ความเงียบงันภายในห้อง พลันปกคลุมทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงเยวี่ยเจาหรานที่ตะลึงอยู่กับที่และเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่พูดจาอย่างมีเหตุผลเช่นกัน
ในใจของเยวี่ยเจาหรานนั้น ไม่เคยยอมรับเลยว่าการที่คุณชายจ้าวต้องตกอยู่ในสภาพเช่นตอนนี้เป็เพราะการกระทำของตน แต่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ได้ทำลายการหลอกตัวเองของเขาลงอย่างไร้เมตตา ประกาศความเป็จริงทั้งหมดออกมา เปิดโปงออกมาเบื้องหน้าของเยวี่ยเจาหรานจนหมด
การควบคุมจิตใจที่เผชิญต่อความเหนื่อยยากนั้นได้พังทลายลงหมดสิ้น เยวี่ยเจาหรานทั้งร่างพลันนิ่งงัน ระหว่างเขากับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ในที่สุดก็ได้มาถึงการทะเลาะเบาะแว้งตามความหมายที่แท้จริงเป็ครั้งแรก เป็ครั้งแรกที่ดูเหมือนจะไม่น่าเกิดขึ้น แต่กลับเกิดการทะเลาะขึ้นมาแล้วจริงๆ การทะเลาะกันครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความลับของเยวี่ยเจาหรานและเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว แต่กลับเป็คนนอกคนหนึ่งที่ดูเหมือนไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ เลยกับครอบครัวเล็กๆ ของตน
“พอแล้วน่า อย่าสลดใจไปเลย... พรุ่งนี้ข้าจะคุยกับท่านพ่อตรงๆ เท่านี้ก็ได้แล้วใช่หรือไม่?”
ท้ายที่สุด ผู้ที่ทำลายความเงียบงันนี้ก็คือเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วต่างกับเยวี่ยเจาหราน เยวี่ยเจาหรานนั้นไม่ใช่คนที่จะโกรธเกรี้ยวง่ายๆ แต่หากโกรธขึ้นมาก็ยากที่จะสงบลงได้ ส่วนเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนั้น นางเย่อหยิ่งอวดดีมักจะโกรธง่ายหายเร็ว โดยปกติแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบจริงจังต่อความปรองดองในครอบครัวนัก
ดังนั้นภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การตัดสินใจของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็เพื่อรักษาความปรองดองของครอบครัวทั้งเป็การเสียสละตนเองบ้าง ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้เยวี่ยเจาหรานก็เสียสละตัวเองมาตลอด หากจะสลับก็ควรถึงคราวสับเปลี่ยนมาเป็ทีเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วบ้างแล้วล่ะ!
“เป็ความผิดของข้าเอง”
เยวี่ยเจาหรานเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน แต่กลับทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตกตะลึง ถึงอย่างไรคำพูดนี้ว่าไปแล้ว เหตุใดถึงราวกับใส่ร้ายป้ายสีและยอมแพ้ต่อตนเองเช่นนั้นกัน?
“นี่... ข้าว่าเ้าก็อย่าพูดเช่นนั้นเลยนะ...” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วงอนิ้วเคาะเบาๆ บนโต๊ะเบื้องหน้าของเยวี่ยเจาหราน ก่อนจะขมวดคิ้วอีกครั้ง “เื่นี้ก็เป็ความผิดของข้าเช่นกัน ตอนแรกข้าไม่ควรจะตกปากรับคำเ้าเร็วขนาดนั้น เพราะข้าเองก็จับอารมณ์แปรปรวนของพ่อข้าไม่ถูกเหมือนกัน... ใครจะไปรู้ว่าคนหยาบคายอย่างเขาจะทำอะไร...”
ชัดเจนว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังพูดไม่ทันจบ แต่เสียงของนางกลับถูกเยวี่ยเจาหรานขัดจังหวะลง เยวี่ยเจาหรานยังคงส่ายหน้าไปมา แล้วจึงเอ่ยต่อ “ข้าบอกแล้วไง เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเ้า เป็ความผิดของข้า เป็ข้าที่เร่งร้อนเกินไป”
สุดท้าย สถานการณ์ที่ผลักความรับผิดชอบใส่กันและกันเมื่อครู่ก็กลายเป็ดึงความรับผิดชอบเข้าตัวกันทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างไร... ถึงอย่างไรเยวี่ยเจาหรานก็เป็คนที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะไปแหย่ไม่ได้?
