ปากทางเข้าวัดสะกดมาร!
จางหลี่เอ๋อร์ตามไล่ล่าเอาชีวิตโม่ซันซันไปพร้อมกับศิษย์พรรคอีกาทองคำ
ส่วนหวังเค่อก็รีบวิ่งเข้ามาในวิหารเก่า พบว่าเหล่าผู้ใต้บัญชาของตนยังคงแผ่ราบไปกับพื้นกันอยู่ หวังเค่อรีบเข้าไปตรวจดูอาการแล้วจึงพบว่าพวกมันเพียงสลบไป เมื่อนั้นถึงค่อยเป่าปากออกมาอย่างโล่งอก
“อมิตาพุทธ วางใจเถอะ อีกไม่นานพวกมันก็จะฟื้นกันแล้ว!” ตัดกาเมแตะหว่างคิ้วของพวกมันก่อนบอกกล่าว
จากนั้นพวกที่กำลังนอนสลบอยู่ก็เริ่มทยอยตื่นขึ้นมา
“เพ้ย พวกเ้านี่มันยังไง? ทำไมพอโม่ซันซันยุพวกเ้าเข้าหน่อย พวกเ้าก็มาหาเื่ข้าซะแล้ว? แถมโม่ซันซันยังแอบหลบอยู่ข้างหลังพวกเ้าซะด้วย?” หวังเค่อหันมาทางศิษย์พรรคเทพหมาป่า์
“พะ พวกเรา พวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน!” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์สีหน้าว่างเปล่า
“ไม่น่าจะใช่นะ! ั์ใหญ่ทารกแกนิญญาอย่างโม่ซันซันแค่วางก้ามอวดเบ่งหน่อยก็ล้วนทำการได้ตามใจ แต่ทำไมถึงต้องทำตัวลึกลับซ่อนเงื่อนแบบนี้ด้วย?” หวังเค่อทำหน้าประหลาด
จากนั้นหวังเค่อก็หันหน้ามาทางจูเยี่ยน
“เ้ามามองข้าทำไม? ข้าเองก็เป็เหยื่อนะ!” จูเยี่ยนสีหน้าหดหู่
แม่งเอ๊ย เมื่อกี้ข้าเกือบจะถูกจับไปอยู่แล้วเชียว
“จูเยี่ยน พวกมันบอกว่าเ้าคือตัวปัญหา และก็ไม่ผิดไปเลยแม้แต่นิดเดียว! ข้ามันซวยจริงๆ ที่ต้องคอยให้การคุ้มครองเ้า!” หวังเค่อเอ่ยอย่างหดหู่
“ข้าเป็ตัวปัญหาตรงไหน? ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ข้าเป็ตัวปัญหาได้ยังไงก่อน!” จูเยี่ยนบันดาลโทสะกะทันหัน
“ชิ้ง!”
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์พากันชักกระบี่ออกจากฝัก จูเยี่ยนหน้าแข็งทื่อย่นคอหนีโดยไว
“ยังมีหน้ามาพูดอีกว่าไม่ใช่ตัวก่อปัญหา เ้าดู เบิ่งตาดูให้มันชัดๆ นี่เราเพิ่งออกมาจากชิงจิงได้สักกี่วันกันเชียว? มาถึงก็เจอพระอาจารย์ผู้แสนเวิ่นเว้อรูปนี้ที่เอาแต่จะปรับทัศนคติเ้าจนต้องเดือดร้อนข้าห้ามทัพให้ ไม่ใช่รึไง?” หวังเค่อถลึงตา
ตัดกาเมทางด้านข้างหน้าแข็งค้าง เ้าจะด่าจูเยี่ยนก็ด่าไปสิ จะมาพรรณนาถึงข้าไปด้วยทำไมก่อน! เ้าสิเวิ่นเว้อน่ะ
“แล้วยังไงต่อ เ้าก็เห็นแล้วนี่ว่ามู่หรงลวี่กวงพาศิษย์พรรคเทพหมาป่า์มาเพื่อฆ่าเ้า! แต่ข้าก็ช่วยห้ามทัพไว้อีก ไม่ถูกรึ?” หวังเค่อยังคงจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา
จูเยี่ยนหน้าแข็งค้าง ดูจะเป็เช่นนั้นอยู่จริงๆ
“หวังเค่อ ทำไมเ้าไม่ฆ่ามันเสียล่ะ? ไยต้องปกป้องมันไว้ด้วย?” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งทักถาม
หวังเค่อหันหน้ามาถลึงตาใส่อีกฝ่าย “เกี่ยวผายลมอันใดกับเ้าด้วย! อยากฆ่ามารนักมีปัญญาก็ไปจับกันเอาเอง! มารตนนี้ข้าเป็คนจับได้ ข้าจะทำยังไงกับมันยังต้องให้พวกเ้ามาก้าวก่ายบงการ? ตัวเองไม่มีปัญญาจับมารดีแต่ทำตัวกร่างตอนอยู่บ้านทำตัวกระมิดกระเมี้ยนตอนออกนอกบ้านอย่างนั้นสิ?”
