บทที่ 94 ขึ้นคร่อม
ขณะที่ฉินชูนั่งอยู่บนพื้นอย่างเซ็งแซ่ เฉียนหลิงอู่ก็ออกมา เทน้ำออกจากอ่างและเก็บมัน อ่างน้ำของนางดูวิจิตรงดงาม เพราะนางเป็คนที่ค่อนข้างพิถีพิถันกับการใช้ชีวิต ในแหวนมิติมีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวติดตัวอยู่ตลอดเวลา
“เซ็งใช่หรือไม่ แต่เ้าไร้พลัง แบบนี้ควรโทษใคร” เฉียนหลิงอู่ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดเก้าอี้ไม้ก่อนนั่งลงตามเคย ดวงตาคู่งามเจือแววดูถูกมองฉินชู
ทันใดนั้น ฉินชูก็ปล่อยวางได้ ในยุทธภพนี้ ต่อให้ตัวเองรู้สึกอัดอั้นตันใจไปก็ไม่ช่วยอะไร สู้เอาเวลาไปฝึกตนดีกว่า
หลังจากแบกน้ำมาเติมอ่างของตัวเองอีกครั้ง ฉินชูก็อาบน้ำและเริ่มฝึกวิชากระบี่
ขณะฉินชูฝึกอยู่ เฉียนหลิงอู่ก็สังเกตการณ์อยู่ตลอด ผ่านไปสักพัก กลับเป็นางที่ต้องรู้สึกเซ็ง เพราะฉินชูเอาแต่ฝึกวิชากระบี่พื้นฐาน นางคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวเอง เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับสภาวะวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิง
“ฉินชู พวกเรามาคุยกันได้หรือไม่ ข้าอยากเข้าใจเกี่ยวกับวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิง เ้าพอจะใจกว้างแบ่งปันได้หรือไม่” หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง เฉียนหลิงอู่ก็เอ่ยปากพูด
“ตอนที่เ้ากลั่นแกล้งข้า เ้าเคยคิดจะขอร้องข้าให้ใจกว้างแบ่งปันหรือไม่ ตอนนี้กลับมาบอกให้ข้าใจกว้างเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ” ฉินชูพูดตอกกลับ
“งั้นแบบนี้เป็ยังไง ถือว่าข้าติดหนี้บุญคุณเ้า ในอนาคต หากเ้ามีเื่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรก็มาหาข้า ข้าจะไม่ใจแคบกับเ้า” เฉียนหลิงอู่เสนอขึ้น นางเข้าใจแล้ว หากไม่ให้ผลประโยชน์เขา เขาคงไม่มีทางทำอะไรให้แน่นอน
“บุญคุณคือนามธรรมจับต้องไม่ได้ พูดง่ายๆ ก็คือคำพูดของเ้าจะเชื่อใจได้หรือไม่” ฉินชูส่ายหน้า เขาสงสัยในนิสัยใจคอของเฉียนหลิงอู่
“ข้าพูดได้ทำได้ ข้าไม่พูดจากลับกลอกพลิกหน้าพลิกหลัง” เมื่อถูกฉินชูสงสัย เฉียนหลิงอู่ก็อยากะเิโทสะออกมาทันที แต่ก็พยายามสะกดเอาไว้
ฉินชูครุ่นคิดสักพัก “ข้า้าคำมั่นสัญญาจากเ้าอีกหนึ่งเื่ หากข้าแบ่งปันเื่วิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงกับเ้า เ้าต้องรับปากว่าจะไม่ลงมือทำอะไรสำนักชิงหยุนไปตลอดกาล รวมถึงเป็เื่ส่วนตัวของราชวงศ์เ้า ก็ห้ามลงมือ”
เฉียนหลิงอู่ลุกขึ้น “แบบนี้คงไม่ได้ พูดอย่างไม่ปิดบัง ราชวงศ์เฉียน้าขึ้นเป็ผู้ปกครองสูงสุดของอาณาจักรนี้ การมีอยู่ของสี่สำนักมหาอำนาจคือการถ่วงดุลอำนาจของพวกเรา หากข้าไม่ลงมือ เป้าหมายของข้าจะสำเร็จได้ยังไง”
