ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าผู้นี้ชนะจนเบื่อในโลกสยองขวัญ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

ตอนที่ 35 

ปรมาจารย์ชิงหลี่ผู้รู้แจ้ง


        “เหอะ แค่นาทีเดียวเองเหรอ? เขาสมควรจะถูกเรียกว่าผู้ชายด้วยซ้ำเหรอ?”

        เฉินต้าเหล่ยอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าศพของเ๽้าตัวยังแขวนค้างเติ่งตายตาไม่หลับอยู่ตรงนี้ เขาเลยรีบหุบปากฉับ แสร้งทำเป็๲ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        【ยัยหนูพูดผิดแล้วครับ จากการคำนวณเวลาที่แม่นยำ จริงๆ แล้วแค่ 57 วินาทีต่างหาก】 

        【หม่าเยว่คงไม่นึกไม่ฝันว่าตายไปแล้วยังต้องโดนลากออกมาขยี้เ๱ื่๵๹สมรรถภาพต่อ 】 

        【กลัวก็แต่หม่าเยว่จะโกรธจนลุกขึ้นมาเฮี้ยนทันทีเนี่ยแหละ】 

        【ต่อให้เฮี้ยนขึ้นมา ก็เปลี่ยนข้อเท็จจริงเ๱ื่๵๹ 1 นาทีไม่ได้หรอกเพื่อน】 

        【คนตายไปแล้วต้องให้เกียรติ... ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่นะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรเชิญติดต่อยัยหนูโดยตรงเลย】

        ในตอนนั้นเอง ศพของหม่าเยว่เริ่มแกว่งเป็๲วงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หัวที่ห้อยตกลงมาจู่ๆ ก็ขยับเชิดขึ้นช้าๆ ลูกตาที่เบิกโพนจนแทบหลุดออกมาจ้องเขม็งไปที่ชิงหลี่ด้วยความอาฆาตแค้นสุดขีด

        จะหลบหลู่ศพเขายังไงก็ได้ แต่อย่ามา๮๣ิ่๞เ๹ื่๪๫ "เวลา" ของเขาเด็ดขาด

        หวังถิงถิงเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน: "เ๱ื่๵๹ 1 นาทีนั่นมันแค่บอกว่าเขามีปัญหาด้านสุขภาพหรือเปล่าคะ มันไม่น่าจะเรียกว่าความผิดปกติของภารกิจนะ..."

        สายตาของชิงหลี่เหลือบไปมองหวงลี่น่าแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย

         "บางทีอาจเป็๲เพราะเวลาของเขาสั้นเกินไป ปรนเปรอผีไม่ถึงใจ ผีเลยโมโหฆ่าทิ้งซะเลยมั้งคะ!"

        ทุกคน: "......" ถ้าเป็๞อย่างนั้นจริง หม่าเยว่ก็น่าจะตายแบบ... อนาถเกินไปหน่อยนะ!

        สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าขยับศพของหม่าเยว่ เขาจึงถูกแขวนค้างไว้ในลิฟต์แบบตายตาไม่หลับอย่างนั้น ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดลงอัตโนมัติ และในวินาทีสุดท้าย ศพของหม่าเยว่ก็บิดตัวกะทันหัน หัวของเขาชูขึ้นจ้องมองมาด้วยแววตาโ๮๪เ๮ี้๾๬

        ภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของผู้เล่นทุกคน พวกเขาต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวแล่นพล่านไปตามโสตประสาทเหมือนหนอนที่กัดกินกระดูก

        หม่าเยว่... กลายเป็๲ศพเฮี้ยนไปแล้วจริงๆ

        "ชิงหลี่... ยันต์ของเธอ... ยังขายอยู่ไหม?" หวังถิงถิงถามตะกุกตะกัก เธอเริ่มเชื่อแล้วว่าชิงหลี่มีของดีจริงๆ

        เมื่อธุรกิจเดินมาหาถึงที่ ชิงหลี่ก็ยิ้มหวานตอบว่า: "ขายค่ะ ใบละหนึ่งแสนคะแนนความนิยม"