สีหน้าของศิษย์พรรคเทพหมาป่า์ประเดี๋ยวดำ ประเดี๋ยวม่วง แม่งเอ๊ย เ้าสิกร่างในบ้านหัวหดนอกบ้าน! พวกเราก็แค่พูดไปโดยไม่คิดอะไรเฉยๆ! ต้องทำถึงขนาดตีตราว่ากล่าวพวกเราไม่เลือกหน้าแบบนี้ด้วยรึ?
“ข้ายังพูดไม่จบ จูเยี่ยน ไม่เห็นหรือว่ายังมีโม่ซันซันั์ใหญ่ทารกแกนิญญาลอบจับตัวเ้าไปอีกคน! หากไม่ใช่เพราะข้าะโห้ามทัพไว้ก่อนเ้าก็คงจะถูกจับตัวไปแล้ว! จูเยี่ยน เ้าเลิกทำตัวมีปัญหาหน่อยได้ไหม เลิกก่อกวนเื่ราวสักที!” หวังเค่อตวาดใส่จูเยี่ยน
จูเยี่ยนเผยสีหน้ากระอักกระอ่วน แม่งเอ๊ย ความผิดข้าหรือนี่? ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยเถอะ!
“อมิตาพุทธ ประสกหวัง ท่านเองก็ลำบากไม่ใช่น้อย เอาเป็ว่ายกมันให้ข้าปรับทัศนคติดีกว่า ยังไงซะข้าอยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรทำตลอดปีตลอดชาติอยู่แล้ว!” ตัดกาเมหว่านล้อม
“ไม่เอานะ!” จูเยี่ยนประท้วงทันที
“พระอาจารย์ ข้าว่าข้าจัดการเองดีกว่า! หากท่านว่างอยู่งั้นก็ช่วยข้าเกลี้ยกล่อมศิษย์พี่ใหญ่ข้ามู่หรงลวี่กวงแทนดีกว่า!” หวังเค่อชี้ไปทางมู่หรงลวี่กวงที่อยู่ไม่ห่างออกไปนัก
“อืม?” ตัดกาเมหันมาทางมู่หรงลวี่กวง
มู่หรงลวี่กวงผมเปลี่ยนเป็สีเขียว มีแสงสีเขียวอาบทอตลอดตัว ราวกับว่าอยู่ในสภาวะฌานบางอย่าง
ศิษย์น้องพรรคเทพหมาป่า์คอยพิทักษ์อยู่ข้างกาย ไม่ให้ใครเข้ามาใกล้
“ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าคนนี้ป่วยเป็โรคหลงผิดขนาดหนัก!” หวังเค่ออธิบาย
“โรคหลงผิดขนาดหนัก?” ตัดกาเมอุทานอย่างแปลกใจ
“หวังเค่อ อย่ามาให้ร้ายศิษย์พี่ใหญ่นะ!” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งจ้องเขม็ง
หวังเค่อไม่สนใจมัน แต่มองมาทางตัดกาเม “มิผิด โรคหลงผิดขนาดหนัก เอาแต่หลงผิดคิดไปว่าสาวงามทุกคนก็คือเมียมัน! เอ้ย คือภรรยามัน!”
