“ในเมื่อเป็ห่วงเป็ใยมากขนาดนั้น เหตุใดตอนนั้นถึงทิ้งไปล่ะ?” หานอวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก้มลงหยิบเข็มทองทีละเล่ม
การไม่สนใจไยดีของนาง ยิ่งทำให้อี้ไท่เฟยกลัวและโกรธมากยิ่งขึ้น
“หานอวิ๋นซี อย่าคิดว่าเ้ารู้แล้วจะสามารถทำอะไรก็ได้ ข้าบอกเ้าไว้เลยนะ เ้าก็เป็คนของจวนฉินอ๋องเหมือนกัน เราลงเรือลำเดียวกัน หากเื่นี้ถูกเปิดโปงออกไป มันก็ไม่ดีต่อเ้าเช่นกัน! และต่อให้หว่านหรูทำผิดอีกพันครั้งหมื่นครั้ง เ้าก็อย่าได้แม้แต่จะแตะต้องปลายผมของนาง!”
นางเป็คนที่ถูกวางแผนและโดนใส่ร้าย นางยังไม่โกรธเลย แต่อี้ไท่เฟยกลับพูดเตือนเสียแล้ว
หานอวิ๋นซียกยิ้มอย่างดูถูก “หมู่เฟย ท่านเองก็รู้ด้วยสินะว่าหว่านหรูผิด?”
คำเยาะเย้ยนี้ ทำให้อี้ไท่เฟยมองมาด้วยสายตาทิ่มแทง และพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองว่า “หานอวิ๋นซี ทั้งหมดเป็เพราะเ้า ถ้าเ้าไม่อภิเษกเข้ามา เื่ทั้งหมดก็จะไม่เกิดขึ้น! เป็เ้าที่อยากจะให้หว่านหรูแต่งงานออกเรือน งานเลี้ยงเหมยฮวาเกิดขึ้นก็เพราะเ้า เ้าทำร้ายหว่านหรู! เป็เ้าที่ทำให้หว่านหรูเป็แบบนี้! ทั้งหมดเป็เพราะเ้า!”
อี้ไท่เฟยรู้อย่างชัดเจนว่ามู่หรงหว่านหรูได้ทำสิ่งที่น่าสงสัยมากมายในปีนี้! ทำไมนางถึงยังพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้อีก?
หมายความว่าไม่ว่าบุตรสาวจะทำผิดใหญ่หลวงแค่ไหนก็มีเหตุผลและสามารถให้อภัยได้อย่างนั้นหรือ ส่วนบุตรสาวของคนอื่นก็เป็ผู้ร้ายตลอดไป?
หานอวิ๋นซีซึ่งเคยใจดีกับแม่สามีผู้นี้ ตอนนี้ก็รู้สึกเ็ายิ่งกว่าเดิม
นางไม่ใช่พระโพธิสัตว์ ชีวิตของไท่เฟยเป็เพียงเื่ของหลักการ และมีหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตาย
หานอวิ๋นซีไม่ลังเลอีกต่อไป พูดด้วยความเย้ยหยันว่า “หมู่เฟย เข็มสามเล่มนี้ข้าได้มอบมันให้กับองค์หญิงฉางผิงแล้ว”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา อี้ไท่เฟยก็เงียบในทันทีและมองนางด้วยความไม่เชื่อ
หานอวิ๋นซียัดเข็มทองคำใส่มืออี้ไท่เฟยอีกครั้ง “หมู่เฟย ท่านดูให้ดี นี่คือเข็มทางการแพทย์ของข้า ข้ารับรองได้ว่ามีเพียงข้าเท่านั้นที่มีมันในโลกนี้ และข้าไม่เคยให้ใคร วางไว้แค่สามเล่มในวังเท่านั้น”
ความหมายคือสิ่งนี้เป็ไท่เฮาที่สามารถมอบให้กับมู่หรงหว่านหรูได้เท่านั้น มู่หรงหว่านหรูอยู่ฝั่งไท่เฮา มู่หรงหว่านหรูได้รับคำสั่งจากไท่เฮาให้ฆ่าอี้ไท่เฟย!
