“กลิ่นจันทร์ ไม่อยู่รึ” หาญหันมองหาพี่สาวของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัย กลิ่นทิพย์ก้มหน้าน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ก่อนที่ชายหนุ่มจะเช็ดคาบน้ำตาออก
“เพราะอาการป่วยของน้อง พ่อได้ขายพี่กลิ่นจันทร์ให้กับเรือนของคุณหลวงไชยพิชิต ป่านนี้ไม่รู้เป็ตายร้ายดีอย่างไร พี่กลิ่นจันทร์คงโกรธน้องไม่น้อย” เป็ครั้งแรกที่ชายหนุ่มรู้สึกเห็นใจกลิ่นจันทร์ขึ้นมา แม้เธอจะเป็คนอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจอยู่บ้าง แต่ถึงขนาดไปเป็ทาสเขา ก็นับได้ว่าต้องได้รับความลำบากอยู่มาก
“น้องอยากไถ่ตัวพี่กลิ่นจันทร์ออกมาจากเรือนนั้น ไม่อยากให้พี่สาวของน้องต้องไปเป็บ่าวไพร่ของใคร”
“ถ้าเ้ายอมแต่งงานกับพี่ พี่สัญญาว่าจักหาเงินมาไถ่ตัวพี่สาวให้” หาญกุมมือหญิงสาวในขณะที่นางกล่ำ แอบยืนฟังอยู่เงียบๆ แล้วปล่อยยิ้มออกมาด้วยความยินดี เธอรู้สึกยินดีอย่างมาก หากได้หาญมาเป็ลูกเขย เขาเองจัดว่าเป็คนขยัน
เสียงจอแจในร้านอาหารของมหาวิทยาลัยบ่งบอกว่าเป็เวลาพักของนักศึกษาจำนวนมาก อินทิรามองหาคะนิ้ง ก่อนจะเห็นมือไวๆ ของเธอยกขึ้นมาเป็สัญญาณเรียก จึงย่างสองเท้าเข้าไปหา
“อิงค์วันเสาร์อาทิตย์นี้เธอพอจะว่างไหม” อินทิราหย่อนก้นนั่งได้ไม่ถึงนาที คะนิ้งก็เริ่มชวนสนทนา ใบหน้าสดใสมองอย่างมีความหวัง
“ว่างสิ มีอะไรหรือ”
“ที่บ้านฉันมีปาร์ตี้ ฉันไม่อยากถูกเพื่อนพี่ชายรุม เธอไปอยู่เป็เพื่อนฉันหน่อยนะ”
“ถ้าไม่อยากร่วมก็อยู่ในห้องสิ”
“พี่ชายฉัน มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อพีท อีตานี่นะจอมป่วนเลย ต่อให้อยู่แต่ในห้องก็หาความสงบไม่เจอ และไม่ต้องพูดถึงพ่อแม่ฉัน ทุกคนล้วนแล้วแต่อยู่ฝั่งพี่ชายฉันหมด” คะนิ้งพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“นะ นะ ไปอยู่เป็เพื่อนฉันหน่อยนะ” เสียงออดอ้อนของเพื่อน ทำให้อินทิราสองจิตสองใจ
“ก็ได้” ตำตอบของเธอ ทำให้คะนิ้งหน้าบานเป็จานดาวเทียม ก่อนที่ชายหนุ่มปริศนาจะเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างแล้วยื่นขนมปังชิ้นใหญ่ให้คะนิ้ง ซึ่งเป็ร้านโปรดของเธอ
“พี่เชนทร์ ขอบคุณนะ เอ่อ...พี่เชนทร์งานปาร์ตี้วันเสาร์นี้คะนิ้งมีเพื่อนไปด้วยคนนะ” คนเชนทร์ยกมือลูบศีรษะน้องสาวแล้วเลื่อนสายตาไปหาเพื่อนของเธอ หากแต่กลับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นเป็อินทิรา ทั้งสองต่างตะลึงนิ่งเงียบจนคะนิ้งต้องสะกิด
