มีคนมาป่วนที่ร้าน
หลังจากแจกเงินเดือนให้ทุกคนเสร็จสิ้น
หลิวหยูถงก็แยกซองแดงออกมาซองหนึ่ง ข้างในมีเงินประมาณห้าร้อยหยวน ยื่นให้กับอวี๋ซิน
“นี่สำหรับเธอนะ”
อวี๋ซินรีบปฏิเสธพัลวัน “พี่ถง ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ เงินนี่รับไม่ได้จริงๆ”
เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งของคนกลุ่มนี้ จะมาเอาเงินแบบนี้ได้ยังไง
หลิวหยูถงยิ้มอย่างใจดี “เงินนี่พี่ให้เป็การส่วนตัว ถือว่าเป็เงินขวัญถุงล่วงหน้าที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัยแล้วกันนะ”
อวี๋ซินยังคงลังเล “แต่เพิ่งสอบเสร็จเองนะคะ คะแนนยังไม่ออกเลย...”
หลิวหยูถงพูดแทรก: “เธอสอบติดแน่นอน ฉันเชื่อใจเธอ”
แม้ในชาติก่อนอวี๋ซินจะชิงโดดน้ำฆ่าตัวตายไปก่อนจนไม่ได้สอบ แต่จากผลการเรียนที่ผ่านมาของเธอ การจะสอบติดระดับปริญญาตรี นั้นไม่ใช่เื่ยากเลย
อวี๋ซินซาบซึ้งใจมาก เธอลุกขึ้นยืนและก้มหัวขอบคุณหลิวหยูถง “ขอบคุณมากค่ะพี่ถง!”
ทันใดนั้น เธอก็รวบรวมความกล้าทำสิ่งที่หลิวหยูถงคาดไม่ถึง
“พี่ถงคะ... ฉันอยากเข้าร่วมกับพวกพี่ด้วยค่ะ”
หลิวหยูถงถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่าอวี๋ซินจะเลือกเดินเส้นทางนี้กับเธอ
ที่เธอชวนอวี๋ซินมางานเลี้ยง ก็เพียงเพราะทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และอวี๋ซินฐานะทางบ้านไม่ดี คงไม่มีปัญญาจัดงานเลี้ยงฉลองสอบติดเองแน่ๆ เธอเลยถือโอกาสใช้ตึกเก่าและงานเลี้ยงนี้จัด "งานฉลองสอบติด" ให้เพื่อนไปในตัว
ในห้องจัดเลี้ยงถึงได้มีป้ายผ้าเขียนไว้สองอัน
อันหนึ่งเขียนว่า "ยินดีกับเพื่อนอวี๋ซินที่สอบติดมหาวิทยาลัย" ส่วนอีกอันแน่นอนว่าเป็ของหลิวหยูถง
หลิวหยูถงมองสบตาอวี๋ซินและถามอย่างจริงจัง “คิดดีแล้วเหรอ?”
อวี๋ซิน “ฉันรู้ว่าฉันหัวช้า ทำอะไรไม่ค่อยเป็ แต่ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้พี่ถงและทุกคนยอมรับในตัวฉันค่ะ”
หลิวหยูถง “ตกลง ฉันรับเธอเข้ากลุ่ม”
“แต่เธอต้องสัญญากับฉันนะ ว่าตอนอยู่มหาวิทยาลัยต้องตั้งใจเรียนให้มากที่สุด เพราะถ้าเธอเรียนเก่ง เธอถึงจะช่วยฉันและช่วยบริษัทของพวกเราได้จริงๆ”
ในเมื่อเธอไม่ได้คิดจะทำตัวเป็นักเลงอยู่แล้ว การรับอวี๋ซินไว้ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร
เพราะอวี๋ซินเป็คนดีจริงๆ นอกจากนิสัยที่เก็บตัวและขี้กลัวแล้ว เื่นิสัยใจคอไม่มีที่ติ แถมยังเป็เด็กกตัญญูสุดๆ
เธอโตมากับคุณยาย ทุกครั้งที่กลับบ้านต่างจังหวัด่สุดสัปดาห์ ต่อให้จะโดนรังแกที่โรงเรียนมาแค่ไหน เธอก็จะยิ้มออกมาจากหัวใจเสมอ
ขนาด่ที่เรียนหนัก เธอยังเจียดเวลามาถักผ้าพันคอกับหมวกเป็ของขวัญให้คุณยายเลย
หลิวหยูถงเคยเห็นหมวกใบนั้น มันน่ารักมาก มีดอกไม้สีแดงเล็กๆ ติดอยู่สองข้าง
ด้วยคุณธรรมในตัวอวี๋ซินนี่แหละ ที่ทำให้หลิวหยูถงยอมรับเธอ
อีกอย่าง ฐานะทางบ้านอวี๋ซินลำบากมาก คุณยายคงส่งเสียเธอเรียนมหาลัยไม่ไหวแน่ การที่เธอมาอยู่กับหลิวหยูถง ก็ถือว่าเป็การทำงานพิเศษหาค่าเทอมไปในตัว
ถ้าเป็เพื่อนคนอื่น หลิวหยูถงคงปฏิเสธไปตรงๆ แล้ว
เพราะเธอไม่ชอบให้คนใกล้ชิดเข้ามาวุ่นวายในทีมบริหารหรือบริษัทในอนาคตนัก
พออวี๋ซินได้ยินว่าหลิวหยูถงตกลง เธอก็ดีใจจนเนื้อเต้น ถึงขั้นรินเหล้าให้ตัวเองแก้วหนึ่งแล้วชูขึ้นชวนหลิวหยูถงชนแก้ว“ขอบคุณค่ะคุณหนู! ฉันขอคารวะพี่ค่ะ!”
