ตลอดทางขึ้นบันได หยางเฉินไม่รู้ว่าแล้วว่าเขาอัดผู้รักษาความปลอดภัยไปเท่าไหร่แล้ว แม้แต่ชายชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็บอดี้การ์ดของลูกค้าบางคนที่มาร่วมวง และถูกโยนไปกับเขาด้วย
ชั้นยี่สิบเจ็ดเป็ทางเดินที่ว่างเปล่า แต่เนื่องจากความวุ่นวายที่ชั้นล่าง จึงมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันเ้านายตัวเองอยู่ไม่น้อย
หยางเฉินในตอนนี้เป็จุดสนใจของบอดี้การ์ดทุกคน เขาพบบอดี้การ์ดร่างั์สองคนคอยคุ้มกันประตูทางเข้าในห้องแห่งหนึ่ง โดยไม่รอช้าหยางเฉินในเวลานี้ไม่มีเวลามาพูดคุย เขาจัดการปล่อยหมัดที่ดูอ่อนแอซัดสองบอดี้การ์ดร่างั์จนหนึ่งในนั้นต้องลงไปนอนจุกอยู่กับพื้น
เปรี้ยง!!
หยางเฉินเตะประตูทางเข้าจนกระเด็น พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้น
ภายในห้องที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟ มีคนสองคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง หนึ่งในนั้นคือหลินรั่วซี ส่วนอีกคนเป็ชายวัยกลางคนสวมชุดสูทสีม่วง
ชายวัยกลางคนผมกับทรงผมที่หวีเรียบไปด้านหลัง มีใบหน้าที่ซีดเซียวแบบผู้สูงอายุแสดงให้เห็นว่าอายุจริงของเขามากกว่าที่เห็น ชายวัยกลางคนเมื่อเห็นหยางเฉินพังประตูเข้ามาขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
ในขณะนั้นเองบอดี้การ์ด สองคนที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าหยางเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
หลินรั่วซีพอเดาได้ว่าโจรที่บุกเข้ามาในอาคารคือหยางเฉินสามีเธอนั่นเอง เนื่องจากลักษณะของเขาในตอนนี้เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง แถมยังมีรอยเืตามตัวอยู่หลายจุด มองดูคล้ายนักเลงข้างถนนที่ชอบต่อยตีกับผู้อื่น
"นายเป็ใคร?..." ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม
หยางเฉินไม่ได้ตอบ เขามองไปที่หลินรั่วซีอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจแล้วว่าเธอไม่เป็อะไร หยางเฉินก็เริ่มสงบใจลง
หลินรั่วซีเห็นหยางเฉินพรวดพราดเข้ามาขัดขวางการประชุมดังนั้น ก็กล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า
"หยางเฉิน นายทำอะไรของนายน่ะ!?"
"คุณหลินรู้จักผู้ชายคนนี้หรือครับ?" ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วถาม
หลินรั่วซีเอามือก่ายหน้าผาก หันกลับมากล่าวขอโทษอย่างนอบน้อมว่า
"ขออภัยด้วยนะคะคุณเกา ฉันสร้างปัญหาให้คุณเสียแล้ว”
"คุณหลิน ชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะห่วงใยคุณมาก ไม่ทราบว่า..." ชายวัยกลางคนแซ่เกาเอ่ยถามหลินรั่วซี
หลินรั่วซีตะลึงงันไปชั่วครู่ เมื่อมองไปที่หยางเฉินที่ยังคงยืนยิ้มอย่างโง่งม เธอก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกล่าวว่า "เขาเป็พนักงานบริษัทของฉันเองค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้กลายเป็บ้าอะไร”
“พนักงาน? เป็บ้า” รอยยิ้มของหยางเฉินได้กลายเป็ความขมขื่น แต่เขาก็ไม่สนใจมากนัก เพราะเมื่อหลินรั่วซีปลอดภัยเขาก็มีความสุขมากแล้ว
สำหรับเื่ของหลินรั่วซี เขายังไม่ได้พิจารณามากนักในตอนนี้
มิสเตอร์เกาได้ยินดังนั้นก็พลันเลิกคิ้วขึ้นก่อนกล่าวว่า "คุณหลินครับ คืนนี้ผมมาที่นี่เพราะมิตรภาพที่มีแต่เก่าแก่ของผมกับคุณยายของคุณ โดยเพิกเฉยต่อคำชวนของบริษัทอื่นๆ ไม่นึกว่าบริษัทใหญ่อย่างอวี้เหล่ยจะมีพนักงานแบบนี้ ผมรู้สึกผิดหวังมากจริงๆ"
"มิสเตอร์เกา ดิฉันต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะคะ... ปกติเขาไม่เป็แบบนี้... ไม่ทราบว่าวันทำไม..."
หลินรั่วซีไม่ทราบว่าหยางเฉินคิดอะไรอยู่ถึงได้บุกมาขัดขวางการพูดคุยธุรกิจในครั้งนี้? แล้วเสียงสัญญาณเตือนภัยข้างนอกก็เป็ฝีมือของเขาใช่ไหม!?
