“ทุกท่านพักผ่อนเถิด หลังจากนี้ต้องรบกวนแรงจากพวกท่าน เดี๋ยวพวกเราค่อยพบกัน” ฮวาเฟยฟาและเ้าวั่งซูรับการคำนับ และ กล่าวกลับถึงทุกคนด้วยความเมตตา ทุกคนแยกย้าย ส่วนเ้าวั่งซู หลิ่งกวาง ฮวาเฟยฟา ชิงหลง หลันอี้ ซีเซียง ต่างตามไปพักที่คฤหาสน์ของหม่าเติง
ณ คฤหาสน์หม่าเติงยามหัวค่ำ หลังจากรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน ก็แยกย้าย หลันอี้และซีเซียงพักอยู่ใกล้เรือนใหญ่ ของหม่าเติงและภรรยา ส่วนทั้งสี่ พักอยู่เรือนทางตะวันออกซึ่งหันหน้าไปทาง หุบเขาหมู่บ้านทางตะวันตก
“ฮวาเฟยเฟย เ้าดูบรรยากาศที่หุบเขานั้นสิ ทะมึน มันมีเมฆดำลอยปกคลุมตลอด และเป็ส่วนที่มืดที่สุดของหมู่บ้านแห่งนี้ และไม่มีทีท่าว่าแสงสว่างจะเข้าไปได้”
“อืม! ข้าว่าครานี้ คงเป็ศึกใหญ่ และข้าก็สังหรณ์ใจว่ามันจะไม่ต่างอะไรกับเหตุการณ์ในอดีต ที่เกิดขึ้นที่จัตุรัสเฟิงสุ่ย” ทั้งสองมองกันหน้าวิตกกังวล
“เื่ร้ายๆ เราควรลืมไปก่อน ตอนนี้เรายังมีเื่ดีๆ อย่างการทำโคมนำิญญา ถ้าโคมถูกทำสำเร็จในส่วนแรก จนพวกเราแน่ใจแล้วว่าทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ช่วยท่านปินลู่ซีเฉิน และท่านกงซุนต้าเฉียน ปลดปล่อยิญญาทั้งหมดกลับสู่พระแม่แห่งจิติญญา และรอการปฏิสนธิใหม่กลับมาในร่างเดิม ถึงเวลานั้นค่อยว่ากัน” เ้าวั่งซูนั่งพิงประตูระเบียง ยกเอามือขึ้นเท้าประตู ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มจมูกโด่งเป็สันคมดวงตาประกายเหลือบสีแดง เมื่อต้องกับแสงจันทร์เป็ประกายงดงามลึกลับ ฮวาเฟยฟาหันมองหน้าคนรักด้วยความรักและอ่อนโยน และค่อยๆ ขยับร่างกายเลื่อนเข้าไปด้านหน้า และเริ่มเข้าสวมกอดเอาหน้าเรียวงามแนบที่ซอกคอวั่งซู เ้าวั่งซูเขิลใ แต่ก็เอนหัวเข้ารับ
“นี่เ้าจะทำอะไร”
“ข้าแค่อยากอยู่แบบนี้ และข้าอยากจะบอกให้เ้ารู้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่ดีที่สุดที่เ้าว่าจริงๆ แล้วหาได้อยู่ไกลไม่ ในเมื่อข้ามีเ้าเคียงข้างแบบนี้ในทุกวัน ต่อให้พบเจอเื่ร้ายๆ อะไร ข้าก็ไม่เคยรู้สึกเลยว่าชีวิตนี้ไม่คุ้มค่า หรือเคว้งคว้างที่เกิดมายาวนานขนาดนี้ ขอแค่มีเ้า ต่อให้ต้องอยู่ไปยาวนานอีกหลายพันปี หรือต้องเจอเื่ร้ายๆ ข้าก็ยังยิ้มได้เสมอ” ฮวาเฟยฟาซบ และกระซิบอยู่บริเวณซอกคอคนรัก เ้าวั่งซูหน้าแดงพร้อมเอามือเข้าโอบบ่าคนรักไว้กระชับแน่นมากขึ้น
