“ลุงจาง ต้องมีพลังมหาศาลขนาดไหน ปลาถึงกระเด็นออกจากทะเลมาตายบนฝั่งเยอะขนาดนี้”
อู๋ทงที่ตื่นเต้นกับหลานสาวปลุกพลังได้ ยังต้องมาตื่นเต้นกับพลังที่มหาศาล ั้แ่ปลุกพลังครั้งแรก ที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน
“พลังก็เยอะอย่างที่นายท่านเห็น แถมยังโดนกดทับไว้ตั้งสองปี ดีขนาดไหนแล้วที่มันไม่ะเิ แล้วทำให้เด็กน้อยเหลือแต่เศษเนื้อ แค่ปะทุออกมาเป็แผลพุพอง และกดทับเส้นประสาท จนทำให้เด็กคิดหรือทำสิ่งใด ได้ช้ากว่าเด็กคนอื่น”
“อย่างนี้ไม่เพียงแต่ จะปลุกพลังธาตุได้ ความคิดต่างๆของหลานข้าก็ต้องเป็ปกติแล้วสินะ โอ้! ถ้าน้องสาวข้ารู้นางจะดีใจขนาดไหน”
“เฟยหย่า!เ้าไม่ต้องทำอะไร ไปนั่งโคจรพลังก่อน เดี๋ยวลุงจางจะไปสอนให้ ไม่สิเ้าต้องเรียกปู่จาง”
เฟยหย่าตาม ปู่จางไปนั่งโคจรพลังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ในกระโจมพื้นที่คับแคบเกินไป
“นายท่านอู๋ทง ปลามากมายขนาดนี้ ต้องเอามาทำเป็ปลาตากแห้งไว้ไปกินบนเรือแล้วล่ะ ถ้าเก็บไปทั้งหมดนี่กินได้เป็เดือนเลย”ลี่จังพูดด้วยเสียงตื่นเต้นยินดี หัวแค่คิดถึงเมนูปลา ที่สามารถเลี้ยงคนที่อยู่บนเรือได้เป็เดือนแล้ว
“รีบจัดการหาเลยเถอะ แบ่งทำอาหารเย็นวันนี้ ที่เหลือก็ชำแหละหมักเอาไว้พรุ่งนี้ก็ตากแห้ง อีกสองวันพวกเราน่าจะเดินทางได้แล้ว”
เฟยหย่าั้แ่ปลุกพลังได้ ก็กลายเป็เด็กที่โตขึ้นมาทันที โดยที่ไม่ต้องมีใครมาใส่ใจเลี้ยงดูแล เหมือนตอนแรกแถมบางครั้งยังช่วยงานผู้ใหญ่ได้ด้วย
แต่…! มีเื่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่ง ั้แ่ปลุกพลังธาตุมาได้ ยามหลับเด็กหญิงฝันถึง แต่เื่ราวเดิมๆทุกวัน จนนางจำเหตุการณ์ได้หมดแล้ว
‘นอนไม่หลับยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว ไปนั่งโคจรพลังดีกว่า’
เฟยหย่ากลับเข้ามาในห้อง นั่งโคจรจนถึงรุ่งเช้า ‘ทำไมถึงมีความจำ ที่เป็ความฝันเข้ามาในหัว เหมือนกับเราเป็หญิงผู้นั้น ที่ถูกเตาหลอมโอสถะเิใส่ และร่างกายสูญสลายไป’
‘หรือว่าเราจะเป็นางกลับชาติมาเกิดกัน’เด็กหญิงยกมือขึ้นมาดู เพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆที่นิ้วชี้ข้างซ้าย
‘มันคือสิ่งใด! รูปร่างคล้ายแหวนแต่เป็รอยจาง’เฟยหย่ายกมือขึ้นลูบ รอยจางที่นิ้วมือ
‘อุปกรณ์มิติอย่างนั้นรึ? แล้วทำไมเราถึงรู้ล่ะว่ามันคือมิติ หรือเป็เพราะว่าฝันบ่อยเกินไป หญิงผู้นั้นชอบเอาสมุนไพรออกมาจากแหวน’
‘ห้ะ!ทำไมถึงมองเห็นสิ่งของที่อยู่ใน รอยจางรูปแหวนได้กันล่ะ มันมีสมุนไพรและโอสถอยู่ข้างใน เหมือนที่ฝันถึงเลย ถ้าแหวนติดมาด้วยแบบนี้ มีอย่างเดียว คือเราเป็นางกลับชาติมาเกิด’
‘แถมมีพลังธาตุไฟเหมือนกัน แต่…!เหมือนนางจะเก่งเื่หลอมโอสถ แต่ไม่ได้เก่งเื่วรยุทธ์ ไม่อย่างนั้นนางคงจะหนีออกมาทัน ตอนเตาหลอมะเิ’