“หลงผิดคิดไปว่าสาวงามทุกคนคือภรรยาของตัวเอง?” ตัดกาเมผงะไป
“ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ข้ามีคนรักอยู่คนเรียกว่าองค์หญิงโยวเยว่ มู่หรงลวี่กวงพอเห็นว่าข้าหาคนรักได้ก็มองข้าเป็ศัตรู สายตามีแต่ความริษยา คอยแต่ระรานหาเื่ข้าไปทุกที่! เื่นั้นไว้ก่อน แต่ท่านดูวันนี้ จางหลี่เอ๋อร์คนนั้นกับข้าล้วนไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่มันมู่หรงลวี่กวงกลับข้ามระยะทางเป็พันเป็หมื่นลี้เพื่อมาทวงบัญชีกับข้าเพียงเพราะคำยั่วยุคำหนึ่ง! นี่มันอะไรกัน? นี่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตข้าเหลือเกิน!” หวังเค่อเอ่ยอย่างหดหู่
“อ้อ?” หลวงจีนตัดกาเมเผยสีหน้าฉงนใจ
“เ้า เ้ากับจางหลี่เอ๋อร์ไม่มีอะไรในกอไผ่กันจริงๆ?” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“ดู ดูสิ ไม่เพียงแต่มู่หรงลวี่กวงเท่านั้นที่หลงผิดขั้นรุนแรง หากแม้แต่ศิษย์น้องกลุ่มนี้ที่มันพามาก็มีอาการเดียวกันเลย! แม่งเอ๊ย สิ่งสำคัญคือจางหลี่เอ๋อร์ไม่เคยแยแสสนใจมู่หรงลวี่กวงมาก่อน! มันเอาแต่หลงผิดคิดว่านางเป็ภรรยามันอยู่ได้! นี่ นี่ไม่ใช่อาการของคนสติฟั่นเฟือนหรือ? อ้อ จะบอกว่าสาวงามทุกคนบนโลกเป็ของมันหมดเลยว่างั้นเถอะ? หากใครตบแต่งกับสาวงามก็เท่ากับเป็การสวมหมวกเขียวแก่มันอย่างนั้นใช่ไหม!” หวังเค่อทอดถอนใจ
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์หน้าดำกันทุกคน
“พรวด!”
มู่หรงลวี่กวงที่กำลังเข้าฌานจู่ๆ ก็กระอักเืออกมาคำหนึ่ง
ชัดเจนว่าถึงแม้กำลังเข้าฌานแต่มู่หรงลวี่กวงก็ยังได้ยินเสียงจากภายนอกได้อยู่ พอได้ฟังคำของหวังเค่อก็เลยต้องกระอักเืออกมากะทันหัน แม่งเอ๊ย
“ท่านดู ข้าแค่เอ่ยถึงมันสองประโยค ทั้งไม่ได้โกหกสักคำ เพียงแค่พูดความจริงสองประโยคมันก็กระอักเืพิสูจน์ความจริงเสียแล้ว! ข้าเองก็จนใจเหมือนกัน! ไต้ซือ ท่านเป็ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ท่านช่วยข้าเกลี้ยกล่อมมันที!” หวังเค่อมองหลวงจีนตัดกาเมด้วยความคาดหวัง
“ข้า? ข้าเนี่ยนะเชี่ยวชาญในด้านนี้?” ตัดกาเมทวนคำอย่างฉงนสนเท่ห์
ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้มาก่อน?
“ไม่ใช่ว่าท่านเรียกตัดกาเมหรือไง? ท่านต้องเกลี้ยกล่อมมู่หรงลวี่กวงให้ตัดกาเมได้แน่! เช่นนี้แล้วก็น่าจะจรรโลงโรคหลงผิดขั้นรุนแรงของมันได้บ้าง!” หวังเค่อโน้มน้าว
หลวงจีนตัดกาเม “…!”
อ้อ เป็เพราะข้ามีสมญาว่าตัดกาเม ข้าก็เลยต้องช่วยคนอื่นตัดกาเมว่างั้นเถอะ?
“หวังเค่อ ขืนเ้ายังกล้าใส่ความศิษย์พี่ใหญ่อีก อย่าหาว่าข้าเสียมารยาทก็แล้วกัน!” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งจ้องหวังเค่อตาแข็งกร้าว
“ใส่ความ? ข้าไปใส่ความตอนไหน? เ้าเป็คนพูดเองนี่ว่ามู่หรงลวี่กวงไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับจางหลี่เอ๋อร์? พวกมันเป็คู่บำเพ็ญเพียรกันหรือไง? ไม่ใช่เลยสักนิด! ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันแต่กลับวิ่งแจ้นมาแต่ไกลเพื่อจับชู้อะไรก่อน? ยังไม่ต้องพูดว่าข้ากับจางหลี่เอ๋อร์ล้วนบริสุทธิ์ไร้สิ่งหมกเม็ด ต่อให้มีเื่หมกเม็ดกันจริงมันก็ไม่มีคุณสมบัติมาจับชู้อะไรทั้งนั้น! การที่มันเร่งรุดมาคิดเอ่ยปากกล่าววาจามีความหมายอะไรด้วยหรือ? ถ้านี่ไม่ใช่โรคหลงผิดขั้นรุนแรงแล้วคืออะไร?” หวังเค่อมองศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนนั้น
“ข้า คือ อึก...!” ศิษย์น้องคนนั้นเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ประเด็นคือเ้าหวังเค่ออยากหน้าไม่อายก็หน้าไม่อายไปเองสิ คนอื่นเขาไม่ได้พูดจาส่งเดชแบบเ้าสักหน่อย!
