ตัวละคร
หม่าเจี่ยซิน : ดวงิญญาจากยุคสองพัน กลายมาเป็หญิงสาวในโลกยุคโบราณที่มีชื่อเหมือนกันกับนาง ตกหลุมรักคุณชายสี่ตระกูลเหอไม่ต่างจากเ้าของร่างเดิม
เหอชาง : คุณชายสี่ตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาคมคาย รูปลักษณ์โดดเด่น เป็บัณฑิตที่มีความสามารถและแผนการ เขามีนิสัยสุขุมไม่ค่อยพูด ประหยัดถ้อยคำ เก็บความรู้สึกเก่ง แต่มักจะใส่ใจและใจอ่อนกับคนในครอบครัว
เหอตง : คุณชายสามตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาคมเข้ม บุคลิกองอาจ ชื่นชอบการฝึกวรยุทธ์เป็ชีวิตจิตใจ นิสัยจึงหยาบกระด้างมากกว่าพี่น้องคนอื่น เก็บอารมณ์ไม่ค่อยเก่งนักแต่เป็คนช่างสังเกต
เหออัน : คุณชายรองตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาดุจหยก ฐานะมั่งคั่ง มีความสามารถในการทำงานหาเงิน บุคลิกอบอุ่น อัธยาศัยดี แต่เป็คนเ้าเล่ห์และมีเล่เหลี่ยม
เหอหยวน : คุณชายใหญ่ตระกูลเหอ รูปโฉมหล่อเหลาเหนือสามัญ เป็ลูกศิษย์เพียงคนเดียวของหมอเทวดา มีความสามารถทางการแพทย์สูงเป็อย่างยิ่ง นิสัยภายนอกดูค่อนข้างเ็า ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกทางใบหน้า แต่อันที่จริงใจดีและมักจะคิดถึงในครอบครัวก่อนเสมอ
_______________________________________________________________
บทที่ 0 ชีวิตที่คิดว่าตายไปแล้ว
หม่าเจี่ยซินคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่หลังจากได้สตินางกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องเก่าๆ ที่ไม่คุ้นเคย ในสภาพป่วยปางตายแต่กลับยังไม่ตาย
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่หลับๆ ตื่นๆ ด้วยอาการป่วยไข้ นางค้นพบความทรงที่ไม่ใช่ของตัวเองจำมากมาย จนกระทั่งในตอนที่แน่ใจว่านางไม่ใช่หม่าเจี่ยซินในยุคสองพันยี่สิบเอ็ดแล้ว อาการป่วยของหมาเจี่ยซินก็เริ่มดีขึ้นจนสามารถประคองสติรับรู้เอาไว้ได้ในที่สุด
“ตื่นแล้วรึ อยากดื่มน้ำหรือไม่”
หม่าเจี่ยซินหันไปมองบุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเก่าด้วยความงุนงง โต๊ะตรงหน้าเขามีสภาพทรุดโทรมราวกับจะหักลงไปได้ทุกเมื่อ แต่เขากลับมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับมองไม่เห็นสิ่งเ่าั้
“ยะ อยาก”
แค้นคอพูดออกมาคำหนึ่ง ลำคอของหม่าเจี่ยซินก็แสบร้อนจนทำให้ไอออกมาแห้งๆ เขาผู้นั้นจึงรินน้ำใส่จอกแล้วถือมายื่นให้นางจิบ
เมื่อได้น้ำคำหนึ่งลงไปราดบนผิวคอที่แห้งผาก หม่าเจี่ยซินก็รู้สึกดีขึ้นมา นางจึงดื่มเข้าไปอีกสองสามอึกด้วยความกระหาย
“เหอชาง? รึ”
ดื่มน้ำเสร็จ ใบหน้างดงามของนางก็เงยขึ้นมองคนตรงหน้าชัดๆ เป็ครั้งแรก แล้วในความคิดก็ปรากฏชื่อของคนผู้นี้ขึ้นมา
“อืม จำได้ก็ดีแล้ว”
เหอชางตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเดินกลับไปยังโต๊ะตัวเดิมพร้อมกับจอกที่ยังคงเหลือน้ำอยู่ในมือ ใบหน้าที่ไม่แสดงออกใดๆ แตกต่างจากภายในใจที่รู้สึกผ่อนคลายลงเมื่อพบว่านางยังจดจำตนเองได้
จำได้ก็ดีแล้ว?
