่วมฝังไปพร้อมกันเพิ่มอีกหนึ่งคน เวลาอยู่บนทางไปปรโลกจะได้ไม่เหงา จริงสิ ข้าขอเตือนอะไรเ้าหน่อยนะ หากเ้าไม่ลงมือ การเข้าสู่หอคอยเทียนกังครั้งนี้ ข้าก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย!” ฉินอวี่พูดอย่างเฉยเมย
ใบหน้าของจู๋ฮวงดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ในใจของเขาเริ่มสับสนพัวพันกันเต็มไปหมด แม้ว่าจะรู้ดีว่าฉินอวี่ไม่มีทางจะมอบความไว้วางใจในชีวิตให้กับตนเอง แต่ก็เป็กังวลว่าหากเด็กคนนี้เกิดรั้นขึ้นมาจริงๆ? จะมีใครกล้ายืนยันไหม? มีใครจะยืนยันได้บ้างว่าเด็กคนนี้คิดอะไรอยู่? หากเด็กคนนี้เกิดดื้อรั้นไม่คิดอะไรขึ้นมา ก็อาจจะปลิดชีพตนเองทิ้งบนหอคอยก็เป็ได้!
เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว ในใจก็รู้สึกขัดแย้งอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดจู๋ฮวงก็มีท่าทีที่อ่อนลง หรืออาจพูดได้ว่า เขาไม่กล้าจะเอาชีวิตของตนเองมาเดิมพันความดื้อรั้นของฉินอวี่ หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นมา “เ้าหนุ่มน้อย วิชาลวง์นั่นเ้าต้องจำมันให้ขึ้นใจ ด้วยระดับการฝึกฝนของเ้า หากนำมันมาใช้ในตอนนี้ ต่อให้เป็คนอยู่ในระดับเขตแดนเต๋าก็ไม่อาจพบเห็นเ้าได้”
ฉินอวี่นิ่งเงียบไม่พูดจา แต่กลับแอบใช้งานวิชาลวง์อย่างเงียบๆ
คนที่สร้างวิชาลวง์ขึ้นมา ไม่รู้เป็คนบ้าแบบไหนกัน ดูเหมือนว่าในชีวิตของเขาคงจะมีเพียงเป้าหมายที่จะปกปิดฟ้าดิน แต่วิชาลวง์เป็การปกปิดที่เน้นการรวมลมหายใจแห่งพลังปราณเข้าไว้ในพื้นที่ช่องว่าง เพื่อจะหลอกลวง์เบื้องบน แต่ในมุมมองของฉินอวี่ มันดูตลกมากไปหน่อย การศึกษาวิชาลวง์คือการรวมเข้ากับฟ้าดิน แล้วจะปกปิดสรวง์ได้อย่างไร? แต่ดูเหมือนว่าวิชาลวง์จะสร้างมาด้วยเคล็ดพิเศษ ดังนั้น ฉินอวี่จึงเชื่อว่าวิชาลวง์น่าจะมีหลายระดับ และจู๋ฮวงน่าจะยังปกปิดอะไรเอาไว้ และนี่น่าจะเป็เพียงระดับขั้นที่หนึ่ง!
“เ้าต้องเล่าสถานการณ์โดยรวมทั้งหมดของเ้าให้ข้าฟังเสียก่อน อาทิเช่น เ้าทำอะไรได้บ้าง เก่งด้านไหนบ้าง” จู๋ฮวงกล่าว แต่ก็แอบก่นด่าอยู่ในใจ
“การโจมตีหลักของข้าคืออสุนี์ประจำตัว หัวใจเพลิงธรณี” ฉินอวี่พูดโพล่งออกมาทันที แน่นอนว่าเขาไม่อาจจะบอกทั้งหมดเกี่ยวกับไพ่ไม้ตายของตนเองให้กับจู๋ฮวงได้ เขา้าจะได้รับทักษะยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับอสุนี์และหัวใจเพลิงมรณะจากจู๋ฮวง ท้ายที่สุด แม้ว่าในอดีตฉินอวี่จะอ่านตำราในหอตำราของสำนักเทียนฉีมามาก แต่ก็ไม่เคยพบเื่ของทักษะยุทธ์ทั้งสองชนิดเลย
จู๋ฮวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พูดตามตรง ฉินอวี่มักจะทำให้จู๋ฮวงไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย ดังนั้น จู๋ฮวงจึงต้องระมัดระัิอวี่เป็พิเศษ เขากังวลว่าฉินอวี่อาจจะถีบหัวส่งตนเองเมื่อเขาได้สิ่งที่้า ในท้ายที่สุด ความเป็ความตายของเขาในตอนนี้ก็อยู่ในควบคุมของฉินอวี่ไปหมดแล้ว และด้วยเหตุผลนี้ จู๋ฮวงจึงไม่้าสอนอะไรให้กับฉินอวี่มากนัก เพราะกลัวว่าสุดท้ายมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง...