‘ดูเหมือนในนี้จะมีตำราโอสถ เตาหลอมแต่ว่าเล็ก มีโอสถอยู่จำนวนมากและสมุนไพร อย่างนี้ก็ต้องมีโอสถที่กินแล้วรักษา รอยแผลเป็ที่อยู่ตามตัวได้น่ะสิ’
เฟยหย่าเอาตำราโอสถ ออกมานั่งอ่าน เพื่อที่จะเอามาเปรียบเทียบกับขวดโอสถ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ในมิติ
‘ในนี้มีแต่ตำราสมุนไพรและโอสถ ไม่มีตำราเกี่ยวกับการต่อสู้เลย แสดงว่านางมุ่งมั่นเกี่ยวกับการ หลอมโอสถเท่านั้น ถ้าเราเป็นางกลับชาติมาเกิดจริงๆล่ะ’
‘ไม่ได้แล้ว! จะต้องมีความสามารถ มีวรยุทธ์ที่จะรักษาชีวิตของตัวเอง เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้ป้องกันและช่วยเหลือตัวเอง ให้ปลอดภัย’
เด็กหญิงนั่งอ่านตำรา เกี่ยวกับโอสถไปหลายชั่วยามอยู่ในห้อง ทุกคนไม่มาเรียกเข้าใจว่าเด็กน้อยนั่งโคจรพลังอยู่ จึงไม่มารบกวน
‘กี่ยามแล้วนี่ รู้สึกหิวในแหวนมิติมีผลไม้อยู่’
‘รสชาติอร่อย คงเป็ผลไม้พิเศษจาก ดินแดนที่มีพลังจนล้นเหลือเป็แน่ หรือว่าจะเป็แดนเซียน ไม่รู้ล่ะกินแล้วอิ่ม แถมยังเหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นมาด้วย’
‘เสียดายมีไม่เยอะ ต้องทยอยกิน เมล็ดมันเอาไปปลูกได้หรือเปล่านะ’
เด็กหญิงกินผลไม้ เพื่อไม่ให้หิวแล้วนั่งอ่านตำราต่อ
‘นี่ไงเจอแล้ว อักษรตัวนี้รักษารอยาแ ด้านในมีอักษรตรงกับที่ติดอยู่กับขวดด้วย’เฟยหย่า เปิดขวดโอสถสีขาว เทยาออกมาดม
‘แค่ได้กลิ่น ก็รู้สึกดีแล้ว ต้องกินเป็ไงเป็กัน’ โอสถพร้อมกับน้ำถูกกลืนกินลงไปในท้อง
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ ‘ทำไมถึงง่วงนอนแบบนี้ ตอนนี้กี่โมงกี่ยามกัน ข้างนอกยังแดดแรงอยู่เลย แต่ลืมตาไม่ขึ้นแล้ว’
“เฟยหย่า ตื่นได้แล้ว! เ้านอนมาสามวันเต็มแล้วน่ะ อีกไม่กี่ชั่วยามเราจะขึ้นฝั่งแล้วเมืองลี่เจียงแล้ว”อู๋ทงเข้ามาเรียกหลานสาว ที่นอนมานานมากแล้ว ข้าวน้ำก็ไม่ได้กิน
“ท่านลุงข้านอนมาสามวันหรือเ้าค่ะ”เฟยหย่าลุกขึ้นนั่ง
“โอ้!ดูแผลตามตัวเ้าจะหายดีแล้ว ผิวหน้าของเ้าที่ขึ้นมาใหม่ ไม่มีสีดำติดมาแล้ว เฟยหย่าลุงดีใจกับเ้าด้วย”
เด็กหญิงยกมือขึ้นลูกที่ใบหน้าตัวเอง “ปานดำหายไปพร้อมกับตุ่มพุพอง มันไม่ขึ้นมาใหม่แล้วใช่ไหมเ้าคะ”
“เ้าอายุได้แปดปี กว่าจะถึงสิบสี่แผลเป็น่าจะหายไปหมดแล้ว เ้าจะได้แต่งงาน เข้าจวนใหญ่ได้”
“อย่าเลยเ้าค่ะท่านลุง! ข้าไม่อยากเป็เหมือนแม่”
สองชั่วยามต่อมา เรือสำเภามาจอดเทียบท่าที่เมืองลี่เจียง
กลุ่มคนงานชายช่วยกันขนของ ขึ้นจากเรือไปพักในโกดัง ก่อนที่ร้านค้าจะมารับไปอีกต่อหนึ่ง
อู๋ทงยืนตรวจนับสินค้า “เฟยหย่าเ้าไม่ไปเดิน ในตลาดกับกลุ่มผู้หญิงหรือ หรือว่าตำลึงหมด เอาที่ลุงไปซื้อก่อนก็ได้เ้าอยากได้สิ่งใดล่ะ”