ใบหน้าของอี้ไท่เฟยซีดเซียว ดูเหมือนแก่ขึ้นหลายปีในทันที มือของนางสั่นเทา เข็มสีทองก็ร่วงลงสู่พื้นอีกครั้ง การทรยศของบุตรสาวบุญธรรมนางยังทนไม่ได้ นับประสาอะไรกับตัวนางเอง บุตรสาวที่สมรู้ร่วมคิดกับศัตรูตัวฉกาจเพื่อปลิดชีวิตตัวเอง
ไม่ นางรับแรงกระแทกแบบนี้ไม่ได้!
ทันใดนั้น นางยกมือขึ้นมากุมหน้าอก พ่นเืออกมาเต็มปากและพึมพำกับตัวเองอย่างบ้าคลั่ง “ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ!”
เชื่อหรือไม่ว่าหานอวิ๋นซีไม่จำเป็ต้องพูดอะไรมาก ในใจของนางรู้ชัดเจนที่สุด
คนที่น่าสมเพชก็ต้องเป็คนน่าสมเพช และคนที่น่ารังเกียจก็จะต้องถูกเกลียดชัง
หานอวิ๋นซีไม่พูด เพียงมองอย่างเ็า ลุกขึ้นและยืนอยู่ข้างๆ ทันทีที่นางเดินออกไป อี้ไท่เฟยก็เห็นมู่หรงหว่านหรูนอนอยู่บนเตียง
มู่หรงหว่านหรูดูเหมือนจะอยู่ในอาการหมดสติ นางเงียบราวกับว่าหลับไป
อี้ไท่เฟยลุกขึ้นอย่างเร่งรีบ หานอวิ๋นซีก็ไม่ได้ห้ามหรือช่วยนาง ปล่อยให้นางเดินโซเซไป
“เกิดอะไรขึ้นกับนาง? หานอวิ๋นซี เ้าทำอะไรนาง?”
“หลังจากนักฆ่าระลอกแรกถูกขับไล่ไปแล้ว นักฆ่าตัวจริงก็เข้ามาและนางก็ถูกเข็มพิษ...”
ก่อนที่หานอวิ๋นซีจะพูดจบ อี้ไท่เฟยก็ขัดจังหวะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “เข็มพิษ? ต้องเป็ฝีมือเ้าแน่ๆ!”
ช่างเถอะ หานอวิ๋นซีี้เีเกินกว่าจะอธิบาย เลยยอมรับอย่างใจกว้างว่า “ใช่แล้ว และเวลารักษาพิษก็เลยมาแล้ว จึงไม่สามารถล้างพิษได้ตลอดไป”
อี้ไท่เฟยมองมาที่นางทันทีและพุ่งเข้าหาหานอวิ๋นซีอย่างบ้าคลั่ง “นังสารเลว เ้าจงใจทำ เ้าต้องจงใจทำแน่ๆ!”
หานอวิ๋นซีหลีกเลี่ยงและพูดอย่างใจเย็นว่า “ไท่เฟย ตอนนี้ฉินอ๋อง...ยังไม่ทราบเื่นี้”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา อี้ไท่เฟยก็ตกตะลึง นอกเหนือจากคำว่าฉินอ๋องแล้ว ยังจะมีอะไรอีกที่จะทำให้อี้ไท่เฟยสงบลงได้อีกล่ะ?
“หลังจากที่ท่านอ๋องพาคนมาช่วยพวกเรา เขาก็ไล่ตามนักฆ่าไปอีกครั้ง เื่ในรถม้า มีเพียง...ท่านกับมู่หรงหว่านหรูเท่านั้นที่รู้”
หานอวิ๋นซีพูดโกหกไป อีกสามตระกูลต่างขับรถกลับหลังจากเห็นหลงเฟยเยี่ยขับไล่นักฆ่า ใครจะไปรู้ความจริงกันล่ะ?
อี้ไท่เฟยที่ถึงไม่อยากจะใจเย็นก็ต้องใจเย็น ถึงจะไม่มีสติก็ต้องมีสติ “หานอวิ๋นซี เ้าหมายความว่าอย่างไร เ้า้าอะไรกันแน่ บอกข้าสิ!”
