ตอนที่เดินเข้าไปหาเฟิงหลัว เนี่ยเทียนมองเห็นสีหน้าของอวี๋ถงที่แทบอยากจะแล่เนื้อเถือหนังเขาทั้งเป็
“หึ หึ!”
หัวเราะเสียงแปลกแปร่งเบาๆ หนึ่งครั้ง เนี่ยเทียนก็เลือกมองเมิน เดินช้าๆ ไปยังจุดที่มีก้อนหินกระจัดกระจายอยู่บนพื้นพร้อมเจิ้งปิน
ก่อนหน้าที่จะเข้าไปในขอบเขตของตาข่ายปฐี เขารู้สึกลังเลเล็กน้อย กังวลว่านี่อาจจะเป็กับดักที่เฟิงหลัววางเอาไว้
ทว่าหลังจากที่เขาเข้ามาข้างในเต็มตัวแล้วจึงพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่คิด
ด้านข้างหินอุกกาบาตที่แตกกระจายก้อนหนึ่ง เฟิงหลัวมีสีหน้าเ็า ถลึงตาใส่เจิ้งปิน กล่าว “คำอธิบายของเ้า!”
เผชิญหน้ากับเฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิต เจิ้งปินที่ก่อนหน้านี้ยังคุยโวเสียงดังพลันรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาเล็กน้อย
เขายิ้มประจบ เหลือบตามองเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ด้านข้างซึ่งยังถือว่านิ่งสงบหนึ่งครั้ง แล้วกล่าวว่า “ถามเขาเถอะ”
เส้นสายตาของเฟิงหลัวและอวี๋ถงพลันย้ายจากร่างของเขาไปอยู่ที่เนี่ยเทียน
“เพื่อจัดการกับเ้าคนต่างอาณาจักรที่อยู่ต้น์่กลาง พวกเราต้องถึงขั้นทุ่มเทสุดพลัง!” เฟิงหลัวแค่นเสียงหนึ่งครั้ง กล่าว “ทว่าต่อให้เป็เช่นนั้น พวกเราก็ยังเสียเปรียบอย่างหนักจนเกือบจะถูกฆ่าตาย เพื่อจัดการกับคนผู้นั้นพวกเราจำต้องหลบอยู่ที่นี่ ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม! ต้น์่กลางเหมือนกัน เจี่ยเผิงไม่ด้อยกว่าแม้แต่นิดเดียว พวกเ้าจะเอาอะไรไปสังหารเขาได้?”
แม้จะมองเห็นว่าบนหลังมือของเจิ้งปินมีจุดแสงเพิ่มขึ้นมาอีกหกจุด แต่เขากลับยังไม่เชื่อถือคำพูดของเจิ้งปิน
“หากเ้าไม่สามารถให้คำตอบที่สมเหตุสมผลได้ ข้าไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่!” อวี๋ถงกล่าวเสียงเ็า
กลิ่นคาวเืเข้มข้นระลอกหนึ่งพลันถูกปลดปล่อยออกมาจากเรือนกายที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งประณีตงดงามของนาง
ใต้ดินเบื้องล่าง เส้นเืตาข่ายปฐีที่นางร่ายออกมากำลังขยับเลื้อยอย่างช้าๆ คล้ายงูหลายตัว
ราวกับว่าขอแค่คำตอบของเนี่ยเทียนไม่ถูกต้อง นางก็จะมองข้ามคำเตือนของเฟิงหลัวแล้วลงมือกับเนี่ยเทียนทันที
ย้อนนึกถึงความอัปยศที่เนี่ยเทีนกระทำต่อนางในโลกมายามรกต รวมไปถึงการกระทำที่ชั่วช้าของเนี่ยเทียนในเทือกเขาชื่อเหยียน นางก็เคียดแค้นจนกัดฟันกรอด
“คือว่า...”
เนี่ยเทียนลังเลเล็กน้อย รู้สึกว่าการประลองในประตู์ บางทีเจ็ดสำนักควรจะมีศัตรูคู่แค้นร่วมกันจริงๆ ถึงจะสามารถรักษาพละกำลังทั้งหมดของอาณาจักรหลีเทียนเอาไว้ได้
เขาจึงตัดสินใจแสดงฝีมือออกมาเล็กน้อย
“อันดับแรกคือใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิ ตอนที่เจี่ยเผิงเข้ามาใกล้ ข้าใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิทำร้ายเขาก่อน”
“จากนั้นร่างอาบเืที่ร่วงลงมาของเจี่ยเผิงก็ตกเข้ามาในสนามแม่เหล็กที่ข้าสร้างขึ้น”
ระหว่างที่พูดเขาก็หันฝ่ามือทั้งสองเข้าหากัน ปลดปล่อยพลังจิต พลังเืเนื้อ พลังิญญาและพลังเปลวเพลิงออกมาเงียบๆ สร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่มีเขาเป็จุดศูนย์กลางแต่ขยายออกไปแค่สามเมตร
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั้นเพิ่งจะปรากฏขึ้น เฟิงหลัวและอวี๋ถงหน้าถอดสีทันใด
โดยเฉพาะอวี๋ถง!
วินาทีที่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั้นปรากฏขึ้น ตาข่ายปฐีอันเป็เวทลับของสำนักโลหิตซึ่งต้องอาศัยอาวุธวิเศษถึงจะถักทอขึ้นมาได้อยู่ๆ กลับเริ่มหลุดจากการควบคุมของนาง!
พลังงานตรงพื้นที่ที่เนี่ยเทียนอยู่เปลี่ยนมาเป็เละเทะไร้ระเบียบ สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่ใหญ่เพียงสามเมตรคล้ายสามารถบิดเบือนตาข่ายปฐีที่อยู่ใต้ดินได้!
เส้นเืตาข่ายปฐีแต่ละเส้น รวมไปถึงพลังจิตของนางล้วนไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั้นได้
ขณะที่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงแผ่กระจายออกมา ตาข่ายปฐีก็พลันเกิดคลื่นเคลื่อนไหวลูกใหญ่ั์!
นางเกิดความรู้สึกหวาดกลัวว่าจะควบคุมไม่อยู่
และเวลานี้เอง เฟิงหลัวที่รู้สึกท่าไม่ดีเหมือนกันได้ก้าวพรวดออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
พอก้าวออกมา เขาก็ตกอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั้นทันที เฟิงหลัวร้องอู้อี้ในลำคอ สีหน้ายิ่งซีดขาวมากกว่าเดิม
ความรู้สึกแปลกประหลาดมากมายที่เจี่ยเผิงเคยเผชิญตอนอยู่ในสนามแม่เหล็กก่อนหน้านี้ ได้เพิ่มระดับพลังโจมตีที่เชี่ยวกรากกลบทับเขาไว้จนมิด
สมองของเขาพลันดำมืด เกือบจะหมดสติลง
เนี่ยเทียนรีบถอยหลัง ทำให้เฟิงหลัวหลุดพ้นจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงโดยที่ไม่จำเป็ต้องออกแรงเอง
เมื่อเขาขยับ สนามแม่เหล็กก็ถอยห่างตามเขาไปด้วย เฟิงหลัวที่เกือบจะสลบจึงได้สติขึ้นมาทันใด
เขาใช้สายตาที่ตื่นตะลึงถึงขีดสุดจับจ้องไปที่เนี่ยเทียน ถามพร้อมหอบหายใจหนักหน่วง “พลังที่วุ่นวายแปลกประหลาดเช่นนี้อาจารย์เ้าเป็คนถ่ายทอดให้รึ?”
เนี่ยเทียนพยักหน้า “แน่นอน”
ดวงตาของเฟิงหลัวเปล่งประกาย กล่าวเสียงทุ้มหนัก “ไม่เสียแรงที่ผู้าุโอูคือบุคคลมหัศจรรย์ของอาณาจักรหลีเทียน ตอนนี้ข้าเชื่อแล้วว่าเจี่ยเผิงผู้นั้นถูกพวกเ้าสองคนสังหารจริงๆ”
“เ้ารีบถอนสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั่นออกไปสิ!” อวี๋ถงกรีดร้องเสียงหลง
มาถึงเวลานี้ นางพบว่าตาข่ายปฐีที่นางสร้างขึ้นได้ถูกสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่กว้างแค่สามเมตรของเนี่ยเทียนทำลายอย่างสมบูรณ์แบบ
นางรู้ดีว่าเพื่อสร้างตาข่ายปฐี นางต้องสูญเสียพลังกายและพลังใจไปมากเท่าไหร่ แล้วก็รู้ด้วยว่าหากตาข่ายปฐีพัวพันกันเละเทะจริงๆ นางจะาเ็หนักขนาดไหน!
“ข้า ข้ายกเลิกไม่ได้” เนี่ยเทียนตะลึง แต่ก็ตั้งตัวได้ทันควัน รีบบินออกไปห่างจากที่แห่งนี้
ยังดีที่สนามโน้มถ่วงของทางช้างเผือกนอกอาณาจักรอันหนาวเย็นบางเบาอย่างถึงที่สุด
เมื่อเขาออกแรงขยับนิดเดียวจึงพุ่งขึ้นไปกลางอากาศทันที สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่ปกคลุมอยู่รอบกายเขาก็บินขึ้นฟ้าตามไปด้วย
พอเท้าเขาลอยจากพื้น สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงลอยสูงอยู่กลางอากาศ สีหน้าของอวี๋ถงจึงคลายลงทันใด
ราวกับว่าขอแค่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงนั้นไม่ได้ัักับพื้นดิน ไม่ได้แทรกซึมเข้าไปในเส้นเืตาข่ายปฐีในพื้นดิน ตาข่ายปฐีก็จะไม่ได้รับอิทธิพล
เนี่ยเทียนลอยตัวอยู่กลางอากาศ พาสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงกลับไปยังจุดก่อนหน้าที่จะเข้ามา
เขากำลังรอให้สนามแม่เหล็กหมดพลังแล้วสลายตัวไปเอง
อีกด้านหนึ่ง เฟิงหลัวและอวี๋ถงพอจะสงบอารมณ์ได้บ้างแล้ว จึงเดินตามออกมาจากจุดเศษหิน
พวกเขายืนอยู่ในขอบเขตที่ตาข่ายปฐีปกคลุม ห่างกันประมาณสิบกว่าเมตร มองประเมินเนี่ยเทียนด้วยสายตาที่แปลกประหลาดถึงขีดสุด
เนี่ยเทียนเองก็มองพวกเขา
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น ใบหน้าของเฟิงหลัวพลันเผยความยินดี กล่าวกับอวี๋ถงที่อยู่ข้างกายว่า “เสี่ยวถง วางความแค้นระหว่างเขาลงชั่วคราวก่อน เ้าเด็กนี่... ฝึกเวทลับน่าพิศวงมาจากผู้าุโอู การดำรงอยู่ของเขาอาจจะสามารถช่วยพวกเราได้ พวกคนของต่างอาณาจักรที่จากไปก่อนหน้านี้น่าจะใกล้ฟื้นตัวแล้ว อีกไม่นานเท่าไหร่ เขาต้องกลับมาสังหารพวกเราอีกแน่นอน”
“อีกทั้งการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เ้าและข้าต่างก็สูญเสียพลังไปไม่น้อย”
“ลำพังเพียงแค่เ้าและข้า หากคิดจะเอาชนะคนผู้นั้น เกรงว่าคงเป็ไปไม่ได้มากนัก”
“มีเนี่ยเทียนอยู่ มีสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดนั่น และยังมีไข่มุกน้ำแข็งะเิที่ผู้าุโอูเป็คนสร้างขึ้นมา พวกเราอาจจะยังมีความหวังรอดชีวิต”
“เ้าคิดว่าอย่างไร?”
เฟิงหลัวพูดเกลี้ยกล่อมอย่างจริงจัง ้าให้อวี๋ถงวางความเป็ศัตรูกับเนี่ยเทียนไว้ชั่วคราว แล้วร่วมมือร่วมใจกันต่อกรกับผู้แข็งแกร่งจากต่างอาณาจักร
อวี๋ถงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถลึงตาใส่เนี่ยเทียนอย่างดุดันอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ถอนหายใจ “ทุกอย่างทำตามความ้าของท่านลุงเฟิง”
ศึกก่อนหน้านี้ เสี่ยงอันตรายเกินไป นางและเฟิงหลัวต่างก็ทุ่มสุดกำลัง ทว่าก็ยังแค่รอดชีวิตมาได้เท่านั้น
อีกทั้งตอนนี้เฟิงหลัวก็ได้รับาเ็ เกรงว่าคงยังมิอาจฟื้นตัวขึ้นมาได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากคนผู้นั้นกลับมาอีกครั้ง นางก็คงทำได้เพียงมองเฟิงหลัวตายไป จากนั้น... ก็เป็ตัวนางเอง
พอนึกถึงความโเี้และหื่นกระหายของคนผู้นั้น นางก็แอบตัวสั่น ขนลุกขนชันไปทั้งร่าง
ดังนั้นนางจึงเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเฟิงหลัว
“ให้เขาเข้ามาเถอะ”
ไม่ยินดีจะมองหน้าเนี่ยเทียนให้นานกว่านั้น อวี๋ถงจึงหมุนตัวกลับ เดินไปยังจุดที่มีเศษหินกระจัดกระจายเพียงลำพัง หาที่ว่างส่งเดชได้หนึ่งแห่งก็นั่งขัดสมาธิระงับปราณที่พลุ่งพล่านของตัวเอง
ผลกระทบที่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงมีต่อตาข่ายปฐีของนาง มาถึงตอนนี้เพิ่งจะค่อยๆ หายไป
“ศัตรูที่พวกเราเจอมาจากอาณาจักรอั้นิ ตบะต้น์่กลางเช่นเดียวกับเจี่ยเผิง...”
ระหว่างทางที่เดินกลับ ท่าทีที่เฟิงหลัวจากสำนักโลหิตมีต่อเนี่ยเทียนแตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เขาเล่าสถานการณ์ทั้งหมดเกี่ยวกับผู้แข็งแกร่งอาณาจักรอั้นิที่อีกไม่นานก็จะตามมาผู้นั้นให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด
เนี่ยเทียนเองก็รับฟังอย่างตั้งใจมาก จดจำข้อมูลที่เขาบอกไว้ขึ้นใจ พอกลับมาถึงเขตเศษหิน เห็นว่าอวี๋ถงจงใจอยู่ห่างจากเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร เลือกนั่งลงข้างกายเจิ้งปิน หรี่ตาลงปรับลมหายใจ
ก่อนหน้าที่คนผู้นั้นจะมา เขา้าฟื้นคืนพละกำลังทั้งหมดที่สูญเสียไปจากการสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
-----