“ข้าจะดูท่านลุง ข้าไม่้าสิ่งใด เพียงแต่จะมาดูท่านลุง เท่านั้นเ้าค่ะ”
“เฟยหย่าเ้าสนใจการค้าอย่างนั้นหรือ”
“ไม่หรอกเ้าค่ะ ข้าสงสัยว่า เดินเรือก็ลำบากกว่าจะมาถึงที่นี่ ใช้เวลานานหลายเดือน ทำไมการค้าถึงขาดทุน แล้วเป็หนี้มากมายเท่านั้นเ้าค่ะ ที่ข้าสนใจ”
“เื่มันยาว ตอนนั้นลุงได้ซื้ออาหารแห้ง จากเมืองของเรามาจำนวนมาก เพราะก่อนหน้านี้ เป็สินค้าที่ขายดีทุกรอบ ขายดีกว่ากลุ่มผ้าไหมและพวกเครื่องปั้นดินเผา”
“แต่พอสินค้ามาถึงที่เมืองหยางไห่ สินค้ามีปัญหาอย่างพวกข้าวขาว แป้งแล้วธัญพืช บางอย่างเริ่มเปลี่ยนสี มีกลิ่นทั้งที่จัดเก็บมาเป็อย่างดี ทำให้ขายได้ราคาถูกมาก จะไม่ขายก็ไม่ได้ ทำให้ขาดทุนไปร่วมหมื่นตำลึงทอง”
“ยังไม่พอ สินค้าที่เป็ผ้าไหมมีรอยตำหนิ มาถึงเมืองลี่เจียงก็ต้องขายในราคาถูก ไม่สามารถขนกลับไปได้ เครื่องกระเบื้องมีตำหนิชำรุด ต้องขายราคาถูกมาก ถึงอย่างนั้นก็แทบจะขายไม่ได้ รวมกันแล้วรอบนั้น ขาดทุนไปถึงสามหมื่นบาทตำลึงทอง”
“ท่านลุงได้หาสาเหตุไหมเ้าคะว่าเกิดจากอะไร ในเมื่อค้าขายมาตั้งนาน ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้”
“ลุงก็หาสาเหตุไม่เจอ ว่าเกิดจากอะไร ในเมื่อจัดเก็บดีแล้วทุกอย่างดีแล้ว ยังไม่พอตอนขากลับ ยังเกิดเื่ขึ้นอีก ซื้อสินค้าจากที่นี่ไปแพง”
“พอไปถึงเมืองต้าตู สินค้าในเมืองปรับลงถูกจนไม่น่าเชื่อ เป็กลุ่มเครื่องหนังที่ซื้อไป ทำให้ขาดทุนย่อยยับ จนต้องขายทรัพย์สินร้านค้า ไปหลายที่เพื่อใช้หนี้ และเอามาลงทุนต่อ”
“แค่ขาดทุนครั้งเดียว ทำให้ทรัพย์สินที่หามาั้แ่บรรพบุรุษ ต้องถูกขายออกไป ลุงท้อแท้และสิ้นหวัง จนไม่อยากจะทำอะไร แต่ก็หยุดไม่ได้ หนี้สินยังรอให้ชำระอยู่”
“หลังจากขายทุกอย่างใช้หนี้ไปหมดแล้ว ท่านลุงยังเป็หนี้อีกเท่าไหร่เ้าคะ”
“ตอนนี้เป็หนี้ ก็คือจวนของเราทั้งหมด ที่เอาไปค้ำประกันในการยืมตำลึงเพื่อมาลงทุน สามหมื่นตำลึงทอง ถ้าภายในสองปียังส่งคืนไม่ได้ก็จะถูกยึดไป รวมถึงเรือสำเภาลำนี้ด้วย”
“แล้วทำการค้ารอบหนึ่ง ท่านลุงได้กำไรประมาณกี่ตำลึงทองเ้าคะ”
“หักค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางค่าจ้าง รอบหนึ่งได้ประมาณสองพันตำลึงทอง ขาดทุนทีย่อยยับ”
“เป็หนี้ถึง สามหมื่นตำลึงทอง ค้าขายอยู่ที่สี่เดือนต่อรอบ แล้วแบบนี้ท่านลุงจะหาตำลึงได้ครบหรือเ้าคะ ปีหนึ่งเดินทางอย่างมากสามรอบ สองปีหกรอบ ได้ตำลึงอยู่ประมาณหมื่นกว่าเองท่านลุง”
“โอ้!เฝยหย่า ั้แ่เ้ามีพลังธาตุของ เ้าก็คิดเป็ทำเป็ เก่งกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก ถ้าตำลึงไม่พอก็ต้องไปเจรจากับเ้าหนี้ใหม่ อย่างน้อยมีไปใช้สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี”
