ที่ตำหนักจิงเซี่ยว หลี่ชางหลี่คนสนิทของไทเฮาก้าวไวๆ เข้ามา ก่อนจะโค้งตัวลงต่ำ
“ทูลไทเฮา ฝ่าาทรงเรียกเด็กหนุ่มที่ชื่ออันเจิงเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
เขาก้มหน้าลงต่ำพลางกล่าวขึ้นด้วยเสียงเบาทว่าก็ชัดเจนทุกพยางค์คนที่รับใช้ใกล้ตัวไทเฮาซูชิงนวนแล้วยังได้รับความไว้วางพระทัยมาอย่างยาวนานแค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคนผู้นี้ฉลาดขนาดไหน ซูไทเฮาทรงมีพระอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ทั้งยังมีพระนิสัยขี้หงุดหงิดหลายปีมานี้พระนางทรงสั่งปะาข้ารับใช้อย่างไม่มีเหตุผลไปมากจนนับไม่ถ้วนแล้วทว่าหลี่ชางหลี่กลับยังได้รับความไว้วางพระทัยจากพระนางมาโดยตลอด
ซูไทเฮาประทับนอนตะแคงอยู่บนเตียง พระอิริยาบถนั้นดูยั่วยวนและเกียจคร้านอย่างงดงามไม่ว่าจะมีพระอุปนิสัยอย่างไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าซูไทเฮาทรงมีพระสิริโฉมงดงามมากจริงๆ ต่อให้ตอนนี้พระนางจะไม่ได้ทรงมีชีวิตชีวาเหมือนกับสาวแรกรุ่น ทว่าความงามแบบหญิงที่ผ่านโลกมามากกลับยิ่งทำให้พระนางน่าค้นหาขึ้นไปอีก พระพักตร์นั้นงดงามและสมบูรณ์แบบไม่มีร่องรอยหรือตำหนิใด ๆ ปรากฏให้เห็นเลยแม้วันเวลาจะทิ้งร่องรอยแห่งวัยเอาไว้อย่างเลือนราง แต่นั่นกลับไม่อาจลดทอนความงามของพระนางได้
“อันเจิงงั้นรึ?” ซูไทเฮาตรัสทวนชื่อที่ได้ยินอีกครั้ง ก่อนจะทรงชี้ไปที่ขาของตน
หลี่ชางหลี่รีบคุกเข่าลงแล้วคลานเข้าไปนวดพระเพลาให้ซูไทเฮาอย่างรู้งานวันนี้ทรงสวมฉลองพระองค์กระโปรงยาวบาง ๆ เอาไว้แค่ตัวเดียว ทำให้เขาเห็นพระเพลาเรียวยาวได้อย่างเลือนรางยิ่งไปกว่านั้น พระนางไม่ได้ทรงสวมฉลองพระองค์อื่นใดด้านใน ภาพที่เห็นจึงกระตุกหัวใจของหลี่ชางหลี่อย่างต่อเนื่องแต่เขากลับไม่แม้แต่จะเหล่ตามอง ทั้งยังควบคุมลมหายใจให้เป็ปกติได้อีก เขารู้ดีว่าเมื่อใดที่ต้องแสดงความชื่นชมต่อพระวรกายทรงเสน่ห์ของพระนางและเวลาใดที่ต้องรักษากิริยาดุจบ่าวที่แสนต่ำต้อยผู้หนึ่ง
เขานวดได้ดีมาก ดีกว่านางกำนัลทุกคนในตำหนักจิงเซี่ยว
เมื่อมือของเขานวดลงบนพระเพลาอย่างหนักเบาเป็จังหวะซูไทเฮาก็ทรงครางด้วยพระสุรเสียงดื่มด่ำอย่างลืมพระองค์
“อันเจิงที่เป็ต้นเหตุให้สำนักวรยุทธ์ชางวุ่นวายไปหมดน่ะรึ?”
