บทที่ 4
รวยเละ
เหล่าบอดี้การ์ดต่างพากันอ้าปากค้างจนแทบจะหลุดลงไปกองที่พื้น
โอ้ พระเ้า! ให้ตายเถอะ! พวกเขาเห็นอะไรเข้าเนี่ย?
ท่านประธานฟู่ถูกกัด... ถูกผู้หญิงคนหนึ่งกัดเข้าให้แล้ว!
เฮ่อถิง ในฐานะเพื่อนกินเพื่อนตายของฟู่จิงเหยา ชะงักไปเพียง 0.1 วินาที ก่อนจะรีบควักโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดกล้อง แล้วรัวชัตเตอร์เก็บภาพไปหลายสิบรูป
่เวลาที่พันปีจะเจอสักหนแบบนี้ ต้องบันทึกไว้ประดับหน้าประวัติศาสตร์ แล้วเอาไปลงโซเชียลไว้อวดชาวบ้านให้ทั่ว เฮ่อถิงลงทุนหามุมกล้องขยับซ้ายทีขวาที แถมยังใจดีใส่ฟิลเตอร์ละมุนตาให้เสร็จสรรพ
อืม รูปนี้ใช้ได้ เห็นหน้าฟู่จิงเหยาครึ่งหนึ่งกับแผ่นหลังของหลินซี เมื่อมองจากมุมข้าง ดูเหมือนหญิงสาวกำลังจุมพิตที่ลำคอของชายหนุ่ม ส่วนตัวชายหนุ่มเองก็ดูเหมือนกำลังตกอยู่ในอาการอึ้งปนปลาบปลื้ม แววตามีความรักสามส่วน ความใสามส่วน และความไม่แยแสอีกสี่ส่วน
เฮ่อถิงคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า ถ้ารูปนี้หลุดออกไป วงการไฮโซเมืองหลวงได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่แน่ และโทรศัพท์เขาคงโดนโทรจนสายไหม้เป็ะเิแน่ๆ เขาจึงถือโอกาสตอนที่ฟู่จิงเหยายังไม่ทันตั้งตัว รัวถ่ายเพิ่มอีกหลายรูป
ในขณะนั้น ฟู่จิงเหยารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เขาไม่เคยถูกใคร "กัด" มาก่อน! ไม่สิ ไม่เคยถูกอะไรกัดเลยต่างหาก! แม้แต่ยุงก็ยังไม่เคย! แต่วันนี้ เขากลับถูกผู้หญิงคนหนึ่งกัดเข้าเต็มเปา
"เธอ—"
ฟู่จิงเหยาโกรธจนพูดไม่ออก ขณะที่เขากำลังจะผลักหญิงสาวตรงหน้าออกไป หลินซีก็ปล่อยมือเองโดยอัตโนมัติแล้วก้าวถอยหลังไปกึ่งก้าว
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันกะทันหัน ส่งผลให้เสียง "แชะ แชะ" ของกล้องมือถือดังชัดเจนเป็พิเศษ
ฟู่จิงเหยาตวัดสายตาเย็นเยียบไปมอง พบว่าเฮ่อถิงกำลังยืนยิ้มกริ่มพลางรัวถ่ายรูปอยู่
ท่านประธานหนุ่มหน้าเขียวปัด "เฮ่อถิง ลบเดี๋ยวนี้!"
เมื่อต้องสบกับสายตาพิฆาต เฮ่อถิงไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบกำมือถือแน่น กลับตัวแล้วโกยแน่บทันที
ซวยแล้ว! มัวแต่ตื่นเต้นจนลืมปิดเสียงชัตเตอร์!
แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ข้างๆ พุ่งเข้าไปกดตัวเขาลงกับพื้นทันควัน
เฮ่อถิงมองฟู่จิงเหยาที่กำลังเดือดจัดพลางลอบกลืนน้ำลาย "นายฟังฉันแถ... เอ้ย ฟังฉันอธิบายก่อนนะ..."
ฟู่จิงเหยาแย่งมือถือมาแล้วสั่งบอดี้การ์ดทุกคน "จับตัวไว้ อย่าให้หนีไปได้!"
สายตานับสิบคู่จ้องเขม็งมาที่เขาจนเฮ่อถิงใจคอไม่ดี ฉิบหายแล้ว... เล่นแรงไปหน่อย คราวนี้สงสัยจะซวยของจริง เขาจึงรีบงัดมุกเดิมออกมาใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"แย่แล้ว! ยัยนั่นหนีไปแล้ว!"