เมื่อคนอื่นเรียกหลิวหยูถงว่าคุณหนู ในเมื่อเธอเข้าร่วมแล้วเธอก็ต้องเรียกตาม... ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่หลิวหยูถงอึดอัดที่สุด
นอกจากกังวลว่าคนใกล้ตัวจะใช้บารมีเธอไปทำเื่ไม่ดีแล้ว สิ่งสำคัญคือ "ความสัมพันธ์" ระหว่างพวกเธอจะเปลี่ยนไป ซึ่งเธอไม่อยากให้เป็แบบนั้นเลย
แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว... ช่างเถอะ เลิกคิดมากดีกว่า
หลิวหยูถง “ต่อไปเรียกชื่อฉันเหมือนเดิมเถอะ เรียกแบบนั้นฉันไม่ชินเลย”
อวี๋ซิน: “งั้น... ฉันเรียกพี่ว่า 'พี่ถง' เหมือนเดิมนะคะ”
ตอนนี้เธอเรียกชื่อเล่นตรงๆ ไม่ลงจริงๆ
“เอาเถอะ” หลิวหยูถงพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้
หม่าต๋าเห็นดังนั้นก็รีบชูแก้วขึ้น “พวกเรามาต้อนรับน้องอวี๋ซิน เพื่อนของคุณหนูเข้าสู่กลุ่มเรากันหน่อย! ยินดีต้อนรับ!”
ลูกน้องคนอื่นๆ ดีดตัวลุกขึ้นยืน ชูแก้วขึ้นพร้ะโกนก้อง “ยินดีต้อนรับครับ!”
หลิวหยูถงลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับนะอวี๋ซิน”
อวี๋ซินมองทุกคนด้วยน้ำตาคลอเบ้า: “ขอบคุณพี่ถง ขอบคุณทุกคนมากค่ะ!”
ในนาทีนั้น ความรู้สึกปลอดภัยในใจของเธอพุ่งทะลุปรอท
จากเดิมที่เคยกลัวนักเลงหัวไม้สุดชีวิต ตอนนี้เธอกลับรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดจนน่าเหลือเชื่อ
หลิวหยูถงไม่รู้ว่าใจของอวี๋ซินเปลี่ยนไปแค่ไหน เธอหันไปสั่งให้หม่าต๋าบอกพนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหาร
หม่าต๋าะโสั่งเสียงดังลั่น พนักงานรีบทรงอาหารเลิศรสเข้ามาทันที
มาตรฐานอาหารแต่ละโต๊ะอยู่ที่ 1,000 หยวน มีทั้งไก่ เป็ด ปลา เนื้อวัว เนื้อแกะ ครบเครื่องทั้งสี สัน และรสชาติ
ทุกโต๊ะยังมีบุหรี่ "จงหัว" วางไว้โต๊ะละ 2 คอตตอน พร้อมเบียร์ที่เติมให้ไม่อั้น
เห็นอาหารหรูหราและบุหรี่ราคาแพง ทุกคนต่างก็ยิ้มแก้มปริ
คุณหนูใจปล้ำสุดๆ!
ปกติเวลาพวกเขาไปกินงานเลี้ยงตามชนบท มาตรฐานนี่เทียบกับวันนี้ไม่ได้เลย
บุหรี่ก็มักจะเป็ของราคาถูกๆ ห้าหยวนสิบหยวน แถมโต๊ะหนึ่งมีแค่สองซอง แบ่งกันยังไม่พอสูบ
แต่วันนี้ คุณหนูจัดหนักให้โต๊ะละ 2 คอตตอน เฉลี่ยแล้วได้คนละไม่ต่ำกว่า 2 ซองเต็มๆ!
