บนยอดเขาิญญา แสงดาวดาราส่องสว่างปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ดวงดาราดวงเล็กหมุนวนลอยเคว้งอยู่กลางอากาศพร้อมปลดปล่อยคลื่นพลังทำลายล้างเข้มข้น
ฟ้าดินกลับกลายเป็มืดสนิท พลังงานฟ้าดินทั่วบริเวณถูกสูบจนแห้งเหือด ชิงอี้จวิ้นยืนสง่าอยู่ท่ามกลางกลุ่มดวงดาราคล้ายกับเทพ์
ชิงอี้หยุนเพียงแค่ยืนมองดู ภายในใจไม่มีความเป็กังวลเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าวิชามหาอำนาจของพี่สองนั้นน่าเกรงขามมากขนาดไหน เพียงแค่ใช้กระบวนท่านี้ พี่ชายย่อมต้องจัดการเต้าหลิงและนำเปลวเพลิงโอสถกลับมาได้แน่นอน
ในตอนแรกเขาไม่อยากให้ชิงอี้จวิ้นออกหน้าให้ ทว่าเมื่อได้ยินว่าเปลวเพลิงโอสถนั้นดูดซับพลังต้นกำเนิดของเปลวเพลิงดาราไป เขาก็อดรนทนไม่ได้ เปลวเพลิงนี้มีประโยชน์ต่อเขามาก อย่างไรเสียเขาก็ต้องเอามันมาให้ได้
ชิงอี้จวิ้นยืนเอามือไขว้หลัง รอบกายโอบล้อมไปด้วยดวงดาราประหนึ่งกระบวนท่าของยอดยุทธ์พลางเอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง เอาเปลวเพลิงโอสถออกมาซะ แล้วข้าจะไม่ทำอะไรเ้า”
เขารับรู้ถึงพลังศักยภาพของเต้าหลิงดี ถ้าเขาทำดีกับอีกฝ่าย ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้มือขวาฝีมือดีมาอยู่ข้างกาย
เต้าหลิงยิ้มหยัน อักขระเรืองรองปรากฏขึ้นมาทั่วร่าง อักขระแต่ละอักขระรอบกายของเขาสั่นไหว ก่อนที่มันจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็ระฆังเต๋าเล็กกวัดไกวเขย่าส่งคลื่นเสียงออกมาเป็ระลอกๆ พวกมันที่รวมตัวอยู่ด้วยกัน ดูแล้วน่ามองเป็อย่างมาก เป็ความอัศจรรย์น่าค้นหา รวมทั้งมันยังสามารถแปรเปลี่ยนเป็อาวุธได้หลากหลายชนิด
เมื่อเห็นดังนั้น ั์ตาของชิงอี้จวิ้นพลันเย็นะเื “ความมุ่งมั่นของเ้าไม่เลวเลย ทว่ามีอัจฉริยะหลายคนต้องมาหยุดอยู่ที่ขั้นพลังนี้ ไม่เว้นแม้แต่เ้า”
เขากล่าวข้อเสียของเต้าหลิงออกมา ทันใดนั้นกลับััได้ถึงความแปลกประหลาดจากอักขระของฝ่ายอริ แต่พลังที่อัดแน่นอยู่ข้างในนั้นอ่อนแอมากเกินไป
เต้าหลิงแสยะยิ้ม หากว่ายืนอยู่ในระดับขั้นพลังเดียวกัน น่าจะต่อสู้ได้สูสีมากกว่านี้
ร่างของเต้าหลิงะเิแสงหมอกสว่างจ้า พลังิญญาเปี่ยมล้น เขาดูดซับพลังฟ้าดินบริสุทธิ์โดยรอบเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด เพื่อหล่อเลี้ยงให้ระฆังเต๋าแข็งแกร่งขึ้น
“ฮึ แหลกไปซะ” ชิงอี้จวิ้นส่งเสียงขึ้นจมูก คงไม่มีอะไรให้พูดกันอีก นอกเสียจากจัดการอีกฝ่ายเท่านั้น
กลุ่มดวงดาราหมุนเวียนไปมา ก่อนที่ดวงดาราดวงเล็กจะหล่นลงมาเป็ดวงๆ แต่ละดวงนั้นหนักอึ้งดุจขุนเขา เมื่อมันรวมเข้าด้วยกันแรงพลังทำให้มวลอากาศฉีกขาด
ผู้คนโดยรอบหน้าเปลี่ยนสี พวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก มีหลายคนที่ตัวกระเด็นลอยออกไป สายตาหวาดผวาของเด็กหนุ่มร่างอ้วนมองไปยังดวงดาราซึ่งร่วงหล่นลงมาพลางเหยียดฝีเท้าถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