คำพูดคำนี้คนพูดพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่คนฟังที่กำลังทบทวนเื่ราวของหม่าเจี่ยซินคนเดิมอยู่ในหัว กลับรู้สึกแปลกใจ
เมื่อลองเค้นความทรงจำของเ้าของร่างเดิมออกมา หม่าเจี่ยซิน ิญญาที่มาจากยุคสองพันยี่สิบเอ็ดก็พบว่าเ้าของร่างเดิมผู้นี้ แม้ว่านางจะมีฐานะเป็น้องสาวของสหายร่วมชั้นเรียนของเหอชาง แต่ที่ผ่านมานางกับเขากลับไม่เคยข้องเกี่ยวกันมาก่อน
แล้วเหตุใดตอนนี้คนผู้นี้ถึงได้มาปรากฏตัวอยู่กับนาง อีกทั้งยังดูเหมือนกับว่าเขาจะเป็คนที่ช่วยเหลือเ้าของร่างเดิมออกมาจากน้ำมือของป้าสะใภ้ผู้ใจร้ายอีกด้วย
“หิวหรือไม่”
เขาหันมาถามหม่าเจี่ยซิน แต่ถามยังไม่ทันจบ ท้องของนางที่ร้อนผ่าวและแทบจะแนบสนิทไปกับกระดูกสันหลังก็ส่งเสียงร้องออกมาเป็คำตอบทันที ใบหน้าที่ขาวซีดจึงพลันซับสีขึ้นมาด้วยความอับอาย
อยู่ต่อบุรุษที่หน้าตาดีถึงเพียงนี้ แม้นางจะมิใช่เ้าของร่างเดิม แต่หม่าเจี่ยซินก็ยังคงรู้สึกขัดเขิน ยิ่งเมื่อเห็นว่าเขาแอบยิ้มและมองนางด้วยสายตาเป็ประกายขบขำ นางก็ยิ่งก้มหน้าลงต่ำมากกว่าเดิม
ยังดีที่เหอชางเป็บุรุษที่ใบหน้ามักจะแสดงอารมณ์อยู่ไม่กี่อย่าง นิสัยของเขาปกติก็สุขุมและสำรวมเป็อย่างยิ่ง ดังนั้นนอกจากมองนางด้วยสายตาขบขำหนหนึ่งแล้ว เขาไม่ได้มีท่าทีใดๆ มากไปกว่านี้ให้นางอับอายมากกว่าเดิม แล้วบุรุษตัวสูงโปร่งในชุดบัณทิตสีซีดก็เดินออกจากห้องที่ทรุดโทรมไปเงียบๆ ด้วยท่วงท่าอันสง่างาม
เมื่อเขาจากไปแล้ว ความรู้สึกอับอายของหม่าเจี่ยซินก็หายไป นางจึงหันไปมองสำรวจห้องที่ทั้งแคบทั้งทรุดโทรมแห่งนี้รอบหนึ่งด้วยความสับสน ก่อนจะขบคิดอย่างเหม่อลอยไปถึงเื่ราวต่างๆ ที่ได้มาจากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม
เมื่อหนึ่งปีก่อนหม่าเจี่ยซินผู้นี้ยังเป็บุตรสาวของคู่สามีภรรยาแซ่หม่าที่อาศัยในหมู่บ้านสกุลหม่า มีพี่ชายที่โดดเด่นมากผู้หนึ่งชื่อหม่าเฉิงหนิง
แม้ครอบครัวของนางจะเป็เพียงชาวนา แต่กลับไม่ได้ยากจนเหมือนกับครอบครัวอื่นในหมู่บ้าน เพราะบิดาของหม่าเจี่ยซินเป็บุรุษที่มีพละกำลังดีมากผู้หนึ่ง นอกฤดูทำนาจึงมักจะไปทำงานที่ท่าเรือเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอย่างขยันขันแข็ง
ส่วนมารดาของนางเป็หญิงชาวบ้านที่มีฝีมือในการเย็บปักถักร้อยและรู้จักเก็บออมช่วยสามีดูแลเงินทองเป็อย่างดี นั่นทำให้ครอบครัวของพวกเขามีเงินมีทองมากพอที่จะส่งหม่าเฉิงหนิงพี่ชายของหม่าเจี่ยซินไปเรียนที่สำนักศึกษาในตัวตำบล
ส่วนหม่าเจี่ยซินถึงนางจะไม่ได้ถูกส่งไปร่ำเรียนหนังสือเหมือนพี่ชายเพราะเป็สตรี แต่นางก็ถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบาย ซึ่งแตกต่างจากหญิงสาววัยเดียวกันในหมู่บ้าน
จนกระทั่งคืนหนึ่งเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน ชีวิตที่เคยสุขสงบมาตลอดของหม่าเจี่ยซินก็พังทลายลงภายในชั่วค่ำคืน เมื่อหมู่บ้านสกุลหม่าถูกกลุ่มโจรที่เรียกขานตนเองว่าโจรขี่ม้าบุกเข้าปล้น บิดามารดาและพี่ชายของนางถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด บ้านที่ถูกปล้นจนว่างเปล่าถูกเผาวอดไปมากกว่าครึ่ง