ฟู่จิงเหยารีบหันกลับไปมอง พบว่าหลินซีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้ว
เขาเอามือกุมรอยกัดที่ลำคอ พลางรู้สึกถึงไฟโทสะที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ "ไปหาตัวมา ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเมืองหลวง ก็ต้องลากตัวผู้หญิงคนนั้นออกมาให้ได้"
เฮ่อถิงได้แต่แอบด่าในใจ เ้าเล่ห์ชะมัด ยัยตัวร้าย กัดเสร็จแล้วก็เผ่น ทิ้งให้เขาต้องมารับกรรมจากฟู่จิงเหยาอยู่คนเดียว เขาพยายามจะขัดขืนแต่ก็สู้แรงบอดี้การ์ดไม่ได้ จึงตัดสินใจนอนแผ่หลาปล่อยวางทุกอย่าง
ฟู่จิงเหยาปรายตามองเขาก่อนจะหยิบนิ้วของเฮ่อถิงมาสแกนปลดล็อกเครื่องเพื่อเปิดดูรูปในอัลบั้ม
เฮ่อถิงทำหน้าเหมือนโลกจะแตก "คุณปู่ครับ รีบมาช่วยหลานที่บ้านตระกูลฟู่ที..."
ยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ฟู่จิงเหยาก็รู้สึกหน้ามืด เขาหลับตาลงแล้วล้มฟุบลงกับพื้นไปเสียดื้อๆ
บอดี้การ์ดรีบเข้าไปประคองตัวไว้ทันที
"ท่านประธานฟู่! ท่านประธานครับ!!"
"แย่แล้ว ท่านประธานเป็ลม!"
"รีบไปตามหมอเสิ่นมาเร็ว!"
เหล่าบอดี้การ์ดรีบพาท่านประธานเข้าห้องฉุกเฉิน พร้อมกับหิ้วปีกเฮ่อถิงที่ถูกมัดเป็ดักแด้ไปขังไว้ในห้องมืดข้างๆ
เฮ่อถิง: "อื้อๆๆๆ... "
...
ฟู่จิงเหยานอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้
ในความฝัน เขามาโผล่ที่วิหารแห่งหนึ่ง โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ใจกลางวิหารนั้น
เธอสวมชุดขาวที่มีรัศมีเรืองรองจางๆ รอบกาย ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมสีขาว ฟู่จิงเหยามองหน้าเธอไม่ชัด แต่เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยพบเจอเธอมาก่อน
"คุณเป็ใครกันแน่?"
เขาฝันแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว และทุกครั้งที่ถามประโยคนี้เขาก็จะตื่นขึ้นเสมอ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป หญิงสาวชุดขาวค่อยๆ ยกมือเรียวงามขึ้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับสายน้ำ "อาเหยา รีบมาเถอะ พิธีกรรมกำลังจะเริ่มแล้ว"
ฟู่จิงเหยาเอื้อมมือออกไปอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ทันทีที่มือของเขาเกือบจะััตัวเธอ ร่างของเธอก็พลันเลือนหายจนดูโปร่งแสง
เขารู้สึกลนลานอย่างมาก พยายามไขว่คว้าตัวเธอไว้ แต่มือกลับทะลุผ่านร่างของเธอไปเหมือนอากาศธาตุ
"อาเหยา ลาก่อนนะ" ร่างของเธอค่อยๆ สลายไป
"ไม่—!"
ฟู่จิงเหยาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความใ เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มหน้าผาก ความรู้สึกว่างเปล่าในอกราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญไปบางอย่างถาโถมเข้ามา
"จิงเหยา ในที่สุดนายก็ฟื้น เมื่อกี้ทำเอาฉันใแทบแย่"
ฟู่ซินหย่า ปาดน้ำตาที่หางตาแล้วเอ่ยถามเสียงเบา "จิงเหยา ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?"
เมื่อเห็นคนรุมล้อมอยู่เต็มห้อง ฟู่จิงเหยาก็บีบนวดหว่างคิ้วเบาๆ "คุณอา ผมไม่เป็ไรครับ"
ได้ยินดังนั้น ฟู่ซินหย่าจึงโล่งอกขึ้นมาบ้าง เธอหันไปหาหมอเสิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ "ชิงสื่อ ช่วยดูอาการจิงเหยาอีกทีสิ"
เสิ่นชิงสื่อ หยิบหูฟังแพทย์ขึ้นมา "อาการปวดหัวกำเริบอีกแล้วเหรอ?"
ฟู่จิงเหยาตอบรับสั้นๆ "โรคเก่าเดิมๆ น่ะครับ"
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ "คุณอา ผมไม่เป็ไรจริงๆ แล้วจี้เหิงเป็ยังไงบ้าง?"