“อีกอย่าง ข้าเป็รองเ้าตำหนักของพรรคเทพหมาป่า์! เ้าที่เป็ศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งกลับเสียมารยาทต่อข้า? เ้าใช้อะไรคิด? ข้ากำลังเสวนาอยู่กับพระอาจารย์พยายามหาทางรักษาให้ศิษย์พี่ใหญ่ด้วยความหวังดี! แต่เ้ากลับมาห้ามข้า? แถมยังเสียมารยาทกับข้า? นี่เ้าสติไม่ดีละสิท่า!” หวังเค่อตวาด
ศิษย์น้องคนนั้นหน้าแข็งทื่อ ผ่านไปครึ่งค่อนวันยังไม่ทราบควรพูดอะไร นี่เรียกว่ากำลังหาทางช่วยรักษาศิษย์พี่ใหญ่อยู่หรือ? แม่งเอ๊ย ศิษย์พี่ใหญ่คงต้องวิ่งเข้ามาขอบคุณเ้าเลยสินะเนี่ย!
“ไต้ซือ ท่านทำได้หรือไม่?” หวังเค่อหันมาถามตัดกาเม
ตัดกาเมมองมู่หรงลวี่กวงที่กำลังเข้าฌาน “ข้าลองดูได้ ขอเพียงมันยินดีรั้งอยู่ที่นี่ก็ใช้ได้แล้ว!”
“งั้นก็เยี่ยมไปเลย เหมือนอย่างคำโบราณที่บอกว่าถึงแม้เป็ความผิดเล็กน้อยจงอย่าทำ ถึงแม้เป็ความดีเล็กน้อยจงอย่าหยุด! เหมือนกับข้าที่ทำความดีทุกวันๆ นี่ไง!” หวังเค่อทอดถอนใจ
“พรูด!”
มู่หรงลวี่กวงที่เข้าฌานอยู่หน้าเขียวคล้ำ กระอักเืสดๆ ออกมาอีกหนึ่งคำ แม่งเอ๊ย อย่างเ้าน่ะรึทำดี? เ้ากำลังเอามีดมากระซวกๆ ใส่หัวใจข้าสิไม่ว่า! ประเด็นคือข้าจะขยับก็ไม่ได้ ได้แต่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนไว้ก่อน บัดซบที่สุด!
กลุ่มลูกน้องของหวังเค่อทยอยกันลืมตาตื่นขึ้นมาทีละคนสองคน
หวังเค่อเงยหน้ามองเพดาน เมื่อกี้สายฟ้าเก้าสายผ่าใส่โลงศพของจางหลี่เอ๋อร์ ผ่าทลายหลังคาของวิหารเก่าไปไม่น้อย ทำให้เป็รูรั่วล่อฝนล่อแมลงหลายจุด
“ลี้ลับอัศจรรย์นัก ทั้งที่เมื่อกี้เมฆดำก็สลายตัว ฝนก็หยุดตก แต่ทำไมจู่ๆ เมฆดำกลับมารวมตัวแ่า เทฝนห่าใหญ่ลงมาอีกเล่า?” หวังเค่อพิศวงงงงวย
“นั่นเป็เพราะว่าศิษย์พี่ใหญ่ของท่านกำลังจะทะลวงด่านอย่างไรล่ะ!” ตัดกาเมเปิดปากอธิบาย
“มันกำลังจะทะลวงด่าน?” หวังเค่อชะงักไป
“ถูกต้อง การข้ามจากขอบเขตดวงธาตุทองคำเข้าสู่ขอบเขตทารกแกนิญญาเป็กระบวนการที่พิเศษจำเพาะอย่างหนึ่ง เมฆดำจะเข้ามาแทนที่ดวงตะวัน เกิดปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้าผ่า! ที่เมื่อกี้เกิดฝนตกฟ้าแลบก็น่าจะมาจากบททดสอบของวิถีฟ้ายามที่จางหลี่เอ๋อร์ทะลวงสู่ทารกแกนิญญา พริบตาที่จางหลี่เอ๋อร์ทะลวงด่านได้สำเร็จเมฆดำเ่าั้จึงสลายไป แต่ตอนนั้นมู่หรงลวี่กวงก็มาเปล่งแสงสีเขียวออกทั่วตัว มันเองก็กำลังจะทะลวงด่าน ปรากฏการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นเพราะมู่หรงลวี่กวง!” ตัดกาเมอธิบายสืบต่อ