ทำไมถึงไร้เหตุผลเช่นนี้?
พังประตูเข้ามาแล้วยังทำหัวเราะหน้าระรื่นอีก!?
ในขณะนั้นเองเ้าหน้าที่ตำรวจสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้ะโกนว่า
"อย่าขยับ” นายตำรวจยกปืนเล็งไปที่ข้างหลังหยางเฉิน!
หลินรั่วซีเบิกตากว้างกับภาพที่เห็น เธอไม่อยากจะเชื่อว่าหยางเฉินจะลากแม้กระทั่งตำรวจมาด้วย!?
ร่างของตำรวจสาวปรากฏตัวขึ้น เธอมีผมสั้นสีดำ ชุดเครื่องแบบตำรวจอันเซ็กซี่ พร้อมใบหน้าน่ารักที่กำลังไม่พอใจ
"หลีกทางให้ฉันดูหน่อย ใครหน้าไหนกันที่ไม่กลัวฟ้ากลัวดินถึงขนาดนี้..."
ตำรวจสาวเดินไปที่ด้านหน้าเมื่อมองไปหยางเฉินแล้วก็ตกตะลึงในทันที
"สารวัตรไช่ มาไวเหมือนเดิมเลยนะครับ" หยางเฉินหันกลับไปกล่าวกับไช่เอี๋ยนด้วยรอยยิ้ม
ั้แ่คืนที่เกิดเหตุการณ์สยองขวัญ ไช่เอี๋ยนก็ไม่เจอหยางเฉินอีกเลย ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบว่า เธอกลับคิดถึงแต่เหตุการณ์ที่หยางเฉินผลักเธอไปด้านหลัง และพุ่งไปยังกลุ่มอาชญากร เหตุการณ์ที่ต้องหลบหนีในครั้งนั้นทำให้เธอรู้สึกทรมาน
ในยามนี้เธอก็พบกันหยางเฉินอีกครั้ง แต่ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้กลับเป็สถานการณ์ที่น่าอับอาย! นั่นคือเธอจะต้องจับกุมเขา!
"เอี๋ยนเอี๋ยน" เมื่อหลินรั่วซีเห็นมาคนที่มาใหม่เป็ไช่เอี๋ยนก็รู้สึกเบาใจลง
"พาเขาออกไป ค่าเสียหายทั้งหมดฉันจัดการเอง”
"รั่วซี เธอเป็อะไรหรือเปล่า?" ไช่เอี๋ยนเอ่ยปากถามออกไปโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อคิดว่าพวกเขาเป็สามีภรรยากันเธอก็ไม่เอะใจอะไร ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมหยางเฉินต้องทำถึงทำเช่นนี้ แต่เธอก็ตกลงทำตามที่หลินรั่วซีบอก
อย่างไรก็ตามจาก ชายแซ่เกาที่นั่งอยู่ก็พลันลุกขึ้นพร้อมกล่าวว่า
“เ้าหน้าที่ตำรวจครับ ผมชื่อเกากัวเซียง เป็สมาชิกหอการค้าสิงคโปร์ ผมไม่ค่อยพอใจกับการบุกรุกอย่างกะทันหันของเขา รวมทั้งพฤติกรรมที่มาทำร้ายบอดี้การ์ดของผม และยัง้าขโมยความลับทางธุรกิจอีกด้วย ผมหวังว่าคุณจะทำตามกฎหมาย และให้ความเป็ธรรมกับผมด้วย”
"นี่..." ไช่เอี๋ยนไม่คิดว่าภายในห้องนี้จะมีบุคคลสำคัญอยู่ด้วย
หลินรั่วซีรับรู้ได้ว่าเกากัวเซียงนั้น้าเอาเื่หยางเฉินให้ถึงที่สุด
"คุณเกาคะ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายลูกน้องของคุณ รวมทั้งไม่ได้จะขโมยความลับทางธุรกิจด้วย โปรดเชื่อฉันเถอะค่ะ ให้ฉันจัดการเื่นี้เอง"
"คุณหลิน ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจว่า คืนนี้ผมไม่ได้มาที่นี่เพียงเพราะ้าทานข้าวหรือพูดคุยกันเท่านั้น ผมหวังว่าพวกเราจะเป็คู่ค้าที่ดีและเติบโตไปด้วยกันได้ ผมหวังดีด้วยใจจริง แต่กลับถูกปฏิบัติเยี่ยงนี้!" ใบหน้าของเกากัวเซียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"แปะ แปะ แปะ..."
หลังจากที่เกากัวเซียงพูดจบ หยางเฉินก็หัวเราะและตบมือ
"พูดได้ดี "
"มีอะไรงั้นหรือคุณนักเลง คุณคิดว่าผมพูดผิดไปหรือไง?" เกากัวเซียงจ้องมองหยางเฉินเขม็ง
"หยางเฉิน หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ นายยังสร้างปัญหาไม่พออีกหรือไง!" หลินรั่วซีไม่พอใจอย่างมาก แม้คนบ้าคนนี้จะทำตัวแย่ขนาดไหน แต่... แต่เธอก็ไม่สามารถทนเห็นเขาเข้าคุกได้!