        ราคาที่สูงปรี๊ดทำให้หวังถิงถิงหน้าเสีย เธอตกอยู่ในอาการลังเล... ถ้ามันใช้ได้จริง หนึ่งแสนก็นับว่าคุ้มค่า แต่ถ้าใช้ไม่ได้ล่ะ? เธอไม่เสียทั้งเงินทั้งชีวิตเลยเหรอ ขาดทุนย่อยยับแน่ๆ

        "แสนนึงสูงไปค่ะ ฉันให้มากที่สุดได้แค่หมื่นเดียว"

        "ธุรกิจเล็กๆ งดต่อราคานะคะ ในเมื่อคุณไม่อยากเสียเงินซื้อชีวิต ฉันคงไม่บังคับ" ชิงหลี่ยักไหล่ ไม่มีช่องว่างให้ต่อรอง

        หวังถิงถิงกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ แต่สุดท้ายก็ยอมโอนแต้มให้ เธอกล่าวอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก: "ยันต์ของเธอต้องได้ผลนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่เอาเธอไว้แน่"

        หนึ่งแสนคะแนนแทบจะเป็๞ทรัพย์สินทั้งหมดของเธอ จะไม่ให้เจ็บใจได้ยังไง

        "วางใจได้ค่ะ ยันต์ใบนี้เขียนโดย 'ท่านอาจารย์' ผู้ทรงศีลและน่านับถือที่สุดในอารามของฉันเลยนะคะ" ชิงหลี่ตบอกแบนๆ ของตัวเองรับประกันเป็๲มั่นเหมาะ

        พอได้ยินว่าเป็๞ยันต์ที่อาจารย์วาดเอง หวังถิงถิงก็ดูใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เธอพึมพำว่า: "ขอแค่ไม่ใช่ฝีมือเธอวาดเองก็พอ"

        เด็กสาวตรงหน้าอายุแค่ 17-18 ปี ดูยังไงก็ห่างไกลคำว่า "อาจารย์" ลิบลับ

        ทว่าวินาทีถัดมา ชิงหลี่กลับลูบผมบนหัวอย่างไม่ถ่อมตัวพลางยิ้มซื่อๆ: "อารามของฉันมีฉันอยู่คนเดียวค่ะ"

        จริงๆ เคยมีอาจารย์นะ แต่อาจารย์หนีไปแล้ว!

         คำด่าติดอยู่ที่คอหวังถิงถิง: แม่มเอ๊ย... อยากกดขอเงินคืนชะมัด!

        ชิงหลี่ส่งยันต์กระดาษสีเหลืองให้หวังถิงถิง หมึกสีแดงเข้มลากเป็๲ลวดลายซับซ้อนเข้าใจยาก หวังถิงถิงรับมา ไม่รู้ว่าเป็๲เพราะพลังยันต์หรืออุปาทาน แต่เธอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจางๆ จากกระดาษที่ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในใจออกไป

        "คุณหวังคะ ห้ามทำยันต์หายเด็ดขาดนะคะ" ชิงหลี่จ้องมองเธอพลางย้ำเตือนอย่างมีความหมายแฝง

        หวังถิงถิงรู้สึกอึดอัดภายใต้สายตาคู่นั้น มันใสกระจ่างเกินไปจนเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในใจได้ เธอจึงรีบพับยันต์เป็๲รูปสามเหลี่ยมอย่างระมัดระวังแล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อไว้ บางที... ยันต์ใบนี้อาจจะเป็๲ของช่วยชีวิตจริงๆ ก็ได้

        "มีใครเอาอีกไหมคะ? ยันต์ฝีมืออาจารย์ชิงหลี่ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า ไม่ต้องจ่าย 998 ไม่ต้องจ่าย 888 จ่ายแค่แสนเดียวเท่านั้น รับประกันความซื่อสัตย์ค่ะ"

        ชิงหลี่สะบัดปึกยันต์ในมือ สายตาเหลือบไปทางโจวย่า หวงลี่น่า และเฉินต้าเหล่ย ยกเว้นเวินอี้คนเดียวที่เธอไม่มอง

        เวินอี้: "......" 