ซูไทเฮาตรัสถามขึ้นขณะที่ทรงดื่มด่ำกับการปรนนิบัติของหลี่ชางหลี่ไปด้วย
“พ่ะย่ะค่ะเขาเข้าไปประมาณหนึ่งก้านธูปได้แล้ว”
ซูไทเฮาทรงหรี่พระเนตรลงแล้วทรงขานรับออกไปเบาๆ ทว่าพระสุรเสียงถูกลากยาวมากกว่าปกติเล็กน้อย ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเืสูบฉีดไปทั่วร่างกาย
“ก็แค่เด็กที่ชอบหาเื่วุ่นวายคนหนึ่งเท่านั้นเพราะเขา หน่วยทหารจึงได้วุ่นวายแบบนี้ าาจะเรียกเขาเข้าเฝ้าก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรเ้าเด็กนั่นใจกล้า ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็คนที่มีแต่ความกล้าทว่าไม่มีสมองดังนั้นไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมากมาย เ้าแค่หาคนไปจับตามองเขาสักหน่อยก็พอ”
“แต่ว่าไทเฮา ตอนที่ฝ่าาทรงสนทนากับเขาในตำหนักไม่มีข้ารับใช้เลยแม้แต่คนเดียว ขนาดอันเฉิงยังถูกสั่งให้ไปถ่ายทอดราชโองการที่หน่วยทหารเลยในหอตงนวลมีเพียงฝ่าากับเด็กคนนั้นเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
ซูไทเฮาเบิกพระเนตรขึ้นก่อนจะขมวดพระขนงเล็กน้อย“เ้าหมายความว่า ฝ่าาทรงให้ความสำคัญกับคนคนนี้มากใช่หรือไม่?”
หลี่ชางหลี่พยักหน้า “ทูลไทเฮาก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือออกมาว่าอันเจิงคนนี้ แท้จริงแล้วเป็หมากของห่าวผิงอันที่ส่งไปอาละวาดที่สำนักวรยุทธ์ชางและจุดประสงค์ของพวกเขาก็คือกำจัดคนของเราออกจากหน่วยทหารให้หมด ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ข่าวลือนี้ก็น่าคิดเหมือนกันนะพ่ะย่ะค่ะ”
ซูไทเฮาประทับนั่งขึ้นมาทันทีหลี่ชางหลี่ที่คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ จึงคลานเข้ามาใกล้มากขึ้น
เมื่อซูไทเฮาประทับนั่งก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่พระอุระก็สั่นเทาเล็กน้อย ฉลองพระองค์ลายตาข่ายบางเบายิ่งทำให้ภาพที่เห็นชัดเจนขึ้นไปอีก
“หากเป็แบบนั้นจริง ๆ แสดงว่าห่าวผิงอันประกาศศึกกับเราด้วยการตายของตัวเองงั้นรึ?”
หลี่ชางหลี่ทูลขึ้นอีกครั้ง “ดังนั้นเื่นี้ก็เลยดูแปลกนักหากจะว่ากันตามสมควร ไม่ว่าอันเจิงจะทำถูกหรือไม่คนวู่วามแบบเขาก็ไม่สมควรได้รับความสำคัญจากฝ่าาอยู่ดี ตามกฎแล้วเขาควรถูกโบยแล้วจับไปขังคุกจากนั้นก็ตัดสิทธิ์รับราชการไปตลอดชีวิตจึงจะถูก ต่อให้ฝ่าาจะไม่ทรงถือสาเขาจริงๆ ก็ไม่เห็นต้องให้ความสำคัญกับเขาถึงขนาดนี้เลย กระหม่อมคิดว่า...เป็ไปได้หรือไม่ที่ฝ่าาจะทรงรู้เื่ของหน่วยทหารกับสำนักวรยุทธ์ชางมาั้แ่แรกนี่อาจเป็แผนของห่าวผิงอันกับฝ่าาก็ได้”
“ห่าวผิงอันฆ่าตัวตายเพราะไม่อยากทำให้ฝ่าาทรงลำบากไปด้วยงั้นรึ?”
หลี่ชางหลี่เงยหน้าขึ้น เขามองไปที่พระอุระของซูไทเฮาอย่างอดใจไม่ไหวยังดีที่ซูไทเฮาทรงเพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่าาจึงไม่ทันสังเกตเห็นสายตาที่ซุกซนของเขา
“หากเป็เช่นนี้ แสดงว่าฝ่าาทรง้าให้อันเจิงคนนี้เข้ามารับใช้...เขากำลังดึงเด็กหนุ่มรุ่นใหม่เข้ามาเป็พวกสินะ?”
