ระหว่างนั่งรถม้ากลับเข้าเมือง จ้าวจางิ่ยังโมโหไม่หาย เมื่อเห็นใบหน้าของหนิงอวี่เริ่มเห็นรอยนิ้วมือชัดเจนขึ้น “ฮึ่ย! ข้าไม่น่าให้น้าเหล่ยหงสั่งสอนแค่นั้นเลยจริง ๆ พี่หนิงอวี่จากนี้ไปท่านสนใจแค่ตัวเองก็พอ ตัดครอบครัวเช่นนั้นออกไปจากชีวิตเถิดเ้าค่ะ อย่างไรเสียก็มีข้ากับทุกคนเป็ครอบครัว ภายหน้าท่านต้องแต่งงานมีคู่ชีวิตที่ดีได้แน่”
“บ่าวจะมีครอบครัวได้อย่างไรเ้าคะ คุณหนูยังไม่ถึงวัยปักปิ่นเลยด้วยซ้ำ รอคุณหนูปักปิ่นเมื่อใดบ่าวค่อยแต่งงานเ้าค่ะ หากคนรักของบ่าวรับข้อนี้ไม่ได้ ก็แค่ไม่แต่งและอยู่ดูแลคุณหนูจนแก่ รอเลี้ยงคุณชายน้อยคุณหนูน้อยก็ไม่เป็อันใดนะเ้าคะ” หนิงอวี่คิดเอาไว้เช่นนั้นจริง ๆ
“บ่าวก็คิดแบบเดียวกับหนิงอวี่เ้าค่ะ แม้จะแต่งงานแล้วเราสองคนก็จะติดตามคุณหนูเช่นเดิม ไม่มีทางแยกไปสุขสบายไม่สนใจคุณหนูได้อย่างไรเ้าคะ” ฮุยอินเคยพูดคุยเื่นี้กับหนิงอวี่อยู่บ้าง
“อืม ก็ดีเหมือนกันนะไว้ข้าสร้างกิจการให้มั่นคง ค้าขายมีกำไรร่ำรวยเป็เศรษฐีนีมีเงินเหลือกินเหลือใช้ จะมอบเป็สินเดิมเ้าสาวให้พวกพี่สองคนก็แล้วกันนะเ้าคะ อิ อิ” จ้าวจางิ่พิจารณาสิ่งที่สาวใช้พูดมา ก็เห็นจะจริงนางยังเป็เด็กอีกตั้งเจ็ดแปดปี กว่าจะถึงวัยปักปิ่นเข้าสู่การเป็ผู้ใหญ่
“พวกบ่าวขอบคุณคุณหนูล่วงหน้าเ้าค่ะ รับรองว่างานที่คุณหนูอยากทำพวกบ่าวจะทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้กิจการของท่านเป็ที่รู้จักไปทั่วแคว้น มีชื่อเสียงจนคนที่ทอดทิ้งท่านได้แต่มองด้วยความอิจฉา เพราะทำอะไรคุณหนูไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” ฮุยอินยังคงแค้นเคืองคนตระกูลฉู่ไม่หาย ในอนาคตหากบังเอิญได้พบเจอกัน นางจะเอาคืนแทนเ้านายน้อยแน่
เื่ที่ฮุยอินพูดกับจ้าวจางิ่ เหล่ยหงกับซีหยุนและเสียอี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง หากบังเอิญได้พบเจอคนตระกูลฉู่ในอนาคต พวกเขาก็คิดเช่นเดียวกับนาง แต่จะไม่พูดตรง ๆ เพียงแค่จุดประเด็นเป็ข่าวลือ คนในเมืองหลวงชื่นชอบเื่เช่นนี้อยู่แล้ว
เมื่อรถม้าของจวนวิ่งกลับมา หลังจากที่พ่อบ้านห้าวยืนส่งพวกเขา เพียงแค่หนึ่งชั่วยามนิด ๆ เหตุใดถึงกลับมาเร็วนัก แต่พอเห็นร่องรอยบนใบหน้าของหนิงอวี่ พ่อบ้านห้าวจึงเดาเื่ราวได้เล็กน้อย ซึ่งเหล่ยหงพยักหน้าเป็การยืนยันว่าเกิดเื่บางอย่างขึ้น พ่อบ้านห้าวมิได้เอ่ยถามสิ่งใดกับจ้าวจางิ่ เขาทำเพียงเดินตามเข้าไปเงียบ ๆ เท่านั้น
หลังจากกลับมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเพียงหนึ่งเค่อ จงเหลียนที่วันนี้ออกไปตระเวรหาร้านค้า และเขาก็ได้นำข่าวดีมาบอกกับจ้าวจางิ่ ว่ามีร้านค้าขนาดกลางอยู่ในย่านโรงเตี๊ยม รวมถึงเหลาอาหารซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน โดยราคาขายที่สอบถามมานั้น เขาคิดว่าจ้าวจางิ่ย่อมพอใจเป็แน่
จงเหลียนเข้ามาด้านในจวน เห็นรถม้าจอดนิ่งสนิทจึงเกิดสงสัย ว่าทำไมทุกคนจึงกลับมาเร็วนัก บังเอิญเขาเห็นว่าจ้าวจางิ่นั่งอยู่ในห้องรับแขก จึงเปลี่ยนเป็นำข่าวดีเื่ร้านค้าไปพูดคุยดีกว่า
“อ้าว คุณหนูเหตุใดถึงได้กลับมาเร็วเช่นนี้ล่ะขอรับ?”
