ตอนที่ 1
ลูกดื้อทำยังไงดี?
ยามเช้า แสงแดดอ่อนละมุน ในหมู่บ้านจัดสรรที่ราคาที่ดินแพงที่สุดของเมืองไม่มีเสียงรถยนต์รบกวน บรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักอาศัยเป็อย่างยิ่ง
ภายในห้องนอนเด็กที่กว้างขวางและสว่างไสวของวิลล่าหลังที่ทำเลดีที่สุด มีกระดาษแข็งสีๆ วางกระจายอยู่เต็มพื้น เด็กน้อยสองคนกำลังขะมักเขม้นทำโคมไฟ
ทั้งคู่สวมเสื้อยืดสีขาว เผยให้เห็นท่อนแขนที่เป็ปล้องๆ เหมือนรากบัว หน้าตาของทั้งสองคล้ายคลึงกันและประณีตงดงามจนหาที่ติไม่ได้
เด็กชายคนโตอายุประมาณ 6 ขวบ ผมสีดำนุ่มนวล สีหน้าดูจริงจังขณะกำลังเปิดดูคู่มือการทำ ส่วนเด็กชายคนเล็กอายุประมาณ 3-4 ขวบ ผมหยักศกเล็กน้อย
เมื่อแสงแดดส่องลงมาดูเหมือนมีรัศมีนุ่มฟูล้อมรอบ เพียงแต่ดูเหมือนเขาจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก หยิบกรรไกรขึ้นมาก็เริ่มลงมือทันที
จี้หนิงอีเห็นท่าทางของน้องชายจึงรีบห้าม "จือเล่อ ไปเรียกคุณแม่เถอะ ให้คุณแม่มาพาสอนทำ"
จี้จือเล่อเบะปาก "ผมไม่ไปหรอก แม่ทำอะไรไม่เป็สักอย่าง คุณครูบอกให้ผู้ปกครองมาทำด้วยกัน พี่ก็เป็ผู้ปกครองของผมไม่ใช่เหรอ?"
จี้หนิงอีอายุ 6 ขวบแล้ว ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในฐานะพี่ชาย เขามักจะดูแลจี้จือเล่อน้องชายวัย 3 ขวบครึ่งอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อน้องชายขอให้ช่วยทำโคมไฟ เขาจึงไม่ได้ปฏิเสธ
"แต่คุณแม่เป็ผู้ใหญ่ ท่านต้องทำได้ดีกว่าแน่ๆ" จี้หนิงอีกล่าว
จี้จือเล่อก้มหน้าก้มตา "ไม่จริงหรอก เมื่อวานคุณครูก็บอกแม่แล้วแต่แม่ไม่พูดอะไรเลย แม่ไม่อยากช่วยผมหรอก"
"คุณแม่อาจจะลืม ลองไปหาท่านดูสิ ท่านต้องอยากทำกับน้องแน่ๆ" จี้หนิงอีกล่าวอย่างจริงใจ
เขาเชื่อแบบนั้นจริงๆ ดูเหมือนคุณแม่จะชอบน้องชายมากกว่านิดหน่อย แม้จี้หนิงอีจะอายุแค่ 6 ขวบ แต่เขาก็เข้าใจอะไรหลายอย่าง เขารู้ว่าปกติแล้วสายตาของคุณแม่จะหยุดอยู่ที่เด็กคนไหนนานกว่ากัน
จี้จือเล่อเริ่มโมโห ใช้กรรไกรทิ่มกระดาษแข็งจนเป็รูหลายรู "แม่ไม่อยากทำ! แม่บอกว่าผมเป็สัตว์ประหลาด ผมได้ยินมากับหู! แม่นั่นแหละที่เป็สัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาดตัวใหญ่!"