“โฮ่? มู่หรงลวี่กวงทะลวงด่านฝีมือเร็วปานนี้เชียว?” หวังเค่ออุทานอย่างตื่นตะลึง
“ฮึ่ม มิผิด ศิษย์พี่ใหญ่กำลังจะทะลวงด่านเป็ทารกแกนิญญาในอีกไม่ช้า ถึงตอนนั้นก็จะได้เป็เ้าตำหนักหมาป่าบูรพา ส่วนตำแหน่งรองเ้าตำหนักของเ้าก็จะถูกปัดตกไป นี่เป็เพียงไม่กี่วันสุดท้ายแล้วที่เ้าจะได้อวดดี!” ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนหนึ่งะโบอก
“อมิตาภพุทธ เื่นี้ข้าอยากให้ความยุติธรรมสักสองสามวาจา ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์อย่างพวกเ้าไม่มีจิตสำนึกเอาเสียเลย!” อยู่ๆ ตัดกาเมก็สอดปากเข้ามา
หวังเค่อผงะไป ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์เองก็พากันมองหลวงจีนรูปนี้ด้วยแววตาพิลึก หลวงจีนรูปนี้ไม่มองว่าตัวเองเป็คนนอกอย่างนั้นจริงๆ สินะเนี่ย!?
“เมื่อกี้ข้าเองก็ได้ยินที่พวกเ้าคุยกัน มู่หรงลวี่กวงติดอยู่ที่ขอบเขตดวงธาตุทองคำมานานและก็เพิ่งจะทะลวงคอขวดได้เมื่อครู่ นี่มีสาเหตุมาจากอะไร? ยังไม่ใช่ต้องขอบคุณหวังเค่อ? หวังเค่อมอบโอกาสให้มันได้อิจฉาจนคลุ้มคลั่ง! ทำให้มันโมโหจนทะลวงด่านฝีมือ ทั้งที่หวังเค่อเพิ่งช่วยมู่หรงลวี่กวงทะลวงด่าน แต่พวกเ้ากลับพลิกหน้าหลงลืมบุญคุณ หากไม่ขอบคุณหวังเค่อยังพอทำเนา แต่นี่อะไรกลับเอาแต่สร้างความลำบากให้หวังเค่อ ขาดจิตสำนึกสิ้นดี!” ตัดกาเมถอนใจ
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์หน้าแข็งทื่อ ศิษย์พี่ใหญ่ถูกหวังเค่อยั่วโมโหจนทะลวงด่าน?
“ดูหวังเค่อแล้วหันมาดูตัวเอง หวังเค่อไม่เพียงช่วยมู่หรงลวี่กวงทะลวงด่าน แต่เมื่อกี้ยังขอให้ข้าช่วยดูอาการให้มู่หรงลวี่กวงอีกด้วย ทั้งที่เขาช่วยมู่หรงลวี่กวงขนาดนี้แต่สุดท้ายกลับถูกพวกเ้าใส่ความให้ร้าย? เฮ้อ! ศีลธรรมเสื่อมถอยลงทุกวัน! พรรคเทพหมาป่า์เองก็ตกต่ำลงแล้ว!” ตัดกาเมประนมมือถอนใจ
ศิษย์พรรคเทพหมาป่า์ “…!”
“พรูด!”