“ไม่ๆ ๆ เป็ความผิดของข้า เป็ความผิดของข้า หากรู้แต่แรกข้าคงจะขวางเ้าสักหน่อยแล้ว พวกเราทำเช่นนี้เป็การไร้คุณธรรมต่อคุณชายจ้าวอะไรนั่นเกินไปจริงๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน เ้าก็อย่าเอาแต่ตำหนิตัวเองเลย พรุ่งนี้… ไว้พรุ่งนี้ข้าจะต้องชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดให้ท่านพ่อฟังให้จงได้ ให้ท่านพ่อเสนอเขาขึ้นมาเป็หัวหน้าหน่วยย่อยให้ได้เลย...”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดจบอย่างรีบร้อน กลัวว่าเยวี่ยเจาหรานจะยังจมดิ่งอยู่กับการตำหนิตัวเอง พร้อมกับยกมือขึ้นจ่อไว้ตรงหน้าใบหน้าของเยวี่ยเจาหราน แล้วเอ่ยต่อ “เ้าไม่ต้องพูดแล้ว หากเ้ายังพูดอีกข้าจะต่อยเ้า ให้เ้าอ้าปากไม่ได้ชั่วคราวเสียเลย! ไม่เชื่อเ้าก็ลองดูสิ...”
ในห้องตกลงสู่ความเงียบงันอีกครั้ง อย่างไรเสียตอนนี้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดอะไร อารมณ์บนใบหน้าของเยวี่ยเจาหรานยังคงขึงขังจริงจัง ราวกับยังจมอยู่ในการตำหนิตนเองและความรู้สึกผิดบาป ไร้ซึ่งหนทางหลุดพ้น
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เยวี่ยเจาหรานถึงถอนหายใจยาวเหยียดออกมาในที่สุด “เ้าอย่าปลอบใจข้าเลย ข้าเองก็ไม่ควรคิดวิธีเช่นนั้นออกมาแต่แรก ปัญหาคลี่คลายไปแล้ว แต่ว่า... ประเด็นขัดแย้งมันก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน”
พร้อมกับเสียงถอนหายใจของเขา เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลับรู้สึกเบาใจลงไปไม่น้อย นางตบไหล่เยวี่ยเจาหรานเบาๆ ก่อนเอ่ยต่อ “นั่นก็เป็เพราะข้าโหมกระพือข่าวมากเกินไป หากเห็นท่าทีซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาขนาดนี้ของเ้า ข้าก็คงไม่ทำให้มันวุ่นวายถึงขั้นนี้หรอก... ช่างเถอะๆ พวกเราพี่ชายน้องชาย มีภาระก็ต้องแบกรับไปด้วยกันล่ะนะ”
พี่ชายน้องชาย? เยวี่ยเจาหรานได้ยินคำนั้น พลันหัวเราะออกมา ราวกับดูแคลนคำเรียกแบบนั้นของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างมาก ทั้งยังแอบพูดแก้อยู่ในใจ
ทว่าเขาก็ไม่ได้เอ่ยแก้คำพูดนั้นกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแต่อย่างใด
ทั้งสองพูดคุยอะไรกันอีกเล็กน้อย เยวี่ยเจาหรานกำชับให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วบอกสถานการณ์ที่แท้จริงของเื่คุณชายจ้าวกับพ่อของตนให้ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วจึงปล่อยเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไปนอน
หลังจากผ่านการพูดคุยอันยาวนานค่อนคืน เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็นอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียง ภาพของเยวี่ยเจาหรานใหญ่โตขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาด โดยเฉพาะเมื่อนึกย้อนไปถึงท่าทีกระชดกระช้อยอย่างรู้สึกผิดตำหนิตัวเองเช่นนั้นของเยวี่ยเจาหรานแล้ว ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ บางทีในความฝันนางก็คงจะยิ้มร่าอยู่เหมือนกัน
วันต่อมา เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตั้งใจตื่นแต่เช้าตรู่ มุ่งไปขวางบิดาที่กำลังเตรียมตัวจะเข้าวังเอาไว้อย่างรีบเร่ง
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อช้าก่อน!”
น้อยนักที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะเรียกบิดาของตนอย่างคึกคักร่าเริงเช่นนี้ ทำให้แม่ทัพใหญ่เยี่ยนใสะดุ้งโหยง เขาหันกลับมามองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วราวกับเห็นคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น ก่อนถามขึ้นอย่างสงสัยยิ่ง “หัวเ้าไปกระแทกอะไรมาหรือ?”