จี้หนิงอีขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้นยืน "จือเล่อ อย่าพูดถึงคุณแม่แบบนั้น"
จี้จือเล่อ "พี่ชายคนเลว พี่เข้าข้างคุณแม่ตลอด ทั้งที่แม่ไม่รักพี่เลย"
ความคิดของเด็กนั้นเรียบง่าย ใครรักเขา เขาก็รักตอบ แต่จี้จือเล่อไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ไม่รักพี่ชาย แต่พี่ชายยังรักแม่
จี้หนิงอียืนขึ้น สีหน้าดูเ็ปเล็กน้อยแต่ยังคงพูดว่า "คุณแม่รักพี่ ท่านแค่ป่วยน่ะ" เสียงของเขาชัดเจน
"เมื่อก่อนคุณแม่ไม่ได้เป็แบบนี้ พอมีน้องเกิดมาคุณแม่ถึงเปลี่ยนไป พี่คิดว่าคุณแม่ป่วย เราจะเลิกรักคุณแม่เพียงเพราะท่านป่วยไม่ได้นะ"
ยังมีเื่อีกมากมายที่จี้หนิงอีไม่ได้บอกจี้จือเล่อ เมื่อก่อนคุณแม่เคยอุ้มเขา ลูบผม แล้วก็บีบแก้ม พร้อมกับบอกว่า "หนิงอีเป็เด็กที่น่ารักที่สุดเลย" จากนั้นก็รำพึงว่า "ลูกแม่นี่ผิวััดีจริงๆ"
คุณแม่เคยทำอาหารให้เขา ถึงแม้รสชาติจะไม่ค่อยอร่อยนัก หลังจากที่คุณแม่ป่วย จี้หนิงอีรู้สึกเสียใจมากที่วันนั้นทานผักที่คุณแม่ทำไม่หมด เขาอาจจะไม่ได้ทานมันอีกแล้ว นั่นคือเื่ที่เขาเสียใจและเศร้าที่สุด
คำว่า "คุณแม่ป่วย" จี้จือเล่อได้ยินมาหลายครั้งแล้ว แต่เขาคิดว่าจี้หนิงอีโกหก แม่ไม่เคยดีกับเขาเลย แม่บอกว่าเขาเป็สัตว์ประหลาด กลัวเขา ผลักเขาจนแขนไปกระแทกจนเป็แผลเป็มาจนถึงตอนนี้
แต่เพราะคำขอร้องของแม่ เขาจึงไม่ได้บอกใคร เขาเคยคิดว่าแม่จะห่วงใยเขาบ้าง แต่ทุกครั้งที่แม่มองมาก็ยังใช้สายตาแบบที่เขาเกลียด... เขาไม่ใช่สัตว์ประหลาด
จี้จือเล่อโกรธจริงๆ เขาสาบานว่าจะเกลียดผู้หญิงคนนี้ไปตลอดชีวิต โตขึ้นจะไล่เธอออกไปให้ได้ เขาเอามือปิดหูแล้วะโลั่น "ไม่ฟังๆๆ! แม่เป็คนเลว เป็สัตว์ประหลาด โตขึ้นผมจะไล่แม่ไป!"
จี้หนิงอีเม้มปาก มองดูน้องชายที่กำลังอาละวาด แล้วเดินออกจากห้องเด็กไป
จี้จือเล่อโวยวายอยู่พักใหญ่จนพบว่าพี่ชายไปแล้ว เขาจึงลดมือลง เบะปาก แล้วก้มเก็บกระดาษแข็งขึ้นมาแผ่นหนึ่ง พยายามเปิดดูคู่มือตามอย่างที่พี่ชายทำเมื่อกี้
ไม่ช่วยก็ช่างเถอะ ยังไงเขาก็ทำเองได้!
คุณครูบอกว่าดูคู่มือแล้วจะทำเป็เอง จี้จือเล่อคิดว่ามันง่ายมาก เขาเริ่มดูคู่มือ...
เอ่อ... ตัวนี้อ่านว่าอะไรนะ...
จี้จือเล่อวางคู่มือลง หยิบกรรไกรมาตัดกระดาษเล่น เขาชอบเล่นแบบนี้ที่โรงเรียนอนุบาลอยู่แล้ว แต่พอตัดไปแผ่นหนึ่งก็เริ่มรู้สึกเบื่อ การเล่นต้องมีคนเยอะๆ ถึงจะสนุก
ตอนที่ออกแบบห้องเด็กหลังนี้ ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาออกแบบให้ สภาพแวดล้อมกว้างขวาง อุปกรณ์ครบครัน เรียกได้ว่าเป็์ของเด็กๆ จี้จือเล่อนั่งนิ่งอยู่คนเดียวในห้อง ร่างเล็กๆ นั้นดูโดดเดี่ยวอยู่บ้าง ผ่านไปพักหนึ่งเขาจึงขยับตัว เอามือยันพื้นแล้วลุกขึ้นเดินออกไป
จี้จือเล่อขมวดคิ้วด้วยความลังเลใจ แต่ใบหน้าอวบอิ่มเหมือนซาลาเปานั้นทำให้ท่าทางลังเลดูน่าเอ็นดูมากกว่าน่าเกรงขาม พี่ชายบอกว่าแม่จะยอมช่วยเขาทำ จี้จือเล่อจึงตัดสินใจจะไปถามดู ถ้าแม่ทำก็ทำ ไม่ทำก็ช่าง เพราะเขาก็ไม่ได้้าแม่ขนาดนั้น!