ต่อไปเวลาไปนั่งร้านเน็ต แค่วางบุหรี่จงหัวลงบนโต๊ะคอม... โอ้โห รัศมีมาเต็ม!
สูบจงหัวในร้านเน็ตนี่มันเท่ระดับพรีเมียมชัดๆ เจอเพื่อนฝูงถ้ามันไม่เรียก "ท่านพ่อ" ก็อย่าหวังจะได้ดม!
แม้คุณหนูจะจัดบุหรี่ให้ทุกโต๊ะ แต่ในห้องโถงกลับไม่มีใครกล้าจุดบุหรี่เลยสักคน
เพราะคุณหนูไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ ต่อให้ลงแดงแค่ไหน พวกเขาก็ต้องแอบออกไปสูบข้างนอกเพื่อเลี่ยงไม่ให้ควันรบกวนเธอ
ขณะที่ทุกคนกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหาร มือถือของหม่าต๋าก็ดังขึ้น
เขากดรับสายได้ครู่เดียว สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ก่อนจะตบโต๊ะดัง ปัง! แล้วลุกพรวดขึ้นมา
“ใครมันทำวะ! อยากตายหรือไง?!”
“ล้อมพวกมันไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!”
หลิวหยูถงเห็นท่าไม่ดีจึงขมวดคิ้วถาม “มีเื่อะไร?”
หม่าต๋าตอบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม: “คุณหนูครับ มีพวกกุ๊ยไปป่วนที่ร้านอาหารของเราครับ มันเข้าไปพังจานชามข้าวของจนลูกค้าหนีเตลิดไปหมดเลย”
“ที่สำคัญ... นี่มันเป็รอบที่สองแล้วครับ!”
หลิวหยูถงได้ยินดังนั้น แววตาก็เย็นเยียบลงทันที “รู้ตัวคนทำไหม?”
หม่าต๋าส่ายหน้า: “ตอนนี้ยังไม่รู้ที่มาแน่ชัดครับ แต่ผมมั่นใจว่าต้องเกี่ยวกับยัยเพื่อนร่วมห้องของคุณหนูคนนั้นแน่ๆ”
หลิวหยูถง “เธอหมายถึงจ้าวซู?”
หม่าต๋าพยักหน้า: “ใช่ครับ ไอ้หัวโจกที่ไปป่วนชื่อ 'เติ้งเจ๋อเยี่ยน' ดูเหมือนจะเป็ลูกพี่ลูกน้องของจ้าวซู ผมเดาว่าคงเป็คำสั่งจากครอบครัวของยัยนั่น”
“ในเมื่อเราได้ร้านของพวกมันมา และจ้าวซูก็ต้องเข้าซังเต พวกมันคงทำใจยอมรับไม่ได้แน่ๆ”
ตามหลักเหตุผลแล้ว ครอบครัวจ้าวซูไม่ควรมาหาเื่หลิวหยูถง เพราะเธอก็ทำตามสัญญาที่เซ็นใบยอมความจนจ้าวซูได้ออกจากคุกในรอบแรกแล้ว
แต่การที่จ้าวซูโดนจับ "รอบสอง" นั่นมันไม่เกี่ยวกับหลิวหยูถงเสียหน่อย เป็เพราะอวี๋ซินแจ้งความคดีพยายามฆ่าต่างหาก
ถ้าจ้าวซูไม่ผลักอวี๋ซินตกน้ำ เื่มันจะบานปลายขนาดนี้ไหม?
ทว่าในฐานะที่หลิวหยูถงเป็ผู้ได้รับผลประโยชน์จากเื่นี้ย่อมหนีไม่พ้นที่จะถูกเคียดแค้น... เพราะในโลกนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้เหตุผลคุยกัน
พวกเขาจะคิดแค่ว่า: ฉันสละร้านให้แกแล้ว แต่ลูกสาวฉันก็ยังต้องติดคุกอยู่ดี ใจใครมันจะไปยอมรับได้!
หลิวหยูถงขมวดคิ้วมุ่น ถามด้วยเสียงเรียบ “คนพวกนั้นยังอยู่ไหม?”
หม่าต๋าตอ “น่าจะยังอยู่ครับ”
“ไป... ไปทักทายพวกมันหน่อย”
หม่าต๋าและคนอื่นๆ ไม่ทันสังเกตเห็นประกายไฟแห่งความอำมหิตที่วูบผ่านั์ตาของหลิวหยูถงในวินาทีนั้นเลยสักนิด