พอพูดถึงลูกชาย ฟู่ซินหย่าก็ถอนหายใจออกมา "เหมือนเดิมเลยจ้ะ จู่ๆ ก็หมดสติไปเมื่อสามวันก่อนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น หมอบอกว่าร่างกายเขาปกติทุกอย่าง ดูเหมือนคนแค่นอนหลับไปเฉยๆ แต่ที่ไหนจะมีคนนอนหลับยาวสามวันสามคืนแบบนี้กันเล่า"
ฟู่จิงเหยานวดขมับ "คุณอาครับ ผมส่งคนไปเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาที่เก่งที่สุดมาแล้ว พรุ่งนี้เช้าน่าจะถึงครับ"
ฟู่ซินหย่าก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อย "ขอบใจมากนะจิงเหยา แต่นายดูแลตัวเองก่อนเถอะ ทางนี้มีอาดูแลกับเสี่ยวเจิงอยู่"
ด้วยความะเืใจ ทำให้อาการหอบหืดของฟู่ซินหย่ากำเริบขึ้นมา จี้เจิง รีบเข้ามาประคองแม่ของเธอไว้แล้วหันไปบอกฟู่จิงเหยา "พี่พาแม่กลับก่อนนะ ทางนี้ฉันจัดการเอง พี่พักผ่อนเถอะ"
หลังจากทั้งคู่เดินออกไป ฟู่จิงเหยาก็ขยับตัวลุกลงจากเตียง "เฮ่อถิงล่ะ?"
บอดี้การ์ดตอบตามตรง "ขังไว้ห้องข้างๆ ครับ จะให้ปล่อยตัวออกมาไหมครับ?"
"ไม่ต้อง ขังมันไว้แบบนั้นแหละ"
ฟู่จิงเหยาจัดแจงเสื้อผ้าเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล
"เสิ่นชิงสื่อ นายไม่ต้องตามฉันไปหรอก ไปดูแลคุณอากับพวกเสี่ยวเจิงเถอะ"
เสิ่นชิงสื่อเหลือบไปเห็นรอยกัดที่ลำคอของเขาแล้วอยากจะอ้าปากถามใจจะขาดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นสายตาที่ไม่เป็มิตรของฟู่จิงเหยา เขาก็รีบกลืนคำถามนั้นลงคอไปทันที
"เข้าใจแล้ว" เสิ่นชิงสื่อรับคำ
ฟู่จิงเหยาออกจากโรงพยาบาลแล้วตรงไปหาคุณปู่ทันที คืนนี้มีเื่ราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน ทั้งผู้หญิงที่อ้างว่าเป็คู่หมั้นของเขา ทั้งหญิงสาวชุดขาวในความฝัน... พวกเธอเป็ใครกันแน่?
...
เวลาตีหนึ่ง ณ ถนนสายหนึ่ง
หลินซีเอามือกุมหน้าแล้วกรีดร้องออกมา "กรี๊ดดดดดดด!"
พอได้สติกลับมา เธอก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองเพิ่งทำเื่น่าขายหน้าอะไรลงไป เธอไป "กัด" คนอื่นเข้าเนี่ยนะ
ทว่าวินาทีที่เธอกัดเข้าที่ลำคอของฟู่จิงเหยา ร่างกายของเธอกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ พลังชีวิตที่เคยร่อยหรอเริ่มกลับมารวมตัวกันใหม่ ไอแห่งความตายสลายไป เธอรอดพ้นจากเคราะห์สังหารครั้งนี้และมีชีวิตอยู่ต่อได้สำเร็จ
แต่พอคิดถึงตอนที่เธอกัดเขาและสีหน้าสุดสยองของฟู่จิงเหยา หลินซีก็รู้สึกอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี โชคดีที่เธอไหวพริบไว กัดเสร็จก็เผ่นแนบทันที ไม่อย่างนั้นคง...
หลินซีส่ายหัวไปมา "สิ่งที่ฉันกัดไม่ใช่คนหรอก แต่มันคือขาหมูต่างหาก เป็เพราะขาหมูมันหอมเกินไปแท้ๆ เลยมายั่วกิเลสฉัน..."
เธอพยายามล้างสมองตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพื่อลืมภาพเหตุการณ์เมื่อครู่
"โครก—"
พอพูดถึงขาหมู ท้องเ้ากรรมก็ดันร้องประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง เธอจึงหยิบเหรียญทองแดงเก่าๆ สามเหรียญออกมาเพื่อตรวจดวงชะตาด้านโชคลาภของตัวเอง
การที่เธอกัดฟู่จิงเหยาไปหนึ่งคำ ทำให้ร่างกายของเธอได้รับไอม่วงมาไม่น้อย ซึ่งไอม่วงนั้นหมายถึงโชคลาภที่กำลังจะหลั่งไหลเข้ามา
ชีวิตการลงจากเขาเจ็ดวันที่ผ่านมาสอนให้หลินซีรู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า "ไม่มีเงินนั้นไซร้ ทำอะไรก็ไม่ได้เลยสักอย่าง"
เธอมือปล่อยเหรียญทองแดงในมือลง...
เป็ “ธาตุไฟบน์”
้าเป็ไฟ ด้านล่างเป็ฟ้าคือลักษณะของแสงสว่างที่รุ่งโรจน์
นี่คือคำทำนายที่เป็มงคลขั้นสูงสุด
หลินซีกำลังจะรวยแล้ว และต้องรวยมหาศาลแน่นอน