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" จี้จือเล่อเคาะประตูแล้วผลักเข้าไป เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิง
จี้จือเล่อยืนอยู่ที่ประตู มือจับลูกบิดไว้แน่น เชิดหน้าขึ้น "นี่! ฉันจะทำโคมไฟ มาช่วยฉันหน่อย"
ซือเถียนที่เพิ่งตื่นและยังงงกับสถานการณ์ ?
นี่ที่ไหน? แล้วทำไมมีเด็ก?
เมื่อเห็นเธอไม่ตอบ จี้จือเล่อก็พูดซ้ำอีกรอบ แถมเติมท้ายว่า "เธอไม่อยากทำเหรอ?"
ซือเถียนพยักหน้า "ใช่ ฉันไม่อยากทำ"
ลูกบ้านไหนเนี่ย ทำไมไม่มีมารยาทเลย?
จี้จือเล่อกระทืบเท้า "เธอเป็คนน่ารำคาญ!"
"ปัง!" เสียงประตูถูกปิดลง เด็กน้อยวิ่งหนีไปแล้ว
ซือเถียน ???
เด็กแสบบ้านไหนเนี่ย ทำไมมาด่ากันแบบนี้ พ่อแม่ล่ะ? อบรมสั่งสอนกันยังไง ถ้าสอนไม่เป็เดี๋ยวเธอจัดให้เอง เด็กดื้อต้องทำยังไง? ก็แค่สั่งสอนสักอิ่มก็จบแล้ว
[ดีเลย ในเมื่อคุณคิดว่าทำได้ งั้นเชิญคุณอบรมเลยครับ]
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ใสๆ ดังขึ้นในหัวของซือเถียน
ซือเถียน "เสียงอะไรน่ะ?"
[ติ๊งหน่อง! สวัสดีโฮสต์ ผมคือระบบกอบกู้ตัวร้าย ยินดีที่ได้ผูกมัดกับโฮสต์ ต่อจากนี้ไปขอให้เรามีการเดินทางที่รื่นรมย์นะครับ]
ซือเถียนมึนไปหมด เธอสงสัยว่าตัวเองยังไม่ตื่น ไม่อย่างนั้นทำไมตื่นมาในที่ที่ไม่รู้จัก โดนเด็กดื้อด่า แล้วยังมีเสียงบอกว่าผูกมัดกับระบบอีก ซือเถียนล้มตัวลงนอน เธอคิดว่าเธอ้าการพักผ่อนที่เพียงพอ
แต่ระบบกลับแนะนำตัวเองต่อไปในหัวของเธอ [เด็กคนเมื่อกี้ชื่อจี้จือเล่อ เขายังมีพี่ชายอีกคนชื่อจี้หนิงอี โฮสต์น่าจะคุ้นเคยดีนะครับ...]
ซือเถียน ?
คุ้นสิ! จี้หนิงอีกับจี้จือเล่อ นี่มันตัวร้ายชายสุดแสบสองคนจากนิยายรักที่เธออ่านเมื่อคืนชัดๆ!
จี้หนิงอีคือเพื่อนร่วมชั้นมัธยมของนางเอก เป็เทพบุตรของโรงเรียน สอบได้ที่หนึ่งตลอด ไม่ได้เ็าแต่กลับอ่อนโยนใจดี นางเอกแอบชอบเขามานาน พอคนอื่นรู้เข้าก็นางเอกก็ถูกกลั่นแกล้ง จี้หนิงอีออกมาปกป้องนางเอก ทำให้นางเอกถลำลึก แต่หลังเรียนจบถึงได้รู้ว่า จี้หนิงอีรู้อยู่แล้วว่าเธอชอบ และที่ทำไปทั้งหมดก็แค่อยากเห็นเธอถูกแกล้งเพราะจิตใจเขามืดมน ทำให้นางเอกปิดตายหัวใจจนกระทั่งมาเจอพระเอก
จี้จือเล่อ น้องชายของจี้หนิงอี ตกหลุมรักนางเอกั้แ่แรกเห็นตอนเข้ามหาลัย ตามตื้อไม่เลิก และคอยขัดขวางคู่พระนางตลอด
ส่วนพ่อของพวกเขาก็ทำให้ครอบครัวนางเอกล้มละลาย สุดท้ายครอบครัวตระกูลจี้ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งบ้าน เรียกว่ากรรมตามสนอง
ซือเถียนคิดว่าครอบครัวตัวร้ายนี่มันตัวละครเครื่องมือชัดๆ ไร้สาระสิ้นดี แล้วตอนนี้เธอทะลุมิติมาเนี่ยนะ?
