ลำพอง (The Golden Label Phenomenon and Shadow of the Prancing Horse)
[เวลา: 07:15 น. | สถานที่: ถนนสายหลักหน้าโรงเรียนมัธยม]
เสียงเครื่องยนต์ 4 จังหวะของ Honda C70 สีเขียวตองอ่อนดังกระหึ่มแ่เบามาตามสายลมยามเช้า ตะวันขี่รถคู่ใจเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนด้วยท่วงท่าที่ทะมัดทะแมงกว่าวันแรก
วันนี้ "เ้านันทิดา" ไม่ได้มาตัวเปล่า ที่ตะแกรงท้ายรถมีเข่งไม้ไผ่สานใบสวยมัดติดอยู่อย่างแ่า ภายในเข่งบรรจุห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อหุ้ม "ทองคำเหลวสีแดง" เอาไว้อย่างดี ทั้งแบบขวดธรรมดาสำหรับเพื่อนนักเรียน และแบบ "พรีเมียม" สำหรับลูกค้าวีไอพี
สายตาของนักเรียนหลายคนที่กำลังเดินเข้าโรงเรียนจับจ้องมาที่เขา ไม่ใช่แค่เพราะรถสวย แต่เพราะข่าวลือเื่ "แยมเทพ" ที่อร่อยจนแสงออกปากได้แพร่สะพัดไปทั่วชั้น ม.1 ั้แ่เมื่อวาน
"นั่นไง! ตะวันมาแล้ว!"
"วันนี้เขาจะเอามาพอขายไหมนะ?"
"เห็นว่ามีแบบพรีเมียมด้วยนี่ อยากเห็นจังว่าเป็ยังไง"
เสียงซุบซิบดังไล่หลังมา แต่ตะวันทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากภายใต้หมวกกันน็อค เขารู้ดีว่า "กระแส" (Trend) คือสิ่งที่จุดติดง่ายแต่มอดไว หน้าที่ของเขาคือต้องรีบเปลี่ยนกระแสให้กลายเป็ "ความภักดีต่อแบรนด์" (Brand Loyalty) ให้เร็วที่สุด
[เวลา: 08:30 น. | ห้องพักครูหมวดภาษาต่างประเทศ]
หลังจากเช็คชื่อเข้าแถวเสร็จ ตะวันขออนุญาตครูประจำชั้นปลีกตัวมาที่ห้องพักครูตามนัดหมาย
บรรยากาศในห้องพักครูเงียบสงบ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ และกลิ่นกาแฟจางๆ ครูอารีย์นั่งตรวจการบ้านอยู่ที่โต๊ะทำงานมุมห้อง เมื่อเห็นตะวันเดินเข้ามาพร้อมถุงกระดาษใบใหญ่ เธอก็วางปากกาลงทันที
"มาแล้วเหรอจ๊ะพ่อค้าตัวน้อย... ไหนขอดูของหน่อยซิ" ครูอารีย์ยิ้มทักทาย
ตะวันยกมือไหว้สวยๆ ก่อนจะวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ หยิบสินค้าออกมาวางทีละชิ้น
ทันทีที่ "ขวดแยมรุ่นพรีเมียม" ปรากฏสู่สายตา บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไป
ขวดแก้วทรงหกเหลี่ยมใสแจ๋วสะท้อนแสงไฟนีออน เผยให้เห็นเนื้อแยมสีแดงทับทิมเข้มข้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน ฝาเกลียวสีทองแวววาวดูหรูหรา และที่โดดเด่นที่สุดคือ... ฉลากวงกลม ที่วาดด้วยมือ เป็รูปสตรอว์เบอร์รีสวมมงกุฎ พร้อมตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนหวัดๆ ว่า 'Samoeng Sweet'
มันดูไม่เหมือนสินค้าโอทอปชาวบ้าน แต่ดูเหมือนแยมนำเข้าจากยุโรปที่วางขายในห้างหรู
"โอ้โห..." ครูอารีย์อุทานเบาๆ เธอยกขวดขึ้นมาส่องดูใกล้ๆ "นี่เธอทำเองจริงๆ เหรอตะวัน? สวยมาก... สวยจนครูไม่กล้ากินเลย"
"ข้างในอร่อยกว่าข้างนอกอีกครับครู" ตะวันตอบอย่างมั่นใจ "รุ่นนี้ผมคัดเนื้อพิเศษ เคี่ยวนานกว่าปกติ 30 นาที เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอมที่สุดครับ"
เสียงคุยกันเริ่มเรียกความสนใจจากครูท่านอื่นในห้อง
"คุยอะไรกันคะครูอารีย์? ...อุ้ย! นั่นขวดอะไร สวยจัง" ครูสมศรี (ครูสอนเลขสุดเฮี้ยบ) เดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย
"แยมสตรอว์เบอร์รีจ้ะพี่ศรี ลูกศิษย์ฉันทำมาขาย ดูแพ็คเกจสิ อินเตอร์มาก" ครูอารีย์อวดอย่างภูมิใจราวกับเป็ผลงานลูกตัวเอง
ครูสมศรีขยับแว่นสายตามองฉลาก "Samoeng Sweet... ชื่อเก๋ดีนี่ ขายเท่าไหร่ล่ะเธอ?"