“ข้าก็เช่นกัน ทั้งที่เื่ต่างๆ ที่เราพบเจอล้วนหนักหนา และภาระหน้าที่ ที่มากับการถือกำเนิดของพวกเรามันช่างดูวุ่นวายเกาะเกี่ยวพันกันเหมือนไม่มีวันจบ แต่ข้าเองที่ไม่เคยรู้สึกเลยว่ามีอะไรที่หนักหนา แก้ไขไม่ได้ และการเดินทางในทุกวันก็คือความสุข เพราะมีเ้าข้างกาย ต่อให้ข้าต้องเจออีกร้อยเื่พันเื่ และอยู่ไปอีกหมื่นปี ข้าก็ไม่ขออะไร แค่มีเ้าเคียงข้างกันไปตลอดเส้นทางนี้” เ้าวั่งซูพูดจบก็มือโอบกระชับไหล่เฟยฟาขึ้น และก้มลงประทับริมฝีปากลงบนปากได้รูปงดงาม ใบหน้าอ่อนหวานหล่อเหลางดงามของอีกฝ่าย ฉาบแดงขึ้นบริเวณแก้ม พร้อมปากงามที่ตั้งรับการประทับจูบนั้นอย่างดูดดื่ม และดวงตาคู่งามก็หลับพริ้มลง ภายใต้แสงจันทร์สาด และความรักที่ผลิบานเพิ่มขึ้นในทุกวัน ทอดยาวเป็นิรันดร์ของคนทั้งสอง มีแสงจันทร์เป็สักขีพยาน
เวลาล่วงมาสองอาทิตย์ ที่หมู่บ้านิหยวนบรรยากาศสงบ ชาวบ้านต่างรับหยูกยา และ พักผ่อนอยู่กับครอบครัว และคนรัก ยามบ่ายแก่ๆ ของวันที่สิบสี่หลังจากเหตุการณ์การฟื้นคืนชีวิต ชาวบ้านต่างรวมใจนัดกันมารวมตัวที่ลานหน้าบ้านหม่าเติง
“ท่านหม่าเติง พวกข้าคิดว่า ร่างกายและจิตใจของพวกข้าน้อยคืนสภาพกลับมาเกือบเต็มที่แล้ว และทั้งองค์ชายและคุณชายก็น่าจะมารอนานมากแล้ว เื่โลกด้านนอกก็เป็กิจที่ต้องเร่งรีบ พวกข้าเลยจะเริ่มทำโคมนำิญญากันเลย ท่านเห็นว่าอย่างไร”
“ดีสิ! ดีเลย! เป็เื่ดี พวกเ้ารีบดำเนินการได้เลย”
“แล้วพวกข้าควรจะไปประกอบโคม และ ทำพิธี กันที่ไหน เพราะหุบเขาทางตะวันตกถูกปิดตายไป”
“อืม หุบเขาทางตะวันตกเต็มไปด้วยพลังชั่วร้าย และอาจจะเป็หนึ่งในสาเหตุที่พวกเ้ากลายเป็ผีร้ายในการเปลี่ยนถ่ายิญญา เห้อ! คิดถึงเื่นั้น นอกจากพวกเ้าแล้ว ข้าเองก็ทำผิดบาปแบบไม่น่าอภัย พวกเราละเลยหน้าที่ ที่ศักดิ์สิทธิ์อันนี้ และทำเพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง หมู่บ้านโลงศพแห่งนี้ เกิดขึ้นธำรง และสร้างของวิเศษมากมาย เพื่อนำพาดวงิญญาคนตายไปสู่ที่งดงาม การทำโคมิญญา คือหน้าที่ และความภาคภูมิใจของพวกเาาวหมู่บ้านิหยวนั้แ่สมัยบรรพบุรุษลงมา พวกเราล้วนเอยู่และเกี่ยวข้องกับความตายมาช้านาน ข้าโลภไปจริงๆ พวกเราโลภไปจริงๆ” หม่าเติงคุกเข่าลงต่อหน้าเสาฟ้าดิน และร่ำไห้ตัดพ้อด้วยความรุ้สึกผิด