“เื่นั้นเ้าอย่าเพิ่งถามจะดีกว่านะจงเหลียน แล้วที่เ้ามาพบคุณหนูยามนี้ได้เล่า มิใช่ออกไปหาร้านค้าหรอกรึ” พ่อบ้านห้าวนั่นแหละที่เอ่ยถามย้อนกลับไป
“อ้อ ข้ามีข่าวดีมารายงานให้คุณหนูทราบขอรับ เช้านี้ข้าไปหาร้านค้าที่ประกาศขายในตลาด พบร้านขนาดกลางอยู่หนึ่งร้าน ทำเลดีพอสมควรและราคาก็ไม่แพงจนเกินไปนัก จึงอยากให้คุณหนูตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่น่ะขอรับ”
“จริงหรือเ้าคะพี่จงเหลียน ที่ว่ามีร้านทำเลดีประกาศขายแล้ว เช่นนั้นท่านพาข้าไปดูร้านหน่อยเ้าค่ะ ท่านลุงพ่อบ้านตามไปด้วยนะ ส่วนพี่หนิงอวี่กับพี่ฮุยอินวันนี้พักผ่อนอยู่ที่จวน ไม่ต้องตามข้าออกไปหรอกเ้าค่ะ” เพราะหนิงอวี่าเ็จึงอยากให้พักผ่อน และมีฮุยอินอยู่พูดคุยไม่ให้คิดมาก
“แต่ว่า..”
“พวกเ้าสองคนทำตามที่คุณหนูบอกเถิด มีข้ากับจงเหลียนคุณหนูไม่เป็อันตรายแน่นอน” พ่อบ้านห้าวพูดขัดฮุยอินเสียก่อน
“เ้าค่ะคุณหนู แต่ท่านอย่าซุกซนจนพลัดหลงกับพ่อบ้านนะเ้าคะ อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าเด็ดขาดและ..” หนิงอวี่พูดไม่ทันจบจ้าวจางิ่รีบยกมือห้ามไว้เสียก่อน
“พี่หนิงอวี่ใช้สิ่งที่ข้าให้ประคบไว้ จนกว่าอาการบวมจะลดลงจากนั้นค่อยทายานะเ้าคะ พวกเราสามคนจะรีบไปรีบกลับ ถ้าซื้อร้านค้าแล้วต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์อีกมากมาย หลังจากให้นายช่างเข้ามาปรับปรุงร้าน ไว้รอข้ากลับมาพวกเราค่อยมาเลือกซื้อของพวกนั้นกันเ้าค่ะ”
“เ้าค่ะ ท่านพ่อบ้านฝากดูแลคุณหนูด้วยนะเ้าคะ” ทั้งสองคนไม่เคยห่างกายของเ้านายั้แ่นางยังเล็ก จึงรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าใดนักเมื่อนางต้องไปกับคนอื่นในจวน
“เอาน่า พวกเ้าน่าจะรู้จักคุณหนูดีกว่าพวกข้านะ ไม่เกินครึ่งชั่วยามข้าจะพาคุณหนูกลับมาคืนพวกเ้า ไปกันเถิดขอรับคุณหนูจะได้จัดการธุระให้เสร็จโดยไวขอรับ” จงเหลียนเข้าใจความห่วงใยของสองสาวใช้
ณ ตลาดกลางเมืองเหอเฟยเสียงจอแจของผู้คน และพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังะโเชิญชวนลูกค้าแว่วมาอย่างต่อเนื่อง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ ทั้งของสด ของแห้ง และเครื่องแต่งกายหรูหรา ทำให้บรรยากาศดูครึกครื้นและมีชีวิตชีวา
