จางชุนฮวารีบแก้ตัวหน้าตื่น “ลูกเอ๊ย เมื่อกี้ตอนออกจากบ้าน แม่เดินไม่ได้จริงๆ นะ ที่แม่ยอมลงเดินได้ตอนนี้ ก็เพราะโดนเ้าต้าลี่ขู่ตะคอกต่างหาก ถ้าลูกเข็นแม่ไม่ไหว แล้วแม่ยังจะดื้อนั่งรถเข็นต่อ ไม่ใช่ว่าไปถ่วงเวลาเ้าต้าลี่หรอกหรือ เขามีหรือจะปล่อยเราไปง่ายๆ แม่ยอมกัดฟันกลิ้งคลานกลับบ้าน ยังดีกว่าปล่อยให้เขามีข้ออ้างมารังแกทำร้ายลูกนะ”
ทุกถ้อยคำล้วนเปี่ยมไปด้วยความรักความห่วงใยที่มีต่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ชูฮุยฟังแล้วก็เริ่มคล้อยตาม ใจอ่อนยวบยาบ กำลังจะเดินเข้าไปประคองแม่ แต่เสียงแดกดันของชูชิงก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
“เหรอ? ยังจะกลิ้งคลานอีกเหรอ? งั้นลองกลิ้งโชว์ลูกชายสุดที่รักดูหน่อยสิ เมื่อก่อนก็เล่นบทเ้าน้ำตาแบบนี้กับพ่อฉันไม่ใช่เหรอ จนพ่อฉันเจ็บปางตายเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้พ่อฉันใช้การไม่ได้แล้ว ก็เลยหันมาเกาะแกะสูบเืสูบเนื้อลูกชายคนเล็กแทนงั้นสิ?”
ชูชิงส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “ฉันล่ะงงตรรกะจริงๆ มีชีวิตดีๆ อยู่ไม่ชอบ ชอบหาเื่ใช้งานลูกหลาน ปากก็บอกว่าเลี้ยงลูกไว้พึ่งยามแก่เฒ่า แต่มันก็ไม่ใช่มาโขกสับกันแบบนี้ แหกตาดูลูกชายตัวเองบ้างสิ ตัวผอมแห้งอย่างกับไม้เสียบผี ยังกล้าปล่อยให้เขาเข็นรถเข็นหนักๆ ลากไปทั่วเมืองได้ยังไงกัน หัดมีจิตสำนึกบ้างนะยายแก่”
ชูฮุยที่เป็คนหูเบาโลเลอยู่แล้ว พอโดนชูชิงยุยงสะกิดต่อมคิด ภาพความทรงจำตอนที่แม่นั่งชูคออยู่บนรถเข็นอย่างสบายใจเฉิบ ปล่อยให้เขาออกแรงเข็นลิ้นห้อยไปถึงหมู่บ้านเป่ยซินก็ผุดขึ้นมา... แถมเมื่อกี้ยังจะให้เขาเข็นเข้าไปในเมืองอีก... ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าแม่เขานี่มันร้ายกาจจริงๆ
เขาหยุดชะงัก ไม่เข้าไปประคองแม่แล้ว แต่กลับสะบัดหน้าพูดอย่างไม่พอใจ “เดินได้ก็เดินสิครับ เดินไม่ไหวก็คลานเอา พี่ใหญ่จะยอมแม่ยังไงผมไม่สน แต่ต่อไปอย่ามาใช้ผมเยี่ยงทาสแบบนี้อีก เข็นรถเข็นมันเหนื่อยจะตายชัก ผมไม่ทำแล้วโว้ย”
จางชุนฮวาโกรธจนตัวสั่น ชี้นิ้วใส่หน้าหลานสาว “นังชูชิง ร้ายนักนะ เมื่อก่อนไม่ยักรู้ว่าแกมีพร์เื่ยุยงให้คนเขาแตกแยกกันเก่งขนาดนี้”
ชูชิงแสยะยิ้มเย็น “ลูกชายย่าเป็คนพูดแท้ๆ มาจ้องหน้าฉันทำไม? จ้องอีกทีระวังลุงฉันทนไม่ไหว แล้วหันไปจัดหนักใส่ลูกชายย่านะ”
ความหมายนัยๆ ชัดเจนแจ่มแจ้ง... ถ้าเธอกล้าหาเื่ฉัน ลุงฉันจะไม่ตีเธอหรอก แต่จะไปลงที่ลูกชายสุดที่รักของเธอแทน จางชุนฮวาผู้รักลูกยิ่งชีพจำต้องกลืนความแค้นลงคอ เก็บสายตาอาฆาต แล้วจำใจก้าวเดินกะเผลกๆ ไปข้างหน้าอย่างเสียไม่ได้
ชูชิงะโไล่หลัง “อย่ามาแกล้งเดินเอื่อยเฉื่อยนะ รีบๆ ซอยเท้าเข้า ไม่งั้นฉันกับลุงจะขนของบ้านชูไปให้เกลี้ยงเลยคอยดู”
ต้าลี่รับมุกทันควัน “ชิงชิง เราไม่ต้องรอสองคนอืดอาดนี่แล้ว ล่วงหน้าไปขนของก่อนเลยดีกว่า”
ชูชิงพยักหน้า ก่อนจะเร่งฝีเท้าจ้ำอ้าวมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านหนานซิน โดยมีต้าลี่ก้าวเท้ายาวๆ ตามไปติดๆ
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็ทิ้งห่างสองแม่ลูกไว้เื้ั จางชุนฮวาเห็นท่าไม่ดีก็เริ่มลนลาน “ตายแล้วลูกเอ๊ย รีบตามไปเร็วเข้า อย่าปล่อยให้พวกมันขนของมั่วซั่วนะ บ้านเรามีสมบัติเยอะแยะ แม่เก็บไว้เป็ทุนให้แกแต่งเมียนะโว้ย ตายๆๆ... ที่สวนหลังบ้านยังมีเฟอร์นิเจอร์ไม้ชุดใหม่ที่แม่เพิ่งสั่งทำเสร็จ ยังไม่ทันได้ยกเข้าบ้านเลย...”
พอได้ยินคำว่า ‘เฟอร์นิเจอร์แต่งเมีย’ ชูฮุยก็เหมือนฉีดสารกระตุ้น พลังฮึดมาจากไหนไม่รู้ “เฮ้ย อย่าให้พวกมันแตะต้องเฟอร์นิเจอร์เรือนหอผมนะ แม่... แม่ค่อยๆ กระดึ๊บตามมานะ เดี๋ยวผมวิ่งล่วงหน้าไปขวางพวกมันก่อน” พูดจบก็ทิ้งแม่และรถเข็นไว้ข้างทาง แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งแน่บไปทันที
จางชุนฮวาได้แต่มองตามตาปริบๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วกัดฟันเข็นรถเดินตามไป
ตอนแรกก็กะจะเดินทอดน่อง แต่พอฉุกคิดได้ว่าผัวตัวดีอย่างชูต้าจงนั้นขี้ขลาดตาขาวแค่ไหน คงไม่กล้าขวางทางตีนเ้าต้าลี่แน่ๆ ขืนชักช้าบ้านคงโดนยกเค้าหมดเกลี้ยง คิดได้ดังนั้นจางชุนฮวาก็ลืมความเ็ป เข็นรถวิ่งหน้าตั้งปานพายุ... ปรากฏว่าวิ่งฉิวแซงหน้าลูกชายไปถึงบ้านก่อนเสียอีก
ชูฮุยวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง เห็นแม่ยืนหอบแฮกๆ อยู่หน้าบ้านก็ยิ่งมั่นใจ... ที่แท้แม่แกล้งทำสำออยชัดๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาจับผิด เขาต้องปกป้องสมบัติก่อน ชูฮุยพุ่งไปที่สวนหลังบ้าน เห็นเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่ยังตั้งตระหง่านอยู่ครบถ้วนก็ถอนหายใจโล่งอก
ส่วนในบ้าน ชูชิงและต้าลี่กำลังลำเลียงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกจากห้องนอนเก่าของพ่อแม่อย่างขะมักเขม้น แป๊บเดียวของก็เต็มรถเข็นคันเล็ก แต่พอชูชิงเช็กของดูอีกที ก็พบว่า...
"ลุงคะ หมอนใบชาคู่ของพ่อกับแม่หนูหายไปค่ะ"
ต้าลี่ตวาดเสียงเขียวใส่จางชุนฮวา “หมอนใบชาอยู่ไหน?”
จางชุนฮวาลอยหน้าลอยตา “หนูแทะไปหมดแล้วมั้ง”
ชูชิงสวนกลับทันควัน “เป็ไปไม่ได้ หมอนนะไม่ใช่ชีส ต้องแอบเอาไปซ่อนแน่ๆ”
จางชุนฮวาแกล้งะโเรียกผัว “ไอ้แก่ต้าจง ออกมาเป็พยานหน่อยสิ หมอนบ้านชูชิงโดนหนูกัดไปใช่ไหม?”
แต่ชูต้าจงที่กำลังแอบโซบซุปแป้งปั้นอยู่ในห้องนอนอย่างเอร็ดอร่อย มีหรือจะยอมโผล่หัวออกมา ไม่ว่าเมียจะแหกปากเรียกยังไง ประตูก็ยังปิดสนิทแถมล็อกกลอนแ่า
“ไอ้แก่หัวหด แน่จริงก็ออกมาสิวะ” จางชุนฮวาทุบประตูระรัว
ชูต้าจงะโอู้อี้ออกมาจากในห้องทั้งที่ปากยังเคี้ยวตุ้ยๆ “เื่อะไรฉันจะออกไป ฉันกลัวไอ้ั์ต้าลี่นั่น พวกมันอยากขนอะไรก็ขนไปสิ ฉันไม่สน แล้วก็ห้ามใครมายุ่งกับฉันด้วย” ว่าแล้วก็ก้มหน้าซดซุปต่อ
จางชุนฮวาโมโหเืขึ้นหน้า ทุบประตูไม่ได้ผลเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปทุบหน้าต่างแทน บังเอิญไปโดนบานที่กลอนพัง หน้าต่างเลยเปิดผัวะ เผยให้เห็นภาพชูต้าจงกำลังยกชามซดน้ำซุปจนเกลี้ยงแล้วกำลังจะเลียก้นชาม
จางชุนฮวาปรี๊ดแตก “ไอ้แก่ตัณหากลับ ไอ้ผีตายอดตายอยาก บ้านช่องจะโดนยกเค้าแกไม่สน สนแต่เื่ยัดห่าลงท้อง ปกติฉันอดอยากปากแห้งแกหรือไง
แกถึงได้ทำตัวตะกละตะกลามไม่มีอนาคตแบบนี้ฮะ กลิ่นซุปแป้งปั้นหอมฉุยเลยนะ... นั่นมันแป้งชั้นดีที่ฉันเก็บไว้บำรุงหลินฟางตอนท้องนะโว้ย”
ชูชิงกับต้าลี่ยืนกอดอกมองดูละครฉากใหญ่ด้วยความบันเทิง ชูชิงรู้อยู่แล้วว่าปู่ของเธอคนนี้น่ะเห็นแก่ตัวตัวพ่อ ไม่เคยสนหัวใครนอกจากปากท้องตัวเอง
ชูฮุยที่เพิ่งกลับมาจากเช็กของหลังบ้าน ได้ยินเสียงแม่ด่าพ่อเื่แป้งขาว ก็พุ่งเข้ามาผสมโรงทันที “พ่อ พ่อทำตัวน่ารังเกียจมากนะ แย่งของกินแม้กระทั่งหลานที่ยังไม่ลืมตาดูโลก เมื่อวานก็แอบแทะกระดูกหมูไปทีนึงแล้ว ผมอุตส่าห์ปิดปากเงียบไม่ฟ้องแม่ วันนี้ยังจะเหิมเกริมอีก หน้าไม่อายจริงๆ ถ้าพ่อยังตะกละไม่เลิกแบบนี้ บ้านเราฉิบหายแน่”
ชูต้าจงไม่กล้าหือกับเมีย แต่กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เขาสวนกลับทันที “ฉันกินแป้งหน่อยแล้วมันจะทำไมวะ ฉันทำงานหนักกว่าแกตั้งเยอะ แกรู้ว่ามีของดีทำไมฉันจะกินไม่ได้? อีกอย่างนะ เมื่อวานฉันแค่ซดน้ำซุปไปสองอึก ยังไม่ได้แตะเนื้อหมูสักชิ้น มีแต่แกนั่นแหละที่ตักใส่ชามใหญ่เดินหนีไป ปากก็อ้างสวยหรูว่าจะเอาไปให้เมียให้ลูก แต่จริงๆ แล้วใครกันแน่ที่ฟาดเรียบ อย่ามาตอแหล พ่อได้กลิ่นเนื้อหมูติดตัวแกหึ่งเลยนะเว้ย”
ความลับแตก ชูฮุยหน้าแดงก่ำ พูดติดอ่าง “พ...พ่อ... พ่อต่างหากที่กิน”
สองพ่อลูกยืนทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง แฉความลับเื่กินกันไปมา ชูชิงกับต้าลี่กลั้นขำจนไหล่สั่น
จางชุนฮวาเริ่มได้สติ ไม่อยากให้คนนอกมาหัวเราะเยาะครอบครัวตัวเอง จึงรีบยกมือห้ามทัพ “พอได้แล้ว ลูกเอ๊ย... พ่อเอ๊ย... คนกันเองทั้งนั้น ต่อไปอยากกินอะไรก็บอกแม่ เดี๋ยวแม่ทำให้กิน ดูแลของในบ้านให้ดีๆ พรุ่งนี้แม่จะตุ๋นกระดูกหมู นึ่งซาลาเปาแป้งขาวให้กินพุงกางกันไปเลย”
ชูชิงหุบยิ้ม ปรับโหมดจริงจัง “เชิญดราม่ากันตามสบาย ฉันไม่สนของกินพวกคุณหรอก ฉันจะเอาแค่ของที่เป็ของพ่อแม่ฉันเท่านั้น เอาหมอนใบชาคืนมาเดี๋ยวนี้”
ต้าลี่จ้องหน้าชูฮุยเขม็ง “ถ้าไม่คายออกมา... ระวังฉันจะจับนายเหวี่ยงขึ้นไปตากลมเล่นบนหลังคานะ”
สายตาอำมหิตบอกชัดว่าพี่แกไม่ได้ขู่เล่นๆ ชูฮุยหน้าซีดเผือด รีบวิ่งจู๊ดเข้าห้องนอนตัวเอง แล้ววิ่งออกมาพร้อมหมอนสองใบ
“เอ้านี่ ของพวกเธอ”
ต้าลี่รับหมอนมาพิจารณาพลางหรี่ตามอง “นายเคยเอาไปหนุนหัวเน่าๆ ของนายหรือยัง?”
ชูฮุยรีบส่ายหน้ารัวๆ “ยัง ไม่เคย สาบานให้ฟ้าผ่าตายเลยเอ้า ผมตั้งใจจะเก็บไว้ใช้ตอนวันแต่งงาน ยังไม่เคยแตะต้องเลยสักนิด”