“ใช่ ท่านหม่าเติง เพราะพวกเราเองที่อยากให้คนในครอบครัวกลับมา ถึงสร้างความวุ่นวาย และแอบใช้ยูหลกโฮ่วนี้ในทางผิด พวกข้าก็รู้สึกผิดบาปกับเื่เหล่านี้มากเหลือเกิน” ชาวบ้านต่างพากันคุกเข่าไปพร้อมกับเทพหม่าเติงถึงความผิด ความโลภ ความเห็นแก่ตัวของทุกคน
“ข้าน้อยคิดออกแล้ว ท่านหม่าเติงทุกคน พวกเราควรสร้างวิหารอนุสรณ์สถานสำหรับบูชาไว้ในป่ายูหลกโฮ่ว สำหรับรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ และ สำนึกในความผิดบาปที่พวกเราได้กระทำไป และอีกอย่างพวกเรายังสามารถใช้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นเป็ที่สำหรับผลิตโคมนำิญญาสืบไป”
“ใช่! ข้าก็เห็นด้วย”
“ข้าก็คิดแบบนั้น พวกเาาวหมู่บ้านจะได้มีที่รำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้”
“ใช่! และ พวกเราจะได้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับทำโคมสืบต่อไป” เสียงชาวบ้านทุกคนต่างโห่ร้อง และเห็นต้องกันถึงการสร้างวิหารศักดิ์สิทธิ์สำหรับทำโคมนำิญญา
“ข้าก็เห็นด้วย ในเมื่อทุกคนเห็นพ้อง้า งั้นเริ่มการสร้างวิหารกลางป่ายูหลกโฮ่วพรุ่งนี้”
“เฮ! เฮ!” เสียงชาวบ้านต่างโห่เสียงรับ
“ก๊อก! ก๊อก!” เสียงเคาะประตูเรือนทางตะวันออกที่เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาอยู่ ขณะที่ทั้งคู่ นั่งอ่านหนังสือ ขับกลอน หลิ่งกวางก็วิ่งไปเปิดประตูแง้มให้คนด้านนอกเข้ามาได้
“องค์ชายฮวาเฟยฟา คุณชายเ้าวั่งซู ข้ามารบกวนท่านทั้งสองหรือไม่” หลันอี้กล่าวพร้อมคำนับ พร้อมกับการวิ่งโร่เข้ามากอดหลิ่งกวางของซีเซียง
“อ้าวหลันอี้ ซีเซียง ไม่เลย เข้ามาๆ ก่อน” เ้าวั่งซูะโทักทายเด็กหนุ่มอย่างเป็กันเอง
“ข้าจะมาเรียนว่า เนื่องจากหุบเขาทางตะวันตกถูกปิดตายไปทำให้ไม่มีที่สำหรับทำโคม ท่านหม่าเติงและชาวบ้านจึงมีความคิดรวมใจกันสร้างวิหารศักดิ์สิทธิ์ขึ้นกลางป่ายูหลกโฮ่ว เพื่อเป็การระลึกถึงผู้ตาย การไถ่บาป และเป็สถานที่สร้างโคมนำิญญา”
“นั่นก็เป็เื่ดีสิ หมู่บ้านโลงศพแห่งนี้จะได้เปิดสู่โลกภายนอก และจะได้กลับมามีชื่อเสียงอีกทีหนึ่ง” เ้าวั่งซูเอ่ย
“แล้วสถานที่จะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ และการทำโคมหล่ะ จะเริ่มได้ประมาณเมื่อไหร่” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“วิหารศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มสร้างพรุ่งนี้ แล้วเสร็จภายในสามเดือน แต่ตัวโครงสร้างบริเวณสำหรับทำโคมจะถูกสร้างก่อน และจะสามารถใช้งานได้ภายในหนึ่งเดือน พวกชาวบ้านจะแบ่งออกเป็สองส่วนใน่วิหารยังไม่เสร็จ ผู้ชายจะเริ่มงานสร้างอาคารให้เสร็จ ส่วนผู้หญิงจะเริ่มทำโคมนำิญญาน่าจะประมาณหนึ่งเดือนนับจากนี้” หลันอี้กล่าว