จ้าวจางิ่ในชุดสีฟ้าอ่อนปักลายดอกเหมย นั่งรถม้ามาหยุดอยู่หน้าร้านค้าที่จงเหลียนได้บอกไว้ก่อนหน้านี้
“คุณหนูขอรับถึงร้านค้าที่ข้าบอกแล้วขอรับ” จงเหลียนรายงานคนด้านในรถม้าที่มองจากหน้าต่าง พลางชี้ไปที่ร้านค้าขนาดกลางที่อยู่เบื้องหน้า
จ้าวจางิ่มองไปยังป้ายร้าน ที่แกะสลักด้วยลายมือประณีต มีตัวอักษรจีนโบราณบรรจงเขียนว่า ‘ร้านหย่งเหลียนฟาง’ นางพยักหน้ารับเบา ๆ
“ร้านค้ายังดูใหม่อยู่นะคงไม่ต้องปรับปรุงอันใดมากมาย พวกเราเข้าไปคุยกับเ้าของร้านกันเถิดเ้าค่ะ” จ้าวจางิ่เห็นร้านค้าก็รู้สึกชอบทันใด เพราะมันยังแข็งแรงและดูไม่มีจุดใดให้ติเลยแม้แต่น้อย
“ขอรับคุณหนู” ผู้ติดตามทั้งสองรับคำและรอรับนางลงจากรถม้า
ทั้งสามคนก้าวเข้าไปในร้านค้า ซึ่งข้าวของทุกอย่างเก็บเข้าที่เข้าทางไว้หมดแล้ว เ้าของร้านเป็ชายวัยกลางคน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย รอยยิ้มเป็มิตรปรากฏบนใบหน้า เมื่อเห็นจ้าวจางิ่เดินเข้ามาในร้าน
“ไม่ทราบว่าพวกท่าน้าสิ่งใดหรือ?” เ้าของร้านเอ่ยถามด้วยความสุภาพ เขาสังเกตเห็นการแต่งกายดูดี ก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังในการสนทนา
“สวัสดีเถ้าแก่หย่งคุณหนูของข้ามีเื่อยากเจรจากับท่านน่ะ”
“หืม นี่ไม่ใช่แม่ค้าขายลูกชิ้นปิ้งหรอกรึ” เถ้าแก่หย่งจำจ้าวจางิ่ได้ เพราะเคยไปอุดหนุนลูกชิ้นปิ้งของนาง
“ขอบคุณท่านตาที่จำข้าได้เ้าค่ะ แต่ที่มาพบท่านตาในวันนี้เนื่องจากข้าสนใจจะซื้อร้านของท่าน คนของข้าบอกว่าท่าน้าขายจริงหรือไม่เ้าคะ” จ้าวจางิ่กล่าวขอบคุณ ก่อนจะพูดอย่างไม่อ้อมค้อม ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ
เ้าของร้านมีท่าทางใเล็กน้อย แต่ก็กลับมาตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว “แม่หนูเ้าพูดจริงรึ? ที่บอกว่าอยากซื้อร้านค้านี้ของข้าน่ะ”
จ้าวจางิ่ยิ้มน่ารักก่อนจะตอบเถ้าแก่หย่ง “จริงเ้าค่ะ ข้ามีแผนจะเปิดร้านอาหารหากท่านพร้อม ข้าจะเสนอราคาที่สมเหตุสมผลและไม่ทำให้ท่านขาดทุนแต่อย่างใดเ้าค่ะ”
เ้าของร้านครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “หากแม่หนู้าเช่นนั้น ข้าก็ยินดีที่จะเจรจา...”