มู่หรงลวี่กวงที่กำลังเข้าฌานกระอักเืสดๆ ออกมาอีกคำหนึ่งด้วยความโมโห
ตอนนั้นไม่มีใครยอมปริปากเอ่ยคำอีก ขืนพูดต่อมีหวังมู่หรงลวี่กวงได้กระอักเืหมดตัวแน่
“ไต้ซือ ขอบคุณที่ช่วยผดุงธรรม!” หวังเค่อเอ่ยด้วยสีหน้าประหลาด
“อมิตาพุทธ ผู้ออกบวชมิอาจใส่ความใคร! ข้าก็แค่แสวงหาความจริงจากข้อเท็จจริงเท่านั้น!” ตัดกาเมพยักหน้ารับ
“ในเมื่อไต้ซือช่วยพูดให้ งั้นข้าหวังเค่อก็จะไม่แสร้งทำเป็หูทวนลม แม้ว่าข้ากับจางหลี่เอ๋อร์จะไม่มีสัมพันธ์อันใดต่อกัน แต่เพราะการทะลวงด่านของจางหลี่เอ๋อร์จึงทำให้อสนีบาตผ่าทำลายวิหารเก่าของท่านจนยับเยิน ข้าเองก็มีส่วนรับผิดชอบดังนั้นจึงจะช่วยท่านซ่อมแซมให้! เด็กๆ พวกเ้ากางร่มแล้วช่วยกันซ่อมหลังคาหน่อยไป!” หวังเค่อชี้นิ้วสั่งการคนของตน
“ทราบ!” ลูกสมุนของหวังเค่อรับคำก่อนแยกย้ายกันลงมือ
“วิหารเก่าหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จำต้องใช้ไม้หอมจากป่าข้างหน้านั่นจึงจะใช้ได้!” หลวงจีนตัดกาเมชี้ไปยังป่าที่อยู่ไม่ห่างออกไปเท่าใด
หวังเค่อมองตาม หลวงจีนตัดกาเมผู้นี้ไม่มีมารยาทบ้างเลยรึ!? แต่ไหนๆ ก็ตกปากรับคำไปแล้ว แค่ซ่อมหลังคาจะใช้เวลาสักเท่าไหร่กันเชียว?
“ยังไม่รีบไปตัดไม้หอมมาอีก!” หวังเค่อเร่ง
จากนั้นกลุ่มคนของหวังเค่อก็กางร่มออกไปตัดไม้กันทันที
“ประสกหวัง ท่านสุภาพเกินไปแล้ว!” ตัดกาเมเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม
“นี่เป็เื่ที่ข้าควรทำ!” หวังเค่อพยักหน้ารับ
หลวงจีนตัดกาเมยังคิดเสวนาธรรมกับหวังเค่ออีกสักพัก หวังเค่อพอเห็นเข้าก็รู้ว่าย่ำแย่ หลวงจีนรูปนี้ใช่กำลังจะวอแววุ่นวายอีกหรือไม่? ว่าแล้วก็รีบฉุดจูเยี่ยนเข้ามาแทน
“ไต้ซือ ท่านอยู่คุยกับจูเยี่ยนไปก่อนนะ ช่วยจรรโลงมันด้วยธรรมะของท่าน นี่เองก็เป็กุศลอันสุดประมาณ! ข้าจะออกไปปลดทุกข์สักเดี๋ยว!” หวังเค่อรีบโกยแน่บไปทันที
“หวังเค่อ เ้าลากข้ามาทำอะไร? ข้าไม่อยากฟังมันเทศนา!” จูเยี่ยนร้องโวยวาย
แต่หวังเค่อหนีไปซ่อนนานแล้ว
“อมิตาพุทธ วางดาบปะาเป็โพธิสัตว์! กลับจากทะเลทุกข์เข้าสู่ฝั่ง!” หลวงจีนตัดกาเมผุดยิ้มมองจูเยี่ยนด้วยแววตาการุณ
จูเยี่ยนอยู่ๆ ก็ตัวสั่นเยือก แม่งเอ๊ย เอาแล้วไง ข้ายังไม่อยากฆ่าตัวตายย!
ในจังหวะที่หลวงจีนตัดกาเมกำลังจะเริ่มจูงใจจูเยี่ยน จู่ๆ สีหน้าของมันก็หม่นลงก่อนสะบัดมือออกไปกะทันหัน
“หมับ!”
หลวงจีนตัดกาเมรับหินมาได้ก้อนหนึ่ง ก่อนจะต้องเหลียวหน้าไปทางหลังคาด้วยความใ
จูเยี่ยนเมื่อเห็นว่าหลวงจีนตัดกาเมไม่ได้มองตนอยู่ก็รีบมุดหลบไป
ตัดกาเมนิ่วหน้าก้าวเท้าออกจากตัววิหาร จากนั้นก็เดินมาถึงใต้พฤกษาใหญ่ที่อยู่หลังวัด
ที่เห็นกลับเป็บุคคลชุดดำผู้หนึ่งยืนอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ คนชุดดำไม่ได้คลุมหน้า นั่นคือโม่ซันซันที่เพิ่งจะถูกพวกจางหลี่เอ๋อร์ไล่ล่าเอาชีวิตมา
โม่ซันซันกลับมาอีกหรือนี่?