“สำนักชิงหยุนไม่ได้กระหายในอำนาจขนาดนั้น พวกเราแค่ทำตามหน้าที่และเจตนารมณ์ ทำไมเ้าต้องมีเื่กับสำนักชิงหยุนด้วย ส่วนอีกสามสำนักที่เหลือไม่เกี่ยวข้องกับข้าอยู่แล้ว เ้าจะจัดการพวกเขาก็ไม่เกี่ยวกับข้าอยู่ดี แต่ห้ามคุกคามสำนักชิงหยุน นี่คือเงื่อนไขของข้า” ฉินชูยืนขึ้น
“แค่สำนักชิงหยุนงั้นหรือ” เฉียนหลิงอู่หรี่ตามองฉินชู
“ใช่ ความเป็ความตายของสามสำนักที่เหลือไม่เกี่ยวข้องกับข้า” ฉินชูพยักหน้า เขาไม่สนใจสำนักอื่นแม้แต่น้อย อันที่จริงตัวเขาเองก็อยากจัดการอีกสามสำนักที่เหลือเช่นกัน
หลังจากมองพินิจฉินชูอีกรอบ เฉียนหลิงอู่ก็พยักหน้า “ตกลง”
“ข้าจะบอกแค่ความรู้สึกของสภาวะวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิง เ้าหยั่งถึงหรือไม่ มันเป็เื่ของเ้า หากรับได้ ก็เป็อันตกลง” ฉินชูพูดขึ้น
เฉียนหลิงอู่พยักหน้า ขอแค่รับรู้ความลับของสภาวะวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงก็พอแล้ว อย่างอื่นเป็เื่รอง
หลังจากนั้น ฉินชูกับเฉียนหลิงอู่ก็แตะมือแสดงสัตย์สาบานกัน เฉียนหลิงอู่ติดหนี้บุญคุณฉินชูและห้ามลงมือกับสำนักชิงหยุน
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉินชูก็เริ่มเล่าความรู้สึกของสภาวะแห่งวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงให้เฉียนหลิงอู่ฟัง
“เป็เพียงความรู้สึกงั้นหรือ” ดวงตาทั้งสองข้างของเฉียนหลิงอู่เบิกกว้าง นางยอมจ่ายไปในราคาที่สูงลิบ แต่ฉินชูกลับบอกแค่ความรู้สึกกับนาง นี่ล้อเล่นกันอยู่ใช่หรือไม่
“ใช่แล้ว มันเป็ความรู้สึกอย่างหนึ่ง คนคือกระบี่ กระบี่คือคน เมื่อจิติญญาเกิดการรับรู้ ก็จะสามารถค้นพบจุดบอดและจุดอ่อนของวิถีกระบี่คู่ต่อสู้ได้” ฉินชูหยักหน้า
“เ้าจงสำแดงสภาวะนี้ออกมา พวกเรามาสู้กัน” เฉียนหลิงอู่พูดขึ้น
ฉินชูกลั้นหัวเราะ “พวกเราหยุดล้อเล่นกันได้หรือไม่ เ้าเป็ผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ ข้าเป็ผู้ฝึกตนขั้นที่สามเจินหยวน อย่าว่าแต่วิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงเลย ต่อให้มีิญญาเทพาสถิตร่างก็ไร้ประโยชน์”
“ข้าจะสำแดงพลังในระดับเดียวกับเ้า ห้ามปฏิเสธ หากเ้าปฏิเสธจะถือว่าเ้าไม่จริงใจและสัญญาที่ให้ไว้จะถือเป็โมฆะ” เฉียนหลิงอู่พูดดักฉินชู เพราะถ้าฉินชูปฏิเสธ นางจะไม่เคารพคำสัญญาก่อนหน้านี้
ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ฉินชูได้แต่ทำตาม เขาคิดว่าขอแค่เฉียนหลิงอู่ทำตามสัญญา สำนักชิงหยุนก็จะปลอดภัยไร้ภัยคุกคาม ซ้ำยังหลีกเลี่ยงศัตรูตัวฉกาจได้ เมื่อไม่มีกำลังรบอย่างผู้ฝึกตนขั้นที่หกหวางเจ่อ ราชวงศ์เฉียนก็ไม่สามารถคุกคามและลงมือกับสำนักชิงหยุนได้ นอกจากนี้ ในมุมมองส่วนตัวของเขา ขอแค่เฉียนหลิงอู่ไม่เพ่งเล็งเขา อีกทั้งยังเป็หนี้บุญคุณเขาอีก แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว
หลังจากปลดปล่อยพลังต่อสู้ออกมาในระดับเดียวกันกับฉินชู สีหน้าของเฉียนหลิงอู่ก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที เพราะนางตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบ ทุกกระบวนท่าโจมตีของฉินชูรับมือได้ยากยิ่งนัก ทำเอานางหืดขึ้นคอ อีกทั้งพละกำลังทางร่างกายของนางก็ไม่แข็งแกร่งดุดันเท่าเขา ทุกครั้งที่อาวุธปะทะกัน นางล้วนกระเด็นถอยหลัง
หลังจากสู้กันสักระยะ ฉินชูก็อาศัยจังหวะตอนที่เฉียนหลิงอู่ถูกกระแทกจนกระเด็นถอยหลัง ใช้ก้าวไร้เงาไปโผล่ด้านข้างของนาง จากนั้นก็ยกเท้าเตะก้นนางไปหนึ่งที
นุ่มนิ่มมาก...นี่เป็ความรู้สึกที่ฉินชูได้รับ แค่ความรู้สึกที่ตามมาหลังจากนั้นแย่มาก เพราะร่างกายถูกมวลพลังตรึงเอาไว้จนขยับไม่ได้ จากนั้นเฉียนหลิงอู่ก็หันกลับมาเตะเฉียนหลิงอู่จนร่วง นางเสียบหอกปักพื้น มือทั้งสองข้างพลันระดมหมัดใส่ฉินชูระรัว นางต่อยฉินชูจนปากแตก
“ไอ้สารเลวสมควรตาย” เฉียนหลิงอู่ต่อยไปด่าไป
ฉินชูที่ถูกพลังปราณของนางตรึงร่างเอาไว้ นอนคว่ำอยู่ที่พื้นพลางยกมือปิดจมูก แม้ว่าหมัดของนางจะไม่หนักมาก แต่ก็ทำเอาเขาแสบจมูกจนน้ำตาเล็ด
คลำจมูกตัวเองสักพัก ฉินชูก็พยุงตัวเองนั่งบนเก้าอี้ “หลังจากนี้อย่าหวังว่าจะได้ฝึกกับข้าอีก”
“เ้าลวนลามข้า ข้าควรอยู่เฉยงั้นหรือ” เฉียนหลิงอู่ขึ้นเสียงตวาดใส่ฉินชูอย่างโมโห นางรู้สึกว่าตัวเองถูกลวนลามโดยการถูกเขาเตะก้น สำหรับนาง นี่เป็การกระทำที่รับไม่ได้
“พวกเราฝึกด้วยกัน ข้าก็ต้องโจมตีเป็ธรรมดา ข้าผิดด้วยหรือ แต่ช่างเถอะ ข้าไม่ฝึกกับเ้าแล้ว” ฉินชูสะบัดหน้าใส่เฉียนหลิงอู่ เขารู้สึกไม่พอใจนิดหน่อย แต่ในใจกลับดีใจที่ได้เตะก้นนาง สุขอุรายิ่งนัก
เฉียนหลิงอู่ไม่พูดอะไร ตอนแรกฉินชูทำท่าเหมือนทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้ แต่หลังจากทั้งสองพักดื่มน้ำกัน เฉียนหลิงอู่ก็เริ่มตวัดหอกใส่เขา ลดตบะของตัวเองลงอยู่ในระดับเดียวกับเขาและเริ่มฝึกต่อ
แบบนี้จะทำอย่างไรได้ หากไม่ยกกระบี่ขึ้นป้องกัน ก็ถูกโจมตี ฉินชูจึงทำได้แค่ต้องสู้กลับ
หลังจากสวนกลับ ครั้งนี้ฉินชูตกเป็ฝ่ายตั้งรับ
หลังจากสู้ต่ออีกสักพัก ฉินชูก็ถูกด้ามหอกของเฉียนหลิงอู่ฟาดใส่ ตอนนี้เขาพบว่า หากตัวเองไม่เข้าถึงสภาวะวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงและเป็ฝ่ายโจมตี เขาก็ไม่สามารถต้านทานเฉียนหลิงอู่ที่ลดตบะอยู่ในระดับเดียวกับเขาได้
ไม่มีทางเลือก ฉินชูจึงทำได้แค่เข้าถึงสภาวะวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงและเริ่มโจมตี ไม่งั้นคงต้านทานไม่ไหว
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกสักพัก ฉินชูฟันหอกของเฉียนหลิงอู่จนหลุดออกจากวิถีหอก ก่อนที่จะพุ่งตัวไปข้างหน้า
ครั้นเข้าประชิดตัวเฉียนหลิงอู่ ฉินชูก็ยื่นมือซ้ายไปจับแขนซ้ายนาง ในเวลาเดียวกันขาซ้ายพลันยื่นออกไปสกัดขาด้านหลังเพื่อไม่ให้นางถอย จากนั้นก็ออกแรงทุ่มนางลงพื้นและขึ้นคร่อมบนตัวนางทันที