“พี่เชนทร์ อิงค์ เป็ไรกัน ทำไมนิ่งเป็หุ่นยนต์อย่างนั้น”
“สวัสดีค่ะพี่เชนทร์ บังเอิญเจอกันอีกแล้ว บังเอิญบ่อยจังนะคะ” อินทิราพูดพลางติดตลกให้ชายหนุ่มได้อมยิ้ม
“นี่อย่าบอกนะว่าเธอรู้จักพี่ชายฉันด้วย” คะนิ้งถามอย่างแปลกใจ ก่อนจะหันไปหาพี่ชายของตัวเอง คเชนทร์พยักหน้าแทนคำตอบ
“ดีเลยค่ะพี่เชนทร์ ถ้างั้นเสาร์นี้ คะนิ้งพาอิงค์ไปร่วมปารตี้ด้วยนะคะ”
“ไปสิ” คเชนทร์หันไปบอกอินทิราด้วยรอยยิ้ม
“ขนมปังร้านเดิมใช่ไหมคะ พี่เชนทร์ไปต่อแถวเองหรือใช้คุณไผ่”
“คุณไผ่สิ พี่จะไปยืนต่อคิวให้ปวดขาทำไมกัน” คเชนทร์ตอบก่อนจะหันเดินกลับออกไป เขาโกหกเพราะไม่อยากโดนล้อว่าเอาใจน้องสาวเกินเหตุ ที่ต้องไปยืนต่อแถวจนขาแข็ง
“อีกลิ่นทิพย์กูไม่ให้มึงไปกับผู้ชายของกู!” เสียงแข็งกระด้างของหญิงสาวปริศนา ดังลอดเข้ามาในหู ก่อนที่อินทิราจะวางช้อนลงพลางมองรอบๆ อย่างแปลกใจ หากแต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงตักอาหารเข้าปากต่อ คะนิ้งหันไปแกะขนมปังเ้าโปรด แล้วจึงดมกลิ่นก่อนลิ้มรสด้วยท่าทางดีใจ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงกรี๊ดของใครบางคนดังลั่นอยู่ที่โต๊ะอาหารด้านหลัง
“พี่เชนทร์คะ ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” กลุ่มนักศึกษาหญิงพากันรุมล้อมชายหนุ่มราวกับว่าเขาคือดาราดัง คะนิ้งหันกลับมาหาอินทิราก่อนจะทำท่ากระซิบ
“อิงค์เชื่อไหม ฉันพึ่งได้เห็นกับตาว่าพี่ชายฉันฮอตขนาดไหน ปกติก็มีแต่คุณไผ่ที่โม้ให้ฟัง” คะนิ้งพูดพลางทำหน้าหนักใจ ตอนเธอเรียนอยู่มอปลายไม่มีโอกาสได้เห็นบรรยากาศแบบนี้ ก่อนจะเหลือบไปเห็นชายสูงอายุใส่สูทเดินเข้ามา
“สวัสดีค่ะคุณไผ่ พูดถึงก็มาเลยนะคะ รบกวนไปช่วยพี่ชายคะนิ้งหน่อยได้ไหมคะ โน่นโดนรุมอยู่ทางด้านโน้นค่ะ” หญิงสาวผายมือไปทางด้านหลังของโรงอาหาร
“ครับคุณหนู” ชายสูงอายุที่ว่า ก้มโค้งให้หนึ่งครั้งก่อนที่ อินทิราจะนั่งอ้าปากค้างตะลึงงันกับภาพที่เห็น
“ทำไมลุงเขาเรียกเธอว่าคุณหนู” อินทิราหันขวับกลับมาจ้องหน้าเพื่อนสาว
“ไม่รู้สิ เขาเรียกฉันั้แ่ฉันลืมตาดูโลก เธอจะไปถามคุณไผ่ไหม ว่าทำไมเขาถึงเรียกฉันอย่างนั้น” คะนิ้งจับมืออินทิราพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเดินตามชายชรา
“อย่าทำเป็เล่นสิ ถ้าให้ฉันเดาบ้านเธอคงรวยมาก ถึงมีคนตามมาดูแลได้ตลอดขนาดนี้ ว่าแต่ลุงคนนั้นเขาเข้ามาดูแลพวกเธอถึงในมหาวิทยาลัยได้อย่างอิสระแบบนี้ ไม่โดนผู้บริหารตำหนิหรือ” คะนิ้งนั่งหัวเราะจนท้องแข็ง พลางมองหน้าตาเหลอหลาของอินทิราก่อนจะส่ายศีรษะไปมา
“เธอหัวเราะอะไรคะนิ้ง” อินทิราทำหน้าจริงจังหลังจากเพื่อนสาวเห็นเป็เื่ตลก
“ผู้บริหารไม่ว่าหรอก ก็นั่นน่ะ พ่อฉันเอง” อินทิราได้แต่กะพริบตาถี่ๆ พร้อมกับเบิกตากว้าง ช้อนที่อยู่ในมือร่วงลงกระทบพื้นจนเสียงดัง
“ฉันไม่เคยมีเพื่อนรวยขนาดนี้มาก่อน ฉันขอยกเลิกเป็เพื่อนกับเธอตอนนี้เลยนะ” อินทิราลุกขึ้นเดินหนีทันที ด้วยความตระหนก เพราะไม่ทันตั้งตัว เธอหลงเป็เพื่อนกับลูกเ้าของมหาวิทยาลัยอยู่นานสองนานโดยไม่ระแคะระคาย คะนิ้งวิ่งตามไปพร้อมกับยังคงหัวเราะไม่หยุด
“หยุดนะอิงค์ รอฉันก่อน เธอจะไปไหน”
“ไปให้ไกลจากเธอไง คนบ้าโกหกกันอยู่ได้ตั้งนาน ถ้าฉันรู้ว่าเธอเป็ถึงลูกเ้าของมหาลัยนี้นะ ฉันไม่คบเธอเป็เพื่อนหรอกจำไว้” อินทิราพูดในขณะที่สองเท้าก้าวหนีเพื่อนไม่หยุด พลางเสียงหัวเราะของคะนิ้งก็ดังไล่หลังมาเช่นเดียวกัน
“เธอหมดสิทธิ์ั้แ่วันที่เธอให้ฉันยืมปากกาแล้ว เธอจะมายกเลิกเป็เพื่อนกับฉันตอนนี้ไม่ได้หรอก คิดว่าฉันจะปล่อยเธอง่ายๆ งั้นหรืออิงค์” คะนิ้งเพิ่มความเร็วแล้วเข้ามาใช้มือเกาะแขนเพื่อนไม่ยอมปล่อย
“อิงค์อย่าทิ้งฉันนะ ถ้าเธอไม่คบฉันก็คงไม่มีใครยอมคบฉันแล้ว ขนาดเธอเป็คนนิสัยดีขนาดนี้ยังไม่อยากคบกับฉัน แล้วคนอื่นๆ จะยอมคบฉันไหม” อินทิราหยุดเดินก่อนจะหันมาหาเพื่อนสาว ที่ยังคงทำหน้าทะเล้นพลอยให้อินทิราต้องหลุดหัวเราะออกมา
“หัวเราะอะไรกันครับสาวๆ”
“สวัสดีค่ะพี่พีท” อินทิรากล่าวทักทายก่อน หลังจากเห็นชายหนุ่มตั้งใจเดินเข้ามาหา พลางหันไปสะกิดคะนิ้งเมื่อเห็นเธอเชิดหน้าขึ้นทำเมินเขาอย่างจงใจ
“ไม่ต้องไปสะกิดคะนิ้งหรอกครับ คะนิ้งเขาเป็แบบนี้เสมอเวลาเจอพี่ ก็ไม่รู้ว่าคอไปโดนอะไรมาเหมือนกัน”
“พี่พีท” คะนิ้งหันมาตะคอกด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“พี่ไปก่อนนะ” อินทิราพยักหน้ารับ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอี่ยวตัวเดินออกพลางหันมาขยิบตาให้คะนิ้งด้วยท่าทางกวนๆ
“อิงค์เธอดูนะ นี่ไงอีตาพี่พีท ฉันล่ะเหม็นขี้หน้าเขานัก ว่าแต่เธอรู้จักพี่พีทด้วยหรือ”
“ก็รู้จักพร้อมกับพี่ชายเธอนั่นล่ะ อย่าสนใจเลย ขึ้นเรียนเถอะ”