"50 บาทครับคุณครู" ตะวันตอบ
"50 บาท!" ครูสมศรีเสียงสูงนิดนึงตามประสาคนละเอียดเื่ตัวเลข "แพงเอาเื่นะ ก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงเรียนชามละ 10 บาทเอง"
ตะวันไม่สะทกสะท้าน เขารอจังหวะนี้อยู่แล้ว
"ถ้าเทียบกับก๋วยเตี๋ยวอาจจะดูแพงครับ... แต่ถ้าคุณครูลองเทียบกับ 'ของขวัญ' ที่จะเอาไปฝากผู้ใหญ่ หรือเอาไปไหว้ผู้มีพระคุณ ราคา 50 บาทแลกกับความดูดีมีระดับแบบนี้ ผมว่าคุ้มค่ามากนะครับ... แถมรสชาติยังรับประกันความอร่อย ไม่เหมือนแยมแป้งกวนผสมสีตามท้องตลาดแน่นอนครับ"
เขาใช้เทคนิค Reframing (การเปลี่ยนกรอบความคิด) จาก "ของกิน" เป็ "ของขวัญ" ซึ่งมีมูลค่าทางจิตใจสูงกว่า
ครูอารีย์รีบเสริมทัพ "จริงค่ะพี่ศรี เมื่อวานฉันชิมแล้ว อร่อยแสงออกปากจริงๆ เนื้อสตรอว์เบอร์รีเป็ชิ้นๆ เลยนะ"
ครูสมศรีมองขวดแยมในมือครูอารีย์อย่างชั่งใจ ก่อนจะหันมามองตะวัน
"มีให้ชิมไหม?"
"มีครับ" ตะวันหยิบขวด Tester (ขวดเล็ก) และช้อนพลาสติกสะอาดที่เตรียมมาออกมาทันที
ครูสมศรีตักแยมเข้าปากเล็กน้อย... เธอเคี้ยวเบาๆ แล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง
คิ้วที่มักจะขมวดมุ่นเวลาตรวจข้อสอบเลข ค่อยๆ คลายออก
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนาเริ่มเป็ประกาย
"อืม..." เธอครางในลำคอ "หวานกำลังดี... เปรี้ยวตัดปลายนลิ้น... หอมมาก"
เธอกลืนลงคอแล้วหันมามองตะวัน "มีเหลือไหม? ครูเอา 2 ขวด จะเอาไปฝากคุณแม่ท่านชอบทานขนมปัง"
"มีครับ! ขอบพระคุณครับ!"
เหตุการณ์หลังจากนั้นคือ "ปฏิกิริยาลูกโซ่" (Chain Reaction)
เมื่อครูเลขที่ขึ้นชื่อว่า "เขี้ยว" ที่สุดในโรงเรียนยอมควักเงินซื้อ ครูคนอื่นๆ ก็ไม่ลังเลที่จะซื้อตาม
แยมพรีเมียม 6 ขวดที่ตะวันเตรียมมา (5 ของครูอารีย์ + 1 เผื่อขาย) หมดเกลี้ยงในพริบตา และเขายังได้ยอดจองเพิ่มอีก 10 ขวดสำหรับวันพรุ่งนี้!
ตะวันเดินออกจากห้องพักครูด้วยกระเป๋าที่หนักอึ้งไปด้วยเงิน แต่หัวใจเบาหวิว
ยอดขายเช้านี้: 300 บาท (เฉพาะรุ่นพรีเมียม)
กำไรเน้นๆ เกือบ 200 บาท... ในเวลาไม่ถึง 15 นาที!
[เวลา: 12:30 น. | ใต้ต้นหูกวางข้างโรงอาหาร]
่พักเที่ยง ตะวันกลายเป็บุคคลที่ยุ่งที่สุดในระดับชั้น
เดชกับหมูต้องผันตัวมาเป็ "ผู้ช่วยจำเป็" คอยช่วยจัดคิวเพื่อนๆ ที่มารับแยมรุ่นปกติ (35 บาท)
"ใจเย็นๆ ทีละคน! จ่ายตังค์ที่ไอ้หมู รับของที่ไอ้เดช!" ตะวันะโสั่งการเหมือนผู้จัดการโรงงาน
แยม 20 ขวดถูกแจกจ่ายออกไปจนหมดเกลี้ยง หลายคนรับไปแล้วเปิดกินเดี๋ยวนั้นเลย โดยจิ้มกับขนมปังที่ตะวันแนะนำให้ซื้อเตรียมมา กลิ่นหอมของแยมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ยิ่งกระตุ้นความอยากของคนที่ไม่ได้สั่งจอง
"ตะวัน! พรุ่งนี้ขอจอง 2 ขวด!"