“ท่านลุงไปกู้ยืมตำลึงจากที่ไหนมาหรือเ้าคะ ถึงสามารถหยิบยืมมาได้จำนวนเยอะขนาดนี้”
“จากหอประมูลไป๋หลง! ที่มีตำลึงจำนวนมากให้ยืม แล้วก็ไม่มีใครสามารถโกงหรือเบี้ยวได้ เพราะอำนาจของตระกูลไป๋ แม้กษัตริย์ยังต้องเกรงใจ”
“ทำไมถึงเป็แบบนั้นล่ะเ้าคะ พวกเขามีกำลังมาก หรือว่ามีคนเก่งกว่าทหารของกษัตริย์”
“ต้นตระกูลไป๋ เป็จอมยุทธที่มีฝีมือ มีลูกศิษย์ลูกหาพร้อมกับลูกน้องที่เป็ชาวยุทธ ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองใดๆ พลังและอำนาจมีไม่น้อย ไปกว่ากษัตริย์เลย”
“เป็จอมยุทธ์ดีแบบนี้นี่เอง ขอให้แค่เก่งกล้ามีฝีมือ คนธรรมดาก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องแล้ว”
“ท่านลุงเ้าคะ แล้วไม่มีโรงเรียนสอน ฝึกวิชาการต่อสู้ ให้เป็จอมยุทธบ้างหรือเ้าคะ”
“เื่นี้ดูเหมือนจะเป็ความลับของตระกูลไป๋ ไม่มีใครรู้ว่าคนของพวกเขา ได้รับการสั่งสอน และเรียนรู้มาจากที่ไหน แต่พวกเขาก็มีกฎตายตัว ใครทรยศหักหลังตายสถานเดียว”
“ผู้คนต่างสงสัย ว่าจะมีดินแดนอยู่อีกที่หนึ่ง โดยที่ตระกูลไป๋เป็ผู้ค้นพบ! อาจจะพื้นเป็พื้นที่พิเศษ ที่ทำให้พวกเขามีวรยุทธ์ที่เก่งกล้า”
“ท่านลุงเ้าคะ ดูเหมือนมันจะยากเกินไป มีตำราหนังสือเกี่ยวกับวิชาการต่อสู้หรือ การใช้อาวุธอย่างเช่นกระบี่ธนูไหมเ้าคะ”
“เื่นี้ลุงก็ไม่แน่ใจว่า ตามร้านหนังสือทั่วไปจะมีขายหรือไม่ เพราะไม่ได้สนใจเื่วรยุทธ์หรือการต่อสู้ เรียนรู้แต่เื่การค้ามาั้แ่เด็ก”
“หากเ้าสนใจก็แวะไปดู ตามร้านหนังสือ เผื่อจะเจอเราแวะตั้งหลายเมือง แต่ราคามันค่อนข้างจะแพงหน่อย”
“ได้เ้าค่ะท่านลุงถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวเดินดูร้านหนังสือแถวเมืองนี้ก่อน ”เฟยหย่าวิ่งไปหาซิวอิง เพื่อให้ไปส่งตนไปที่ร้านหนังสือ
“คุณหนูเฟยหย่า น่ากลัวจะไม่มี เดินหาหลายร้านแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นไปร้านขายอาวุธ เผื่อจะมี”
ทั้งสองคนเดินหาร้านหนังสือ และร้านขายอาวุธ แต่ไม่มีหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้
“พวกเ้าต้องไปหาซื้อที่หอประมูลไป๋หลง น่าจะมีหนังสือพวกนี้แต่ก็อย่างว่าแหละ ราคาก็หลายตำลึงทอง”เ้าของร้านขายหนังสือแนะนำ
“เถ้าแก่ข้าขอถาม หอประมูลไป๋หลงอยู่ตรงไหนหรือ ข้าจะได้ไปถาม เผื่อตำลึงไม่พอจะได้ไปขอมาเพิ่ม”
“เ้าเดินตรงไปข้างหน้า เห็นหอการค้าใหญ่สูงสามชั้น ที่สร้างด้วยไม้อย่างดีตรงนั้นไหม นั่นแหละเ้าเข้าไปสอบถามได้”
“สมกับเป็หอประมูลใหญ่ ข้างในกว้างขวางจุคนได้ไม่ต่ำกว่าพันคน คนที่สร้างช่างมีฝีมือเสียจริง”เฟยหย่า ดวงตาเป็ประกาย เมื่อมองเห็นตำหนักใหญ่สูงสามชั้น สร้างจากไม้เนื้อดี มีห้องโถงที่กว้างใหญ่อยู่ชั้นล่าง