สิ่งที่นางกลัวที่สุดไม่ใช่การที่หว่านหรูรู้เื่นี้ แต่เป็เฟยเยี่ยที่รู้ เฟยเยี่ยคือทั้งหมดของจวนฉินอ๋อง และเป็การเดิมพันด้วยทั้งชีวิตของนาง!
ทุกคนสามารถรู้ได้ แต่ไม่ใช่เฟยเยี่ย นาง้าเป็แม่ของฉินอ๋องไปตลอดชีวิต! นางต้องเป็ไท่เฟยที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์เทียนหนิง!
สิ่งที่หานอวิ๋นซีกำลังรอคือคำพูดนี้ของนาง “ไท่เฟย ข้าแลกเปลี่ยนเงื่อนไขสองข้อกับท่าน ดีหรือไม่?”
หากอี้ไท่เฟยรู้ความจริง นางจะอาเจียนจนตายเลยหรือไม่นะ? อย่างไรก็ตามตอนนี้นางไม่มีที่ว่างให้ปฏิเสธ
“พูดมาเลย!” นางกัดฟัน
“ประการแรก แม้ว่าจะรักษาพิษไม่ได้ แต่ข้าสามารถให้ยาแก่ท่านทุกเดือนเพื่อเลี้ยงดูมู่หรงหว่านหรู รับประกันได้ว่านางจะไม่ตายและเป็เ้าหญิงนิทราอย่างสงบ ประการที่สอง เื่นี้ นับั้แ่นี้เป็ต้นไป ข้าจะไม่บอกฉินอ๋องเด็ดขาด”
หานอวิ๋นซีพูดอย่างเรียบง่าย แต่เงื่อนไขทั้งสองนั้นเป็เื่โกหก
อี้ไท่เฟยลังเล อย่างไรก็ตามในความเป็จริงนางไม่สามารถปฏิเสธเงื่อนไขทั้งสองนี้ได้ นางมองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างเ็า ทั้งไม่พอใจและจนปัญญา และไม่ว่าจะไม่พอใจแค่ไหน นางก็ต้องตอบตกลงอยู่ดี “หานอวิ๋นซี แล้วสองเงื่อนไขอะไรที่เ้า้าจากข้า?”
“ประการแรก บอกข้าว่าทำไมมามาคนนั้นถึงยังมีชีวิตอยู่ นางเป็ใคร และอยู่ที่ไหน…”
พูดมาถึงตรงนี้ อี้ไท่เฟยอดไม่ได้ที่จะขัดจังหวะ “เ้าได้ยินทุกอย่างเลยสินะ!”
อันที่จริง หานอวิ๋นซีไม่แน่ใจว่ามามาคนไหนยังมีชีวิตอยู่ นางแค่ลองเชิงโดยการถามออกมา
“ทำไมล่ะ ไท่เฟยไม่อยากพูดอย่างนั้นหรือ?”
อี้ไท่เฟยไม่ตอบ แต่พูดอย่างเ็าว่า “แล้วเงื่อนไขประการที่สองล่ะ?”
หานอวิ๋นซีไม่รีบร้อนที่จะตอบคำถามและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ประการที่สอง คงไม่ง่ายสำหรับหมู่เฟย ครั้งนี้หมู่เฟยได้รับความใจนหวาดกลัว ดังนั้นท่านไปพักผ่อนสงบใจที่ห้องพระ ส่วนเื่ของจวนอ๋อง ต่อไปก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้าจัดการ”
ถ้า...ถ้านี่ไม่ใช่การ้าอำนาจของจวนฉินอ๋อง มันจะเป็อะไรไปได้อีก?
อำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือของฉินอ๋อง แต่ฉินอ๋องอาศัยอยู่ตามลำพังในลานดอกดอกบัว ไม่ค่อยจัดการเื่ต่างๆ ทั้งเื่คนในจวนและการเงินในจวนนั้นอยู่ในความดูแลของอี้ไท่เฟยมาตลอด แม้ว่าอี้ไท่เฟยจะไม่สามารถควบคุมฉินอ๋องได้ แต่อี้ไท่เฟยก็ยังคงเป็นายหญิงของจวนฉินอ๋อง
หานอวิ๋นซี้าจะมาแทนที่สินะ ช่างมีความทะเยอทะยานมากเสียเหลือเกิน!