ทำร้ายสมาชิกหอการค้าสิงคโปร์ ซึ่งเป็องค์กรทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยัง้าขโมยความลับทางธุรกิจอีก คดีนี้... ถ้าเกิดขึ้นจริง หยางเฉินจะต้องติดคุกหัวโตอย่างแน่นอน!
แต่หยางเฉินยังคงยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาหันไปพูดกับไช่เอี๋ยนว่า
"สารวัตรไช่ครับ ผมอยากให้คุณตรวจสอบห้องนี้หน่อยได้มั้ยครับ?”
"ตรวจสอบห้อง?" ไช่เอี๋ยนเป็ห่วงเกี่ยวกับเื่นี้ คำพูดของหยางเฉินทำให้เธอสับสนอย่างมาก
"ใช่ครับ ลองตรวจดูที่ทีวี โคมไฟข้างเตียง และผ้าม่านหน่อยสิครับ" หยางเฉินกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ไช่เอี๋ยนก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด จ้องมองไปที่เกากัวเซียงซึ่งบัดนี้มีสีหน้าที่ซีดเซียวขึ้นมา
หลินรั่วซีไม่รู้ว่าหยางเฉิน้าจะทำอะไร แต่เมื่อเห็นสีหน้าของไช่เอี๋ยน เธอก็คิดว่าจะต้องมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้น นั่นทำให้เธอทำได้เพียงยืนรอให้ไช่เอี๋ยนตรวจสอบอยู่เงียบๆ
"ไร้สาระสิ้นดี ตำรวจกลับฟังคำพูดของโจร ดูเหมือนว่าผมคงไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ที่นี่ต่ออีกแล้ว พวกเราไป!"
เกากัวเซียงดูเหมือนจะใจร้อนอย่างมาก เขาตั้งใจจะพาบอดี้การ์ดสองคนออกไปที่นี่ให้เร็วที่สุด
"หยุดพวกเขาไว้!"
ไช่เอี๋ยนสั่งเ้าหน้าที่ตำรวจสองคนที่อยู่ตรงประตูทางเข้า ทั้งสองเล็งปืนไปที่มิสเตอร์เกาและบอดี้การ์ดทั้งสองทันที
“รู้หรือเปล่าว่าผมเป็ใคร ผมคือเลขานุการหอการค้าสิงคโปร์ คุณกล้าขัดขวางผมงั้นหรือ!”
"คุณจะเป็ใครนั้นไม่สำคัญ แต่อย่างที่คุณพูดกฎหมายควรจะรักษาความยุติธรรมและมือของฉันคือความยุติธรรมของคุณ!"
ไช่เอี๋ยนหัวเราะในลำคอพร้อมแบมือออกมา เดินตรงไปยังมิสเตอร์เกา ในมือของเธอมีกล้องขนาดเล็กอยู่สามตัว!
“นั่นไม่ใช่ของผม" มิสเตอร์เกาะโขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
"จุ๊ จุ๊..." หยางเฉินส่ายหัวและถอนหายใจออกมา
"สารวัตรไช่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย คุณจะตื่นเต้นไปทำไมกัน"
ใบหน้าของหลินรั่วซีแข็งทื่อไปในทันที เธอร้องขอเกากัวเซียงให้ช่วยหยางเฉิน แต่คนเลวทรามที่แท้จริงกลับกลายเป็คนที่เธอขอร้อง! นั่นทำให้เธอรู้สึกอับอายขายหน้าเป็อย่างมาก
"เกากัวเซียง เจอกันในศาล!"
หลินรั่วซีไม่้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป เธอรีบวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว กระทั่งลืมกระเป๋าไปไว้บนโต๊ะ
หยางเฉินเดินไปที่โต๊ะและหยิบกระเป๋าของหลินรั่วซีขึ้นมา และหันไปหาไช่เอี๋ยนด้วยสีหน้าที่ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ
"ถ้าผมเดาไม่ผิด ภายในเครื่องดื่มจะต้องมียาเสพติดประสาทหลอนประสาท คุณลองตรวจสอบดูแล้วกันนะครับ สารวัตรไช่ลำบากคุณแล้ว”
"อืม ฉันรู้แล้ว นายรีบตามไปดูรั่วซีเถอะ เธอเติบโตขึ้นและแข็งแกร่งมากกว่านี้ แต่ตอนนี้กลับถูกไอ้บัดซบนี่หลอกลวง แน่นอนว่าเธอจะต้องเสียใจมากแน่ๆ ฉันจะให้ลูกน้องไปส่งนายข้างล่าง จะได้ไม่มีใครหยุดนาย" ไช่เอี๋ยนพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
หยางเฉินหยางพยักหน้า เขาเดินออกไปพร้อมกับเ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับเกากัวเซียงนั้นจะเป็อย่างไรต่อ เขาย่อมไม่สนใจแม้แต่น้อย