ซูไทเฮาตรัสพึมพำเบา ๆ ก่อนที่พระสุรเสียงจะเปลี่ยนเป็อำมหิตขึ้นทันที“ไม่จำเป็ต้องสนว่าฝ่าาจะทรงคิดอย่างไร เราเก็บอันเจิงคนนี้ไว้ไม่ได้สั่งให้คนไปฆ่ามันซะ ถือเป็การเตือนฝ่าาไปด้วย”
หลี่ชางหลี่ก้มหน้าลงเล็กน้อย“เขาก็เป็แค่คนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่สำคัญอะไร ต่อให้จะได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญก็ยังเป็แค่คนไม่เอาไหนอยู่ดี กระหม่อมคิดว่าหากให้คนของเราไปจัดการ หากเื่นี้กระจายออกไปจะเก็บกวาดยากเอาแบบนี้ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะให้คนของสำนักต้าติงหรือสำนักอื่นไปทำแทนให้พวกเขาหาวิธีกำจัดมันแทนเราก็ได้แล้ว ในการประลองหากจะพลั้งมือฆ่าคู่ต่อสู้ตายก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร ฝ่าาต้องทรงเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในเื่นี้แน่นอนดังนั้นถ้ามันตาย ฝ่าาก็จะทรงรู้พระองค์ด้วยเช่นกัน”
ซูไทเฮาพยักพระพักตร์ “เช่นนั้นเ้าก็ทำตามนี้เถอะ”
พระนางเอนพระองค์ลงบนพระแท่นบรรทม แล้วทรงแยกพระเพลาออกจากกัน“เ้าไม่ได้ปรนนิบัติข้ามาตั้งหลายวันแล้ว หนุ่ม ๆ ที่เ้าหามา แม้จะแข็งแรงแต่กลับมีทักษะเทียบกับเ้าไม่ได้เลย...มานี่สิ”
มานี่สิ...สามคำนี้ ราวกับคำสาปเช่นนั้น
หลี่ชางหลี่คลานเข่าเข้ามาหาจากนั้นก็คลานขึ้นไปบนพระแท่นบรรทมอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเปิดฉลองพระองค์กระโปรงของซูไทเฮาขึ้นแล้วก้มหัวเข้าไประหว่างพระเพลาขาวเนียนละเอียด สักพักซูไทเฮาก็ทรงครางออกมาอย่างอดไม่ไหวพลางยกพระวรกายท่อนบนขึ้นเป็จังหวะ พระนางเอื้อมพระหัตถ์ทั้งสองข้างไปจับหัวของหลี่ชางหลี่เอาไว้จากนั้นก็ทรงกดมันลงไปให้มากขึ้น
ณ หอตงนวล
าามู่ฉางเยียนตรัสกับอันเจิงพร้อมรอยแย้มพระสรวล“เ้าฉลาดมาก พอมาพูดแบบนี้แล้ว ดูเหมือนอยู่นอกวังจะดีกว่าจริง ๆ”
“ที่นอกวัง กระหม่อมทำอะไร ๆได้สะดวกกว่าในวังที่มีแต่คนจับจ้องตลอดเวลา หากฝ่าาทรงมีอะไรก็รับสั่งให้คนไปบอกข้าที่นอกวังได้เลย”
าามู่ฉางเยียนพยักพระพักตร์“ก็ดีเหมือนกัน เอาตามนี้แหละ...อีกอย่างที่ข้าเรียกเ้ามา แท้จริงแล้วก็เพราะอยากถามว่าเสี่ยวชีเต้าเป็อย่างไรบ้าง”
“เสี่ยวชีเต้ามีนิสัยขี้อาย ชอบเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียวแม้จะอายุน้อยแต่ก็มีเหตุผล สุขุมรอบคอบ”
“เขารู้เื่มารดาของเขาหรือไม่?”
อันเจิงส่ายหน้า “ไม่รู้”
าามู่ฉางเยียนถอนพระทัยโล่งอก “เช่นนั้นก็อย่าเพิ่งบอกข้าจะหาวิธีเอง...อันเจิง เ้าจำเอาไว้นะ เสี่ยวชีเต้าสำคัญกับข้ามากและสำคัญมากกว่าสำหรับเยว่ยิน ดังนั้นข้าหวังว่าเ้าจะปกป้องเขาให้ดี”
อันเจิงประสานมือคารวะ “ฝ่าาวางพระทัยได้กระหม่อมจะปกป้องเขาอย่างสุดความสามารถ”
าามู่ฉางเยียนทรงหยิบบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแล้วประทานให้อันเจิง“เ้าเก็บตราหยกนี้เอาไว้ หลายวันมานี้ข้าพบกับเด็กหนุ่มที่มีความสามารถอย่างเ้ามามากและข้าเตรียมจะรวมพวกเ้าเข้าด้วยกัน จากนั้นก็อบรมและปลุกปั้นพวกเ้าต่อตราหยกนี้เป็สัญลักษณ์ให้พวกเ้ารู้ฐานะของกันและกัน หากเห็นใครสวมตราหยกนี้แสดงว่าคนผู้นั้นเป็คนของข้า พวกเ้าอยู่ข้างนอกก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปหากข้า้าพวกเ้าจะสั่งให้อันเฉิงไปพบพวกเ้าเอง”
อันเจิงรับตราหยกมา พบว่ามันเป็ตราหยกที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตงดงามเหลือเกินบนนั้นยังมีอักษรเขียนว่าจูเชว่อยู่ด้วย
“ไปเถอะ”
าามู่ฉางเยียนตรัสขึ้น“ตั้งใจทำงานเข้า แล้วข้าจะตอบแทนเ้าอย่างดี”
อันเจิงประสานมือคารวะจากนั้นก็ออกจากหอตงนวล เมื่อเดินต่อไปอีกเล็กน้อยเขาก็พบว่าเชียนจีทั้งหกยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้เคลื่อนที่หรือเปลี่ยนตำแหน่งกันเลยตอนเขาไปเป็อย่างไร ตอนกลับมาก็เป็แบบนั้นไม่มีผิด
ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังอันเจิงออกมาจากตำหนักตงนวลหลี่ชางหลี่จึงออกมาจากตำหนักจิงเซี่ยวด้วยสภาพอิดโรยสายตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่สลับซับซ้อน ดูออกว่าเขารู้สึกเ็ปมาก เมื่อครู่เขาเพิ่งจะผ่านเื่ที่หอมหวานที่สุดในโลกมาแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย เขาใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้สตรีที่กุมอำนาจสูงสุดคนนั้นพอใจและสิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงเท่านี้...อ้อ จริงสิ นอกจากใช้อุปกรณ์แล้วยังมีปากด้วย
สำหรับชายที่มีอายุไม่ถึงสี่สิบปีอย่างเขานี่นับเป็เื่ที่เ็ปไม่น้อย
ดังนั้น เขาจึงรู้สึกโมโหเช่นนี้
หลี่ชางหลี่มาปรากฏตัวอยู่ที่สำนักต้าติงในหนึ่งชั่วโมงต่อมา
สำนักต้าติงเป็สำนักที่ถูกก่อตั้งโดยราชวงศ์ที่นี่มีอาจารย์และทรัพยากรทางการศึกษาที่ดีที่สุด ดังนั้นขุนนางและชนชั้นสูงทั้งหลายของแคว้นเยี่ยนจึงมักพาบุตรหลานของตนมาฝึกฝนพลังที่นี่สำนักนี้ไม่เพียงสอนเื่พลังวัตรเท่านั้นแต่ยังสอนเื่วิชาความรู้อีกด้วยโดยมีอาจารย์ระดับสูงจากสำนักฮั่นหลิงมาเป็ครูผู้สอน เคยมีคนบอกเอาไว้ว่า เด็กที่เกิดมาในครอบครัวระดับสูงก็เหมือนคนที่ได้ยืนอยู่บนไหล่ของั์และสำนักต้าติงก็เป็หนึ่งในั์เ่าั้
หลี่ชางหลี่เดินทางมาที่สำนักต้าติงอย่างคุ้นชิน เพิ่งจะถึง ซูเป๋ยเ้าสำนักต้าติงก็ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
ซูเป๋ยเป็คนสกุลซู แค่นี้ก็บอกทุกอย่างได้แล้ว
“กงกงมาครั้งนี้ มีเื่อะไรหรือขอรับ?”
เมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่ชางหลี่ เ้าสำนักซูเป๋ยผู้มีชื่อเสียงโด่งดังกลับคล้ายเป็เพียงข้ารับใช้เท่านั้นเพราะเขารู้ดีว่าหลี่ชางหลี่สำคัญขนาดไหน แม้แต่ซูโจ้งกับซูเม่าก็ยังต้องเกรงใจและให้เกียรติเขาเลย
“ข้าแค่จะมาถามเื่การหายตัวไปของซูเฟยหยิงว่าคืบหน้าอย่างไรบ้าง?”
หลี่ชางหลี่นั่งไขว่ห้างแล้วถามส่ง ๆพลางยกจอกน้ำชาขึ้นมาถือเอาไว้
ซูเป๋ยส่ายหน้า “จนถึงตอนนี้ยังหาเบาะแสอะไรไม่ได้เลยเ้าเด็กนั่นบ้าบิ่นและชอบรังแกคนไปทั่ว ไม่รู้ว่าไปมีเื่กับใครที่ไหนข้าเดาว่าน่าจะถูกฆ่าระหว่างต่อสู้กับอีกฝ่าย จนถึงตอนนี้ก็ยังหาศพไม่พบ”
หลี่ชางหลี่พูดขึ้น “ที่สุดท้ายที่เขาไปคือโรงจวี้ฉ่างไม่ใช่หรือ?”
