"ท่านแม่ ท่านกลับมาแล้ว"
ลี่หลินอ้าวงแขนรับร่างเล็กบุตรชายเข้าสู่อ้อมกอด เมิ่งจื่อหานคงส่งคนมาแจ้งแล้วว่าจะกลับวันนี้ เกาฟางถึงมายืนรอรับนางอยู่หน้าประตูใหญ่เช่นนี้
"เด็กดี ทำไมไม่รอข้างใน ฝนยังลงเม็ดอยู่เลย ประเดี๋ยวก็จับไข้เอา"
"ก็ฟางเอ๋อร์คิด..." เกาฟางชะงักค้างกล่าวกับมารดาไม่จบประโยค เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งยืนซ้อนทับอยู่ทางด้านหลังมารดา
"คำนับนายท่านขอรับ" เด็กชายรีบคลายวงแขนจากเอวมารดา สองเท้าเล็กก้าวถอยหลังยืนประสานมือเคารพผู้เป็ใหญ่ของจวน ก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความหวาดเกรง
คนผู้นี้พามารดาเขาไปเป็สิบวัน พอกลับมาถึงก็ยังตีสีหน้าน่ากลัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน รอเวลาเขาโตขึ้นเมื่อใด จะต้องพามารดาหนีไปจากคนใจร้ายผู้นี้อย่างแน่นอน
"ยืนเกะกะอยู่ได้" แค่ปรายตามอง จื่อหานก็เห็นแววตาเกลียดชังที่เด็กชายมีให้เขา แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็หาได้ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเด็กน้อยจะรู้สึกอย่างไร ท้ายที่สุดเขาก็ไม่มีทางคืนจางลี่หลินให้เป็อันขาด
ชายหนุ่มส่งเสียง 'หึ' ออกมา ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเดินเข้าจวน โดยไม่สนว่าจังหวะก้าวเดินของเขา จะทำให้บ่าวที่ทำหน้าที่กางร่มต้องเดินตามอย่างยากลำบากเพียงใด
ลี่หลินเห็นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองแล้วได้แต่รู้สึกปวดหัว เกาฟางโตจนเริ่มแยกแยะความรักกับความเกลียดได้มากขึ้น ท่าทีที่เขาแสดงออกต่อเมิ่งจื่อหาน แม้จะดูนอบน้อมเกรงกลัว แต่นางก็มองเห็นแววตาเกลียดชังของเขาด้วยเช่นกัน
ส่วนเมิ่งจื่อหาน ถึงแม้เขาจะไม่เคยทำร้ายเกาฟางด้วยการกระทำ แต่คำพูดกับท่าทีล้วนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบ นางที่เป็คนกลางก็ยากจะประสานต่อรอยร้าวนี้ได้ สุดท้ายเลยได้แต่ปล่อยให้เป็เื่ของเวลาเท่านั้น
ระหว่างจูงมือบุตรชายมาเคารพฮูหยินผู้เฒ่า ในหัวลี่หลินได้เตรียมคำตอบไว้มากมาย หากถูกอีกฝ่ายซักถาม นางได้ตอบกลับได้ทันท่วงที
ทว่าเมื่อมาถึง ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ถามนางสักเพียงครึ่งคำ หญิงชราพูดถึงแต่เื่ทั่วไป เล่าว่าเกิดอันใดขึ้นบ้างระหว่างนางไม่อยู่ จากนั้นถึงส่งเทียบเชิญปึกใหญ่มาให้
"ข้ามีตอบรับเทียบเชิญจากสกุลหยางแล้ว ที่เหลือเ้าก็ดูตอบรับแค่เพียงสองสามจวนก็พอ" หญิงชรามองลูกสะใภ้ที่ไม่พบหน้าหลายวัน ลำคอจางลี่หลินถึงจะมีผ้าผูกปิดไว้ แต่ก็ยังมีร่องรอยช้ำแดงโผล่ให้เห็น นางเลยอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความจนใจ
ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ดีว่าเื่ทั้งหมดเป็เพราะความเอาแต่ใจของบุตรชาย ลักพาตัวหญิงสาวไปหลบซ่อนไว้ โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายยังอยู่ในสถานะใดกับตน
หลายวันมานี้นางจึงเริ่มคิดทบทวน หากเมิ่งจื่อหานยังคงเป็อยู่เช่นนี้ต่อไป สักวันต้องมีคนรู้ถึงความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ในตอนนี้ คือต้องจัดการให้เมิ่งจื่อหานแต่งงานมีครอบครัวกับสตรีดี ๆ สักคน เขาจะได้เลิกกหมกมุ่นในตัวพี่สะใภ้อีกต่อไป
"อีกสามวันข้างหน้า สกุลหยางจะมีงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดคุณหนูหยาง เ้ากับเสี่ยวหานก็ไปเป็ตัวแทนสกุลเมิ่ง ข้าได้เตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว"
"เ้าค่ะ"
"ข้าจะไม่ปิดบัง ที่ข้าเลือกสกุลหยางเพราะได้มีพูดคุยเื่คุณหนูหยางกับเสี่ยวหานเอาไว้" หญิงชราให้สาวใช้พาหลานชายออกไปวิ่งเล่นข้างนอก ก่อนจะหันมาบอกจุดประสงค์ของนางกับจางลี่หลิน
"ความรู้สึกของหนุ่มสาว ข้าแก่เกินจะเข้าใจได้ แต่ที่ข้ารู้ ตอนนี้เ้าอยู่ในสถานะพี่สะใภ้ของเสี่ยวหาน เขาเป็แม่ทัพน้อยยอดฝีมือ มีคนนับถือไม่น้อย และที่สำคัญเขายังเป็ผู้นำสกุลเมิ่ง หากคนนอกรู้เื่ราวของพวกเ้า ถึงเวลานั้น สกุลเมิ่งคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ลี่หลิน เ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"
"เข้าใจเ้าค่ะ ท่านแม่โปรดวางใจ ตอนนี้ข้าก็นับว่าเป็คนของสกุลเมิ่งเช่นกัน ข้าจะไม่มีวันทำให้สกุลเมิ่งเสื่อมเสียอย่างแน่นอน" ลี่หลินคลี่รอยยิ้มตอบรับคำฮูหยินผู้เฒ่า พยายามทำตัวให้เป็ปรกติ กล้ำกลืนก้อนน้ำตาที่จุกแน่นลงท้อง
หญิงสาวเข้าใจฮูหยินผู้เฒ่าทุกอย่าง และนางไม่เคยลืมว่าตนอยู่ในสถานะใดในจวนเมิ่ง
เมิ่งจื่อหยางเป็สามีของนาง มิใช่เมิ่งจื่อหาน
เป็เส้นทางที่นางยอมตกลงเลือกเอง
เพราะเมื่อคืนเมิ่งจื่อหานไปค้างแรมที่ค่ายทหาร ไม่มีคนคอยกวนสูบพลังงานชีวิต ลี่หลินเลยมีแรงลุกขึ้นจากเตียงั้แ่เช้าตรู่
นางจัดการช่วยบุตรชายแต่งกาย ทำอาหารให้ทานตามที่เคยสัญญาไว้ ก่อนจะออกไปยืนส่งเขาขึ้นรถม้าไปสำนักศึกษาถึงหน้าประตูจวน
หญิงสาวยื่นโบกมือลาเด็กน้อยจนรถม้าเลี้ยวพ้นมุมตรอก ครั้นจะเตรียมตัวหันหลังกลับเข้าจวน ก็เห็นรถม้าคันใหญ่ที่คุ้นเคย เลี้ยวสวนเข้ามาให้เห็นเสียก่อน นางเลยเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องยืนรอต้อนรับอีกฝ่าย
"เป็อะไร ข้าไม่อยู่แค่คืนเดียว เ้าถึงกับทนไม่ไหว ต้องมารอรับเชียวหรือ" จื่อหานที่กำลังปวดหัวกับการจัดการทหารใหม่ ไม่คิดว่าทันทีที่เขากลับถึงจวน จะเห็นจางลี่หลินมายืนรอรับ ทำให้มุมปากหยักอดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้มปรากฏให้เห็น
"ข้ามาส่งฟางเอ๋อร์ไปสำนักศึกษาเ้าค่ะ"