หม่าเจี่ยซินไม่แน่ใจว่านางโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้ เพราะถึงจะมีชีวิตรอดแต่ครอบครัวของนางกลับเหลือนางผู้เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนบิดามารดาและพี่ชายของนางนั้นล้วนกลายเป็ร่างที่ไร้ลมหายใจไปหมดแล้ว
หลังผ่านพ้นเหตุการณ์หมู่บ้านสกุลหม่าถูกโจรขี่ม้าปล้นยกเค้าไปทั้งหมู่บ้าน หม่าเจี่ยซินที่กลายเป็เด็กกำพร้าก็จำต้องไปขอพึ่งพาญาติห่างๆ ของมารดา เพราะญาติในหมู่บ้านสกุลหม่าของบิดา ไม่มีใครที่สามารถรับนางไปดูแลได้ ลำพังเพียงแค่ครอบครัวของพวกเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็เอาตัวแทบจะไม่รอดกันแล้ว
ด้วยเหตุนี้หม่าเจี่ยซินจึงถูกส่งไปอาศัยอยู่กับญาติทางฝั่งมารดา ซึ่งเป็ครอบครัวของท่านลุงผู้หนึ่งที่ในหมู่บ้านห่างออกไปสิบลี้
ิต้าอู่ เป็ลูกพี่ลูกน้องผู้หนึ่งของิซื่อ มารดาของหม่าเจี่ยซิน อันที่จริงนับว่าเขาเป็ท่านลุงที่ค่อนข้างใจดีและเอ็นดูหม่าเจี่ยซิน
เพียงแต่ภรรยาของเขา หรือก็คือกู้ซื่อนั้นเป็สตรีที่ร้ายกาจมากผู้หนึ่ง นับั้แ่รับหม่าเจี่ยซินมาอาศัยอยู่ด้วยด้วยความจำใจ นางก็เอาแต่หาเื่ด่าทอหม่าเจี่ยซินอยู่ทุกวันและใช้งานหม่าเจี่ยซินสารพัด บางครั้งที่ิต้าอู่ไม่อยู่บ้าน กู้ซื่อถึงขั้นเคยลงไม้ลงมือกับหม่าเจี่ยซินอยู่หลายครั้ง
ชีวิตหลังสูญเสียบิดามารดาและพี่ชายไปของหม่าเจี่ยซินจึงน่าเวทนาเป็อย่างยิ่ง แต่หม่าเจี่ยซินก็ไม่เคยย่อท้อหรือมีความคิดฆ่าตัวตายตามคนในครอบครัว เพราะนางรู้ดีว่าอีกไม่นานเมื่อนางอายุครบสิบห้าปี นางก็จะถึงวัยแต่งงานและหลังแต่งนางก็จะหลุดพ้นจากกู้ซื่อ
แต่หม่าเจี่ยซินกลับเคยไม่คิดเลยว่า ในวันที่นางอายุครบสิบห้าปี กู้ซื่อจะใจอำมหิตถึงขั้นขายนางให้กับคนเถื่อนที่อาศัยอยู่ในป่าลึก แล้วก่อนจะส่งนางออกไปแต่งงาน กู้ซื่อที่เคยชื่นชอบและพอใจในตัวนางยังลงไม้ลงมือกับหม่าเจี่ยซินอย่างหนักจนเ้าของร่างเดิมถึงขั้นเสียชีวิต
เมื่อคิดทบทวนมาถึงตรงนี้หม่าเจี่ยซินก็พลันไม่เข้าใจขึ้นมาว่า ในเมื่อเ้าของร่างเดิมถูกกู้ซื่อขายให้คนเถื่อนแล้ว เหตุใดตอนนี้นางถึงมาอยู่กับเหอชางแทน
หรือว่าหลังกู้ซื่อตีนางจนตาย ด้วยกลัวความผิดกู้ซื่อจึงลากนางไปทิ้ง แล้วเหอชางบังเอิญผ่านมาเจอเข้า เขาจึงได้ช่วยร่างที่ใกล้ตายของนางเอาไว้ ตามพล็อตนิยายน้ำเน่าที่นางเคยอ่านในชาติก่อน
หม่าเจี่ยซินคิดอย่างเป็ตุเป็ตะ เป็เื่เป็ราว แต่ทั้งหมดกลับเป็การคิดไปเองทั้งสิ้น จนกระทั่งเหอชางยกถ้วยข้าวต้มกลับเข้ามาในห้อง นางถึงได้หลุดพ้นจากอาการเหม่อลอย
กินข้าวต้มไปชามหนึ่ง ดื่มยาที่แสนจะขมและเหม็นไปหนึ่งถ้วย หม่าเจี่ยซินที่อยากถามเหอชางเกี่ยวกับเื่ที่สงสัยก็เริ่มง่วงและนางก็ฝืนทนไม่ไหว หม่าเจี่ยซินจึงหลับไหลไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีโอกาสได้สอบถามเื่ที่อยากรู้
___________________________________________
