ตอนที่ 35
ปรมาจารย์ชิงหลี่ผู้รู้แจ้ง
“เหอะ แค่นาทีเดียวเองเหรอ? เขาสมควรจะถูกเรียกว่าผู้ชายด้วยซ้ำเหรอ?”
เฉินต้าเหล่ยอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าศพของเ้าตัวยังแขวนค้างเติ่งตายตาไม่หลับอยู่ตรงนี้ เขาเลยรีบหุบปากฉับ แสร้งทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
【ยัยหนูพูดผิดแล้วครับ จากการคำนวณเวลาที่แม่นยำ จริงๆ แล้วแค่ 57 วินาทีต่างหาก】
【หม่าเยว่คงไม่นึกไม่ฝันว่าตายไปแล้วยังต้องโดนลากออกมาขยี้เื่สมรรถภาพต่อ 】
【กลัวก็แต่หม่าเยว่จะโกรธจนลุกขึ้นมาเฮี้ยนทันทีเนี่ยแหละ】
【ต่อให้เฮี้ยนขึ้นมา ก็เปลี่ยนข้อเท็จจริงเื่ 1 นาทีไม่ได้หรอกเพื่อน】
【คนตายไปแล้วต้องให้เกียรติ... ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่นะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรเชิญติดต่อยัยหนูโดยตรงเลย】
ในตอนนั้นเอง ศพของหม่าเยว่เริ่มแกว่งเป็วงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หัวที่ห้อยตกลงมาจู่ๆ ก็ขยับเชิดขึ้นช้าๆ ลูกตาที่เบิกโพนจนแทบหลุดออกมาจ้องเขม็งไปที่ชิงหลี่ด้วยความอาฆาตแค้นสุดขีด
จะหลบหลู่ศพเขายังไงก็ได้ แต่อย่ามาิ่เื่ "เวลา" ของเขาเด็ดขาด
หวังถิงถิงเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน: "เื่ 1 นาทีนั่นมันแค่บอกว่าเขามีปัญหาด้านสุขภาพหรือเปล่าคะ มันไม่น่าจะเรียกว่าความผิดปกติของภารกิจนะ..."
สายตาของชิงหลี่เหลือบไปมองหวงลี่น่าแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย
"บางทีอาจเป็เพราะเวลาของเขาสั้นเกินไป ปรนเปรอผีไม่ถึงใจ ผีเลยโมโหฆ่าทิ้งซะเลยมั้งคะ!"
ทุกคน: "......" ถ้าเป็อย่างนั้นจริง หม่าเยว่ก็น่าจะตายแบบ... อนาถเกินไปหน่อยนะ!
สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าขยับศพของหม่าเยว่ เขาจึงถูกแขวนค้างไว้ในลิฟต์แบบตายตาไม่หลับอย่างนั้น ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดลงอัตโนมัติ และในวินาทีสุดท้าย ศพของหม่าเยว่ก็บิดตัวกะทันหัน หัวของเขาชูขึ้นจ้องมองมาด้วยแววตาโเี้
ภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของผู้เล่นทุกคน พวกเขาต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวแล่นพล่านไปตามโสตประสาทเหมือนหนอนที่กัดกินกระดูก
หม่าเยว่... กลายเป็ศพเฮี้ยนไปแล้วจริงๆ
"ชิงหลี่... ยันต์ของเธอ... ยังขายอยู่ไหม?" หวังถิงถิงถามตะกุกตะกัก เธอเริ่มเชื่อแล้วว่าชิงหลี่มีของดีจริงๆ
เมื่อธุรกิจเดินมาหาถึงที่ ชิงหลี่ก็ยิ้มหวานตอบว่า: "ขายค่ะ ใบละหนึ่งแสนคะแนนความนิยม"
ราคาที่สูงปรี๊ดทำให้หวังถิงถิงหน้าเสีย เธอตกอยู่ในอาการลังเล... ถ้ามันใช้ได้จริง หนึ่งแสนก็นับว่าคุ้มค่า แต่ถ้าใช้ไม่ได้ล่ะ? เธอไม่เสียทั้งเงินทั้งชีวิตเลยเหรอ ขาดทุนย่อยยับแน่ๆ
"แสนนึงสูงไปค่ะ ฉันให้มากที่สุดได้แค่หมื่นเดียว"
"ธุรกิจเล็กๆ งดต่อราคานะคะ ในเมื่อคุณไม่อยากเสียเงินซื้อชีวิต ฉันคงไม่บังคับ" ชิงหลี่ยักไหล่ ไม่มีช่องว่างให้ต่อรอง
หวังถิงถิงกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ แต่สุดท้ายก็ยอมโอนแต้มให้ เธอกล่าวอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก: "ยันต์ของเธอต้องได้ผลนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่เอาเธอไว้แน่"
หนึ่งแสนคะแนนแทบจะเป็ทรัพย์สินทั้งหมดของเธอ จะไม่ให้เจ็บใจได้ยังไง
"วางใจได้ค่ะ ยันต์ใบนี้เขียนโดย 'ท่านอาจารย์' ผู้ทรงศีลและน่านับถือที่สุดในอารามของฉันเลยนะคะ" ชิงหลี่ตบอกแบนๆ ของตัวเองรับประกันเป็มั่นเหมาะ
พอได้ยินว่าเป็ยันต์ที่อาจารย์วาดเอง หวังถิงถิงก็ดูใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เธอพึมพำว่า: "ขอแค่ไม่ใช่ฝีมือเธอวาดเองก็พอ"
เด็กสาวตรงหน้าอายุแค่ 17-18 ปี ดูยังไงก็ห่างไกลคำว่า "อาจารย์" ลิบลับ
ทว่าวินาทีถัดมา ชิงหลี่กลับลูบผมบนหัวอย่างไม่ถ่อมตัวพลางยิ้มซื่อๆ: "อารามของฉันมีฉันอยู่คนเดียวค่ะ"
จริงๆ เคยมีอาจารย์นะ แต่อาจารย์หนีไปแล้ว!
คำด่าติดอยู่ที่คอหวังถิงถิง: แม่มเอ๊ย... อยากกดขอเงินคืนชะมัด!
ชิงหลี่ส่งยันต์กระดาษสีเหลืองให้หวังถิงถิง หมึกสีแดงเข้มลากเป็ลวดลายซับซ้อนเข้าใจยาก หวังถิงถิงรับมา ไม่รู้ว่าเป็เพราะพลังยันต์หรืออุปาทาน แต่เธอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจางๆ จากกระดาษที่ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในใจออกไป
"คุณหวังคะ ห้ามทำยันต์หายเด็ดขาดนะคะ" ชิงหลี่จ้องมองเธอพลางย้ำเตือนอย่างมีความหมายแฝง
หวังถิงถิงรู้สึกอึดอัดภายใต้สายตาคู่นั้น มันใสกระจ่างเกินไปจนเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในใจได้ เธอจึงรีบพับยันต์เป็รูปสามเหลี่ยมอย่างระมัดระวังแล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อไว้ บางที... ยันต์ใบนี้อาจจะเป็ของช่วยชีวิตจริงๆ ก็ได้
"มีใครเอาอีกไหมคะ? ยันต์ฝีมืออาจารย์ชิงหลี่ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า ไม่ต้องจ่าย 998 ไม่ต้องจ่าย 888 จ่ายแค่แสนเดียวเท่านั้น รับประกันความซื่อสัตย์ค่ะ"
ชิงหลี่สะบัดปึกยันต์ในมือ สายตาเหลือบไปทางโจวย่า หวงลี่น่า และเฉินต้าเหล่ย ยกเว้นเวินอี้คนเดียวที่เธอไม่มอง
เวินอี้: "......"