“แล้วท่าแม่ข้าหล่ะ หลังจากนี้พวกเราต้องทำอย่างไร” ซีเซียงน้อยที่กอดหลิ่งกวางไม่ปล่อยถามขึ้นมาด้วยสายตามีหวัง
“หลังจากพวกเราได้โคมนำิญญาแล้ว พวกเราจะเดินทางกลับไปที่หมู่บ้านชุนเทียน ให้ผู้คนกระจายโคมสู่หมู่บ้านทั่วทั้งยุทธภพ และ พิธีสวดบูชารวมิญญาจะเริ่มที่หมู่บ้านชุนเทียน ในขณะที่ทุกคนต้องเริ่มจุดโคม และทยอยปล่อยขึ้นท้องฟ้าพร้อมกัน รวมทั้งเ้าด้วยผู้เป็ที่รัก โคมนำิญญาที่ถูกจุด และอธิษฐานเรียกดวงิญญาโดยคนที่รัก และเป็ที่รัก จะช่วยเป็แสงสว่างนำิญญาสู่โคม เมื่อิญญาเจอแสงแห่งโคม จะตามกันไปสู่สุคติภูมิ” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“แล้วแม่ข้าจะกลับมายังงัย เมือ่ไหร่ข้าจะได้เจอท่านแม่” ซีเซียงตาคลอๆ ถามต่อ
“วิธีการคืนกลับเข้าร่างของดวงิญญา จะเป็การเรียกกลับของเ้าภพ ในที่นี้คือ ท่านปินลู่ซีเฉิน เ้าแห่งภพุ์ แต่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนการที่ิญญามากมายจะพวยพุ่งกลับเข้าร่าง เคยเห็นแต่ออกจากร่างทีละไม่กี่ดวง แต่คิดว่าการเวียนว่ายที่เป็ไปตามขั้นตอน และพิธีแบบนี้ทุกอย่าง รวมถึงพลังการดึงกลับ และไถ่ถอนของเ้าภพ ทุกอย่างจะกลับมาไม่นานเกินไป เ้าไม่ต้องกังวลนะซีเซียง เ้าจะได้พบท่านแม่ของเ้าในไม่ช้าแน่นอน” เ้าวั่งซูพูดพร้อมอมยิ้มไปที่ซีเซียงน้อยที่ยังกอดหลิ่งกวางไม่ยอมปล่อย
“ท่านแม่! ท่านแม่! ท่านรอข้านะ ข้าจะชุบชีวิตท่านกลับมาอยู่กับข้า” ซีเซียงน้อยน้ำตาคลอก้มซบในขนของหลิ่งกวาง เ้าวั่งซูเดินเข้ามาลูบหัวเด็กน้อย
“นี่ต้องรออีกเป็เดือนหรอ พวกเราจะทำอะไรกันดีหล่ะทีนี้” เ้าวั่งซูเอาสองแขนรวบไว้ท้ายทอย นั่งสั่นขามองออกไปด้านนอก
“ท่านทั้งสองไปที่หมู่บ้านของข้าไม๊ อยู่ห่างจากนี่ไปแค่สองหุบเขา” ซีเซียงน้อยเอ่ย
“หมู่บ้านเ้าคือที่แห่งใดกัน ซีเซียงน้อย” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“หมู่บ้านข้ามีชื่อว่า “หมู่บ้านป่าท้อ” พวกท่านเคยได้ยินหรือไม๊”
“หรือว่า หมู่บ้านป่าท้อ ริมน้ำที่ผลิตสุราเลิศรส” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ใช่ ที่นั่นแหล่ะ ท่านแม่ของข้าก็คือหนึ่งในผู้ที่หมัก”สุราท้อเซียน” ได้เลิศรสไม่แพ้ใครในหมู่บ้าน” จากเสียงที่ร่าเริงก็ดูเบาและเศร้ามากขึ้นเมื่อพูดถึงผู้เป็แม่