ถึงแม้ว่าจะมั่นใจว่าฉินอวี่จะต้องตายภายในเวลาหนึ่งปี แต่จู๋ฮวงก็กลัวว่าก่อนที่ฉินอวี่จะถูกการลงโทษทัณฑ์จาก์ เขาอาจถูกฉินอวี่ดึงลงไปเป็เพื่อนเฝ้าหลุมศพเสียก่อน
ต้องบอกเลยว่า จู๋ฮวงในวัยเด็กก็เป็ของเขาเช่นนี้ เขาไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ ชอบอวดฉลาดไปวันๆ คิดฟุ้งซ่านเป็นิสัย เพียงแต่ หากแต่มีความโชคดีที่ได้รับบันทึกลายมือของจู๋ฮวงในอดีต และมีการบันทึกเอาไว้ว่า ่เวลานี้เป็่ที่งดงามที่สุด ไร้เดียงสาที่สุด และไร้กังวลที่สุดในชีวิตของจู๋ฮวง
เขาพยายามคิดแล้วคิดอีก อย่างไรก็ไม่อาจวางใจได้ หลังจากลังเลอยู่สักพักหนึ่ง จู๋ฮวงก็พูดขึ้นทันที “ข้าจะสอนให้เ้าก็ได้ แต่เ้าต้องสาบานด้วยใจของเ้าเสียก่อน ว่าจะไม่มีวันฆ่าข้า! หากเ้าฆ่าข้า ตลอดชีวิตนี้ก็ไม่มีวันได้เข้าถึงระดับเขตแดนเต๋า”
ฉินอวี่ตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าจู๋ฮวงจะคิดถึงเื่นี้อยู่เป็เวลานาน แต่เมื่อลองคิดดู นี่กลับไม่ใช่เื่ตลก จู๋ฮวงผู้นี้คิดทุกอย่างไม่รอบคอบจริงๆ เพียงแต่ ฉินอวี่ไม่มีเวลามากพอที่จะลังเลอะไรทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นก็คงมีเพียงแต่จะทำให้จู๋ฮวงปกปิดทุกอย่างไป ทันใดนั้น ฉินอวี่ก็พูดขึ้น “ข้าหลี่โหย่วฉายขอสาบานว่า...”
“ช้าก่อน!”