“พวกข้าไปสืบที่โรงจวี้ฉ่างมาแล้ว ซูเฟยหยิงไปที่นั่นจริงๆ แล้วยังทำกะล่อนใส่จวงเฟยเฟย ฮูหยินของโรงจวี้ฉ่างอีกด้วย แต่พอออกไปก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าเขาไปที่ไหนต่อ”
หลี่ชางหลี่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย“เ้าซูเฟยหยิงนี่ช่างบังอาจเกินไปแล้ว เดิมทีเรากับหน่วยทหารก็เขม่นกันอยู่แล้วโรงจวี้ฉ่างยังเป็กิจการของหน่วยทหารอีก จวงเฟยเฟยก็ถือเป็คนของหน่วยทหารหากยังปล่อยให้เขาไปหาเื่เช่นนี้อีก สักวันต้องเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแน่หากเขาตายไปแล้วจริง ๆ ก็ถือเป็เื่ดีเหมือนกัน แต่อย่างไรเสียก็ต้องตามสืบให้ได้คนของเรา เราฆ่าได้ แต่จะปล่อยให้คนอื่นมาแตะต้องไม่ได้เด็ดขาด ข่มขู่โรงจวี้ฉ่างเสียหน่อยต่อให้พวกเขาไม่รู้เื่จริง ๆ อย่างน้อยก็ต้องเรียกผลประโยชน์มาจากพวกเขาให้ได้”
“กงกงวางใจได้ ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร”
หลี่ชางหลี่ขานรับออกไปก่อนจะมองไปที่นอกหน้าต่างแล้วพูดขึ้น “ดูเหมือน่นี้สำนักวรยุทธ์ชางจะโด่งดังเกินหน้าเกินตาสำนักต้าติงไปแล้วนี่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ไทเฮาทรงไม่พอพระทัยมาก”
ซูเป๋ยรีบพูดขึ้น “สำนักวรยุทธ์ชางมีแต่ชื่อเสียงแย่ๆ เราไม่จำเป็ต้องไปใส่ใจ รอให้เทศกาลใบไม้ร่วงมาถึงก่อน เมื่อถึงตอนนั้นเราจะเหยียบสำนักวรยุทธ์ชางให้จมดินไปเลยกงกงช่วยกลับไปทูลไทเฮาด้วยว่าในงานเทศกาลใบไม้ร่วงข้าจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่”
“ถึงจะเป็แบบนั้น แต่อย่างไรสำนักวรยุทธ์ชางก็ยังโด่งดังเกินหน้าเกินตาสำนักต้าติงอยู่ดีข้าได้ยินมาว่า สำนักวรยุทธ์ชางมีนักเรียนที่ชื่ออันเจิงอยู่ คนผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากใน่นี้เอาแบบนี้ก็แล้วกัน...สั่งให้คนไปท้าประลองกับเขาสักหน่อย แน่นอนว่าต้องเป็การประลองแบบส่วนตัวสำนักต้าติงไม่รู้เื่ด้วย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาละก็สำนักต้าติงก็ไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบ”
ซูเป๋ยเข้าใจความหมายของหลี่ชางหลี่ทันที“ต้อง...เกิดอุบัติเหตุใหญ่ขนาดไหน?”
หลี่ชางหลี่ลุกขึ้นยืนพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นะเื“ต้องเป็อุบัติเหตุที่ใหญ่ขนาดไหนงั้นรึ? หากเป็อุบัติเหตุเล็กๆ ข้าคงไม่มาด้วยตนเองหรอก เ้าสำนักซู นี่ไม่ใช่ความ้าของข้าแต่เป็ซูไทเฮาต่างหาก เ้าก็คิดเอาเองเถิด”
เขาหมุนตัวแล้วเดินออกไปทันทีซูเป๋ยจึงพูดตามหลังด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “กงกงโปรดทูลไทเฮาด้วยว่า เื่นี้ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”
หลี่ชางหลี่โบกมือ “ที่ควรพูดข้าย่อมพูดอยู่แล้วทำงานของเ้าให้ดี อย่าทำให้ไทเฮาผิดหวังก็พอ”