“เ้าคงคิดถึงท่านแม่เ้าใช่ไหม เด็กน้อย อีกไม่นานเ้าก็จะได้พบกัน ว่าแต่สุรานั่นเป็อย่างไร กัน และมีอะไรอีกที่นั่น สมควรที่จะไปเยือนหรือไม่ เฟยเฟย” เ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมกวักมือเรียกซีเซียงน้อยมาลูบหัว
“สุราท้อเซียนนั้นเป็หนึ่งในสุราที่เลิศรสในใต้หล้านี้ หมักจากกลีบดอกท้อ และลูกดอกท้อ ป่าท้อที่เกิดขึ้นมาหลายร้อยปีก่อนนั้นเกิดจาก ท่านเทพไป่ฉวน (เทพลูกท้อ) ท่านสลัดเมล็ดท้อจาก์ลงมายังโลกมนุษย์ เนรมิตทะเลสาบ และ ป่าท้อขึ้น เพื่อเป็ที่สำหรับการสังสรรค์ของเหล่าเทพเทวา สุราดอกท้อถูกนำขึ้นถวายองค์จักพรรดิและองค์จักรพรรดินีในงานรื่นเริงทุกปี ชาวบ้านที่นั่นก็ต่างนับถือท่านเทพไป่ฉวน และมีการสร้างศาลพำนักให้ท่านกลางบริเวณป่าท้อ และที่หมู่บ้านนั้น ข้ายังได้ยินตำนานเื่สะพานหิน และ ทุ่งดงดอกเหมย” ฮวาเฟยฟาเล่ายาวI
“ท่านรู้ทุกอย่างเลยเกี่ยวกัยหมู่บ้านข้า ท่านแม่จะพาข้าไปไหว้ที่ศาลเ้าของท่านเทพไป่ฉวนเสมอ เพื่อการหมักเหล้าที่เลิศรสนั้นออกมา ครั้งหนึ่งเคยมีหัวหน้าหมู่บ้านเค้าสามารถหมักสุราออกมาได้เลิศรสเกินใครๆ เป็ที่ประจักษ์ แต่หลังจากที่ครอบครัวเค้าสุขสบาย เค้ากลับไปที่ศาลเ้าไป่ฉวน และโวยวายว่าท่านเทพเอาเปรียบครอบครัวเค้า ภรรยาและญาติทำมาหากินได้ล้วนแต่นำของมาเซ่นมาถวายมากมายเกินจริง หลังจากวันนั้นที่เค้าสร่างจากสุราตื่นขึ้นมา สุราดอกท้อที่เค้าหมักไว้มากมายกลับเน่าเสีย และไม่สามารถนำมาดื่มกินได้ และเค้าก็ไม่เคยหมักสุราดอกท้อสำเร็จอีกเลย ไม่ว่าจะมีการบรวงสรวงอ้อนวอนเช่นไร ฝีมือในการหมักนั้นก็ไม่อาจคืนมา และข้าได้ยินว่าไม่กี่ปีต่อมาเค้าก็ตรอมใจตายไป แต่ภรรยาและลูกชายเค้าก็สามารถสืบทอด และหมักเหล้าออกมาได้เลิศรสเฉกเช่นเดิม ผู้คนที่หมู่บ้านเลยศรัทธาและนับถือท่านเทพไป่ฉวนมาก” ซีเซียงน้อยเล่า
“จริงๆ แล้วท่านเทพไป่ฉวนมาจากทะเลทางใต้ ท่านเป็หนึ่งในเทพเ้าสำราญ ท่านไม่ลงโทษใครขนาดนั้นหรอก แต่การที่ชายผู้นั้นไม่สามารถหมักเหล้าที่ดีออกได้ ข้าน่าจะเป็การหวาดกลัว และ สูญเสียกำลังใจของตัวเค้าเอง แต่อย่างไรก็ตามสุราที่หมักโดยมนุษย์ไม่สามารถเลิศรสได้ขนาดนั้นหรอก นอกจากท่านไป่ฉวนจะแอบใส่อะไรลงไป” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