“ท่านคือคนเมื่อกี้ โม่ซันซัน? เมื่อกี้ท่านโยนหินถามทางเรียกข้าออกมา? ไม่ใช่ว่าท่านกำลังถูกศิษย์พรรคอีกาทองคำไล่ล่าเอาชีวิตอยู่หรือ?” ตัดกาเมถามอย่างฉงนฉงาย
“จางหลี่เอ๋อร์นั่นเพิ่งทะลวงด่านไม่นาน ระดับฝีมือยังไม่คงที่ ข้าหนีอยู่สักพักก็สลัดพวกมันหลุดแล้วถึงค่อยกลับมานี่!” โม่ซันซันสูดลมหายใจลึก
“อ้อ?” ตัดกาเมชะงักไป
เ้าสลัดพวกพรรคอีกาทองคำหลุด แต่จะกลับมาทำอะไร?
“ข้าเองก็นึกไม่ถึงว่าท่านจะอยู่ที่นี่! ข้ารู้ว่าเื่ที่ภายในร่างของจูเยี่ยนสะกดัทองเอาไว้มีความสำคัญยิ่งยวดต่อแผนการของงานชุมนุมประตูัในครั้งนี้! ข้าไม่มีเจตนาที่จะทำลายแผนการของพวกท่าน! ข้าเพียงแต่ห้ามความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวจนต้องมาแอบดูอยู่นี่!” โม่ซันซันอธิบาย
“ท่านพูดเื่พวกนี้...?” ตัดกาเมงุนงงพิศวง
“ข้าเดาว่าระหว่างที่หวังเค่ออารักขาจูเยี่ยนไปยังงานชุมนุมประตูัพวกท่านคงมิอาจไม่จับตาดูเอาไว้ ดังนั้นข้าเลยไม่ได้ลงมือต่อพวกหวังเค่ออย่างโจ่งแจ้ง! ขณะเดียวกันข้าก็ลองฝากดวงไว้กับโชค ระหว่างที่จับตาดูอยู่ข้าไม่เห็นว่ามีใครกำลังจับตาดูหวังเค่อก็เลยยอมเสี่ยงเข้ามาดูัทอง! ข้าใช้มู่หรงลวี่กวงเป็นกต่อ ส่วนตัวข้าเองก็แอบชิงตัวจูเยี่ยนไป! ข้าสัญญาว่าข้าแค่้ามาดูัทองสักแวบเท่านั้น และจะส่งคืนแน่นอนเมื่อดูเสร็จ! แต่ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะอยู่ข้างกายหวังเค่อมาตลอด! พอเมื่อกี้ข้าเห็นท่านข้าถึงค่อยรู้ว่าครั้งนี้ข้าทำเื่น่าขายหน้าลงไปแล้ว ต้องขออภัยด้วยจริงๆ! ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำลายแผนการของพวกท่านเลย!” โม่ซันซันยิ้มแหย
ตัดกาเมเบิกตาโต “มะ หมายถึงอะไร? ท่านมาขอโทษข้าทำไมก่อน?”
“อ๋า? แผนงานชุมนุมัครั้งนี้ไม่ใช่ท่านเป็คนบอกข้าเองหรอกหรือ?” โม่ซันซันงงไปเหมือนกัน
“ข้ารู้จักท่านด้วย?” ตัดกาเมทำหน้าพิลึก
“ทะ ท่านไม่รู้จักข้า? ท่าน...? เดี๋ยวก่อนนะ อย่าบอกนะว่าท่านไม่ใช่มัน!” โม่ซันซันสีหน้าไม่น่าดู
แม่งเอ๊ย ข้าจำผิดคนหรือนี่?