การเจรจาดำเนินไปอย่างราบรื่น เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงเื่ราคาและเงื่อนไขการขายได้ จ้าวจางิ่ก็ยื่นถุงเงินที่เตรียมไว้ ให้กับเถ้าแก่หย่งเขารับถุงเงินมาถือ ก็รู้สึกถึงความหนักแน่นของเงินในถุง
“ต่อจากนี้ ร้านหย่งเหลียนฟางเป็ของเ้าแล้ว ข้าหวังว่ากิจการของเ้าจะเจริญรุ่งเรือง ขยายกิจการไปอีกหลายสาขานะแม่หนู”
จ้าวจางิ่พยักหน้า “ข้าจะทำให้เป็เช่นนั้น ขอบคุณท่านตามากที่ยอมขายร้านนี้ให้กับข้าเ้าค่ะ”
ทั้งสองฝ่ายต่างโค้งคำนับกันด้วยความเคารพ จ้าวจางิ่เดินออกจากร้านพร้อมกับพ่อบ้านห้าวและจงเหลียน พวกเขาทำเพียงยืนอยู่เงียบ ๆ ปล่อยให้จ้าวจางิ่จัดการด้วยตนเอง เนื่องจากสิ่งนี้เป็กิจการของนาง พวกเขาเป็แค่ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย ทำได้เพียงรอรับคำสั่งในเื่ต่อไปเท่านั้น
ระหว่างเดินออกมาจ้าวจางิ่ จึงพูดกับทั้งสองคนเื่แบ่งงาน “พี่จงเหลียนเ้าคะ พรุ่งนี้ตอนขายลูกชิ้นปิ้งในตลาด รบกวนท่านช่วยบอกกับลูกค้าด้วยนะว่า พวกเราจะย้ายมาเปิดร้านอยู่ที่นี่ และยังมีอาหารที่จะคิดออกมาเพิ่มเติมให้ได้ทานเ้าค่ะ”
“รับทราบขอรับคุณหนู ว่าแต่คุณหนูจะตั้งชื่อร้านว่าอันใดหรือขอรับ แล้วจะเปิดร้านวันใด” จงเหลียนยิ่งกว่ายินดีทำงานนี้เสียอีก
พ่อบ้านห้าวเห็นเ้านายตัวน้อยอมยิ้ม จึงคาดเดาว่านางย่อมมีชื่อร้านไว้ในใจแล้ว “คุณหนูคงมีชื่อร้านอยู่ในใจแล้วกระมังขอรับ”
“อิ อิ ปิดท่านลุงพ่อบ้านไม่ได้เลยสินะเ้าคะ ชื่อร้านไม่ซับซ้อนอันใดก็แค่ใช้เป็ชื่อว่า ‘ร้านอาหารหงอวิ้นไหล’ เ้าค่ะ ประมาณห้าวันหลังจากนี้ค่อยเปิดร้านนะเ้าคะ เพราะพวกเราต้องทำความสะอาด และจัดระเบียบร้านให้เรียบร้อยเสียก่อน” นางมิได้คิดชื่อให้จำยากแต่อย่างใด
“อ้อ เป็ชื่อร้านที่เพราะและความหมายดียิ่งนักขอรับ อีกหน่อยผู้คนต้องคอยถามหาร้านอาหารนี้ในเมืองเหอเฟย ที่มีอาหารรสชาติอร่อยไม่เหมือนผู้ใดในแคว้นเฉินเท่านั้น ฮ่า ๆ ๆ” จงเหลียนมองไปถึงอนาคต และเขาเชื่อว่าร้านอาหารของจ้าวจางิ่ จะต้องเป็อันดับหนึ่งไม่มีใครลอกเลียนแบบได้อย่างแน่นอน
“ท่านลุงพ่อบ้านเ้าคะ พรุ่งนี้หลังจากพี่จงเหลียนกับพี่เป่าเฟิงไปขายของ พวกเราที่เหลือมาช่วยกันทำความสะอาด เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็ให้พร้อมกันนะเ้าคะ อ้อ รอให้ท่านหมอมาตรวจอาการาเ็ ของคุณชายเสิ่นกับคนสนิทเสียก่อนดีกว่าเ้าค่ะ”
“ขอรับคุณหนู ข้าสังเกตเห็นว่าคุณชายเสิ่นกับคนสนิท คล้ายมีเื่ต้องเร่งกลับไปจัดการอยู่เช่นกัน พรุ่งนี้หลังทานอาหารเช้าข้าจะไปตามท่านหมอมาให้เองขอรับ” มิใช่ว่าพ่อบ้านห้าวจะไม่สังเกตอาการของเสิ่นหนิงเทียน เขามองเห็นสายตาที่เป็กังวลและเคียดแค้น อยู่ในแววตาของเสิ่นหนิงเทียนมาก่อนหน้านี้
“ขอบคุณท่านลุงพ่อบ้านเ้าค่ะ ตอนนี้เรารีบกลับจวนกันเถิดเผื่อข้าจะคิดรายการอาหาร ที่จะนำมาทำขายเพิ่มอีกสักสองสามรายการ และพวกท่านจะได้ลองทำด้วยกันนะเ้าคะ” ก่อนเปิดร้านควรมีรายการอาหารให้มากหน่อย ให้ลูกค้าได้ติดใจรสชาติอาหารสามสี่อย่างนี้ แล้วค่อยหาอาหารรายการใหม่มาเพิ่มทีหลัง
เส้นทางข้างหน้าดูสดใสและเปิดรอรับความสำเร็จ การเริ่มต้นในฐานะเ้าของกิจการใหม่อีกครั้งในโลกนี้ กำลังจะเริ่มขึ้นจากร้านขนาดกลางแห่งนี้ เมื่อใดที่จ้าวจางิ่คิดสิ่งใหม่ ๆ ได้อีก นั่นย่อมเป็กิจการอย่างที่สองของนาง ที่จะเปิดขายสินค้าให้กับผู้คน แต่จะเป็สิ่งใดคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย