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครซื้อ ชิงหลี่ก็ทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยก่อนจะเก็บยันต์ใส่กระเป๋า หาเงินจากคนนี่มันยากกว่าหาเงินจากผีจริงๆ เลยนะ
หวงลี่น่าแค่นเสียงเหอะ "พวกเราไม่โง่พอจะควักแสนนึงซื้อยันต์จากพวกต้มตุ๋นหรอก"
โจวย่าที่เคยโดนชิงหลี่เชือดค่าบัตรมาแล้วก็เสริม "ยัยนี่มันก็แค่พวกฉวยโอกาสต้มตุ๋น ไม่มีฝีมือจริงหรอก"
ส่วนเฉินต้าเหล่ยที่โดนหักแขนไป: "......"
【ยัยหนูอย่าเสียใจไปเลย ลูกค้ากลุ่มนี้คุณภาพไม่ถึงเกณฑ์เลยขายไม่ออกน่ะสิ】
【จริงๆ ยัยหนูก็รู้ว่าพวกนั้นเกลียดเธอ แต่ลึกๆ ยัยหนูยังมีความใจดี อยากให้โอกาสรอดกับพวกเขา แต่พวกเขาไม่รักษาไว้เอง】
【ฮือๆ ซึ้งในความมีน้ำใจของยัยหนูจัง ที่แท้เธอก็ไม่ใช่คนเห็นแก่เงินขนาดนั้น เมื่อก่อนผมเข้าใจเธอผิดไปจริงๆ】
ชิงหลี่มองคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยอีโมจิซาบซึ้ง แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า: "พวกคุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอกค่ะ ฉันแค่อยากได้ตังค์จริงๆ"
คนดู: 【......】 เอาความซึ้งของพวกเราคืนมา พวกเราไม่ควรเชื่อเลยว่ายัยฉันจะมีมโนธรรมกับเขาด้วย
ความตายสยองของหม่าเยว่ทำให้ผู้เล่นคนอื่นจิตตก พวกเขาเคยสงสัยว่าลิฟต์มีความลับอะไรซ่อนอยู่ แต่ตอนนี้ในลิฟต์มีศพแขวนอยู่ ใครจะกล้าเข้าใกล้
“ติ๊ง—”
เสียงแจ้งเตือนลิฟต์ดังขึ้นกะทันหัน
"เธอทำอะไรน่ะ!?" ผู้เล่นคนอื่นสะดุ้งโหยง พวกเขาเห็นชิงหลี่กำลังเอานิ้วจิ้มปุ่มลิฟต์รัวๆ
"ในเมื่อลิฟต์มันยังขึ้นลงได้ ก็ต้องนั่งลิฟต์สิคะ หรือพวกคุณอยากจะเดินขึ้นบันไดกลับห้องเอง?" ชิงหลี่ตอบอย่างเป็เื่ปกติ ขอร้องเถอะ เธอพักอยู่ชั้น 4 เดินขึ้นบันไดมันเหนื่อยนะ
เวินอี้ขมับกระตุก ในที่สุดเขาก็เจอผู้หญิงที่ "บ้า" ยิ่งกว่าเขาแล้ว
"เมื่อกี้เธอก็เห็นศพหม่าเยว่แล้ว ถ้าลิฟต์เปิดออกมาอีกครั้ง ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น..."
สิ้นคำพูดของเวินอี้ ประตูลิฟต์เปิดออก ภายในว่างเปล่า ผนังสีเงินวาววับสะอาดตาจนเรียกได้ว่าใหม่เอี่ยม
เืหายไปไหน?
ศพหายไปไหน?
หม่าเยว่หายไปไหน?
ชิงหลี่ก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์ทันทีพลางยิ้มหวาน: "พวกคุณจะเข้ามาด้วยไหมคะ?"
ทุกคนก้าวถอยหลังโดยพร้อมเพรียงกัน... ตลกน่า เมื่อกี้ยังมีศพห้อยอยู่แท้ๆ พริบตาเดียวกลับสะอาดกริบ ลิฟต์นี่มีปัญหาชัดๆ มีแต่คนสติไม่ดีเท่านั้นแหละที่กล้าเข้าไป
ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดลง ผู้เล่นที่เหลือมองดูชิงหลี่ผู้ "สติไม่ดี" ค่อยๆ ลับตาไป
