ฉู่จุนหนิงถูกมัดไขว้แขนไปข้างหลังและถูกปิดปากไว้โดนคนพาไป ชิงอีเองก็ขึ้นไปบนรถม้าเพื่อนอน ส่วนคนอื่นที่เหลือก็ไปจัดการทำความสะอาด
หลังจากความล่าช้าจากการอยู่ในหมู่บ้านผีมาหนึ่งคืน เมื่อคืนนี้ก็มีเื่ไร้สาระเกิดขึ้นอีกครั้ง ทุกคนก็ต่างไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป
ตอนที่เ้าแมวอ้วนกลับมาเมื่อคืน ชิงอีก็หลับไปแล้ว มันเองก็ไม่กล้าเข้าไปปลุกบรรพบุรุษท่านนี้ มันที่เต็มไปด้วยความสงสัย ในที่สุดก็มีโอกาสได้พูดสักที
“เข้าใจอะไรงั้นหรือ? สรุปแล้วเกิดเื่อะไรขึ้นในหมู่บ้านผีแห่งนี้กันแน่?”
“มีคนใช้ชิ้นส่วนของตราประทับการจุติสร้างมิติการกลับชาติมาเกิดขึ้นมา จะมีภาพมายาปรากฏขึ้นเป็ครั้งคราว ิญญาที่ทำผิดจะถูกโยนลงไปในสระโลหิต และ่เวลาการตายก็จะวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา จากนั้นจึงจะเข้าไปในสระโลหิตเพื่อชำระล้างความอาฆาตแค้น ไม่สิ ควรจะพูดว่าถูกดูดอารมณ์ขุ่นเคืองไปมากกว่า” ชิงอีพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย กางฝ่ามือออก ในฝ่ามือมีชิ้นส่วนของตราประทับการจุติอยู่
“คนผู้นี้เป็ใคร? แล้ว้าทำอะไร?” เ้าแมวอ้วนคิดไม่ออกจริงๆ “ตราประทับจุติเป็สิ่งของของปรโลก ว่ากันว่าไม่ว่ามนุษย์จะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะจัดการกับมัน! ท่านได้เห็นรูปลักษณ์ของคนผู้นั้นหรือไม่?”
“เห็นบ้าบออะไรล่ะ สวมหน้ากากแกล้งเป็ผี มันเป็แค่ภาพหลอนเท่านั้นแหละ เ้าคิดว่าจะเป็คนจริงๆ หรือไร?” ชิงอีกลอกตา “พลังชั่วร้ายที่ให้เ้าไปสืบมาได้ที่มาของมันหรือยัง?”
เ้าแมวอ้วนส่ายคอ “ไม่มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับเื่นั้นเลย เราทำหลายสิ่งหลายอย่างแล้ว ผู้ที่อยู่เื้ัอาจจะระวังเื่นี้ บางทีการเชื่อมต่ออาจถูกตัดขาดไปแล้วก็ได้”
“ตัดขาดกะผีน่ะสิ เ้าคิดว่าเขาเป็ใคร? ก็แค่มนุษย์ไร้ประโยชน์คนหนึ่งที่รอดพ้นจากสายตาของข้าไปได้” ชิงอีที่ดูหงุดหงิดเป็พิเศษ ฝ่ามือก็ตบลงมาที่มัน “เหอะ รอให้ข้ากลับไปเมืองหลวง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะจับเขาไม่ได้!”
เ้าแมวอ้วนยิ้มด้วยความเ็ปและสาปแช่งในใจว่า ท่านจะตบก็ตบที่ต้นขาตัวเองสิ ก้นข้าดูเหมือนว่าทำด้วยเนื้อหรือไร?!
ข้างนอก เซียวเจวี๋ยที่มองมายังรถม้าและเลือกที่จะไม่เข้าไป หันหลังกลับขึ้นขี่ม้า
ฉู่สือที่ได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยข้างๆ ก็หันไปมอง กลับกลายเป็ว่าหลิงเฟิงกำลังพูดคุยกับองครักษ์คนอื่นๆ เกี่ยวกับเื่แปลกๆ ในหมู่บ้านผีและวัดตงหวา
ท่าทางเช่นนั้น ถ้าเอาชามแตกมาวางต่อหน้าเขา ก็ไม่ต่างจากนักเล่าเื่ในโรงน้ำชาเลยจริงๆ! ที่สำคัญคือมีกลุ่มคนโง่ที่ตกตะลึงไปกับเขาด้วย และไม่หยุดคร่ำครวญถึงความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่ขององค์หญิง องค์หญิงผู้กล้า! มันช่างเข้ากันกับท่านอ๋องยิ่งนัก!