"เราเอาด้วย!"
"มีรสอื่นไหม? แยมส้มมีเปล่า?"
ตะวันจดออเดอร์ลงสมุดจนมือเป็ระวิง
"ตอนนี้มีแค่สตรอว์เบอร์รีครับ... แต่ในอนาคตจะมี 'แยมมัลเบอร์รี' (หม่อน) ด้วย รอติดตามนะ!"
(เขาเพิ่งนึกได้ว่าเห็นต้นหม่อนขึ้นอยู่ท้ายสวน)
เมื่อคลื่นฝูงชนซาลง ตะวันนั่งพิงต้นไม้ ปาดเหงื่อที่หน้าผาก
"เฮ้อ... ขายดีจนน่ากลัว"
"น่ากลัวบ้าอะไร ได้ตังค์ตั้งเยอะ!" หมูนับเงินในกระเป๋าคาดเอว (ที่ยึดมาจากตะวันชั่วคราว) "รวมๆ วันนี้แกได้เกือบพันเลยนะเว้ย! รวยเละ!"
"มันน่ากลัวตรงที่... คืนนี้ฉันจะเอาแรงที่ไหนไปทำทันน่ะสิ" ตะวันบ่นอุบ
กำลังการผลิตของ "ครัวแม่บุษบา" มีจำกัด หม้อทองเหลือง 2 ใบ กับแรงงาน 3 คน (รวมเขา) เริ่มจะไม่เพียงพอต่อความ้า (Demand) ที่พุ่งสูงขึ้น
"สงสัยต้องจ้างคนเพิ่ม... หรือไม่ก็ต้องซื้อเครื่องจักร" ตะวันคิดในใจ แต่ระบบยังไม่มีเครื่องกวนแยมขาย มีแต่หม้อธรรมดา
[เวลา: 16:30 น. | ร้านเฮียชัยอะไหล่ยนต์]
หลังเลิกเรียน แทนที่จะรีบกลับบ้านไปกวนแยม ตะวันเลือกที่จะแวะมาที่ร้านของเฮียชัยก่อน เพื่อผ่อนคลายสมองและเติมไฟฝัน
"อ้าว เสี่ยตะวัน! ได้ข่าวว่าขายแยมดิบดีเป็เทน้ำเทท่านี่หว่า ดังไปทั่วตลาดแล้วนะเอ็ง" เฮียชัยแซวทันทีที่เห็นหน้า
"ข่าวไวจังนะครับเฮีย... ก็พอได้ค่าขนมครับ" ตะวันยิ้มรับ "วันนี้ผมมาดูอะไหล่นิดหน่อยครับ อยากได้กระจกมองข้างทรงกลมชุบโครเมียมสักคู่ ของเดิมมันมัวหมดแล้ว"
"มีสิ เพิ่งเข้ามาใหม่เลย ของแท้ญี่ปุ่นด้วยนะ"
ระหว่างที่เฮียชัยเดินไปหยิบของ สายตาของตะวันก็กวาดไปรอบๆ ร้านที่เต็มไปด้วยอะไหล่เก่าๆ กองพะเนิน
สำหรับคนอื่น มันคือกองขยะ แต่สำหรับเขา มันคือ "ขุมทรัพย์"
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับ "วัตถุประหลาด" ชิ้นหนึ่งที่วางแอบอยู่บนชั้นวางของสูงเสียดฟ้า ฝุ่นจับหนาจนแทบมองไม่เห็นรูปร่างเดิม
แต่นักแต่งรถอย่างตะวันจำรูปทรงนั้นได้แม่นยำ
มันคือ "พวงมาลัยรถยนต์" ก้านยก 3 ก้าน หุ้มหนังสีดำด้ายแดง ตรงกลางมีโลโก้สีเหลืองเลือนราง...
"เฮียครับ..." ตะวันชี้นิ้วสั่นๆ ไปที่ของชิ้นนั้น "นั่นมัน... พวงมาลัย Nardi ใช่ไหมครับ?"
เฮียชัยเงยหน้ามองตาม "อ๋อ... ไอ้นั่นน่ะเหรอ ติดมากับซากรถกระบะเก่าๆ ที่เฮียไปเหมามาเมื่อปีก่อน เห็นมันเก่านึกว่าไม่มีราคา เลยโยนๆ ไว้ตรงนั้น"
หัวใจของตะวันเต้นรัว Nardi Torino รุ่น Classic ก้านดอกไม้... ของแท้จากอิตาลี! นี่คือไอเทมในตำนานที่สิงห์รถซิ่งยุค 90 และสาย JDM ถวิลหา
"เฮียขายไหมครับ?"
"จะเอาไปทำไม? เอ็งขี่มอเตอร์ไซค์นะ ใส่พวงมาลัยรถยนต์ไม่ได้หรอก" เฮียชัยหัวเราะ
"ผม... ซื้อเก็บไว้ครับ เผื่ออนาคตมีรถเก๋ง" ตะวันตอบเสียงจริงจัง
เฮียชัยมองหน้าเด็กชาย แล้วส่ายหัวยิ้มๆ "เอ็งนี่มันแปลกคนจริงๆ... เอ้า! ถ้าอยากได้ เฮียขายให้ถูกๆ 500 บาท เอาไปขัดเองนะ หนังมันลอกหมดแล้ว"
500 บาท! ในยุคอนาคต พวงมาลัยรุ่นนี้สภาพดีๆ ราคาพุ่งไปหลักหมื่น!
ตะวันแทบจะควักเงินที่ขายแยมได้ในวันนี้ออกมาจ่ายทันที แต่เขาฉุกคิดได้...
เงินก้อนนี้ต้องเอาไปซื้อน้ำตาลและขวดแก้วเพื่อหมุนเวียนธุรกิจก่อน
"เฮียครับ... ผมจองไว้ก่อนได้ไหม? ขอเวลาผม 3 วัน ผมจะเอาเงินมาไถ่"
"ได้สิ เฮียเก็บไว้ให้... ไม่หนีไปไหนหรอก" เฮียชัยรับปาก
ตะวันมองพวงมาลัยอันนั้นด้วยสายตามุ่งมั่น
มันไม่ใช่แค่พวงมาลัย แต่มันคือ "หลักชัยแรก" (Milestone)
ถ้าเขาซื้อเ้านี่ได้... มันจะเป็จุดเริ่มต้นของการประกอบรถในฝันทีละชิ้นๆ
[เวลา: 18:00 น. | กลับสู่บ้านไร่ปลายฟ้า]
ตะวันขี่รถกลับบ้านด้วยไฟในอกที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
เขาไม่ได้แค่ทำแยมเพื่อหาค่าขนมอีกต่อไป
แต่เขาทำเพื่อ Nardi ก้านยก... เพื่อ Bride หลังแข็ง... เพื่อเครื่อง 4A-GE...
เมื่อถึงบ้าน ภาพที่เห็นทำเอาเขาหายเหนื่อย
พ่อเมฆากับแม่บุษบากำลังนั่งล้างสตรอว์เบอร์รีกองโตอยู่ใต้ถุนบ้านอย่างขะมักเขม้น เ้าแดงวิ่งมารับหน้าประตู กระดิกหางแรงจนตัวโยน
"กลับมาแล้วเหรอลูก? วันนี้พ่อไปเก็บสตรอว์เบอร์รีมาเพิ่มให้อีก 5 โลแหนะ เห็นลูกบอกว่ายอดจองเยอะ" พ่อเมฆาะโบอกยิ้มๆ
"ขอบคุณครับพ่อ! วันนี้เราจะทำสถิติใหม่กัน!"
ตะวันจอดรถ แล้วเดินเข้าไปกอดเ้าแดงแน่นๆ หนึ่งที ก่อนจะถกแขนเสื้อขึ้น
"เอ้า! ลุยกันเลยคู่หู! คืนนี้ยาวไป!"
[ติ๊ง!]
[ภารกิจลับ: นักสะสมผู้ยิ่งใหญ่ (The Collector) - ส่วนที่ 1]
เป้าหมาย: ชิ้นส่วนรถยนต์ระดับ Rare Item ชิ้นแรก (Nardi Steering Wheel)
ระยะเวลา: ภายใน 72 ชั่วโมง
รางวัล: 300 แต้มระบบ + สกิล [นักเจรจาต่อรอง Lv.2]
ตะวันยิ้มกว้างให้กับหน้าต่างระบบ
"72 ชั่วโมงเหรอ? ...แค่วันเดียวก็พอแล้วมั้ง!"
ด้วยยอดขายแยมที่พุ่งกระฉูดขนาดนี้ พรุ่งนี้เย็นเขาจะมีเงินพอไปสู่ขอเ้าพวงมาลัยนั่นแน่นอน
และนั่นจะเป็ก้าวแรก... สู่เส้นทางสายซิ่งที่เขาใฝ่ฝัน!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