ฉินอวี่ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกจู๋ฮวงขัดจังหวะ
“เ้าต้องสาบานด้วยวิถีทางของข้า จะต้องเริ่มจากการหยดแก่นโลหิตหนึ่งหยด...” ดูเหมือนว่าจู๋ฮวงจะกลัวฉินอวี่จริงๆ จึงรีบพูดออกไปเช่นนี้
เมื่อฉินอวี่ได้ยินดังนี้ เขาก็ยิ้มขึ้นในใจอย่างขมขื่น นึกไม่ถึงว่าจู๋ฮวงจะหวาดกลัวถึงเพียงนี้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มคิดเื่นี้ขึ้นมา สิ่งที่จู๋ฮวงกำลังพูดถึงมันเรียกว่าการสาบานเื นี่เป็วิธีการสาบานที่มีผลมากที่สุด เป็การทำให้คำสาบานนั้นแทรกซึมเข้าไปในแก่นโลหิต หากมีการสาบานแล้ว และเกิดการฝ่าฝืน ก็จะกลายเป็ปีศาจได้ เดิมทีฉินอวี่คิดจะสาบานด้วยจิตแห่งเต๋าซึ่งยังพอหาช่องโหว่ได้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ชื่อฉินอวี่ ไม่ใช่หลี่โหย่วฉาย แต่หากต้องใช้แก่นโลหิต เอ่อ... เขาก็คงไม่กล้าจัดการกับจู๋ฮวงสักเท่าไร
อันที่จริง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะปล่อยให้จู๋ฮวงมีชีวิตอยู่นานแค่ไหน แต่หลังจากที่เขายอมบอกความลับทั้งหมดที่มีแล้ว เขาก็คงไม่รีรอที่จะสังหารจู๋ฮวง จู๋ฮวงผู้นี้สามารถก้าวผ่านยุคสมัยหงหวงมาได้ เช่นนั้นแล้ว หากปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป และมีพลังที่ไร้ขีดจำกัด ทุกอย่างคงยากที่จะจินตนาการได้... ยิ่งไปกว่านั้น... ฉินอวี่รู้สึกได้ถึงความรู้สึกอันเป็ศัตรูที่จู๋ฮวงมีต่อตนเอง หากปล่อยให้เขาลุกกลับขึ้นมาได้จริงๆ นั่นคงเป็หายนะครั้งใหญ่ ดังนั้น ฉินอวี่จึงมีเจตนาที่จะสังหารจู๋ฮวงมานานแล้ว
แต่ในตอนนี้... จู๋ฮวงกลับทำให้ฉินอวี่เริ่มลังเลใจ หากไม่ยอมสาบานเื จู๋ฮวงก็คงไม่ยอมสอนวิชาลับระดับสูงให้กับตนเอง แต่หากสาบานเืไปแล้ว และในอนาคตหากจู๋ฮวงเกิดออกไปจากตนเองล่ะ เกิดการกลับคำ...
หาก้าจะได้ให้สมใจก็คงต้องแลกให้สาสม สิ่งนี้ทำให้ฉินอวี่ยิ่งรู้สึกพัวพันกันไปหมด
“ได้ แต่เ้าเองก็ต้องสาบาน สาบานด้วยจิติญญาที่เหลือของเ้า ว่าหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับข้าในวันข้างหน้า ทุกสิ่งจะเกี่ยวข้องกับเ้า เ้าต้องเป็คนรับผิดชอบ!” ฉินอวี่พูดอย่างเฉยเมย เขาก็ปล่อยวางแล้วเช่นกัน จะให้ปล่อยจู๋ฮวงไปก็ได้ แต่ต้องแน่ใจว่าเขาจะไม่กลายเป็หายนะ
“สาบาน... สาบานจิติญญา... เ้า... เ้า” จู๋ฮวงโกรธจนแทบจะกระอักเืออกมา เขานึกไม่ถึงว่าฉินอวี่จะโหดยิ่งกว่าถึงขั้นให้ตนเองทำสาบานจิติญญา... การสาบานด้วยจิติญญาถูกขนานนามว่าเป็คำสาบานที่เป็ภัยมากที่สุดในโลก หากกระทำสาบานไปแล้ว และเกิดผิดคำสาบาน จิติญญาก็จะถูกทำลาย นี่ไม่ได้เป็เพราะ์ลงทัณฑ์ แต่เป็เพราะ ขณะที่กำลังบรรลุสู่ขั้นฝึกฝนถัดไป คำสาบานนี้ก็จะเข้ารบกวนจิตใจ และเริ่มสร้างผลกระทบ อย่างเบาก็อาจาเ็สาหัส แต่หากร้ายแรงก็อาจทำให้จิติญญาแตกสลาย
ฉินอวี่นิ่งเงียบไม่พูดจา และเฝ้ารอคำตอบของจู๋ฮวง
จู๋ฮวงเริ่มสงบนิ่งลงจากความโกรธ และรู้ดีว่าหากตนเองไม่ทำการสาบานด้วยจิติญญา ฉินอวี่จะไม่มีวันปล่อยตนเองไปแน่นอน แต่คำขอของฉินอวี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ?
หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา อะไรที่เกี่ยวข้องกับตนเองจะต้องถูกทำลายทั้งหมด? จู๋ฮวงแอบก่นด่าฉินอวี่อยู่ในใจ พร้อมใบหน้าที่ดูยียวนเป็อย่างยิ่ง
แม้ว่าจู๋ฮวงจะเคยคิดว่าเขาอาจจะมีโอกาสแก้แค้นฉินอวี่ได้ในอนาคต หากพละกำลังกลับคืนมา จะฆ่าหรือไม่ฆ่าเด็กคนนี้ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตนเองแล้ว แต่ตอนนี้ เ้าเด็กคนนี้คิดจะให้ตนเองสาบานจิติญญา... ยังไม่ต้องพูดถึงว่าสามารถสังหารเด็กคนนี้ด้วยตนเองได้หรือไม่ เพราะแม้แต่แนะนำคนอื่นก็ไม่อาจทำได้... หากเป็เช่นนี้ต่อไป ตลอดชีวิตนี้คง...
เอ๊ะ... ช้าก่อน
“เ้าเด็กคนนี้ไม่นานก็ต้องถูก์ลงโทษ ไม่ว่าจะต้องสาบานจิติญญาแล้วจะทำไม? ได้แต่หวังเพียงว่าการลงโทษของ์คงไม่เกิดขึ้นเร็วเกินไป ขอให้ตนเองออกจากร่างนี้ให้ได้เสียก่อนค่อยมาเถอะ” จู๋ฮวงพึมพำอยู่ในใจ สำหรับการรับหายนะจากการลงโทษของ์ที่ฉินอวี่ต้องได้รับ เป็สิ่งที่จู๋ฮวงไม่เคยสงสัยมาก่อนเลย แม้แต่ตอนที่เขาอยู่ในจุดสูงสุด เขาก็ไม่อาจก้าวข้ามมันไปได้ แล้วจะให้คิดว่าเด็กที่เพิ่งขึ้นเป็ขั้นกุมารทิพย์จะสามารถข้ามผ่านไปได้หรือ?
“อีกอย่าง หลังจากเด็กคนนี้ทำการสาบานเื ก็คงไม่ต้องกังวลกับผลที่จะตามมาจากความโกรธของเขาอีก” จู๋ฮวงคิดทบทวน และเริ่มมีการตัดสินใจอยู่ในใจ
“ได้ แต่เ้าต้องเริ่มก่อน!” หลังจากจู๋ฮวงตัดสินใจได้ เขาก็แสร้งพูดไปอย่างไม่พอใจ
ฉินอวี่ไม่พูดอะไร กัดลิ้นตนเองเบาๆ ก่อนจะบ้วนเืออกมาหยดหนึ่ง และเริ่มกระทำสาบานเื หลังจากแน่ใจแล้วว่าถูกต้อง จู๋ฮวงก็ทำสาบานจิติญญาทันที
“ตอนนี้ เ้าจะหมดกังวลเื่อนาคตหรือยัง? ตอนนี้พวกเราต่างลงเรือลำเดียวกันแล้ว แต่เ้าต้องจำไว้ หากข้าต้องตายในหอคอยเทียนกัง ก่อนข้าจะตายไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่นอน” ฉินอวี่พูดอย่างเฉยเมย คำพูดประโยคนี้ เปรียบดั่งแอ่งน้ำที่เย็นะเื ซึ่งทำให้จู๋ฮวงที่เพิ่งมีชีวิตชีวา กลับสงบลงทันที
“ใช่ ในตอนที่ยังไม่สามารถออกไปจากร่างของเขาได้... จะทำให้เขาโกรธไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้น... อาจจะต้องพบกับความตายจริงๆ ก็ได้ และอาจจะพาตนเองฝังไปพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้น... ก่อนที่จะจากออกไป จะต้องดูแลเ้าเด็กคนนี้ให้ปลอดภัย! ช่างเถอะ ก็อดทนรอเวลาสักหน่อย!” จู๋ฮวงแอบรู้สึกขมขื่นในใจ
“ตอนนี้ก็คงบอกได้แล้วว่าเ้า้าสอนอะไรข้า?” ฉินอวี่พูดอย่างเ็า
จู๋ฮวงระงับความคิดของตนเอง และสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดว่า “...ไข่มุกอสุนีปรโลก!”