“อาตมาอยู่โยงเฝ้าวัดสะกดมารมาได้หลายปีแล้ว แต่ข้าไม่เคยเห็นท่านมาก่อน! ที่ข้ารู้ชื่อท่านก็เป็เพราะว่าพวกหวังเค่อเรียกท่านว่าโม่ซันซัน! นี่ท่านอุตส่าห์วิ่งแจ้นกลับมาตั้งไกลเพื่อมามอบคำอธิบายให้ข้า? แต่ข้าไม่ได้รู้จักท่านนะ!” หลวงจีนตัดกาเมเอ่ยด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น
โม่ซันซันกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุก เบิ่งตามองหลวงจีนตรงหน้าอยู่นาน
แม่งเอ๊ย จำผิดคนซะงั้น? ข้าขอโทษขอโพยเ้าอยู่ครึ่งค่อนวันแต่สุดท้ายกลับไม่ใช่คนที่ข้ารู้จักเฉยเลย?
“ทำไม ทำไมท่านถึงได้ดูเหมือนมันทุกระเบียดนิ้วแบบนี้? พวกท่านคงจะไม่ได้เป็แฝดร่วมอุทรกันหรอกใช่ไหม?” โม่ซันซันถามด้วยสีหน้าพิลึกไม่แพ้กัน
“อมิตาภพุทธ ข้าไม่เคยมีฝาแฝดร่วมอุทรที่ไหน! อาตมามาจากวัดขั้นโลหิต นามตัดกาเม! คนที่ท่านบอกว่ารูปร่างหน้าตาเหมือนข้าไม่ผิดเพี้ยนเป็ใครกัน!?” ตัดกาเมสงสัยเป็กำลัง
โม่ซันซัน “…!”
โม่ซันซันหัวเสียเพียงไหน! เมื่อกี้ที่มันจับจูเยี่ยนมาได้ เดิมทีก็สามารถจากไปได้เลยทันที แต่เป็เพราะเห็นหลวงจีนตัดกาเมเข้าก็เลยละทิ้งโอกาสในตอนแรกไป แต่สุดท้าย สุดท้าย...!
นี่ข้าแกว่งเท้าหาเสี้ยนเองหรือนี่? อยู่ดีไม่ว่าดีหาเื่ใส่ตัวทำไม?
“ท่านยังไม่บอกข้าเลยว่าใครที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนข้าไม่มีผิดเพี้ยนน่ะ!” ตัดกาเมถามอีกครั้ง
โม่ซันซันมองดูตัดกาเมอยู่สักพัก นึกอยากกระโจนเข้าไปสับสังหารอีกฝ่ายขึ้นมาเดี๋ยวนั้น แต่ด้วยรูปลักษณ์ของมันทำให้โม่ซันซันต้องข่มจิตข่มใจเอาไว้ จากนั้นคนก็มุดหายเข้าป่าอันตรธานไปในพริบตา
“อมิตาภพุทธ คนของพรรคเทพหมาป่า์ล้วนมีแต่พวกพิลึกพิลั่นแบบนี้กันหมดหรือไม่?” ตัดกาเมสีหน้าฉงนสนเท่ห์
ตัดกาเมหมุนตัวเดินกลับเข้าวิหารเก่า
หลังจากที่โม่ซันซันกับหลวงจีนตัดกาเมไปกันได้ไม่นาน หวังเค่อก็เดินออกมาจากห้องส้วมข้างต้นไม้ใหญ่
เมื่อกี้หวังเค่อออกมาเพื่อปลดทุกข์จริงๆ แต่สุดท้ายกลับได้ยินบทสนทนาระหว่างตัดกาเมกับโม่ซันซันเข้าโดยบังเอิญ บางทีอาจเป็เพราะว่านี่คือส้วม โม่ซันซันจึงไม่ได้ใช้กระแสจิตตรวจดู อย่างไรซะของที่อยู่ในส้วมขืนสอดส่องมากไปมีแต่จะแสลงตาเอาเปล่าๆ
“ไอ้แก่นรกโม่ซันซันมีเอี่ยวกับลัทธิมารจริงด้วยสินะนี่? แต่ทั้งที่ตัวเองทำงานในหน่วยข่าวกรองแต่กลับป่วยเป็โรคจำหน้าคนไม่ได้? ถึงขั้นจำผิดคน? เห็นหลวงจีนแล้วก็มาขอโทษมั่วซั่ว? นี่เ้ามาเป็หัวหน้าหน่วยสืบสวนประจำพรรคเทพหมาป่า์ได้ยังไงกัน!?” หวังเค่อสีหน้าพิลึกสุดเปรียบ
หวังเค่อขยับกางเกงขึ้นพกพาความสงสัยเดินกลับเข้าวัดสะกดมารไป