ทันทีที่พูดจบ อี้ไท่เฟยก็เด้งตัวขึ้นอย่างโกรธจัด “หานอวิ๋นซี เ้ามันบังอาจ!”
จริงอยู่ที่หานอวิ๋นซี้ามีอำนาจ แต่สิ่งที่นาง้าไม่ใช่สถานะและชื่อเสียงของนายหญิง สิ่งที่นาง้าคือชีวิตที่อิสระและสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย
เดิมทีนางอาศัยอยู่ในตำหนักหยุนเซี่ยน ไม่ได้สะดวกมากมายนัก แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์กับอี้ไท่เฟยกลายเป็แบบนี้ และเนื่องจากอี้ไท่เฟยรับผิดชอบจวนหลังนี้ นางจะไปมีชีวิตที่ดีได้ตามที่นาง้าได้อย่างไร สิ่งที่นาง้าคือบ้านที่สามารถไปมาและอยู่ได้อย่างอิสระ
“ใกล้จะมืดแล้ว ท่านอ๋องคงกลับมาไม่ช้า หากหมู่เฟยรับไม่ได้ เช่นนั้นเราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว” หานอวิ๋นซีพูดและกำลังเดินออกไป
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” อี้ไท่เฟยพูดอย่างเคร่งขรึม
หานอวิ๋นซีหยุดอย่างมีความสุขและหันมามองนาง “หมู่เฟย คิดดีแล้วใช่หรือไม่?”
อี้ไท่เฟยที่ทนไม่ได้ แต่ก็ต้องทนไว้ เพื่อหว่านหรู เพื่อตัวนางเอง นางไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว หากหานอวิ๋นซีบอกเฟยเยี่ยไป ด้วยนิสัยของเฟยเยี่ยนั้น จุดจบของนางและหว่านหรูคงมีเพียง...
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางก็ไม่กล้าคิดไปมากกว่านี้ พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “หานอวิ๋นซี ข้าตอบตกลงเ้าแล้ว แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่ออกจากจวนฉินอ๋อง!”
“มีห้องพระอยู่ในห้องของหมู่เฟย แล้วมันก็เป็สถานที่ฝึกจิตให้สงบ ทำไมต้องออกไปด้วยล่ะ?” หานอวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากอี้ไท่เฟยออกไป นางก็คงไม่สบายใจ
“หว่านหรูก็ต้องอยู่ด้วย!” อี้ไท่เฟยขอร้องอย่างแข็งขัน
“หมู่เฟย ตอนนี้หว่านหรูเป็คนของจวนผิงเป่ยโฮ่ว ดังนั้นนางจะถูกส่งกลับไปที่จวนผิงเป่ยโฮ่วอย่างที่ควรจะเป็เพื่อดูแล...”
ก่อนที่หานอวิ๋นซีจะพูดจบ อี้ไท่เฟยก็ปฏิเสธด้วยความโกรธว่า “ไม่ หว่านหรูต้องอยู่ ไม่เช่นนั้น...”
อย่างไรก็ตาม หานอวิ๋นซีเพิกเฉยต่อนาง ปล่อยให้นางขัดจังหวะและพูดต่ออย่างใจเย็น “หมู่เฟยวางใจได้ แม้ว่าหว่านหรูจะไม่ฟื้นขึ้นมา จวนผิงเป่ยโฮ่วจะดูแลนางอย่างดี...”
“ข้าไม่ตกลง หว่านหรูต้องอยู่เคียงข้างข้า ไม่อย่างนั้นข้าไม่ตอบตกลงอะไรทั้งสิ้น!”
“มีข้าอยู่ หมู่เฟยวางใจได้ นอกนั้นไม่มีอะไรต้องพูดถึง!”
คนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาอย่างร้อนรน อีกคนยังคงสงบเหมือนสายน้ำ เสียงต่างๆ ลดลงพร้อมกัน ห้องทั้งห้องก็เงียบลงในทันใด
ไม่รู้ว่าหานอวิ๋นซีได้ยินสิ่งที่อี้ไท่เฟยพูดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อี้ไท่เฟยที่ได้ยินคำพูดสุดท้ายของหานอวิ๋นซี นางก็ถึงกับชะงักไป และไม่ได้แสดงความคิดเห็นเป็เวลานาน
หลังจากเงียบไปนาน หานอวิ๋นซีก็หันหน้าไปมองและยิ้มจางๆ “หมู่เฟย บอกข้ามาเถิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับมามาคนนั้น”
อี้ไท่เฟยกำมือแน่น หัวใจของนางสั่นไหวอย่างเงียบงันและรุนแรง หานอวิ๋นซีเองก็รออย่างอดทน
ในท้ายที่สุด อี้ไท่เฟยยังคงยอมประนีประนอม นางลดศีรษะที่เย่อหยิ่งลงและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “นางชื่อซูเหนียง เป็หนึ่งในมามาที่ช่วยทำคลอด ทันทีที่เด็กเกิดมา ในวันรุ่งขึ้นนางก็ตกลงไปในบ่อน้ำ ฮ่องเต้ก็มีความสุขกับองค์ชาย ดังนั้นเื่นี้จึงถูกระงับและไม่ถูกรายงาน ศพก็ถูกกำจัดอย่างไม่เป็ทางการ และข้าก็มารู้ทีหลังว่า นางกลัวว่าจะถูกฆ่าปิดปาก จึงแสร้งทำเป็ตายแล้วหนีไป”
“คนผู้นี้เป็ใครมาจากไหน แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน?” หานอวิ๋นซีถามอย่างร้อนรน ไม่เคยคาดคิดว่าคนคนนี้จะเป็คนที่พาหลงเฟยเยี่ยมา
“มาจากหมู่บ้านซู ในเขตชานเมืองทางตอนเหนือของเมือง ข้าตามหานางมาหลายปีแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีข่าวคราวเลย ถึงนางมีความกล้าที่จะมีชีวิตอยู่ แต่นางก็คงไม่มีความกล้าที่จะพูดเื่นี้ขึ้นมา”
หากไม่ใช่เพราะหว่านหรูไม่เชื่อนาง อี้ไท่เฟยก็คงไม่พูดถึงคนผู้นี้ขึ้นมา
แววตาของหานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความสับสน นางสามารถบอกได้ว่าอี้ไท่เฟยไม่ได้โกหก หลังจากขมวดคิ้วอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดนางก็เปิดปากพูด “แล้วภูมิหลังของท่านอ๋อง...”
ในเวลานี้ หลงเฟยเยี่ยกำลังนั่งอยู่บนหลังคา มองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยความสนใจอย่างมากด้วยรอยยิ้มบนริมฝีปาก สตรีผู้นี้บอกว่าไม่อยากรู้ไม่ใช่หรือไร?
“ถูกพามาจากหมู่บ้านหนึ่งในชานเมือง ใครก็ตามในหมู่บ้านที่รู้เื่นี้ถูกฆ่าปิดปากไปนานแล้ว”
ในเมื่อหลงเฟยเยี่ยและหมู่เฟยเป็ลูกของสำนักถัง เขาจะไปเกิดในหมู่บ้านห่างไกลได้อย่างไร แล้วเขาจะถูกพาเข้าไปในวังได้อย่างไร?
หานอวิ๋นซีเต็มไปด้วยความสงสัย นางคิดว่าสิ่งที่อี้ไท่เฟยรู้นั้นห่างไกลจากความจริงเกินไป
ในเวลานี้ อี้ไท่เฟยขัดจังหวะความคิดของนางทันที “หานอวิ๋นซี เฟยเยี่ยเป็บุตรของฮ่องเต้องค์ก่อน ข้าไม่อนุญาตให้เ้าถามคำถามเช่นนี้อีก!”