เหอะ เ้าโง่นี่!
ฉู่สือหันหน้าไปทางอื่นด้วยความสิ้นหวัง ก่อนที่คนผู้นี้จะฟื้นความทรงจำ เขาเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าสมองของหลิงเฟิงจะโตขึ้นบ้างอีกสักหน่อย
รถม้าเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้า ภายใต้อิทธิพลเื่ผีของหลิงเฟิง บรรยากาศก็เต็มไปด้วยเสียงคิกคัก ทว่า ก็มีองครักษ์หลายคนที่ยังไม่เชื่อและคิดว่าเขาพูดเกินจริง
เมื่อเดินออกมาได้ไม่ไกลนัก ก็มีคนหันหลังกลับไปมอง และพบว่าหมู่บ้านผีที่พวกเขาพักอยู่เมื่อคืนนี้หายไปแล้ว!
การพบเห็นสิ่งนี้ทำให้หลายคนถึงกับเหงื่อตก พวกเขาจึงไม่กล้าคิดว่าคำพูดของหลิงเฟิงก่อนหน้านี้เป็เื่ตลกอีกต่อไป
หลังจากเดินทางกลับมาถึงเส้นทางหลวง แสงแดดที่ส่องลงมาทำให้ความรู้สึกเย็นะเืหายไปจนหมด ทุกคนต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่เคยคิดที่อยากจะกลับบ้านเพื่อพบพ่อแม่ขนาดนี้มาก่อน
หากไม่มีฉู่จุนหนิง การเดินทางครั้งนี้ก็คงจะสงบกว่านี้
เมื่อถึงเมืองหลวง ก็มีเสียงเกือกม้าดังมาจากด้านหลัง
เซียวเจวี๋ยสั่งให้ทุกคนหยุด และหลังจากเห็นผู้ที่มาเยือน ผู้คนไม่น้อยก็แสดงความประหลาดใจออกมา
“องค์รัชทายาท!”
ทุกคนลงจากหลังม้าเพื่อคำนับ
ฉู่จื่ออวี้ลงจากหลังม้าอย่างเหนื่อยหอบ จ้องมองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน “ตามพวกเ้าทันสักที ฉู่ชิงอีล่ะ? นางได้รับาเ็สาหัสไม่ใช่หรือไร?!”
เซียวเจวี๋ยยิ้มออกมา จากนั้นจึงหันหน้าชี้ไปทางรถม้า
ฉู่จื่ออวี้รีบวิ่งไปที่รถม้า ะโขึ้นไปและยกม่านขึ้น
สิ่งที่เห็นคืออิริยาบถของหญิงสาวที่ไร้มารยาท นอนกางแขนกางขา มุมปากก็มีของเหลวใสราวคริสตัลไหลย้อยลงมา ไม่ว่าจะมองอย่างไร...ก็ดูไม่เหมือนคนที่กำลังตาย!
“ฉู่! ชิง! อี!!”
องค์รัชทายาทคำราม
“...โอ๊ย...หนวกหู!” ใครบางคนที่ลุกขึ้นพร้อมกับอารมณ์ฉุนเฉียว ดวงตาที่ยังไม่ลืมดี ทว่า เท้ากลับเตะออกไปแล้ว
“โอ๊ย”
องค์รัชทายาทที่ถูกเตะเข้าให้ ตกจากรถม้าและหงายหลังลงไป
“โอ๊ย อะไรเนี่ย!”
“องค์รัชทายาท!”
“แย่แล้ว รีบเรียกหมอหลวงเร็วเข้า องค์รัชทายาทเืออก!”
ไม่นานหลังจากนั้น รอยเท้าบนใบหน้าของฉู่จื่อวี้ก็ชัดเจนขึ้น พร้อมกับเืกำเดาที่ไหลลงมา เหล่าองครักษ์ต่างร้อนรนกันเป็อย่างมาก ใช้เวลานานกว่านางจะออกมาจากรถม้า เมื่อเห็นองค์รัชทายาทที่เืกำเดาไหลไม่หยุด นางก็กะพริบตา “เอ๋ เมื่อครู่ไม่ใช่ความฝันเหรอ เสียงเล็กๆ นั่นเป็เสียงของเ้าจริงๆ หรือ แล้วใบหน้าเ้าไปถูกใครเตะมาล่ะ?”
ท่าน! นั่น! แหละ!!
มือของฉู่จื่ออวี้สั่น พร้อมกับเืกำเดาไหลที่มากขึ้น
หมอหลวงที่อยู่ข้างๆ ตัวสั่นด้วยความกลัว กลัวจริงๆ ว่าเขาจะโกรธเกรี้ยว จึงรีบเข้ามา “องค์รัชทายาท ทรงอย่ากริ้วไปเลยนะพ่ะย่ะค่ะ ทรงอย่ากริ้วเลย!”
เมื่อคนอื่นเห็นเช่นนี้ ก็ไม่กล้าพูดหรือถามอะไรนอกจากแสดงความเห็นอกเห็นใจเงียบๆ
ชิงอีอ้าปากหาว และลงจากรถม้าโดยด้วยการช่วยเหลือของนางกำนัลทั้งสอง นางเลิกคิ้วแล้วถามว่า “ทำไมเ้าไม่อยู่ที่วังหลวง มาทำอะไรที่นี่?”
เืกำเดาที่ไหลเข้าปากฉู่จื่ออวี้อีกครั้ง เขากัดฟันและพูดว่า “เป็ท่านไม่ใช่หรือไรที่ให้คนมาส่งจดหมายบอกว่าท่านกำลังจะตาย?!”
“งั้นหรือ? เ้าอย่าโทษข้าเลย” ชิงอีชำเลืองมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ไม่ไกล
เหอะ เ้าหนุ่มน้อยนี่ ก่อนหน้านั้นก็เล่นเหลี่ยมกับนาง! บอกว่าจดหมายนั้นไม่ส่งไป ทว่า กลับกลายเป็ถูกส่งมายังฉู่จื่ออวี้แล้ว
ฉู่จื่ออวี้อยากจะโกรธมากๆ แต่เมื่อเห็นว่านางยังมีชีวิตอยู่และทำตัวน่ารำคาญเหมือนทุกวัน ในใจของเขาก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเช่นกัน
พระเ้ารู้ดีว่าตอนที่เขาอยู่ในวังหลวงแล้วได้ยินว่าเกิดเื่ขึ้นกับนาง เขากังวลมากขนาดไหน!
มันน่าตีจริงๆ!
ใครให้เขามาเป็น้องของพี่หญิงคนนี้เนี่ย ยังสามารถยัดเขากลับเข้าไปในครรภ์เสด็จแม่ แล้วเกิดใหม่อีกครั้งได้หรือไม่?
หลังจากที่หมอหลวงกำลังยุ่งวุ่นวาย สุดท้ายก็สามารถหยุดเืของฉู่จื่ออวี้ได้ เขาใกลัวมากจนต้องแอบดุองค์หญิงใหญ่ที่ใช้ความรุนแรงเช่นนี้ นี่คือน้องชายของนางนะ! ดั้งจมูกเกือบหักไปแล้ว!
“ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านกันแน่? ข้ารีบไปที่วัดตงหวาก็ไม่เห็นท่าน บอกข้าว่าออกเดินทางมานานแล้ว พูดตามความจริงเราก็ควรที่จะพบกันระหว่างทางด้วยซ้ำ!”
ชิงอีเห็นตัวของเขาที่เต็มไปด้วยฝุ่น ดวงตาก็แดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้เป็ห่วงความปลอดภัยของนางจริงๆ
นางเอื้อมมือไปบีบใบหน้าเล็กๆ ของเขา “รู้จักเป็ห่วงพี่หญิงของเ้าด้วยงั้นหรือ? โตขึ้นนะเนี่ย”
ฉู่จื่ออวี้รีบเอามือของนางออกและจ้องมองไปที่นาง หญิงสาวบ้าผู้นี้ นางไม่เคยสนใจสายตาของสาธารณชนเลย!
เขาลูบหน้าเพื่อปกปิดความสุขที่มุมปากของเขา
ขณะเดียวกัน เสียงของใหญ่บางอย่างกระทบลงพื้นก็ดังขึ้น ทันใดนั้นลูกบอลก็กลิ้งออกจากรถม้าอีกคัน และกลิ้งมาถึงข้างเท้าของฉู่จื่ออวี้
“อะไรเนี่ย!!” ฉู่จื่ออวี้ใจนะโโหยง จึงไม่เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่เตะไปคืออะไร
ร่างของ ‘ลูกบอล’ สั่นเทาและนอนราบในทันใด
มีองครักษ์ที่จำใบหน้าที่แท้จริงได้ เขากลืนน้ำลายและพูดว่า “องค์รัชทายาท นี่...ดูเหมือนจะเป็องค์หญิงใหญ่จุนหนิงนะพ่ะย่ะค่ะ!”