“เป็วิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งมาก” ฝ่ามือเรียวสวยของหลินซือซือกำแน่น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ขนาดคลื่นพลังดังกล่าวไม่ได้เล็งมาที่พวกนางยังรุนแรงแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ไม่ต้องคิดเลยว่าเต้าหลิงจะได้รับแรงกดดันมากขนาดไหน
อักขระทองซึ่งแปรเปลี่ยนกลายเป็ระฆังเต๋าเรืองแสงส่งเสียงวิ้งๆ มันเรียงตัวกันเป็แถวอยู่เหนือหัวของเต้าหลิง ในตอนนั้น พวกมันก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าพลางปะทะเข้ากับดวงดาราดวงเล็ก
บังเกิดภาพที่น่ากลัวขึ้น ดวงดาราร่วงหล่น ระฆังเต๋าสั่นไหว พลังทั้งสองปะทะกันบนยอดเขาิญญา
“ครืน”
กลุ่มก้อนเมฆแหลกสลาย ต้นไม้โบราณโค่นล้มลง ท้องนภาราวกับจะถล่ม คลื่นพลังั์ะเิออกมาเป็เส้นๆ พลังที่น่าพรั่นพรึงนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านล่างเขาิญญาต่างก็ตัวสั่น ไม่รู้ว่าเกิดาระดับไหนขึ้นข้างบน
ดวงดาราขนาดเล็กลอยต่ำลงมา แต่ละดวงไร้เทียมทานจนมิอาจพรรณนาได้ อีกทั้งยังหนักหน่วงจนถึงขีดสุด พวกมันได้บดทำลายระฆังเต๋าจนแหลก
ภาพที่เกิดขึ้นนั้นทำให้หลินซือซือหน้าเปลี่ยนสี วิชามหาอำนาจนี้แข็งแกร่งมาก ถ้ามันโจมตีเข้าใส่ร่างของเต้าหลิง ไม่ตายก็ต้องพิการ
ชิงอี้จวิ้นยืนเอามือไพล่หลังเอาไว้ คลื่นพลัง์แผ่ซ่านเยียบเย็น แค่กระบวนท่าดังกล่าวก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการเต้าหลิง ไม่มีอะไรที่เขาจะต้องเป็กังวล
“ครืน”
เสียงะโก้องกังวานมาพร้อมกับเสียงสายฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว ฟ้าดินสั่นะเื ก้อนหินขนาดใหญ่ะเิออกเพราะคลื่นเสียง
มีคนที่ลมปราณเดือดพล่านขึ้น เส้นเสียงทะลวงผ่านแก้วหู จนทำให้รู้สึกว่าร่างกายกำลังจะปริแตก เสียงคำรามนั่นน่ากลัวมากเกินไปแล้ว
สายตาผวาตระหนกจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มผู้แผดเสียงอยู่ภายใต้กลุ่มดวงดารา ปากของเขามีคลื่นอักขระพวยพุ่งประหนึ่งสายฝนที่แฝงไปด้วยอักขระสีทอง ซ้ำร้ายเสียงกู่ร้องคล้ายมุ่งหมายจะสั่นะเืผืนนภาและปฐี!
กลุ่มดวงดาราสั่นไหว ดวงดาราแต่ละดวงร่วงหล่นตกลงมา กระแทกลงพื้นดินจนแตกร้าว
“นี่มันเสียงกลองสายฟ้า์” หนังตาของหลินมู่กระตุกขึ้น เสียงคำรามนี้น่าหวาดหวั่นอย่างคาดไม่ถึงสามารถทำให้ดวงดาราร่วงตกลงมาได้
สีหน้าของชิงอี้จวิ้นฉายแววอำมหิตเย็นดุจภูผาน้ำแข็ง ร่างของเขาปลดปล่อยแสงล้ำค่าออกมา พลังบริสุทธิ์ทั้งสี่ทิศรวบรวมกันเข้ามาฟื้นฟูดวงดาราดวงเล็ก ไม่นานนักดวงดาราที่ตกหล่นลงไปก็ลอยขึ้นมาเหมือนดังเดิม
พลังปราณทั่วร่างของเต้าหลิงปะทุระอุ เส้นผมยาวพัดปลิวตามแรงกระโชก สายตาคมกริบจ้องมองชิงอี้จวิ้นที่กำลังดึงพลังฟ้าดินเข้ามาสร้างดวงดาราอย่างไม่ขาดสาย เขากระทืบลงพื้น ผืนดินก็แตกร้าวเป็ทาง จากนั้นเหินทะยานร่างออกไปข้างหน้า
“ฮึ แหลกไปซะ” ชิงอี้จวิ้นเหยียดมุมปาก เขาใช้จิต์บังคับกลุ่มดาราแต่ละดวงซึ่งอัดแน่นอำนาจอานุภาพ พวกมันพุ่งออกมาข้างหน้าราวกับดวงดาราเต๋า
เต้าหลิงะโขึ้นไปเหยียบบนดวงดาราขนาดเล็ก จนเกิดเสียงดังอึกทึกขึ้น
เขาก้าวฝีเท้าเดินอยู่บนดวงดารา พลังปราณเอ่อล้นทะลักออกมาทั่วร่างไม่ต่างกับหินผามหึมากดทับ ทำให้กลุ่มดวงดาราสั่นะเื
สีหน้าของชิงอี้จวิ้นเคร่งขรึม กลุ่มดวงดาราเริ่มขยับไปมา แม่น้ำดาราแต่ละเส้นสายร่วงหล่น แรงกดดันเพิ่มพูนจนถึงขีดสุด หมายสังหารอีกฝ่ายให้ตายเสีย
เต้าหลิงส่งเสียงฮึ เขาเคยบุกทะลวงหอคอยผ่านจิตชั้นที่สิบไปแล้ว แรงกดดันแค่นี้ย่อมไม่ทำให้เขารู้สึกอะไร หมัดของเขาถูกปล่อยออกไป แสงหมัดสีทองพุ่งออกไป ลมปราณแต่เล่นเส้นสายคล้ายงูทองคำที่ทะลวงฝ่าอากาศ คลื่นพลังดุดันปลดปล่อยออกมาเป็ระลอกๆ ดวงดาราแต่ละดวงค่อยๆ ะเิออก
“ฆ่า” เต้าหลิงหมุนควงแขนทั้งสองราวกับสัตว์อสูรที่บ้าคลั่ง ดวงดาราแตกร้าวเป็เศษธุลี
“เขาจะใช้พลังทำลายมันอย่างนั้นหรือ” เด็กร่างอ้วนกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง
“ชิงอี้จวิ้นไม่สามารถที่จะสร้างดวงดาราขึ้นมาได้ตลอด หากเขาสร้างดวงดาราขึ้นมาใหม่ก็เท่ากับว่าจะต้องสูญเสียพลังไปเป็จำนวนมาก”
“ใช่แล้ว ถึงชิงอี้จวิ้นจะสร้างดวงดาราขึ้นมาใหม่แต่ตอนนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พวกมันไม่สามารถทำอะไรเต้าหลิงได้ เขาแข็งแกร่งมากจริงๆ” หลินซือซือพยักหน้าและพูดอย่างตื่นเต้น “ไม่รู้ว่าเขาจะเอาชนะชิงอี้จวิ้นได้หรือไม่”
ลมปราณเจิดจ้าเดือดพล่านอย่างไม่ขาดสาย มันได้กดทับดวงดาราที่อยู่บริเวณโดยรอบ อักขระสีทองม้วนตัวออกมาด้วยโทสะ พวกมันได้แปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็กระบี่เล็กสีทอง ฟาดฟันเหล่าดวงดาราและทำให้ดวงดาราขนาดเล็กพลันแตกร้าวอย่างไม่หยุด
ชิงอี้จวิ้นสูญเสียพลังไปเป็จำนวนมาก ภายในใจของเขาเริ่มเคร่งเครียด ชายหนุ่มนำหอกาดาราอันหนึ่งออกมาโดยไม่คิดพูดจาขยายความ แสงดวงดาราล้ำค่าส่องสว่างจ้าเหมือนกับเส้นสายฟ้าสีเงิน จากนั้นโบกสะบัดอาวุธแล้วชี้ไปที่เต้าหลิง แรงพลังทำให้บริเวณโดยรอบะเืสั่นคลอน
หอกาดารานั้นถือว่าเป็อาวุธที่น่ากลัวยิ่ง ตัวหอกโอบล้อมไปด้วยไอพลังิญญาเก่าแก่ แสงเย็นสาดประกายส่งผลให้ผู้พบเห็นต้องประหวั่นพรั่นพรึง
“นั่นมันหอกาดารา เป็อาวุธโบราณเก่าแก่ สำนักซิงเฉินให้มันกับเขาหรือนี่”
“แย่ละสิ ชิงอี้จวิ้นเป็กายดารา ด้วยพลังอานุภาพของหอกนี้ เขาจะต้องต้านทานเอาไว้ไม่ไหวแน่”
ผู้คนซึ่งกำลังชมดูพูดคุยกันขึ้น หลังจากนั้นสีหน้าพวกเขาก็อึ้งงันไม่อยากจะเชื่อ สายตาจับจ้องไปที่กระบี่หักสนิมเขรอะซึ่งเต้าหลิงหยิบออกมา ขนาดของมันยาวเพียงแค่สามสิบเิเเท่านั้น
สีหน้าของชิงอี้จวิ้นแปรเปลี่ยนเป็ปึ่งชาทันที เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังดูถูกตนอยู่ ถึงได้เอาอาวุธพังๆ มาต่อสู้
“ไปตายซะ” เขาแผดเสียงคำรามลั่น หอกาพุ่งทะลวงฝ่าอากาศ พลังรุนแรงไร้ที่ติ มวลอากาศแต่ละชั้นถูกทำลาย มันดิ่งตรงไปที่หัวของเต้าหลิง
เต้าหลิงขยับฝ่ามือ ใช้กระบี่หักฟันเข้าใส่หอกาเป็การต้านรับ อาวุธทั้งสองเสียดสีกันทำให้เกิดประกายไฟขึ้น หอกาสีเงินสั่นไหว ชิงอี้จวิ้นรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่ง่ามนิ้ว
“เ้าใจร้อนไปหน่อยนะ” เต้าหลิงเยาะเย้ย พลังภายในร่างของเขาฟื้นฟูกระบี่หักอย่างบ้าคลั่ง เมื่อตวัดอาวุธอีกหน ทันใดนั้นแสงกระบี่ได้พุ่งออกไปฝ่าห้วงอากาศ ดวงดาราที่อยู่โดยรอบพลันะเิออก
สีหน้าของชิงอี้จวิ้นขาวซีด ดวงดารานั้นถูกสร้างขึ้นมาจากพลังบริสุทธิ์ภายในร่างกายของเขา ตอนนี้มันถูกทำลายจึงส่งผลให้มุมปากของเขามีเืไหล
“แหลกไปซะ” เต้าหลิงคำราม ผมยาวปลิวไสว เขาฟันกระบี่หักลงไปด้วยโทสะ แสงกระบี่ขนาดใหญ่ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ
“แย่ละสิ” ชิงอี้จวิ้นหน้าเปลี่ยนสี เขารีบก้าวฝีเท้าถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว เดิมทีเต้าหลิงก็มีพลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา ตอนนี้อีกฝ่ายยังมีกระบี่ในมือ ทำให้ชิงอี้จวิ้นเสียเปรียบเป็อย่างมากในการต่อสู้ระยะประชิด
เต้าหลิงจะยอมให้เขาถอยไปได้อย่างไร เด็กหนุ่มขยับก้าวคล่องแคล่วว่องไวดุจสายฟ้า ใช้กระบี่หักฟันเข้าใส่ที่หัวของชิงอี้จวิ้น เมื่อเห็นดังนั้นชิงอี้จวิ้นก็รีบยกหอกป้องกัน ทำให้แขนของเขาชาวาบ
พึ่บ
เต้าหลิงยื่นฝ่ามือออกไป หมัดกำแน่นพลางต่อยเข้าใส่หน้าอกของชิงอี้จวิ้น
ลมปราณที่เดือดพล่านล้นทะลัก ภายในใจของชิงอี้จวิ้นหนักอึ้งขึ้น เขาเอาขาขวามากันเอาไว้ พลังหนักหน่วงส่งเข้ามาที่หน้าแข้ง หมัดของเต้าหลิงนั้นหนักหน่วงรุนแรง ทำเอาร่างครึ่งล่างของเขาสั่นเทา
“แหลก!” เต้าหลิงตวาดร้องอีกหน เขาใช้กระบี่หักฟันลงไปที่หอกาดาราอย่างแรง ฉับพลันนั้นอาวุธภายในมือของชิงอี้จวิ้นกระเด็นลอยออกไปพร้อมกับผู้เป็เ้าของก่อนชายหนุ่มจะกระอักเืกองใหญ่
ท่ามกลางสายตาตะลึงพรึงเพริดของผู้คนที่ยังไม่ทันตื่นจากภวังค์ เต้าหลิงก็พุ่งเข้าไปใช้ฝ่าเท้าเตะเข้าที่อกของชิงอี้จวิ้น
“เ้าหาที่ตายนัก” ใบหน้าของชิงอี้จวิ้นบิดเบี้ยว อีกไม่นานก็จะถึงวันที่โถงวิหารดาราเปิดแล้ว ถ้าหากเกิดเป็อะไรขึ้นมา จะต้องเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่แน่
เขากัดฟันกรอดพลางขยำยันต์หยก
ภายในส่วนลึกของสำนักซิงเฉิน บนเขาิญญาโบราณที่ถูกปกคลุมไปด้วยไอละอองิญญาเต๋า มีคลื่นพลังร้ายกาจะเิออกพร้อมกับร่างเงาร่างหนึ่ง ดวงตาทั้งสองมีแสงสายฟ้าเส้นหนึ่งโลดลิ่วออกมาเพื่อที่จะต่อต้านฝ่ามือของเต้าหลิง!