ซือเถียน "เดี๋ยวนะ ฉันไม่ได้คอมเมนต์ด่า และไม่ได้คิดว่าไอ้ตัวร้ายสองตัวนี้ควรค่าแก่การช่วยเลย ทำไมฉันถึงทะลุมิติมาล่ะ?"
ระบบ [เราคัดกรองจากฐานข้อมูลครับ โฮสต์คือคนที่เหมาะสมที่สุด แนะนำให้ทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อแลกกับชีวิตที่สอง หากปฏิเสธ คุณจะตายภายใน 30 นาที แจ้งเพื่อทราบ โฮสต์ได้เสียชีวิตจากการทำงานหนัก ในโลกเดิมแล้ว หากตายที่นี่จะหายไปถาวรครับ]
ซือเถียน "เดี๋ยวนี้การตายฉับพลันมันง่ายขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันแค่โต้รุ่งคืนเดียวเองนะ นอนยังไม่เกินตีหนึ่งเลย"
ระบบ [ไม่ง่ายครับ แต่โฮสต์ตายไปแล้วจริงๆ ถ้าไม่รับภารกิจ จะหายไปในอีก 29 นาที] เสียงอิเล็กทรอนิกส์นั้นแฝงไปด้วยการข่มขู่เล็กๆ
ซือเถียน "อ๋อ งั้นก็ตายไปเถอะ"
ระบบ ?
ซือเถียนนอนลงบนเตียง หยิบมือถือขึ้นมาเปิดนาฬิกาจับเวลา ท่าทางผ่อนคลายสุดๆ "ไม่ต้องบอกเวลาหรอก ฉันรู้เองว่าฉันจะตายเมื่อไหร่"
ระบบ ??
ซือเถียนแค่นหัวเราะ คิดจะใช้ชีวิตมาขู่คนเหรอ? สมัยนี้เขาต้องเอาเงินมาล่อสิ ระบบรุ่นไหนเนี่ย?
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
ในขณะที่คนกับระบบกำลังคุมเชิงกันอยู่ ประตูห้องก็ถูกเคาะอีกครั้ง คราวนี้เหมือนใช้เท้าถีบ เสียงดังมาก
ซือเถียนไม่อยากสนใจ แต่เสียงนั่นยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เธอโมโหจนสะบัดผ้าห่ม เดินสามขุมไปเปิดประตู เห็นเด็กชายจี้จือเล่อผู้ไร้มารยาทกำลังจะถีบประตูอีกรอบ
พอประตูเปิดออก จี้จือเล่อเซเล็กน้อย เท้าถีบเข้าไปที่หน้าแข้งของซือเถียนเต็มแรง แรงของเด็กผู้ชายไม่ใช่เล่นๆ ซือเถียนรู้สึกเจ็บแปลบทันที
แต่จี้จือเล่อไม่มีท่าทีเกรงกลัว แถมยังทำหน้าทะเล้นใส่เธอ โยนของบางอย่างใส่ตักเธอแล้วหันหลังวิ่งหนีไป ของสิ่งนั้นร่วงลงพื้น มันคือตุ๊กตากบที่ะโไปมา พร้อมกับมีเสียงเด็กผู้ชายที่อัดไว้ดังวนไปมาว่า
"เกลียดเธอ! เกลียดเธอ! เกลียดเธอ!"
เสียงดังสะท้อนก้องไปมา ได้ผลชะงัดนัก
ซือเถียน ...
เธอยกเท้าขึ้น "แปะ!" เหยียบตุ๊กตากบจนแหลกคามือ กบตัวนั้นดิ้นขลุกขลักเล็กน้อยก่อนจะพังพินาศ เส้นเืที่หลังมือของซือเถียนเต้นตุบๆ
อารมณ์ร้ายของเธอเริ่มพลุ่งพล่านแล้ว!
ไอ้เด็กนี่เป็ลูกเธอใช่ไหม?
งั้นเธอก็ไม่เกรงใจแล้วนะ!