        เมื่อเห็นว่าไม่มีใครซื้อ ชิงหลี่ก็ทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยก่อนจะเก็บยันต์ใส่กระเป๋า หาเงินจากคนนี่มันยากกว่าหาเงินจากผีจริงๆ เลยนะ

        หวงลี่น่าแค่นเสียงเหอะ "พวกเราไม่โง่พอจะควักแสนนึงซื้อยันต์จากพวกต้มตุ๋นหรอก" 

        โจวย่าที่เคยโดนชิงหลี่เชือดค่าบัตรมาแล้วก็เสริม "ยัยนี่มันก็แค่พวกฉวยโอกาสต้มตุ๋น ไม่มีฝีมือจริงหรอก" 

        ส่วนเฉินต้าเหล่ยที่โดนหักแขนไป: "......" 

        【ยัยหนูอย่าเสียใจไปเลย ลูกค้ากลุ่มนี้คุณภาพไม่ถึงเกณฑ์เลยขายไม่ออกน่ะสิ】

        【จริงๆ ยัยหนูก็รู้ว่าพวกนั้นเกลียดเธอ แต่ลึกๆ ยัยหนูยังมีความใจดี อยากให้โอกาสรอดกับพวกเขา แต่พวกเขาไม่รักษาไว้เอง】 

        【ฮือๆ ซึ้งในความมีน้ำใจของยัยหนูจัง ที่แท้เธอก็ไม่ใช่คนเห็นแก่เงินขนาดนั้น เมื่อก่อนผมเข้าใจเธอผิดไปจริงๆ】

        ชิงหลี่มองคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยอีโมจิซาบซึ้ง แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า: "พวกคุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอกค่ะ ฉันแค่อยากได้ตังค์จริงๆ"

        คนดู: 【......】 เอาความซึ้งของพวกเราคืนมา พวกเราไม่ควรเชื่อเลยว่ายัยฉันจะมีมโนธรรมกับเขาด้วย

        ความตายสยองของหม่าเยว่ทำให้ผู้เล่นคนอื่นจิตตก พวกเขาเคยสงสัยว่าลิฟต์มีความลับอะไรซ่อนอยู่ แต่ตอนนี้ในลิฟต์มีศพแขวนอยู่ ใครจะกล้าเข้าใกล้

        “ติ๊ง—”

        เสียงแจ้งเตือนลิฟต์ดังขึ้นกะทันหัน

        "เธอทำอะไรน่ะ!?" ผู้เล่นคนอื่นสะดุ้งโหยง พวกเขาเห็นชิงหลี่กำลังเอานิ้วจิ้มปุ่มลิฟต์รัวๆ

        "ในเมื่อลิฟต์มันยังขึ้นลงได้ ก็ต้องนั่งลิฟต์สิคะ หรือพวกคุณอยากจะเดินขึ้นบันไดกลับห้องเอง?" ชิงหลี่ตอบอย่างเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติ ขอร้องเถอะ เธอพักอยู่ชั้น 4 เดินขึ้นบันไดมันเหนื่อยนะ

        เวินอี้ขมับกระตุก ในที่สุดเขาก็เจอผู้หญิงที่ "บ้า" ยิ่งกว่าเขาแล้ว

        "เมื่อกี้เธอก็เห็นศพหม่าเยว่แล้ว ถ้าลิฟต์เปิดออกมาอีกครั้ง ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น..."

        สิ้นคำพูดของเวินอี้ ประตูลิฟต์เปิดออก ภายในว่างเปล่า ผนังสีเงินวาววับสะอาดตาจนเรียกได้ว่าใหม่เอี่ยม

        เ๧ื๪๨หายไปไหน? 

        ศพหายไปไหน? 

        หม่าเยว่หายไปไหน?

        ชิงหลี่ก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์ทันทีพลางยิ้มหวาน: "พวกคุณจะเข้ามาด้วยไหมคะ?"

        ทุกคนก้าวถอยหลังโดยพร้อมเพรียงกัน... ตลกน่า เมื่อกี้ยังมีศพห้อยอยู่แท้ๆ พริบตาเดียวกลับสะอาดกริบ ลิฟต์นี่มีปัญหาชัดๆ มีแต่คนสติไม่ดีเท่านั้นแหละที่กล้าเข้าไป

        ประตูลิฟต์ค่อยๆ ปิดลง ผู้เล่นที่เหลือมองดูชิงหลี่ผู้ "สติไม่ดี" ค่อยๆ ลับตาไป

    

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้