คำตอบของหญิงสาว ถึงไม่ได้อธิบายต่อ จื่อหานก็เข้าใจได้ทันที ว่านางไม่ได้คิดจะมารอรับ แค่เพียงมาส่งบุตรชายแล้วประจวบเหมาะกับเขากลับมาพอดี นางเลยจำต้องยืนรอต้อนรับเท่านั้น
"เ้าควรจะพูดในสิ่งที่ข้า้าได้ยินเท่านั้น" ั์ตาสีนิลที่จ้องมองร่างบางเต็มไปด้วยแรงกดดัน รอยยิ้มบนใบหน้าได้จางหายไปอีกครั้ง
"ยินดีต้อนรับนายท่าน เชิญเข้าด้านในเถิดเ้าค่ะ" ลี่หลินเห็นชาวบ้านที่อยู่ในระแวกเริ่มให้ความสนใจ หากยิ่งยืนอยู่นานก็จะยิ่งถูกจับตามอง นางจึงเลือกที่จะพูดในสิ่งที่ชายหนุ่ม้าได้ยิน เพื่อให้เขายอมเข้าจวนโดยง่าย
และมันก็ได้ผลจริง เมื่อเขาพอใจก็สะบัดชายเสื้อเดินเชิดหน้าเข้าจวนไปทันที
ทว่านางรู้สึกโล่งใจได้แค่เพียงชั่วครู่ อยู่ ๆ เมิ่งจื่อหานที่สมควรเดินจากไป ก็หวนกลับมาช้อนอุ้มนางขึ้น โดยไม่สนว่ามีสายตาหลายสิบคู่กำลังจับจ้องมองอยู่
"ปล่อยข้าลง ตอนนี้เรายังอยู่กันหน้าจวนนะ"
"ทำไม หรืออยากให้ข้าอุ้มอีกท่า ที่เ้าชอบมากกว่า"
"เมิ่งจื่อหาน ข้าบอกให้ปล่อยข้าลง"
"คิดว่าเ้าลืมชื่อข้าไปเสียแล้ว" มุมปากหยักยกยิ้มพึงใจ จางลี่หลินคงไม่อยากให้เขาอุ้มนางต่อหน้าคนอื่นจริง ๆ ชื่อเขาที่นางไม่เคยเรียกหลังกลับมา ก็ยังยอมเปล่งเสียงเรียกออกมา
"นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะ ปล่อยข้าลง" สายตานับสิบก่อนหน้าเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้ลี่หลินยิ่งแตกตื่น เร่งให้ชายหนุ่มปล่อยนางลง
ตอนนี้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด แม่ทัพน้อยเมิ่งก็ไม่ควรที่จะอุ้มพี่สะใภ้อย่างแนบชิดอยู่เช่นนี้
"ข้าบอกแล้ว ว่าเ้าควรพูดแต่สิ่งที่ข้าอยากได้ยิน"
ลี่หลินใช้เรียวแรงที่มีพยายามดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนชายหนุ่ม แต่เขายังคงยืนปักหลักมั่นคงไม่ไหวติง หมายว่าเขาไม่ยอมปล่อยนางลงจริง ๆ หากไม่ได้ยินคำที่้า
"ลี่หลิน ข้าจะพูดกับเ้าเป็ครั้งสุดท้าย ไม่เช่นนั้น ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะยืนจูบเ้าอยู่หน้าประตูจวน"
แววตาจริงจังของเมิ่งจื่อหาน ทำให้หญิงสาวจำต้องยอมหยุดนิ่ง นางมองผ่านบ่ากว้างชายหนุ่มไปทางด้านหลัง เห็นชาวบ้านเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้ต้องรีบมุดหน้าเข้ากับแผงอกกว้าง ให้ร่างหนากำบังนางไว้
"จื่อหาน เราเข้าไปคุยกันดี ๆ ในจวนเถอะนะ"
"ได้ ตามเ้าว่า"
****
นิยายเื่นี้มีจัดทำเป็ E book เรียบร้อยแล้ว
สามารถเสิร์จจากชื่อนิยายหรือชื่อนักเขียน Hawthorn ใน Meb ได้เลยนะคะ
ส่วนในแอพนักเขียนจะทำเหมือนเื่อื่น ๆ จะเปิดอ่านให้ฟรีถึงตอนจบ
และจะติดเหรียญถาวรในราคามากกว่า E book
ฉะนั้นอย่าลืมกดติดตามนิยายไว้น้า จะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ ค่า