“ฮึ! เปล่าสักหน่อย...” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วสองมือคล้องแขนแม่ทัพเยี่ยน พร้อมกับดึงอีกฝ่ายมาทางตน เอ่ยเสียงเบา “คราวก่อนข้าเคยพูดกับท่านแล้ว เื่ที่ให้เสนอชื่อของคุณชายจ้าวผู้นั้นสักหน่อย เหตุใดท่านไม่ช่วยข้าเลยเล่า...?”
“เ้าไม่ต้องพูดแล้ว เ้าคนสกุลจ้าวผู้นั้นไม่มีอะไรดีให้เสนอชื่อ ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาในเมืองหลวงถูกตัวเองทำให้เน่าเฟะไปตั้งนานแล้ว พ่อของเ้าอายุปูนนี้ ไม่มีเวลาไปคลุกคลีกับคนพวกนั้นหรอก เ้าเองก็อย่าทำให้ข้ากลุ้มใจนักเลย...” แม่ทัพเยี่ยนพูดจบ ก็หมุนตัวจัดแผ่นป้ายที่จะใช้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ของตน แล้วเตรียมจะเข้าวังไปทันที
สุดท้ายเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ดึงบิดาของตนเอาไว้อย่างไม่ยอมแพ้ “ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้นนะท่านพ่อ เสี่ยวจ้าวผู้นั้น เขาไม่ได้เป็คนเช่นนั้นอย่างที่ท่านคิดนะ...”
“ไม่ใช่อย่างไร? เ้าไปคบค้าสมาคมอะไรกับเขาั้แ่เมื่อไร...” แม่ทัพเยี่ยนรู้สึกถึงได้ว่าลูกสาวของตนมีความรู้สึกที่แปลกไปเล็กน้อยต่อคนสกุลจ้าวผู้นี้ เมื่อจิติญญาแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชนขึ้นมาแล้วมันจะดับลงไปอย่าง่ายดายได้อย่างไรกัน? เขาเอ่ยถามรัวด้วยความสงสัย “เ้าชอบเขาอย่างนั้นหรือ? แล้วเขาชอบเ้าหรือไม่? เหตุใดเขายังกล้าไปนางผู้หญิงที่หอเทียนเซียงกัน?”
......
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ถูกบิดาของตนถามเช่นนั้นพลันตกตะลึงก่อนกลอกตา จินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าบิดาของตนมีความคิดแปลกประหลาดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้เอาตนมาเชื่อมกับคุณชายจ้าวผู้นั้นเข้าด้วยกันได้ ทั้งยังผ่านในมุมของความรักซึ่งเป็ทางที่... โคตร โคตร โคตร โคตรจะเป็ไปไม่ได้เลย
“เปล่าสักหน่อย! ท่านคิดมากเกินไปแล้วจริงๆ ท่านพ่อ!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ดึงสติกลับมาอย่างยากลำบากคิดไปคิดมา ในที่สุดก็พูดต้นสายปลายเหตุของเื่ออกมาอย่างหมดเปลือก เพียงแค่ปิดบังบิดเบือนนิดหน่อย... ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสวี่ชิวเยวี่ยที่อยู่บนเขาชิงเฉวียนเท่านั้น
“เ้าตัวดี เ้าทำได้แยบยลไร้ที่ตินักเชียว แต่หากคำนึงถึงเพียงแม่หนูสวี่ชิวเยวี่ยนั่น จะให้พ่อเ้าออกหน้าแก่ๆ นี่เทหมดหน้าตักก็ไม่ไหวหรอก...” แม่ทัพเยี่ยนลูบเครายาวของตนเล็กน้อย แล้วเอ่ยเช่นนั้น
ใครจะไปรู้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะดึงมือของบิดาตนเอาไว้อีกครั้ง นางโยกไปเยกมาออดอ้อนแม่ทัพเยี่ยนเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่งเป็ครั้งแรก “ท่านพ่อ ท่านก็ถือว่าทำเพื่อข้าสิ... หากว่าท่าน... หากว่าท่านไม่ช่วยข้าละก็ ข้าคงต้องนึกเสียใจรู้สึกผิดบาปไปชั่วชีวิตเลยนะ... ช่วยข้าหน่อยนะเ้าคะท่านพ่อ นะท่านพ่อ...”
แม่ทัพเยี่ยนต้านทานการใช้ไม้อ่อนหว่านล้อมไม่หยุดของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่ไหว ในที่สุดจึงเอ่ยออกมา “ก็ได้ๆ ข้าไปล่ะ หากยังไม่ไปจะเข้าเฝ้าสายแล้ว...”
